ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 390 เผยความลับของมิติ
“เสือตัวเมื่อกี้ขนาดใหญ่มาก ราวกับเนินเขาขนาดย่อม ๆ แต่มัน เชื่อฟังลูกเหรอ?” คุณแม่เซียวพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ
เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น “เชื่อฟังหนูอย่างดีเลยค่ะ”
คุณแม่เซียวสูดหายใจเข้าลึก “พระเจ้าช่วย! นี่ฉันฝันไปหรือ เปล่าเนี่ย”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “มันไม่ใช่ความฝันหรอกค่ะ ทุก อย่างเป็นเรื่องจริง ลองคิดดูดี ๆ สิคะ ตั้งแต่ปีแรกที่มีคลื่นความร้อนสูง จนถึงตอนนี้ ชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง? ต้องขอบคุณมิติจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเราคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆ ใน ชุมชนหวาฮั่น”
คุณแม่เซียวตบหน้าอกเบา ๆ “จริงด้วยนะ พอลูกพูดมาแบบนี้ มันก็ฟังดูสมเหตุสมผล…”
คุณพ่อเซียวเพิ่งจะตั้งสติได้จากความตกตะลึงกับเสือยักษ์
“ละ… ลูกลองเอาอย่างอื่นออกมาให้พ่อดูอีกได้ไหม ถ้าทำได้พ่อ ถึงจะเชื่อ”
เซียวหมิงเยวี่ยชูนิ้วขึ้น และเริ่มแสดง ‘มายากล’ ให้พวกเขาดูอีก ครั้ง
เธอ ‘เสก’ ฟักทอง กะหล ่าปลี แอปเปิล ไข่ไก่ และเนื้อหมูแช่แข็ง ครึ่งซีกออกมา
และยังมีไก่เป็น ๆ อีก 5 ตัวที่วิ่งพล่านไปทั่ว
คุณพ่อเซียวพูดด้วยความตกใจ
“พ่อเชื่อแล้ว”
“แม่ก็เชื่อแล้วเหมือนกัน”
คุณแม่เซียวและคุณพ่อเซียวต่างก็มีท่าทางงุนงง ซึ่งดูน่ารักไม่ น้อย
คุณแม่เซียวหันไปมองคุณตาที่นั่งจิบชาเงียบ ๆ
“พ่อคะ ทำไมพ่อถึงใจเย็นได้ขนาดนั้น?”
คุณตาวางถ้วยชาลงช้า ๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มภูมิใจ
“ฉันรู้ตั้งนานแล้ว”
คราวนี้เซียวหมิงเยวี่ยเป็นฝ่ายตกตะลึง “คุณตารู้เรื่องนี้อยู่ก่อน แล้วเหรอคะ? รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับคุณตาที่กำลังยิ้มมีเลศนัย เซียวหมิงเยวี่ยก็ เข้าใจทันที
“คุณตารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว! หนูเกือบลืมไปแล้วว่า คุณตาเป็นคน มอบเกมจิ๊กซอว์ให้หนูเอง”
“ดีนะที่ยังจำมันได้” คุณตาพูดท่าทางสบาย ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสงสัย “คุณตาคะ ทำไมคุณตาถึงไม่ใช้พลัง จากเกมจิ๊กซอว์นั่น แต่กลับเอามาให้หนูแทนล่ะ?”
