ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 389 เป้าหมายของหวงหลี
หวงหลีเดินทางมาจากอนาคตอีก 60 ปีข้างหน้า นับตั้งแต่เธอ เดินทางย้อนเวลากลับมา เธอก็คือนางเอกที่ถูกเลือกโดยสวรรค์ และ เธอต้องการสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในประเทศจีนเมื่อ 60 ปีก่อน
สิ่งแรกที่เธอต้องทำเมื่อกลับมา แน่นอนว่าคือการหาคน สนับสนุน
เดิมทีหวงหลีตั้งใจจะตามหาจี้เหวินซีตอนหนุ่มเพื่อเกาะขาเขา แต่พอเห็นจี้เหวินซีเวอร์ชันหนุ่มที่หล่อเหลา เธอก็เปลี่ยนใจทันที
เธอมองหาพระเอกของตัวเองมาโดยตลอด ผู้ชายตรงหน้าคนนี้
ไม่ใช่แค่ขาทองคำที่เธอต้องการ แต่เขาจะต้องมาเป็นผู้ชายของเธอ ด้วย!
ใช่แล้ว นางเอกที่เดินทางข้ามเวลาย้อนกลับมา มักต้องเจอกับ พระเอกที่เก่งกาจเสมอ นี่เปรียบดั่งคู่แท้ที่ถูกสวรรค์กำหนดไว้
เธอเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ว่า จี้เหวินซีเกิดมาเพื่อเธอ โดยเฉพาะ
หวงหลีในอีก 60 ปีข้างหน้า เป็นเพียงเด็กยากจนที่ไม่สามารถ ไปโรงเรียน และเติบโตมาในสลัม ต่อมาได้รับทุนการศึกษาจากจี้กรุ๊ป และบังเอิญได้พบกับจี้เหวินซีเพียงครั้งเดียว แต่เป็นแค่การพบกัน แบบชั่วครู่
จี้เหวินซีในอีก 60 ปีข้างหน้าอยู่ในวัยชรา ผมสีดอกเลา แม้จะ อายุมาก แต่ก็ดูน่าเกรงขาม มีพลังอำนาจมาก จนทำให้คนไม่กล้า เข้าใกล้
แต่จี้เหวินซีตอนหนุ่มนั้น ช่างหล่อเหลาเอาการ
หวงหลีครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นโชคชะตาที่ถูกลิขิต ไว้ ทั้งหมดล้วนเป็นเตรียมการของสวรรค์
อุบัติเหตุทางรถยนต์ส่งเธอกลับมายัง 60 ปีก่อน แน่นอนว่าเธอ ยินดีที่จะรับของขวัญจากโชคชะตา เพลิดเพลินกับชีวิตที่ไม่ธรรมดา และได้สัมผัสกับชีวิตของชนชั้นสูง
หวงหลีในอีก 60 ปีข้างหน้าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา เธอไม่ เคยได้ยินว่าจี้เหวินซีมีภรรยาหรือไม่ บางทีอาจจะมี หรืออาจจะไม่มีก็ ได้ เธอไม่ได้สนใจนัก
แต่ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ตำแหน่งคุณนายจี้นี้จะต้องเป็นของเธอ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หวงหลีก็ยิ้มอย่างมุ่งมั่น เธอคือธิดาแห่งสวรรค์ เปรียบดั่งเทพธิดา
ก็แค่คว้าตำแหน่งคุณนายจี้มา มันจะไปยากอะไร?
“แต่ไวรัสนี้มันแรงเกินไปหรือเปล่า หรือจะลองรักษาให้เขาหาย เร็ว ๆ ดี นอนโคม่าอยู่แบบนี้แล้วจะจีบกันได้ยังไง?” เธอพึมพำกับ ตัวเองเบา ๆ
ไวรัสที่เรียกว่าโรคติดต่อนี้คือไวรัส X ไวรัสชนิดใหม่ที่จะปรากฏ ตัวในอีกหลายสิบปีข้างหน้า มันจึงไม่แปลกที่คนในยุคนี้จะไม่รู้จัก
หวงหลีเคยติดเชื้อไวรัส X มาแล้ว อาการของไวรัส X คือหมด สติ ตัวร้อนจัด ดูเหมือนจะร้ายแรง แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอะไรมาก แค่พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วร่างกายจะฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ตอนที่เธอเดินทางย้อนเวลากลับมา บังเอิญพกกระเป๋าเป้มาด้วย ซึ่งข้างในมีผ้าเช็ดตัวที่เธอใช้ตอนป่วย และแน่นอนว่ายังมียารักษา จากยุคสมัยนั้น
การให้จี้เหวินซีติดเชื้อไวรัส X ก็แค่เพิ่มโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับ เขา เพื่อที่เธอจะได้ดูแลเขาอย่างเต็มที่ หลังจากได้ใกล้ชิดกันบ่อย ๆ เดี๋ยวก็คงมีความรู้สึกดี ๆ เกิดขึ้นเองไม่ใช่เหรอ?
หวงหลีจ้องมองจี้เหวินซีด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ขณะแย้มยิ้มอย่าง ภาคภูมิใจ
…
บ้านใหม่ตระกูลเซียว
“นี่คือบ้านใหม่ของเราเหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ บ้านหลังใหม่ มันใหญ่โตและ สวยงามกว่าบ้านเดี่ยวหลังเก่าของตระกูลเซียวมาก
ในปัจจุบันเมืองเกาปาเล่อถือได้ว่าเป็นดินแดนอันล ้าค่า ทุก ตารางนิ้วของที่ดินล้วนมีประโยชน์ ซึ่งจะถูกนำไปวางแผนและพัฒนา การได้ครอบครองบ้านหลังใหญ่เช่นนี้ในเมืองเกาปาเล่อ ถือเป็นสิ่งที่
หายาก
“ใช่แล้ว คุณจี้เป็นคนสั่งให้จัดการเรื่องนี้เอง” คุณพ่อเซียวพูด
เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า “หมิงเยวี่ย พ่อว่าคุณจี้เป็น คนดีนะ ช่วงที่ลูกหายตัวไป เขาก็เป็นคนดูแลพวกเราอย่างดี แม้ว่า พ่อกับแม่จะทำตัวไม่ค่อยดีใส่เขา แต่เขาก็ไม่เคยถือสา แถมยัง จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่มีอะไรที่ติได้เลย เขาเป็นผู้ชายที่ดีคน หนึ่งเลยนะ”
คุณยายพยักหน้าเห็นด้วย “จริงนะ เด็กคนนั้นเป็นคนดี รูปร่างสูง โปร่ง หน้าตาก็หล่อเหลา จมูกและตาได้สัดส่วน ถ้าพวกหลานคบกัน ก็คงจะดีนะ ยายเองก็จะได้สบายใจ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เธอพูดอย่างกังวลว่า
“เขาเป็นคนดีจริง ๆ นั่นแหละค่ะ ว่าแต่ช่วงที่ทุกคนอยู่กับเขา มี ใครสังเกตเห็นอะไรผิดปกติกับร่างกายเขาบ้างไหม? ทำไมถึงได้ล้ม ป่วยกะทันหัน แล้วยังห้ามเยี่ยม มันฟังดูน่ากังวลจัง”
คุณแม่เซียวส่ายหน้า “แม่กับพ่อเองก็รู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกัน เมื่อสองสามวันก่อนที่เขาพาพวกเราสองคนมาที่นี่ เขายังดูแข็งแรงดี และยังช่วยพวกเราขนของด้วย ทำไมถึงป่วยกะทันหันได้นะ?”
“จริงด้วย วันนั้นหน้าตาเขาก็ดูปกติ ไม่ได้โทรมเหมือนคนป่วย” คุณพ่อเซียวพูดเสริม
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว “นั่นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่”
เธอยังมียายืดขาถลึงตาเหลืออยู่ หากได้เจอกัน เธอจะป้อนยานี้
แก่เขา แต่ตอนนี้เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมหรือติดต่อเขา นี่มัน หมายความว่ายังไงกัน?
