ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 394 ปิดเมือง
เมื่อผู้ติดเชื้อไวรัส X เริ่มปรากฏตัวขึ้นทั่วทุกมุมเมือง ทางการจึง เริ่มตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ อีกต่อไป การปิดกั้นข่าวสารและปิดโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวไม่ เพียงพอที่จะหยุดยั้งการระบาด
ดังนั้น ทางการเมืองเกาปาเล่อจึงออกประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน
ด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส X ภายในตัวเมือง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน และจำกัดวงความเสียหายให้น้อยที่สุด จำเป็นต้องปิดเมืองทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ ระบาดของไวรัสไปยังเมืองอื่น ๆ
ห้ามบุคคลใด ๆ ในเมืองเกาปาเล่อออกนอกเคหสถาน และ ผู้ประสบภัยที่เดินทางมาภายหลังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมือง พวก เขาทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังเมืองอื่น
นอกจากนี้ ผู้พักอาศัยทุกท่านต้องปฏิบัติตามมาตรการล็อก ดาวน์ ห้ามออกจากที่พักโดยพลการ โปรดปฏิบัติตามข้อ กำหนดการปิดอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้น ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่
ตามมา!
ในปัจจุบัน อาการที่พบในผู้ป่วยโรคไวรัส X มีดังนี้
1. ไออย่างรุนแรง อาจรุนแรงจนถึงขั้นอาเจียนเป็นเลือด
2. หมดสติ
3. มีไข้สูงอย่างต่อเนื่อง
4. กล้ามเนื้อกระตุกทั่วร่างกาย
5. ระบบประสาทตาถูกไวรัสทำลาย ส่งผลให้สายตาพร่ามัว สูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการ มองเห็นถาวร
หากผู้อยู่อาศัยมีอาการข้างต้น กรุณาอย่าออกจากบ้าน และรีบ ติดต่อเจ้าหน้าที่ในชุมชนของคุณทันที! ย ้าว่ารีบติดต่อเจ้าหน้าที่ใน ชุมชนของคุณทันที!
ไวรัส X มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70% ขอความร่วมมือจากทุก ท่านในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ ระบาดของไวรัส มิฉะนั้น ท่านอาจต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา!
มิฉะนั้น ท่านอาจต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา!!!
…
ประกาศดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คนในเมืองเกาปา เล่ออย่างมาก
โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความโกลาหล
แม่ผู้สิ้นหวังกอดลูกน้อยที่อาเจียนเป็นเลือดไม่หยุด ร้องไห้ระงม ด้วยความโศกเศร้า
ชายชราล้มลงกับพื้นและกระตุกอย่างรุนแรง ร่างกายแข็งเกร็ง ต้องใช้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หลายคนจึงสามารถควบคุมเขาไว้ได้
บนผนังและพื้น มีรอยเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว แต่เจ้าหน้าที่ก็รีบ ทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว และฉีดพ่นน ้ายาฆ่าเชื้อจำนวนมาก
กลิ่นน ้ายาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นอบอวลไปทั่วในอากาศ
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคนสวมชุดป้องกันที่มีความหนาและ มิดชิด โดยไม่มีผิวหนังส่วนใดโผล่ออกมา
พวกเขาเดินเร็วจนแทบวิ่ง ราวกับกลัวว่าจะช้าไปเพียงเสี้ยว วินาที
เมืองเกาปาเล่อที่เคยมีชีวิตชีวา กลับกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คน ต่างหวาดกลัวและตื่นตระหนก พากันหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ไม่มีใคร กล้าออกมายืนกลางแจ้ง
บางครั้งจะมีเสียงไซเรนของรถพยาบาลแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว บนรถคันนั้นบรรทุกผู้ติดเชื้อไวรัส X ที่เพิ่งถูกค้นพบ
…
ครอบครัวเซียว
เสียงประกาศตามสายในชุมชนยังคงดังก้องวนเวียน แว่วเข้ามา ในหูของสมาชิกตระกูลเซียวทุกคน บนใบหน้าของพวกเขาล้วนแฝง ไปด้วยความกังวล
คุณยายถอนหายใจยาว “ทำไมจู่ ๆ ก็มีโรคระบาดขึ้นมาได้ล่ะ นึกว่ามาไกลถึงเมืองเกาปาเล่อแล้วจะได้ใช้ชีวิตสงบสุข แต่ยังไม่ทัน จะได้พักหายใจ พวกเราก็ต้องเผชิญกับเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว ชีวิตแบบ นี้มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่กันนะ”
“ตอนแรกว่าจะไปทำงานซะหน่อย แต่ตอนนี้คงต้องล้มเลิกแล้ว อยู่บ้านเฉย ๆ ดีกว่า จะได้ไม่ไปติดเชื้อไวรัส X เข้า” คุณพ่อเซียวพูด
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณยายรีบพูดแทรกทันทีว่า
“ไปไม่ได้นะ! พวกเราอยู่บ้านเฉยๆ ยังดี แต่เมื่อกี้เหล่าต้าโทรมา บอกว่า พวกเขาสามคนถูกขังอยู่ที่ไซต์งาน กลับบ้านไม่ได้ด้วยซ ้า แล้วพวกเขาจะทำยังไง?”