คุณตาจ้องมองชั่วครู่ ปรากฏร่องรอยของอารมณ์ที่ซับซ้อนผ่าน เข้ามาในดวงตา แต่มันก็เพียงชั่วขณะ
เขาโบกมือแล้วพูดว่า
“ตาก็แค่ชายแก่คนหนึ่ง จะเอาสิ่งนี้ไปทำไม มันเหมาะกับหลาน มากกว่า ดูสิ หลานเอาไปใช้ประโยชน์ตั้งมากมายแค่ไหน? หลานพา ครอบครัวของเราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้หลายปี แม้แต่ ลุงใหญ่และลุงรอง หลานก็ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี หลานเป็นเด็กดีมี จิตใจเมตตา ตารู้สึกสบายใจกว่าที่จะมอบมันแก่หลาน”
เขาไม่อยากให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่า การเปิดพื้นที่ส่วนตัวครั้งแรก นั้นมีราคาต้องจ่าย ถ้าเซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่าเขาเป็นคนที่ต้องแบบรับมัน เด็กคนนี้จะรู้สึกผิดแน่ ๆ
เขาจะเก็บความลับนี้ไว้เป็นอย่างดี ไม่ให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้ ใน ฐานะผู้ใหญ่ ย่อมเต็มใจเสียสละเพื่อเด็ก ๆ โดยไม่ต้องเอามาอ้าง บุญคุณ
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงนิ่งเงียบ คุณตามอบเกมจิ๊กซอว์นี้กับเธอ ทำ ให้เธอโชคดีมากในชีวิตนี้ และได้รักษาโรคอัลไซเมอร์ของคุณตา ด้วยยายืดขาถลึงตา
แต่ในชาติภพก่อน เกมจิ๊กซอว์ของเธอถูกเเซียวฮ่วนฮ่วนแย่งชิง ไป คุณตาจึงไม่ได้รับการรักษากระทั่งเสียชีวิต
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของเซียวหมิงเยวี่ยก็บีบรัดจนเจ็บปวด
คุณแม่เซียวพูดขึ้น “เป็นแบบนี้นี่เอง สองตาหลานปิดความลับ อย่างมิดชิด พวกเราไม่รู้อะไรเลย”
คุณพ่อเซียวพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “เรื่องนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด ควรให้เฉพาะพวกเราในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ถ้าพูดออกไป คง กลายเป็นเรื่องยุ่งแน่”
คุณแม่เซียวพูดเสริม “แน่นอนสิ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย ถ้าแพร่ง พรายออกไป ครอบครัวเราจะยังสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้อีกเหรอ? แค่พวกเราไม่กี่คนรู้ก็พอแล้ว ไม่ต้องบอกแม่ด้วย แม่ยิ่งเก็บความลับ ไม่ได้ งั้นก็อย่าบอกเลย ยิ่งพี่ชายและคนอื่น ๆ ยิ่งไม่จำเป็นเลย!”
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่แม่เซียวพูด
“หนูเองก็คิดเหมือนกัน”
“เอาล่ะ ต่อไปลูกไม่ต้องลำบากหาข้ออ้างมาโกหกแล้ว พวกเรา จะช่วยลูกแก้ตัวเอง” คุณแม่เซียวพูดแซว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หัวเราะครืน
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
“ในที่สุดความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ถูกเปิดเผยแล้ว ทีนี้มาเล่าให้ ฟังหน่อยสิ ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วหลานไปเมืองจูหลิงได้ยังไง?” คุณตายังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
คุณแม่เซียวลูบใบหน้าเซียวหมิงเยวี่ยอย่างอ่อนโยน และพูดด้วย ความเป็นห่วงว่า
“จริงด้วย เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่าลูกประสบพบเจอกับอะไรมาบ้าง แม่เป็นห่วงมากนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยจิบน ้า และเริ่มเล่าเรื่องราวในวันนั้น รวมไปถึง ประสบการณ์ที่เธอเจอในช่วงที่ผ่านมา
เธอเล่าถึงการเจอครอบครัวเมิ่ง การหนีภัยไปกับพวกเขา และ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เธอเผชิญ
สามีภรรยาเซียวฟังแล้วรู้สึกตกใจ และเป็นทุกข์ สีหน้าของคุณ ตาเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้งเช่นกัน
คุณแม่เซียวลูบหน้าผากและเข่าของเซียวหมิงเยวี่ยเบา ๆ ใจนึก สงสารลูกสาวเหลือเกิน
“ทำไมการแฟลชถึงเชื่อถือไม่ได้ขนาดนี้ ทำให้ลูกแม่บาดเจ็บ หนัก โชคดีที่เจอคนใจดีมาช่วย…”
คุณแม่เซียวบ่นพึมพำไม่หยุด
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ไม่มีรอยแผลเป็นเลยด้วย” เซียวหมิงเยวี่ย พยายามปลอบใจเธอ
“ดูเหมือนว่าเมืองเผิงจิงของเราจะยังดีกว่าที่อื่น ๆ นะ พื้นที่อื่นดู เลวร้ายกว่ามาก ต่างคนต่างหนีเอาชีวิตรอด แค่หาอาหารและน ้าดื่ม ยังลำบาก ผู้คนตกอยู่ในความทุกข์ยาก ปีภัยพิบัติช่างเลวร้ายจริง ๆ!” คุณตาถอนหายใจ
ผู้ลี้ภัยจากเมืองเผิงจิงยังมาไม่ถึง ตอนนี้เฉพาะผู้ที่มีรถยนต์ เท่านั้นที่ล่วงหน้ามาถึงก่อน ส่วนพวกที่เดินเท้าคงมาถึงเร็ว ๆ นี้
ตัวอย่างเช่นผู้จัดการซู เขาต้องเดินทางไปกับกลุ่มผู้ลี้ภัย และยัง มาไม่ถึงเมืองเกาปาเล่อ
คุณพ่อเซียวมีสีหน้าจริงจังเช่นกัน “ใช่ โชคดีที่มณฑลหลงเจียง กลายเป็นเขตหลบภัยของทั้งประเทศ เมื่อทุกคนมาถึงและตั้งรกราก ชีวิตหลังจากนี้ต้องดีขึ้นแน่นอน”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ ขอแค่ครอบครัวของเราอยู่ด้วยกัน จะ อะไรก็ยอม” คุณแม่เซียวพูด
ทันใดนั้น เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากภายนอก เป็นเสียงคุณ ยายพาญาติพี่น้องกลับมา
ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ เจี่ยงจ้วง เจี่ยงลี่เจียว ลุงรอง ป้าสะใภ้รอง เจี่ยงย่วน ภรรยาของเจี่ยงหย่วน และจื่อจื่อ ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศดูมีชีวิตชีวา
พวกเขาทุกคนแทบรอไม่ไหวที่จะเจอกับเซียวหมิงเยวี่ย
ทันทีที่ป้าสะใภ้ใหญ่เห็นเซียวหมิงเยวี่ย เธอก็ตะโกนดังก้อง
“โอ้โห นั่นหมิงเยวี่ยของเราตัวเป็น ๆ เลยใช่ไหม? ฉันบอกแล้วไง ว่าคนดีผีคุ้ม เธอจะต้องปลอดภัยดีแน่นอน!”
