ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 397 เซียวหมิงเยวี่ยกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 397 เซียวหมิงเยวี่ยกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
หลังจากถูกจี้ซานซานต่อว่า หวงหลีก็หน้าซีดขาวปนเขียว พูด ตะกุกตะกักเพื่อแก้ตัวว่า
“ฉะ… ฉันจำได้ว่า หลังจากมีการพัฒนายารักษา ทุกคนก็มี ภูมิคุ้มกัน เชื้อไวรัส X จึงมีความรุนแรงน้อยลง อาจจะแค่ทำให้เป็น ไข้เท่านั้น ฉันไม่ได้จำผิดนะ!”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะโยนความผิดให้คนอื่น
“ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพี่หมิงเยวี่ยของเธอโน่น ทำไมไม่รีบเอายา รักษาออกมาตั้งแต่แรก? ถ้าเธอรีบเอาออกมา สถานการณ์จะบาน ปลายขนาดนี้เหรอ? ฉันว่าเธอตั้งใจแน่ ๆ รอให้สถานการณ์ย ่าแย่ลง แล้วค่อยออกมาทำทีเป็นฮีโร่!”
หวงหลีได้ยินอย่างชัดเจน จี้ซานซานเพิ่งบอกว่าจี้เหวินซีมี คู่หมั้นแล้ว
หวงหลีหัวเราะเยาะ มีคู่หมั้นแล้วยังไง? เขาเป็นเศรษฐีพันล้านใน โลกอนาคต ย่อมไม่มีทางเป็นชายโสด เธอคาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว
ตอนนี้คู่หมั้นของเขาปรากฏตัวออกมา ก็อาจจะไม่ใช่เรื่อง เลวร้ายอะไร อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าคู่แข่งของเธอคือใคร
ช่างมันเถอะ มีก็มีไปสิ ใครจะเป็นฝ่ายชนะ ยังไม่แน่นอนหรอก
เธอรู้เรื่องราวในอนาคตมากมาย ซึ่งสามารถช่วยเหลือจี้เหวินซี ให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด เธอไม่เชื่อ หรอกว่า จี้เหวินซีจะกล้าทิ้งผู้หญิงเก่ง ๆ และมีประโยชน์อย่างเธอไป ได้?
เพราะเธอคือนางเอกของเรื่องนี้
หวงหลีจ้องมองด้วยความมั่นใจ เธอไม่สนใจคู่หมั้นคนปัจจุบัน ของจี้เหวินซีเลย
จี้ซานซานโกรธจัด “เป็นบ้าอะไรของเธอ? ป่วยจิตหรือยังไง”
คุณปู่จี้มองเธอด้วยความรำคาญ ผู้หญิงคนนี้แม้จะทำนาย อนาคตได้บ้าง แต่เรื่องนิสัยนั้นไม่น่าเชยชม พูดจาดูไร้การศึกษา
หวงหลีทำตัวหยิ่งยโสมาตลอด ด้วยความมั่นใจในสถานะของ ตัวเอง จึงไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร เธอคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกของโลก ทุกคนควรสรรเสริญเธอ
เธอเชื่ออย่างสุดใจว่า คนที่ต่อต้านเธอคือตัวร้าย และจะต้องพ่าย แพ้ในที่สุด
แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นน้องสาวของจี้เหวินซีก็ตามน่ะหรือ?
ถ้าจี้ซานซานไม่มาเอาใจเธอเสียตอนนี้ เธอก็จะไม่มีวันมองน้อง สามีคนนี้แบบเป็นมิตรอีก
หวงหลีกำลังจะโต้ตอบ แต่ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินหร่วนซิ่งไห่กระ แอมสองสามครั้ง พลางจ้องมองมาด้วยสายตาที่ตักเตือน
หวงหลีกลัวหร่วนซิ่งไห่ และจำใจต้องปิดปาก ตอนนี้เธอไม่กล้า ไปยุ่งกับหร่วนซิ่งไห่และคนอื่น ๆ เพราะเธอยังจำเป็นต้องพึ่งพาพวก เขาเพื่อแสดงคุณค่าของตัวเอง
ในที่สุด ดอกเตอร์หวังก็ออกมาจากห้องฆ่าเชื้อชั่วคราวหน้าห้อง ผู้ป่วย หลังจากผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อทั้งตัวเสร็จสิ้นจึงเดินออกมา
“เป็นยังไงบ้างครับ? อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ร่างกายของคุณจี้ดีขึ้นบ้างหรือยังคะ?”
