ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 404 ถูกเหยียดแบบนี้ แล้วจะให้ทำอย่างไร?
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 404 ถูกเหยียดแบบนี้ แล้วจะให้ทำอย่างไร?
แผงโซลาร์เซลล์ของบ้านครอบครัวเซียวติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ทำ ให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้ปกติ นอกจากนี้ยังมีการลากสายไฟยาวเส้น หนึ่งไปที่มุมกำแพงเพื่อส่งไฟให้บ้านข้าง ๆ ด้วย
“เสร็จเรียบร้อย”
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู โชคดีที่แบตเตอรี่สำรอง หลายลูกยังมีประจุเต็ม เพราะเธอเก็บไฟฟ้าไว้ในมิติอยู่เสมอ
ไม่เช่นนั้น ไฟฟ้าคงไม่เพียงพอสำหรับบ้านของเธอเอง และแทบ ไม่ต้องพูดถึงการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน
โชคดีจริง ๆ ที่มีมิติส่วนตัว ไม่เช่นนั้นแบตเตอรี่เหล่านี้คงเสีย หายไปนานแล้ว ไม่เสียตอนฝนตกหนัก ก็เสียตอนอากาศหนาวจัด
คุณยายกำลังเตรียมทำอาหารอยู่ในครัว เธอปอกเปลือกมันฝรั่ง ไป พึมพำไปด้วยว่า
“เนื้อวัวนี่สดมากเลยนะ เย็นนี้ทำสตูว์เนื้อใส่มันฝรั่งแล้วกัน กินคู่ กับข้าวสวยร้อน ๆ ต้องอร่อยมากแน่”
คุณแม่เซียวกำลังปอกกระเทียมอยู่ข้าง ๆ พูดว่า “ครอบครัวข้าง บ้านใจดีมากเลย ให้เนื้อวัวเรามาตั้งสองกิโล มันเยอะมากเลยนะ”
เพราะว่าที่บ้านมีถังเก็บน ้า แม้ตอนนี้น ้าจะถูกตัดชั่วคราว แต่ ครอบครัวเซียวก็ไม่มีปัญหาเรื่องน ้าใช้
คุณยายพึมพำ “เมื่อกี้แม่ลงไปดูที่ห้องใต้ดิน เห็นว่าของกินใน บ้านเพิ่มขึ้นเยอะเลย มีทั้งข้าวสารและแป้งหลายกระสอบ ตู้เย็นก็เต็ม ไปด้วยเนื้อสัตว์ แถมยังมีผักอีกตั้งหลายชนิด ละแวกบ้านมีตลาดสด เหรอ? พวกลูกไปซื้อกันมาตอนไหน? ทำไมแม่ไม่รู้เรื่องเลย”
ดวงตาคุณแม่เซียวเป็นประกาย “ข้าวของพวกนั้น หมิงเยวี่ยเป็น คนหามาค่ะ วันนั้นเห็นแม่งีบหลับตอนบ่าย เลยไม่ได้ปลุก หมิงเยวี่
ยเธอมีเพื่อนเยอะแยะ ใช้เส้นสายของเพื่อนซื้อมา ตุนอาหารไว้เยอะ ๆ จะได้สบายใจไง”
“หมิงเยวี่ยชอบกักตุนของจริง ๆ ซื้อมาเยอะขนาดนี้ ใครเห็นก็คง นึกว่ามาจากตลาดขายส่ง พวกกระสอบข้าวที่วางซ้อนกัน มันสูงถึง เพดานเลยนะ”
คุณยายเชื่อคำพูดของแม่เซียว แล้วยังบ่นอีกประโยค
คุณแม่เซียวหัวเราะและพูดว่า “แม่คะ ฟังแม่พูดสิ ข้าวของมีเยอะ ไม่ดีเหรอ? สมัยนี้เขาปิดเมืองกันวุ่นวาย ใคร ๆ ก็ขาดแคลนกันทั้งนั้น มีเงินก็ซื้อของไม่ได้ หมิงเยวี่ยมีวิสัยทัศน์กว้างไกล กังวลเรื่องปาก ท้องครอบครัวของเรา!”
คุณยายยิ้มจนตาหยี “จ้า มันดีอยู่แล้ว แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสัก หน่อย”
ในตอนนั้น เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้ามาในครัว “แม่คะ บ้านฝั่ง ตะวันตกเป็นใครเหรอ? หนูรู้สึกว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ ต่อไปนี้ควรงด เว้นการติดต่อกับครอบครัวนั้นนะคะ”
คุณแม่เซียวตอบ “บ้านฝั่งตะวันตกนั้นเป็นคู่สามีภรรยาวัย กลางคน มีคนรับใช้คอยดูแล ได้ยินมาว่าเป็นคนท้องถิ่นของเมืองเกา ปาเล่อ มาอาศัยอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว แม่ได้ยินคนอื่นพูดว่า บ้านข้าง ๆ หยิ่งยโสมาก ดูถูกคนต่างถิ่น พวกเขาทักทายและพูดคุยเฉพาะกับ คนพื้นเมืองเท่านั้น ไม่สนใจคนต่างถิ่นที่เพิ่งย้ายมาอยู่เลย!”