เรื่องนี้ดูไม่ชอบมาพากลเลย
คุณตาเคาะไม้เท้ากับพื้น “ช่างเถอะน่า คุณปู่ของเขาก็พูดไป แล้ว เราจะไปซักไซ้ถามเพิ่มได้ยังไง เขาคงไม่อยากให้เรารู้นั่นแหละ หมิงเยวี่ย เข้ามาเร็ว ๆ สิ มาเล่าให้พวกเราฟังหน่อย ว่าหลานไปโผล่ ที่เมืองจูหลิงได้ยังไง แล้วระหว่างทางหลานเจออะไรมาบ้าง?”
สิ่งที่คุณตากังวลใจมากที่สุดคือ ช่วงที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับ ความยากลำบากอะไรบ้าง
“ได้ค่ะ”
เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถง เธอเห็นว่ามีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวย ความสะดวกครบครัน
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟา ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงญาติผู้ใหญ่ ฝั่งแม่ของเธอ
“ว่าแต่ ครอบครัวลุงใหญ่กับลุงรอง และก็น้าล่ะคะ? ตอนนี้พวก เขาอาศัยอยู่ที่ไหน?”
คุณตาพูดเอื่อย ๆ ว่า “ครอบครัวลุงใหญ่กับลุงรองเขาไปอยู่บ้าน จัดสรรแล้ว ส่วนน้าของหลานก็ย้ายไปอยู่กับสามี หลานไม่ต้องห่วง พวกเขาหรอก”
คุณยายตบขาตัวเองดังเพียะ “จริงด้วย ยังไม่ได้บอกเรื่องหมิงเยวี่
ยกลับมาให้เจ้าพวกเหล่าต้าฟังเลย เดี๋ยวยายไปบอกพวกเขาแป๊บ นะ!”
“บ้านพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเหรอคะ?” เซียวหมิง เยวี่ยถาม
“ไม่ไกลเลย ไม่ไกล!”
คุณยายแทบรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันข่าวดีนี้กับทุกคนในครอบครัว อยากให้ทุกคนมาร่วมฉลองทานข้าวเย็นด้วยกัน
เมื่อคุณยายไปแล้ว ตอนนี้ในบ้านเหลือแค่คุณพ่อเซียว คุณแม่ เซียว คุณตา และเสี่ยววั่ง
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่นาน ตัดสินใจบอกความลับเกี่ยวกับมิติ พิเศษให้พ่อแม่และคุณตาฟัง
“พ่อคะ แม่คะ คุณตา หนูมีเรื่องอยากจะบอก…”
พอดีกับคุณยายออกจากบ้านไป คุณยายเป็นคนเก็บความลับ ไม่อยู่ และค่อนข้างเข้าใจอะไรยาก ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ บอกเธอ
แต่พ่อแม่และคุณตาไม่เหมือนกัน พวกเขาจะเข้าใจ
เธอเก็บความลับนี้มานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาบอกครอบครัวแล้ว
เนื่องจากตอนนี้พวกเขาย้ายมาอยู่สถานที่ใหม่ เมืองเกาปาเล่อ จะเป็นบ้านของพวกเขานับจากนี้ไป จึงไม่สามารถปิดบังเหมือนเดิม ได้อีกต่อไป
ไม่เช่นนั้นเธอจะกระทำการได้ยากลำบาก
ที่นี่ไม่ใช่วิลล่าตระกูลเซียว เวลานำสิ่งใดออกมาจะหาข้ออ้างมา แก้ต่างไม่ได้แล้ว และไม่อาจใช้ข้ออ้างเรื่องของเก่าเก็บได้อีกต่อไป
ดังนั้น แทนที่จะพูดโกหกซึ่งเต็มไปด้วยช่องโหว่ สู้บอกความจริง ไปตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า
และหลังจากประสบกับสิ่งต่าง ๆ มามากมาย ความสามารถใน การยอมรับของคนในครอบครัวก็คงจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว
เมื่อคนในครอบครัวรู้ เธอถึงจะกล้าทำอะไรมากขึ้น และตั้ง รกรากในเมืองเกาปาเล่อได้เร็วขึ้น
หลังรับฟังเรื่องราวของเธอจบ สามีภรรยาเซียวตะลึงงันจนพูด อะไรไม่ออก
“มะ… มิติ? มิติที่ว่านั่นคืออะไร?”