ทุกคนรุมล้อมเขา ต่างก็ถามคำถามด้วยความรีบร้อน
ดอกเตอร์หวังมองหวงหลีด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยด้วย น ้าเสียงเรียบ ๆ ว่า
“อาการของคุณจี้กำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ในร่างกายของเขามีสารเคมี ชีวภาพจากภายนอกชนิดหนึ่ง กำลังค่อยๆ กัดกินไวรัส X และช่วย ซ่อมแซมความเสียหายของอวัยวะต่าง ๆ หากเป็นไปตามแนวโน้มนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ คุณจี้จะหายเป็นปกติ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็ยิ้มด้วยความดีใจ รู้สึกปลื้มปีติอย่าง สุดซึ้ง
“ดีจังเลย!” จี้ซานซานร้องไห้ด้วยความดีใจ
“ดูเหมือนว่ายาช่วยชีวิตเม็ดนั้นจะได้ผลจริง ๆ อาจารย์คะ เมือง เกาปาเล่อมีหนทางรอดแล้ว!” หร่วนซิ่งไห่หันไปทางคุณปู่จี้
คุณปู่จี้ยิ้มแย้ม “ขอแค่หายป่วยก็พอ ขอแค่หายป่วยก็พอ”
อาการป่วยของจี้เหวินซีดีขึ้น และในที่สุดเขาก็สามารถคลาย ความกังวลในใจออกไปได้
คุณหมอหวู่อดรนทนไม่ไหว “คนคนนั้นล่ะ? คุณหมิงเยวี่ยอยู่ที่
ไหน ทำไมถึงยังไม่มา?”
“กำลังเดินทางมา อีกไม่นานหรอก” คุณปู่จี้ตอบ
ดอกเตอร์หวังยิ่งอยากรู้เรื่องยาวิเศษนี้มากขึ้นกว่าเดิม ดวงตา ของเขาวาววับด้วยความสนใจ เขาอยากจะวิจัยส่วนผสมของยามาก เหลือเกิน เขายอมทำทุกอย่าง ขอแค่ได้วิจัยมัน
“พวกเราต่างก็อยากรู้เกี่ยวกับยาที่คุณจี้ทานมาก ดูเหมือนว่ายา นี้ไม่เพียงแต่ต่อต้านไวรัส X แต่เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิด ปัญหาหรือติดเชื้อ สารออกฤทธิ์ในยาชนิดนี้จะรีบไปยังจุดที่เป็น ปัญหา”
“จากนั้น ยาจะกลืนกินสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย ชำระล้างอวัยวะที่
เสียหายให้กลับมาใหม่ อวัยวะที่ได้รับการชำระล้างด้วยสารออกฤทธิ์
จะกลับมาดีกว่าเดิม ยาเม็ดนี้ชื่อว่ายาช่วยชีวิตใช่ไหมครับ? เมื่อเธอ มาถึง ผมต้องคุยกับเธอสักหน่อย”
“พี่หมิงเยวี่ยบอกว่า ยาเม็ดนี้รักษาได้ทุกโรค ปู่ของหนูเคยถูก วางยาพิษมาก่อน พอกินยาเม็ดนี้แล้วถึงรอดชีวิตมาได้”
จี้ซานซานพูดด้วยน ้าเสียงที่ทั้งดีใจและภูมิใจ ราวกับว่ายาเม็ดนี้
ไม่ใช่ของเซียวหมิงเยวี่ย แต่เป็นของเธอเอง
ดอกเตอร์หวังหันไปหาคุณปู่จี้ แล้วถามทันทีว่า
“ท่านนายพลอาวุโส ท่านก็เคยทานยาเม็ดนี้ด้วยเหรอครับ? พอจะเล่าอาการตอนนั้นให้ฟังได้ไหม? ยังมีใบสั่งยาของตอนนั้นอยู่ หรือเปล่าครับ?”
