ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 405 ขว้าง!
คนรับใช้คิดว่า ชาวต่างถิ่นที่ต้องการตั้งรกรากในเมืองเกาปาเล่อ จำเป็นต้องรู้กฎเกณฑ์ วางท่าทางต ่าต้อย เอาใจคนพื้นเมือง เธอถึง จะยอมรับกลุ่มคนนอกเหล่านี้
มิฉะนั้น อย่ามาโทษที่เธอต้องหยาบคาย เธอจะสอนบทเรียนให้ พวกเขาเข้าใจกฎเกณฑ์ด้วยตัวเอง
การกระทำของตระกูลเซียวในวันนี้ถือว่าผิดมหันต์ แทนที่จะ แบ่งปันไฟฟ้าให้กับชาวพื้นเมืองดั้งเดิม กลับไปแบ่งปันให้กับคนต่าง ถิ่น มันเป็นการไม่ไว้หน้ากันชัด ๆ!
ตระกูลเซียวควรจะริเริ่มแบ่งไฟฟ้าให้ชาวพื้นเมืองดั้งเดิมเป็น อันดับแรก และควรจะมอบด้วยความเคารพ นั่นถึงจะเป็นการกระทำที่
ถูกต้อง
หญิงรับใช้ยิ่งขุ่นเคืองมากขึ้นเรื่อย ๆ
“พวกมาใหม่นี่ไม่เข้าใจกฎระเบียบเอาเสียเลย คิดบ้างไหมว่า ถ้า ไม่มีเมืองเกาปาเล่อ พวกแกคงต้องนอนข้างถนนกันหมด ไม่รู้จัก สำนึกบุญคุณกันบ้างเลย คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่เห็นหัวคนอื่น เมืองเกา ปาเล่อไม่ควรให้พวกแกเข้ามา ไม่ควรแบ่งบ้านให้ พวกแกควรไป นอนบนถนนเหมือนเดิม!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นกอดอก ท่าทางเหมือนจะไปหาเรื่อง นี่
มันตรรกะอะไรกัน?
“พูดเหมือนว่าบ้านหลังนี้คุณเป็นคนแบ่งให้เรา ก็ถ้าเราไม่ลาก สายไฟไปบ้านคุณแล้วจะทำไม?” เซียวหมิงเยวี่ยถามเสียงดัง
คนรับใช้พูดด้วยความฉุนเฉียว
“ถ้าไม่ลากสายไฟให้บ้านฉัน ฉันจะทุบแผงโซลาร์เซลล์ที่บ้าน พวกแก บ้านเราไม่มีไฟใช้ แล้วพวกแกมีสิทธิ์อะไรถึงได้ใช้?”
เธอเหลือบมองแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านตระกูลเซียวด้วย ความเกลียดชัง
ได้ยินดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็หัวเราะออกมา โอ้โห กล้าดีนะ คิด ว่ากำลังลองดีกับใครกัน
คุณแม่เซียวเดินออกมาจากบ้านด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พวกเราไม่ใช่ญาติพี่น้องกับเธอ ทำไมต้องลากสายไฟให้เธอ ด้วย? แค่เพราะเธอเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิม แล้วคิดว่าเหนือกว่าคนอื่น หรือไง? ยังมีสมองคิดอยู่หรือเปล่า?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คนรับใช้ก็ยิ่งโกรธ เธอชี้ไปที่บ้านทางทิศ ตะวันออกแล้วพูดว่า
“ฉันเหนือกว่าอยู่แล้ว ถ้าพวกแกไม่อยากอยู่เมืองเกาปาเล่อ ก็รีบ ไสหัวออกไปซะ! ลากสายไฟให้บ้านนู้นแล้ว ทำไมไม่ลากให้บ้านฉัน บ้าง บ้านเราเป็นคนพื้นเมืองนะ แยกแยะดีเลวไม่ได้เหรอ สมองพวก แกมีปัญหาหรือไง?”
“นี่ป้าคะ เช้านี้กินขี้วัวเป็นอาหารหรือไง ถึงได้ปากเหม็นขนาด นี้? เขาซื้อไฟฟ้าไปใช้ ไม่ได้ขอฟรี แล้วทำไมพวกป้าไม่ซื้อบ้างล่ะ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างใจเย็น
คนรับใช้เบิกตากว้าง ดวงตากลมโตของเธอแทบจะหลุดออกมา จากเบ้าตา ซึ่งดูน่ากลัวมาก
“ระวังคำพูดของแกหน่อย กะอีแค่ใช้ไฟฟ้ายังต้องซื้อด้วยเหรอ? พวกแกมันฉ้อโกงชัด ๆ ฉวยโอกาสหาเงินจากความทุกข์ยากของ คนอื่นแบบนี้ได้ยังไง? เชื่อไหมว่า ฉันจะโทรแจ้งตำรวจมาลากคอแก”
“พวกเราอุตส่าห์เมตตาให้พวกแกที่เป็นคนต่างถิ่นเข้ามาอยู่ อาศัย พวกแกควรจะสำนึกบุญคุณ แค่ขอใช้ไฟฟ้าก็ยังต้องจ่ายเงิน เนรคุณขนาดนี้ สมควรกับการที่เมืองเกาปาเล่อรับพวกแกเข้ามาแล้ว หรือ? พวกคนต่างถิ่นนี่เห็นแก่ตัว อย่ามาเกาะกินบ้านเมืองของฉันนะ ฉันไม่ต้อนรับพวกแก!”
คุณแม่เซียวขึ้นเสียงและพูดประชดประชัน “กินตามใจปากได้ แต่อย่ามาพูดจามั่วซั่ว แผงโซลาร์เซลล์เป็นของบ้านเรา ไฟฟ้าที่ผลิต ได้ก็ใช้เอง ทำไมถึงกลายเป็นการฉวยโอกาสหาเงินจากความทุกข์ ยากของคนอื่น? นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด เธอคิดว่าตัวเองเป็น กฎหมายเดินได้หรือไง อยากจะตัดสินฉันเหรอ?”
“แล้วอีกอย่าง การรับผู้ลี้ภัยเป็นนโยบายของรัฐบาลกลาง ถ้าเก่ง นัก ก็ไปเป็นผู้นำประเทศซะสิ นึกจะไล่ใครก็ไล่ งั้นก็ไปเลยสิ จะได้รู้ว่า ผู้นำประเทศเขารู้ไหมว่าเธอเป็นใคร?”
หญิงรับใช้โต้ตอบกับพวกเขาไม่ได้ จึงกัดฟันด้วยความโกรธ
“ปากดีไปเถอะ รีบไสหัวกลับไปเมืองของแกซะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดติดตลก “ถ้างั้นก็ส่งเครื่องบินมารับพวกเรา กลับไปสิ พวกเราอยากบินชั้นเฟิร์สคลาสนะ คงทำได้ใช่ไหม?”
คนรับใช้โกรธจนหน้าแดงก ่า เธอจ้องมองใบหน้าของเซียวหมิง เยวี่ยด้วยความเกลียดชัง ราวกับต้องการจะฉีกกระชากเนื้ออีกฝ่าย ออกเป็นชิ้น ๆ
ชายเจ้าของบ้านที่เงียบเฉยมาตลอด เดินขึ้นมาข้างหน้าแล้วพูด ด้วยน ้าเสียงเย็นชาว่า
“ต้องการเงินใช่ไหม? บอกมาสิ ว่าต้องการเท่าไหร่?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบเฉย “ไม่มากหรอก แค่ห้าสิบล้าน”
ชายเจ้าของบ้านตกตะลึง “ห้าสิบล้าน? ล้อเล่นหรือไง ทำไมไม่ ปล้นธนาคารมาเลยล่ะ?”
“ก็บอกราคาไปแล้ว ถ้าจ่ายไม่ไหวก็ไม่ต้องใช้” เซียวหมิงเยวี่ย พูด
มุมปากของชายเจ้าของบ้านกระตุก เขาพูดด้วยน ้าเสียงโกรธ เคือง “ฉันคิดว่าเธอคงไม่ได้อยากให้ฉันใช้ไฟฟ้าตั้งแต่แรก แค่ไฟฟ้า หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าครอบครัวนั้นจะยอมเอาเงินห้า สิบล้านมาแลก!”
คุณพ่อของเซียวสีหน้าเคร่งขรึม “จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของคุณ! เราไม่อยากให้คุณใช้ไฟฟ้าด้วยซ ้า น่าตลกดีนะ อยากใช้ของบ้าน คนอื่น แต่กลับแสดงท่าทีแบบนั้น คิดว่าตัวเองเป็นใคร? เราไปติดหนี้
คุณเหรอ? พูดจาดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง? ไม่ใช่แค่ห้าสิบล้านนะ ต่อ ให้เป็นร้อยล้านก็ไม่ให้ใช้หรอก ไปเลยไป ชิ่ว ๆ!”