“พวกเขาไม่มีลูก มีแค่คนรับใช้คอยดูแล หลายคนบอกว่าพวก เขาไม่น่าคบหา หน้าตาเฉยชา ราวกับว่าใครไปติดหนี้พวกเขาอย่าง นั้นแหละ”
คุณยายส่งเสียงฮึดฮัด “ชาวเมืองเกาปาเล่อดีกว่าคนอื่นนักหรือ ไง? ความจริงพวกเราทุกคนล้วนเป็นประชาชนคนจีนเหมือนกัน พวกเขาเหยียดหยามคนต่างถิ่น เราก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจพวกเขา คนเหมือนกัน จะสูงส่งกว่ากันได้ยังไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขบขัน “นี่มันเหยียดกันชัด ๆ พอเมืองเกาปา เล่อกลายเป็นศูนย์กลาง ชาวพื้นเมืองบางคนก็เริ่มรู้สึกเหนือกว่า”
มนุษย์เราช่างน่าขันจริง ๆ
เมืองเกาปาเล่อในอดีตเป็นเพียงเมืองรองเท่านั้น แม้แต่มณฑล หลงเจียงอันเป็นที่ตั้งยังอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการ พัฒนาทางเศรษฐกิจ และค่อนข้างจะล้าหลัง
ก่อนหน้านี้ ผู้คนต่างใฝ่ฝันอยากไปเมืองหลวง และเมืองใหญ่ชั้น นำอื่น ๆ
ใครจะคิดว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่กี่ครั้ง ไม่เพียงเปลี่ยนแปลง แค่เมืองศูนย์กลางของประเทศ แต่ยังเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คน อีกมากมาย
คุณแม่เซียวเห็นด้วย “จริงด้วยค่ะ พวกเขาเย่อหยิ่งไม่น้อยเลย! มองคนอื่นราวกับว่าตัวเองสูงส่ง พวกเขามีชื่อเสียงที่ไม่ดีนักใน ละแวกนี้ เพราะพวกเขามักจะกลั่นแกล้งผู้อาศัยที่มาจากต่างถิ่นเสมอ เหมือนกับงูเห่าที่แผ่แม่เบี้ยหวงถิ่น หลายคนถูกพวกเขาเอาเปรียบ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่กล ้ากลืนฝืนทนไว้เท่านั้น”
“แต่คนแบบนี้มีไม่กี่คนหรอก บ้านหลังที่สองแถวขวามือ เลขที่ 076 เขาก็เป็นคนพื้นเมืองเหมือนกัน ออกจากบ้านมาก็ทักทายทุก คนอย่างสุภาพ ไม่เคยเห็นเขาแกล้งคนต่างถิ่นเลยนะ” คุณแม่เซียว พูดเสริม
“เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับคน! ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามาจากไหน คน สันดานไม่ดี ก็แก้อะไรไม่ได้หรอก”
คุณยายพูดปิดท้าย
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงผู้หญิงที่มาขอให้เธอต่อสายพ่วงเมื่อครู่
“งั้นผู้หญิงคนเมื่อกี้ก็เป็นแค่คนรับใช้สินะ หนูนึกว่าเธอเป็นเจ้า บ้านซะอีก”
แม่บ้านคนนั้นอายุราวสามสิบปี
เพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกไม่ค่อยออกจากบ้าน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เซียวหมิงเยวี่ยอาศัยอยู่ที่นี่มาสักพักแล้ว เคยเห็นผู้หญิงคนนั้นหลาย ครั้ง แต่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแค่คนรับใช้
เป็นแค่คนรับใช้ ทำไมถึงวางท่าสูงส่งขนาดนั้น? ทำหน้า เหมือนกับไก่ชนที่พร้อมจะพุ่งใส่
ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนท้องถิ่นเช่นกัน
คุณแม่เซียวหันไปหาลูกสาว “ลูกเห็นแล้วเหรอ? คนรับใช้บ้าน นั้นนิสัยแย่มาก คนที่ไม่รู้จักอาจคิดว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านจริง ๆ”
“แม่เคยเห็นสามีภรรยาบ้านนั้นนะ ผู้หญิงเจ้าบ้านเป็นคนพิการ ต้องนั่งรถเข็น คนเป็นสามีเข็นเธอออกไปเดินเล่น คนอื่น ๆ ก็เห็น เหมือนกันว่า สองสามีภรรยาทะเลาะกันตลอดทาง ด่าทอกันด้วย สารพัดคำหยาบคาย สุดท้ายผู้ชายโกรธจัด เลยทิ้งภรรยาไว้ริมถนน ก่อนจะเดินจากไป เขายังตบหน้าภรรยาอีกสองสามทีด้วยซ ้า”
คุณแม่เซียวปอกเปลือกกระเทียมเสร็จแล้ว ใส่กระเทียมลงใน ชามใบเล็ก แล้วเติมน ้าล้าง
“แม่เห็นว่าเธอน่าสงสาร นั่งรถเข็นคนเดียวก็ลำบาก เลยถามเธอ ว่าต้องการความช่วยเหลือไหม ใครจะรู้ว่าเธอจะจ้องหน้าแม่ด้วย สายตาดุร้าย ราวกับจะจับแม่กินทั้งเป็น แม่เลยไม่กล้าเสนอตัวช่วย อะไรอีก”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดว่า “จากที่ฟังดูแล้ว บ้านฝั่งตะวันตกไม่ปกติสัก คนเดียว เราควรอยู่ห่าง ๆ พวกเขานะคะ”
คุณแม่เซียวหัวเราะ “ใช่ไหมล่ะ พวกเขาเหยียดหยามเรา เราก็ไม่ ต้องไปสนใจพวกเขา ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิต ทุกคนจะได้ อยู่อย่างสงบสุข ไม่ต้องไปรบกวนกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างมีความนัย “เกรงว่าจะไม่สงบสุขอย่างที่
คิดไว้น่ะสิคะ”
คุณแม่เซียวรู้สึกงุนงง กำลังจะถามว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น แต่ แล้วก็มีเสียงดังน่ารำคาญมาจากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น?”
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวหนูไปดูเอง”
เมื่อเดินออกมาที่สนามหญ้า เธอเห็นคนรับใช้ยืนอยู่บนขอบ หน้าต่างชั้นสอง มือซ้ายของเธอถือหม้อเหล็กขนาดใหญ่ และมือขวา ถือตะหลิวเหล็ก เธอตีหม้ออย่างแรงจนเกิดเสียงดังไปทั่ว
เสียงดังก้องกังวานจนแทบจะทะลุแก้วหู สมาชิกทุกคนใน ครอบครัวเซียวหูแทบแตกเพราะการกระทำของเธอ
ด้านหลังหญิงคนใช้ ชายเจ้าบ้านยืนนิ่งอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วพลางแคะหูด้วยความหงุดหงิด คนพวกนี้
เป็นบ้าอะไร?
คุณพ่อเซียวสีหน้าบึ้งตึง ตะโกนไปว่า “เคาะหาพระแสงอะไร พวกคุณไม่รู้เหรอว่ามันรบกวนคนอื่น? ทำบ้าอะไรกันอยู่!”
แต่แล้วคนรับใช้ก็กระตุกมุมปากอย่างตื่นเต้น ท่าทีดูสะใจที่เห็น ปฏิกิริยาของอีกฝ่าย จากนั้นเธอก็เคาะหม้อในมือเร็วขึ้นและแรงขึ้น
คุณพ่อเซียวทนไม่ไหว “ป่วยจิตหรือไงวะ!”
คนรับใช้เคาะอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพูดด้วยน ้าเสียงมั่นใจ
“ใครบอกให้พวกคุณไม่ยอมต่อสายไฟมาที่บ้านเรา? พวกคน ต่างถิ่นเห็นแก่ตัวจริง ๆ มันน่าโมโหไหมล่ะ มีสิทธิ์อะไรมาปฏิเสธไม่ ยอมต่อสายไฟให้? ทั้งที่ก็ยอมต่อไฟให้บ้านอื่น แต่กลับไม่ยอมต่อไฟ ให้บ้านฉัน แบบนี้รับไม่ได้”
“ถ้าบ้านฉันไม่มีไฟฟ้า แล้วของเสียหายหมด พวกคุณ รับผิดชอบได้เหรอ? เมืองเกาปาเล่อเอื้อเฟื้อให้พวกคุณอยู่อาศัย แต่
กลับมาตอบแทนพวกเราแบบนี้น่ะเหรอ? งั้นก็รับผลกรรมของการ กระทำตัวเองเสียเถอะ”
นับตั้งแต่เมืองเกาปาเล่อกลายเป็นหนึ่งในที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ที่สุดในประเทศ เธอก็เริ่มดูถูกดูแคลนคนต่างถิ่น ในฐานะผู้อยู่อาศัย ดั้งเดิมของเมืองเกาปาเล่อ เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และยกตนข่มท่าน
เวลาเดินอยู่บนถนนและเจอผู้อยู่อาศัยใหม่ที่มาจากต่างถิ่น ทักทาย เธอก็จะเมินเฉย แสดงให้เห็นถึงความดูถูกเหยียดหยามอย่าง โจ่งแจ้ง