เมื่อพูดถึงลูกชายคนโต คุณยายก็อดห่วงไม่ได้ เธอกังวลใจและ พูดด้วยน ้าเสียงเศร้าโศก
“คนงานก่อสร้างมีตั้งเยอะแยะ ถ้าเกิดพวกเขาติดเชื้อไวรัส X ขึ้นมาอีก ฉันจะอยู่ยังไง…”
“พูดไปแล้วได้ประโยชน์อะไร ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องอยู่ บ้านเฉย ๆ และฟังคำสั่งจากทางการเท่านั้น” คุณตาพูด
คุณแม่เซียวพูดเสียงเศร้า “โรคระบาดนี้มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน แค่ฟังประกาศจากทางการก็รู้สึกขนลุกซู่ไปหมดแล้ว ประกาศก็ไม่ได้ บอกว่าไวรัสนี้อยู่ที่ไหน ถ้ามันติดต่อทางอากาศ จะควบคุมได้ยังไง ถ้าเป็นอย่างนั้นเมืองเกาปาเล่อจะไม่ล่มสลายเหรอ?”
คุณพ่อเซียวขมวดคิ้ว “ถ้ามันติดต่อทางอากาศ ไม่ใช่แค่เมือง เกาปาเล่อจะล่มสลาย แต่เขตที่พักอาศัยอื่น ๆ จะถูกทำลายหมด ประเทศจีนกำลังตกอยู่ในอันตราย!”
คุณแม่เซียวกำมือแน่นด้วยความกลัว “จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทุกวัน เมื่อวานก็เสียชีวิตไปอีกกว่าร้อยคน ผ่านไปแค่ไม่กี่วันเองนะ มะรืนนี้ยังไม่ถึงห้าสิบคน แต่เมื่อวานก็พุ่งเป็นสองเท่าแล้ว แล้ววันนี้ล่ะ พรุ่งนี้ล่ะ คิดแล้วก็กลัวจริง ๆ น่ากลัวเหลือเกิน!”
“ฮะ? ประเทศของเราจะล่มสลายเพราะโรคระบาดนี้เหรอ?” คุณ ยายยกมือกุมหน้าอกด้วยความกลัว
“เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าตื่นตระหนกไปเองสิ พวกเราก็ยังสบายดีอยู่ ไม่ใช่เหรอ หมิงเยวี่ย ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”
คุณตาหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ยที่ยังคงนิ่งเงียบ
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ขมวดคิ้ว “หนูคิดว่า จี้เหวินซีมีโอกาสสูงที่จะ ติดเชื้อไวรัส X ไม่งั้นคุณปู่จี้กับซานซานจะพยายามปิดบังเรื่องนี้จาก เราไปทำไม แต่ตอนนั้นโรคยังไม่แพร่ระบาด ข้อมูลจึงถูกปิดกั้น และ พวกเขาไม่สามารถบอกต่อได้ แต่ตอนนี้โรคได้แพร่ระบาดออกไป แล้ว จึงไม่สามารถปิดข่าวได้อีกต่อไป”
โรคระบาดนี้แพร่อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก เห็นได้ชัดว่า ทางการควบคุมไม่ได้ ถ้าควบคุมได้ก็คงจะไม่เกิดการระบาดครั้งใหญ่ และคงจะไม่ต้องสั่งปิดเมืองแบบฉุกเฉิน
แต่โรคระบาดนี้คืออะไร และมาจากที่ไหน?
ประกาศอย่างเป็นทางการไม่ได้กล่าวไว้
แล้วทำไมถึงเกิดการระบาดขึ้นอย่างกะทันหันจนควบคุมไม่ได้?