“หมิงเยวี่ย หลานหายตัวไปแบบนี้ บ้านเราแทบจะแตกแยกเลยนะ บ้านรู้สึกไม่เหมือนบ้าน พ่อกับแม่ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า พากันล้ม ป่วยลงทีละคน ถ้าหลานยังไม่กลับมา บ้านได้แตกสาแหรกขาดแน่ ๆ!”
เสียงของลุงใหญ่ดังไม่แพ้กัน
เจี่ยงย่วนยิ้มและพูดเสริม “จริงด้วย รู้สึกเหมือนขาดกระดูกสัน หลังไป ดีใจที่เธอกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
ลุงรองและภรรยาต่างก็พูดไม่เก่ง พวกเขาพากันสวดอ้อนวอนให้ พระเจ้าคุ้มครอง และในที่สุดเธอก็กลับมา
“…”
ญาติพี่น้องทั้งหลายพูดคุยกันเสียงอื้ออึง จนเซียวหมิงเยวี่ยแทบ ฟังไม่ทัน
คุณยายนั่งฟังอยู่ด้านข้าง น ้าตาไหลอาบแก้มไม่หยุด ป้าสะใภ้ รองจึงเดินเข้ามาปลอบโยน
“แม่คะ หมิงเยวี่ยกลับมาอย่างปลอดภัย มันถือเป็นเรื่องที่ดี แล้ว ทำไมแม่ถึงร้องไห้ล่ะ?”
คุณยายปาดน ้าตาแล้วพูดว่า “เพราะแม่ดีใจมากน่ะสิ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูรอบ ๆ “ว่าแต่ คุณน้ากับน้าเขยอยู่ไหนคะ?”
“บ้านพวกเขาอยู่ไกล ลุงใหญ่เขาโทรไปบอกเธอแล้ว พวกเขา ต้องขับรถมา อาจต้องใช้เวลาสักพัก” คุณยายอธิบาย
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับ และถามอีกครั้งว่า “แล้วป้าสามล่ะคะ ได้ ลองติดต่อป้าสามหรือยัง? ป้าสามอยู่ที่เมืองเกาปาเล่อเหมือนกัน ก็ น่าจะติดต่อได้แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นผิดหวัง ขณะที่
คุณยายมีแววเศร้าสลดปรากฏขึ้น
“ยังเลย… เบอร์โทรศัพท์ป้าสามเป็นเบอร์เปล่า โทรไม่ติดเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ได้พูดอะไร หากแค่ติดต่อ ไม่ได้ชั่วคราวก็คงไม่เป็นไร แต่กลัวว่าจะเป็นอะไรไปเสีย ท้ายที่สุด หลังจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ขาด หายไปมากที่สุดก็คือผู้คน
และป้าสามก็ขาดการติดต่อมาหลายปีแล้ว
ทุกคนคงคาดเดาไปในทางเดียวกัน จึงต่างอ ้าอึ้งไม่พูดอะไร
“อาจจะเปลี่ยนเบอร์ไปแล้วก็ได้ หากโทรไม่ติดก็ค่อยตามหาเธอ กัน” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
เธอสังเกตเห็นเจี่ยงลี่เจียวยืนอยู่ด้านข้างเจี่ยงจ้วง แก้มขวาของ เธอมีผ้าก๊อซขนาดใหญ่แปะอยู่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
“ลี่เจียว แก้มเธอเป็นอะไรไปเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม