ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 392 พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่
ภายในโรงพยาบาลลับ…
“หวงหลี โชคดีที่เรามีคุณอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นไวรัส X คงจะ แพร่กระจายไปทั่วและควบคุมได้ยาก ดีที่เราเจอผู้ป่วยรายแรกได้ ทันท่วงที และทางเราหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากคุณใน อนาคต”
ชายวัยกลางคนสวมสูทผูกไท ยกมือดันแว่นตาบนสันจมูก
หวงหลีกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพ “ยินดีค่ะคุณหมอหวู่ ฉัน ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และเชื่อว่านี่คือโชคชะตาที่นำพาฉัน มาที่นี่ ฉันจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุภารกิจของตัวเอง และช่วยให้ ประเทศจีนของเราก้าวหน้าและเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
“พูดได้ดีมากครับ คุณนี่ช่างวิสัยทัศน์กว้างไกลจริง ๆ” คุณ หมอหวู่ประทับใจคำพูดของเธอ
เขาเปลี่ยนน ้าเสียงแล้วพูดว่า “เกี่ยวกับไวรัส X ที่คุณจี้ติดเชื้อ อาการของเขาดูรุนแรงมาก ทำไมถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีกนะ?”
หวงหลีพูดด้วยสีหน้ากังวล “ตามหลักเขาควรจะฟื้นแล้ว เชื้อ ไวรัส X นี้จะทำให้เกิดอาการไข้สูง ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่ เฉพาะผู้ป่วยที่รุนแรงมากเท่านั้นที่จะถึงขั้นหมดสติ ซึ่งปกติจะเกิด ขึ้นกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว…”
แล้วเธอก็แอบให้ยารักษาจากอนาคตกับจี้เหวินซีไปแล้วหนึ่งเม็ด อาการของเขาจึงน่าจะดีขึ้นกว่านี้สิ
หรือว่าปริมาณยาไม่เพียงพอ?
แต่ในกระเป๋าที่เธอเอาติดตัวมาจากโลกอนาคตเหลือยาเพียง เม็ดเดียวเท่านั้น ซึ่งเธอก็ให้จี้เหวินซีไปแล้ว
หวงหลีไม่ได้บอกคุณหมอหวู่ว่า ไวรัส X เป็นโรคติดต่อที่จะไม่ แพร่ระบาดจนกว่าจะถึง 60 ปีข้างหน้า
ภายใต้คำใบ้ของเธอ คุณหมอหลี่และคนอื่น ๆ เข้าใจผิดว่า ไวรัส X เป็นโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ เพียงแต่เธอรู้ล่วงหน้า และ สามารถหยุดยั้งได้ทัน
ไม่เช่นนั้นคงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะอธิบาย แต่เธอฉวย โอกาสนี้ทำให้คุณหมอหวู่และคนอื่น ๆ เชื่อใจเธอมากขึ้น
ทว่าเธอไม่รู้ว่ายุคสมัยนี้กับ 60 ปีต่อมาไม่เหมือนกัน ความ ผิดพลาดเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก ขนาดใหญ่
คนในยุคสมัยใหม่ในอีก 60 ปีต่อมาฉีดวัคซีนชนิดใหม่ป้องกัน โรคตั้งแต่แรกเกิด แต่ยุคนี้ยังไม่มีวัคซีนชนิดนั้น
ดังนั้น ไวรัส X จึงอันตรายต่อคนยุคนี้มาก อาการไม่เหมือนกับ ยุคหลังที่อาการคล้ายกับไข้หวัดอีกต่อไป แต่หากติดเชื้อ มันอาจ ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต
“ในความทรงจำของคุณ โรคระบาดนี้ได้รับการแก้ไขอย่างไร หรือครับ?” คุณหมอหวู่ตั้งคำถามสำคัญ
หวงหลีคิดอย่างรอบคอบ
“ฉันจำได้ว่ามีการพัฒนายาต้านไวรัส พวกคุณสกัดตัวอย่าง ไวรัส X จากร่างกายของจี้เหวินซีแล้ว ได้ผลลัพธ์อะไรบ้างไหมคะ?”