โรคติดต่อร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าทางการ ยังไม่มีมาตรการรับมือที่มีประสิทธิภาพ และบางทีแม้แต่ยาที่มี ประสิทธิภาพก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา ไม่เช่นนั้นนานขนาดนี้แล้ว ทำไมจี้เหวินซีถึงยังไม่ฟื้น?
เห็นได้ชัดว่าไม่มีวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ
และอีกอย่าง ไม่ได้บอกว่ามีเทพธิดามาจากอนาคตหรอกเหรอ?
ในเมื่อเธอมาจากอนาคต ก็คงจะทำนายบอกให้พวกเบื้องบนรู้ ล่วงหน้า ทำไมถึงไม่ป้องกันไวรัส X นี้? และปล่อยให้ไวรัสแพร่ระบาด ออกไป?
หรือเทพธิดาที่ว่า จะเป็นแค่พวกต้มตุ๋น?
และที่สำคัญที่สุดคือ ไวรัส X มีความรุนแรงมาก อัตราการ เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70 ทั้งความสามารถในการแพร่ระบาดและ ความรุนแรงของไวรัส X นั้นไม่ควรมองข้าม
ประเทศจีนจะผ่านพ้นวิกฤตไวรัสนี้ไปได้หรือไม่?
ประเทศได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนแล้ว และกำลังต้องการเวลา เพื่อฟื้นตัวอย่างช้า ๆ แต่แล้วก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้ง
หากไวรัส X แพร่ระบาดอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนผู้รอดชีวิตที่
เหลืออยู่จะน้อยแค่ไหน?
แต่ก็เท่านั้น
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าไวรัส X จะมีผลข้างเคียงหรือไม่ เพียงแค่ ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะพยุงประเทศที่ใกล้จะตายได้อย่างไร?
ประเทศจีนจะกลายเป็นมหาอำนาจของโลก และยืนหยัดเหนือ ทุกประเทศในอนาคตดังที่เทพธิดากล่าวไว้ได้หรือไม่?
แต่ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายลงทุกวัน ประเทศจะผ่านพ้นมันไป ได้หรือไม่นั้น ยังคงเป็นคำถาม
จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง ผิดปกติ แต่คิดไม่ตกว่ามันคืออะไร
เธอต้องพบกับเทพธิดาคนนั้นสักครั้ง และใช้พลังอ่านใจ
แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องช่วยจี้เหวินซีก่อน เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้
นอกจากนี้ เธอยังจำเป็นต้องอาศัยตระกูลจี้เพื่อสืบหาข้อมูล บางอย่างอีกด้วย
ยายืดขาถลึงตาเหลืออยู่สองเม็ด จำเป็นต้องให้จี้เหวินซีทานหนึ่ง เม็ด
แต่ตอนนี้ทุกที่ถูกปิดกั้นอย่างเข้มงวด และจี้เหวินซีก็เป็น ผู้ป่วยหนัก ถูกกักตัวไว้หลายชั้น การจะได้พบเขาสักครั้งนั้นยากยิ่ง กว่าขึ้นสวรรค์
“จริงด้วย ที่หลานพูดมาก็มีเหตุผล ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขา ไม่ให้พวกเราไปเยี่ยม” คุณตาเริ่มปะติดปะต่อได้เช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้น “หนูจะไปโทรศัพท์นะ”
ในตอนนี้ ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าโรคระบาดนี้จะมี ความร้ายแรงแค่ไหน หากยังคงดำเนินต่อไปอย่างนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจ เลวร้ายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้
เหมือนอย่างที่คุณพ่อเซียวพูด ทั้งเมืองเกาปาเล่อและประเทศ กำลังตกอยู่ในอันตราย!
หากทางการสามารถพัฒนายารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงออกมา เพื่อควบคุมสถานการณ์ได้ นั่นก็คงจะดีที่สุด แต่หากไม่สามารถทำ ได้ เซียวหมิงเยวี่ยจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง
ใต้รังที่พังทลาย ไม่มีไข่ที่สมบูรณ์ เมื่อชาติบ้านเมืองเกิดเรื่อง เธอจะนิ่งนอนใจอยู่ได้อย่างไร?
เป้าหมายของเธอตลอดมา คือการนำพาครอบครัวให้มีชีวิตที่ดี ในยุคโลกาวินาศนี้ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และเรียบง่าย
แต่หากชาติบ้านเมืองล่มสลาย แล้วทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะมี ความหมายอะไรอีก?
ดังนั้น ประเทศชาติต้องอยู่รอด