ชายเจ้าของบ้านหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาของเขา จ้องมองด้วยความโหดร้าย เปรียบเสมือนงูพิษ
หญิงรับใช้หัวเราะเยาะท่าทีชั่วร้าย เธอหันหลังแล้วเดินลงบันได ไป ไม่รู้ว่าไปทำอะไร
คุณยายเดินมาหาคุณแม่เซียว แล้วกระซิบว่า
“คนในครอบครัวนั้นเป็นใคร พวกเราทะเลาะกับพวกเขาแบบนี้ แล้วพวกเขาจะหาทางแก้แค้นเราไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่กำแพง ก้มหยิบหินขนาดกำปั้นเด็กทารก มาหลายก้อน และก้อนอิฐอีกหนึ่งก้อน
เธอลองโยนอิฐในมือ น ้าหนักใช้ได้เลย
“คุณยายคะ ไม่ใช่พวกเราที่อยากมีเรื่องกับพวกเขา แต่พวกเขา เองที่หาเรื่องก่อน ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องไม่ประนีประนอม ไม่ อ่อนข้อ ไอ้คำที่ว่าถอยหลังแล้วฟ้าจะใส มันไม่มีอยู่จริง”
คุณยายมองดูท่าทางของเซียวหมิงเยวี่ยที่กำลังชั่งน ้าหนักอิฐ แล้วถามว่า “หมิงเยวี่ย หลานจะเอาอิฐไปทำอะไร?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยท่าทีลึกลับ “เดี๋ยวก็รู้เองค่ะ”
บ้านเรือนละแวกนี้สร้างหันหน้าไปทางทิศใต้ทั้งหมด ดังนั้นตัว บ้านจึงหันหน้าไปทางทิศใต้เช่นกัน และที่ด้านข้างของระเบียงจะมี หน้าต่างหนึ่งบาน หญิงสาวคนรับใช้และชายเจ้าบ้านจึงสามารถเห็น แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านครอบครัวเซียวผ่านหน้าต่างบานนั้น
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังมองหามุมยืนในสนามหญ้า ดูว่าจะสามารถ ทุบหน้าต่างบนชั้นสองของบ้านนั้นได้อย่างไร?
ต้องหามุมและองศาให้ดี
ในตอนนั้น หญิงสาวคนรับใช้ที่โกรธจัดได้กลับมาอีกครั้ง ในมือ ของเธอถือหินไว้สองสามก้อน พูดจาเหน็บแนมว่า
“ไฟฟ้าดับทั้งชุมชน แม้แต่พวกเราคนท้องถิ่นยังใช้ไฟไม่ได้เลย พวกแกเป็นคนต่างถิ่น กลับมาใช้ไฟฟ้าได้ยังไง? พวกแกมีสิทธิ์อะไร? ถ้าฉันไม่ได้ใช้ พวกแกก็ไม่ต้องใช้!”
หญิงสาวคนรับใช้หยิบหินขึ้นมาขว้างไปทางหลังคาบ้าน ครอบครัวเซียว แต่เนื่องจากบ้านครอบครัวเซียวเป็นบ้านสามชั้น เธอ จึงมองไม่เห็นหลังคา ทำให้เธอขว้างออกไปแบบไร้จุดหมาย หินบาง ก้อนไม่โดนหลังคาเลยด้วยซ ้า ก่อนจะกลิ้งตกลงพื้น
สามีภรรยาเซียวและคุณตาต่างก็วิตกกังวล
“เฮ้ย ๆ ๆ แกทำอะไรของแกน่ะ? แกคิดว่าแกเก่งมากเหรอ แกมี สิทธิ์อะไรมาดูถูกพวกเรา?”
“โรคจิตหรือไง ป่วยก็ไปหาหมอสิวะ มาทำแบบนี้ทำไม?”
“โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล อะไร ๆ ที่ไม่เคยได้เห็น วันนี้ก็ได้ เห็นแล้ว!”
เซียวหมิงเยวี่ยตะโกนไปว่า “ป้าคะ ป้าขว้างไม่โดนหรอก ดูฉัน นี่”
เธอคว้าอิฐขึ้นมา และขว้างตรงไปทางหญิงสาวคนรับใช้เต็มแรง ด้วยความโกรธ
หากโดนหัวตรง ๆ หญิงสาวคนรับใช้คงได้หัวแตก และสมอง กระจายอย่างแน่นอน
“กรี๊ด!”
เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือด รีบยกแขนขึ้นมาบัง หน้าเพื่อหลบก้อนอิฐที่พุ่งเข้าใส่
เมื่อชายเจ้าของบ้านเห็นว่าเซียวหมิงเยวี่ยเอาจริง เขาก็รีบหัน หลังวิ่งหนีออกห่างจากหน้าต่าง และไปหลบในห้อง
อิฐเฉียดผ่านแขนของหญิงสาวคนรับใช้ เธอกรีดร้องเสียงแหลม สูงเหมือนไก่ถูกเชือด
ช่างไพเราะจริง ๆ
หญิงสาวร่างกายสั่นเทา กุมแขนร้องครวญคราง
“นางเด็กเวร แกกล้าดียังไงมาขว้างใส่ฉัน? แกคิดจะฆ่ากันหรือ ไง?”