คุณปู่จี้ยิ้มและพยักหน้า “เคยสิ ตอนนั้นฉันสลบไป จำไม่ได้ด้วย ซ ้าว่าทานตอนไหน รู้แค่ว่าพอฟื้นขึ้นมา หมอบอกว่าสารพิษใน ร่างกายของฉันกำลังค่อย ๆ หายไป เหมือนถูกอะไรสักอย่างกัดกิน คล้ายกับที่คุณเพิ่งพูดไปนั่นแหละ”
ดวงตาของดอกเตอร์หวังเปล่งประกายผ่านแว่นตาหนาเตอะ แก้มแดงก ่าด้วยความตื่นเต้น
“สุดยอดไปเลย นี่มันสุดยอดมากจริง ๆ! ผมต้องไปพบกับผู้ คิดค้นยาเม็ดนี้ให้ได้ การค้นพบยานี้ถือเป็นก้าวสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ของวงการแพทย์เลยนะ!”
จากมุมหลังของฝูงชน หวงหลีเบ้ปาก ไม่เห็นมันจะวิเศษวิโสอะไร เลย
หวงหลีคุ้นเคยกับการถูกโอบล้อมและได้รับคำชมเสมอ ตอนนี้
เมื่อมีคนอื่นกลายเป็นที่สนใจ เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจอยู่หน่อย ๆ
ทุกคนเอาแต่พูดถึงยาเม็ดนั้น และรอคอยการมาถึงของเซียวห มิงเยวี่ย หวงหลีเดินไปที่ประตูห้องผู้ป่วย โบกมือให้จี้เหวินซี ยิ้มหวาน จนตาหยี พยายามแสดงด้านดีที่สุดของเธอ
เพราะเธอใส่ชุดป้องกันอยู่ ตอนนี้เห็นได้แค่ดวงตาของเธอที่อยู่ หลังหน้ากากพลาสติก
จี้เหวินซีหลับตาพัก เขาเพิ่งฟื้น ร่างกายยังอ่อนแอ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็กำลังร้อนใจ และเฝ้ารอเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าจี้เหวินซีไม่สนใจเธอ หวงหลีรู้สึกเบื่อหน่าย ช่างมัน เถอะ ยังมีเวลาอีกมากมายสำหรับแผนการของเธอ
หวงหลีเดินแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนและพูดว่า
“ฉันบอกแล้วว่าต้องมียารักษา ฉันจำไม่ผิดแน่นอน รีบเอายานั้น ไปรักษาคนไข้อื่น ๆ เถอะ”
เธอต้องหาโอกาสให้ตัวเองมีบทบาท เธอสมควรได้รับเครดิต บางส่วนที่ยารักษานี้ปรากฏขึ้น
“สมกับเป็นท่านเทพธิดาจริง ๆ” มีคนพูดชื่นชม
หวงหลียิ้มอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ในความ คาดหมายของฉัน~”
จี้ซานซานกลอกตาใส่ นี่มันอะไรกัน ยาเป็นของพี่หมิงเยวี่ย หล่อนเกี่ยวอะไรด้วย
ดอกเตอร์หวังมองหวงหลีด้วยสายตาที่แปลกประหลาดยิ่งขึ้น เขาพลันนึกถึงคำพูดของจี้เหวินซีเมื่อสักครู่
ในเวลานี้ ผู้ติดตามของคุณปู่จี้วิ่งตรงมาอย่างเร่งรีบ
“คุณเซียวมาถึงแล้วครับ!”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเซียวหมิงเยวี่ยสวมชุดป้องกัน หนา ๆ กำลังเดินตรงมา
ผู้คนกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ พูดจ้อกันเสียงดัง
“คุณคือคุณเซียวหมิงเยวี่ยใช่ไหมคะ?”