“ลูกหมายความว่า ลูกคือเจ้าของมูนฟาร์มอย่างนั้นเหรอ? เจ้าของมูนฟาร์มคือลูกจริง ๆ น่ะเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “เป็นหนูเองค่ะ”
“เสี่ยวฮุยฮุย มานี่สิ”
เธอเรียกเสี่ยวฮุยฮุยและส่งมันเข้าไปในมิติ พวกเขาเห็นเสี่ยวฮุย ฮุยที่ยืนอยู่ด้านข้างเซียวหมิงเยวี่ยเมื่อครู่ จู่ ๆ ก็อันตรธานหายไป อย่างไร้ร่องรอย
คุณพ่อเซียวตกใจจนหน้าซีด เขาชี้ไปที่จุดที่เสี่ยวฮุยฮุยเคยยืน อยู่ พูดตะกุกตะกักว่า
“สะ… เสี่ยวฮุยฮุยหายไปไหนแล้ว? เข้าไปในมิติที่ลูกพูดถึง เหรอ?”
“ใช่ค่ะ มันอยู่ในมิติ เมื่อก่อน หนูมักจะเอาของหลายสิ่งหลาย อย่างในบ้านของเราออกมาจากมิติ” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
คุณแม่เซียวอึกอักอยู่หลายครั้ง “ไม่แปลกใจเลย แม่ก็ว่าทำไมหุง ข้าวสารเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที น ้าก็ใช้เยอะทุกวัน แต่ระดับน ้าลดช้า มาก…”
เมื่อลองนึกดูดี ๆ แล้ว ในอดีตมีหลายสิ่งหลายที่น่าสังเกตจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยคิดในใจ ทันใดนั้นเสี่ยวฮุยฮุยก็ปรากฏตัวขึ้น ทว่า มันกลับมาพร้อมกับฟู่กุ้ยที่กำลังเอากรงเล็บกดหัวเสี่ยวฮุยฮุยอยู่
“กรี๊ด!”
คุณแม่เซียวกรีดร้องด้วยความตกใจ เกือบจะตกจากโซฟา
“เสือ!”
ฟู่กุ้ยกำลังหยอกล้อกับเสี่ยวฮุยฮุยอย่างสนุกสนาน แต่ทันใดนั้น ฉากรอบตัวก็เปลี่ยนไป มันงุนงง ดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง ขณะมอง ไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน
เกิดอะไรขึ้น?
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงนิ่งเฉย “ไม่ต้องตกใจค่ะ มันเป็นสัตว์เลี้ยง ของหนูเหมือนกัน”
เธอโบกมือส่งเสี่ยวฮุยฮุยและฟู่กุ้ยกลับเข้าไปในมิติ ปล่อยให้ ครอบครัวเห็นแวบเดียวก็พอ อย่าให้พวกเขาต้องหวาดกลัวเลย
คุณพ่อเซียวอึ้งไปหลายวินาที ทันใดนั้นก็นึกถึงข่าวตอนเกิด คลื่นความร้อน
“นึกออกแล้ว เมื่อหลายปีก่อนตอนนั้นที่เกิดคลื่นความร้อนสูง มี ข่าวว่าบนภูเขาใกล้บ้านเราพบร่องรอยของเสือฆ่าแก๊งอาชญากรชื่อ แก๊งมังกรดำอย่างโหดเหี้ยม และยังเตือนให้ชาวบ้านในละแวกนั้น ระวังตัว…”
“ฝีมือหนูเองค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยสารภาพออกมาตามตรง
คุณพ่อเซียวกลืนน ้าลายลงคอยากเย็น โอ้โห คิดไม่ถึงเลยว่าลูก สาวของตัวเองจะเป็นมาเฟียขาใหญ่!