สีหน้าของคุณหมอหวู่เต็มไปด้วยความกังวล “เราเคยทดลองกับ หนูทดลองมาแล้ว โรคนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายอย่าง รุนแรง และดูไม่เหมือนกับที่คุณพูดไว้ หนูทดลองที่ติดเชื้อตายไป เกือบครึ่ง บางตัวอาเจียนเป็นเลือด บางตัวชักเกร็ง บางตัวตาบอด ดังนั้น ผมจึงมาถามคุณว่า คุณจำอะไรผิดหรือเปล่า หรือว่าลืมข้อมูล สำคัญไปหรือเปล่า?”
สีหน้าของหวงหลีเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน น ้าเสียงของเธอแหลม ขึ้นมาก
“ตายไปเกือบครึ่ง?! เป็นไปได้ยังไง!”
เมื่อรู้ตัวว่าเสียอาการ เธอยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ
“นะ… หนูทดลองตายไปเกือบครึ่งจริง ๆ เหรอคะ? แล้วทำไมถึงมี ตัวที่ตาบอดด้วย? หรือจะเป็นเพราะว่าคนกับสัตว์ไม่เหมือนกัน หนู ทดลองที่ติดเชื้อไวรัส X อาจจะแสดงอาการรุนแรงกว่า?”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ” คุณหมอหวู่ส่ายหน้า “DNA ของหนู ทดลองกับมนุษย์มีความคล้ายคลึงกันมาก จีโนมทั้งหมดมีความ คล้ายคลึงกันถึง 99% ดังนั้นจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก”
“อีกอย่าง ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียว นั่นก็คือคุณจี้ ซึ่งไม่ สามารถให้ข้อมูลสำหรับการวิจัยกับเราได้มากนัก” เขากล่าวเสริม
เมื่อได้ยินดังนั้น หวงหลีก็กำมือแน่นจนนิ้วซีดเผือด มันไม่ควร เป็นแบบนี้ มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ
ทำไมไวรัส X ถึงรุนแรงขนาดนี้?
เห็นได้ชัดว่าตอนนั้นเธอเพียงแค่มีไข้ มีอะไรผิดพลาดไปหรือ เปล่า?
เธอคงไม่ได้ฆ่าจี้เหวินซีหรอกนะ?
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ใจของหวงหลีก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าจี้เหวินซี ตาย โลกอนาคตคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
“ไม่จริงใช่ไหม…” หวงหลีใจไม่ดี
คุณหมอหวู่จ้องมองเธอ “คุณลองนึกดูอีกทีสิ ว่าในประวัติศาสตร์ บันทึกเรื่องภัยพิบัติโรคระบาดนี้อย่างไร กินเวลานานแค่ไหน จบลง เมื่อไหร่ มีอะไรสำคัญเกิดขึ้นอีกบ้าง?”
หวงหลีมีแววตาเลื่อนลอย “ฉะ… ฉันลืมไปแล้ว ฉันไม่ได้เรียน ประวัติศาสตร์ คิดว่ามันจบลงภายในไม่กี่ปีนะ”
“ที่สำคัญคือพวกเขาพัฒนายาต้านไวรัสได้สำเร็จ!” เธอเน้นย ้า ประเด็นนี้
คุณหมอหวู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามด้วยความสงสัยว่า
“จริงหรือครับ? แต่พวกเรายังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับไวรัส X อยู่ดี ตอนนี้เรามีความเข้าใจเพียงผิวเผิน ยังอยู่ในช่วงการศึกษา ยังไม่ถึงขั้นพัฒนายาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงได้นะ”
คุณหมอหวู่พูดต่อ “แต่ก็ดีนะ ยังมีเวลาให้เราค่อย ๆ ศึกษา โชค ดีที่มันยังไม่แพร่กระจาย ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงเลวร้ายแน่”
“ใช่ค่ะ คุณพูดถูก คุณจี้คงโชคร้ายที่เป็นผู้ติดเชื้อรายแรก ขอ เพียงแค่รักษาเขาหาย เรื่องนี้ก็จะจบลง”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ใจของหวงหลีก็รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
ในตอนนั้น แพทย์อาวุโสคนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วพูดแทรกการ สนทนาของคนทั้งสองว่า
“แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของคุณจี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย”
“ดอกเตอร์หวัง หมายความว่าอย่างไรครับ ตอนนี้สถานการณ์ คุณจี้เป็นอย่างไรบ้าง?” คุณหมอหวู่ถาม
ดอกเตอร์หวังส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ค่อยดีนัก”
“แล้วเขาจะฟื้นขึ้นมาได้ไหมคะ?” หวงหลีถามด้วยความร้อนรน
ดอกเตอร์หวังพูดอย่างระมัดระวัง “ผมไม่สามารถให้คำตอบที่
ชัดเจนได้”
สีหน้าของหวงหลีเปลี่ยนไป “คุณหมายความว่า คุณจี้มีโอกาสที่
จะไม่ฟื้นขึ้นมาใช่ไหมคะ?”