“นั่นคือคุณเซียว ผู้คิดค้นยาช่วยชีวิตงั้นหรือ??”
“สวัสดีครับคุณเซียว ผมคือดอกเตอร์หวังจากสถาบันวิจัย คุณ ยังมียาช่วยชีวิตเหลืออยู่ไหมครับ?”
“…”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูผู้คนที่ล้อมรอบเธอ ทุกคนต่างมองเธอด้วย สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ราวกับว่าเธอคือฟางเส้นสุดท้ายที่
พวกเขาโหยหา
หญิงสาวเริ่มจากกล่าวทักทายคุณปู่จี้และจี้ซานซานก่อน
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันอยากไปดูคุณจี้ก่อน ส่วนเรื่องยาเม็ดนี้ พวกเราค่อยคุยเรื่องรายละเอียดกันทีหลังนะคะ”
“ได้ครับ ได้ ๆ คุณจี้เหวินซีอยู่ห้องนั้น เชิญได้เลยครับ ไปเถอะ เขาเพิ่งฟื้นขึ้นมา”
ดอกเตอร์หวังชายชราผมสีดอกเลารู้สึกตื่นเต้นเหมือนเด็กหนุ่ม รีบดึงเซียวหมิงเยวี่ยไปหาจี้เหวินซีในห้อง
เซียวหมิงเยวี่ยมาถึงหน้าห้องผู้ป่วย เมื่อมองเข้าไปข้างใน เธอก็ สบตากับจี้เหวินซีพอดี
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มหวานพร้อมโบกมือทักทายเขา
จี้เหวินซียิ้มอย่างอ่อนโยนตอบกลับมา สายตาของพวกเขาทั้ง สองสบกัน ราวกับมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะบอกเล่า
เขารู้ว่าเธอคือคนที่เขาตามหา
จี้เหวินซีทำท่าโอเค เป็นสัญญาณว่า เขาไม่เป็นไรแล้ว และยังมี ชีวิตอยู่
เซียวหมิงเยวี่ยก็ทำท่าโอเคเป็นสัญญาณว่าเธอรับทราบแล้ว
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มปลอดภัยดี เซียวหมิงเยวี่ยก็โล่งใจ เธอไม่ได้ ลืมจุดประสงค์ที่เดินทางมาที่นี่ ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดคุย
“ที่นี่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับการพูดคุย ไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่าไหม คะ” เซียวหมิงเยวี่ยเสนอ
“ดีค่ะ ที่นี่ไม่ค่อยเหมาะที่จะคุยกันจริง ๆ เชิญคุณเซียวทางนี้ค่ะ” หร่วนซิ่งไห่กล่าวอย่างมีอัธยาศัยไมตรี
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ ขณะเดียวกันเธอก็ไม่พลาดสายตาที่
ไม่เป็นมิตรนั้นแน่นอน
ตั้งแต่เธอปรากฏตัว สายตานั้นก็จ้องมองเธอด้วยความดูถูก เหยียดหยาม เต็มไปด้วยอคติที่ไม่อาจปกปิด
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่หวงหลี “นี่คือท่านเทพธิดาที่เขาลือกันใช่ ไหมคะ? งั้นเชิญไปด้วยกันสิคะ”
“ฉันต้องไปด้วยอยู่แล้ว คุณรู้เรื่องดีนักหรือ จะรู้มากไปกว่าฉัน ได้ยังไง?”
หวงหลีพูดด้วยน ้าเสียงหยิ่งยโส แสดงท่าทีของเทพธิดา
เซียวหมิงเยวี่ยมองหวงหลีด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ท่าทางของเธอยังคง เป็นปกติ เธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเทพธิดาคนนี้เสีย เหลือเกิน
ระหว่างที่หวงหลีกำลังพูด เธอก็ได้ใช้พลังอ่านใจครั้งที่สามอย่าง เงียบงัน เสียงในใจของหวงหลีพลันดังก้องเข้ามาในหูของเธอ…