ใจเธอเต้นรัว ขณะคิดในใจว่า แย่แล้ว นี่ฉันคงไม่ก่อเรื่องใหญ่ ขึ้นมาแล้วใช่ไหม
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?
คุณหมอหวู่พูดคุยกับดอกเตอร์หวังต่อ ส่วนหวงหลีที่อยู่ด้านข้าง กลับดูเหม่อลอย ไม่ได้พูดอะไรเลย
ระหว่างที่คุณหมอหวู่กับดอกเตอร์หวังกำลังคุยกัน มีชายคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก
“แย่แล้วครับคุณหมอหวู่ พบผู้ป่วยโรคติดต่อรายใหม่ทางตอน เหนือของเมืองและโรงพยาบาลกลาง รวมทั้งหมด 6 คน!”
คุณหมอหวู่ตกใจ “ว่าไงนะ?”
ชายคนนั้นวิ่งมาจนเหงื่อท่วมตัว “พวกเขาทั้งหมดติดเชื้อไวรัส X ตอนนี้ถูกกักตัวไว้เป็นการด่วนแล้วครับ”
คุณหมอหวู่ลุกพรวดขึ้นและเดินออกไปอย่างเร่งรีบ สีหน้าดู กังวล
“เร็ว แจ้งให้ปิดโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นโดยด่วน และเรียกประชุมฉุกเฉิน!”
“ครับ”
หวงหลีตกตะลึง อ้าปากค้าง สมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก มี เพียงประโยคของชายคนนั้นวนเวียนอยู่ในหัว
มีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นแล้วเหรอ?
นั่นหมายความว่าไวรัส X แพร่กระจายแล้วใช่ไหม?
ในตอนนี้เธอรู้สึกกลัวจนแทบจะสติแตก ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่
เธอเคยมีก็พลันมลายหายไปสิ้น
เธอสร้างปัญหาใหญ่หลวงซะแล้ว!
โรคระบาดไวรัส X ที่ควรจะเกิดขึ้นในอีก 60 ปีข้างหน้า มัน กลับมาเกิดขึ้นในยุคนี้
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส X มีอาการรุนแรงกว่าที่หวงหลีคาดการณ์ ไว้มาก
หากไวรัส X แพร่กระจาย ผลลัพธ์จะเลวร้ายเกินกว่าจะ จินตนาการได้!
ความหวาดกลัวมหาศาลถาโถมเข้ามาในใจของหวงหลี
“คุณหนูหวง คุณหนูหวงครับ?”
ดอกเตอร์หวังสังเกตเห็นอาการผิดปกติของหวงหลี จึงเรียกชื่อ เธอซ ้า ๆ
หวงหลีรีบตั้งสติ แกล้งทำเป็นใจเย็นและตอบกลับไป
“ฉันใจลอยไปหน่อย มีอะไรเหรอคะดอกเตอร์หวัง?”
ดอกเตอร์หวังพูดว่า “มีบางอย่างที่ผมต้องการความร่วมมือจาก คุณ มาด้วยกันหน่อยสิครับ”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันพูดทุกอย่างที่ควรพูดแล้ว ฉันพยายาม อย่างเต็มที่แล้ว แต่โรคระบาดก็ยังควบคุมไม่ได้ งั้นฉันก็ทำอะไร ไม่ได้!”
เสียงของหวงหลีสูงขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
ดอกเตอร์หวังอึ้งไปชั่วครู่ “ไม่ใช่เรื่องไวรัส X ครับ”
หวงหลีฝืนตัวเองให้ใจเย็นลง
“งะ… งั้นไปกันเถอะค่ะ”