ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 407 ผลกระทบของผีเสื้อขยับปีก สังคมเกิดความ โกลาหล
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 407 ผลกระทบของผีเสื้อขยับปีก สังคมเกิดความ โกลาหล
บ้านตระกูลเซียว
“พวกมันจะทำตัวดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ไม่มีหัวคิดว่าอะไรควร ทำไม่ควรทำ คงต้องสอนบทเรียนให้เข็ดหลาบ”
คุณแม่เซียวพูดด้วยความโกรธ
“จริงด้วย ยังกล้ามาทำลายแผงโซลาร์เซลล์บ้านเราอีก ไม่มี เหตุผลเอาเสียเลย ต้องให้พวกมันรู้ไว้ซะบ้างว่า บ้านเราไม่ใช่หมูที่รอ ให้พวกมันมาเชือด” คุณพ่อเซียวพูด
สะใจก็สะใจอยู่หรอก แต่คุณแม่เซียวยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“พวกมันต้องแค้นเราแน่ ๆ เลยแบบนี้ แล้วพวกมันจะหาโอกาส มาเอาคืนเราไหมนะ? หรือว่าจะใช้วิธีสกปรก? ถูกจ้องมองอยู่ตลอด แบบนี้ รู้สึกไม่สบายใจเลย”
“จริงนะ แค่กำแพงกั้นระหว่างกลาง ถ้าพวกมันตั้งใจกลับมาหา เรื่อง เราคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่เลย” คุณยายพูด
เซียวหมิงเยวี่ยพูดสบาย ๆ “คุณแม่ คุณยาย คนพวกนี้มันชอบ รังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนแข็งแกร่ง ชอบหาแต่คนอ่อนแอมาเหยียบ ย ่า ถ้ามาหาเรื่องเรา ก็เหมือนรนหาที่เองไม่ใช่เหรอ?”
คุณพ่อเซียวเห็นด้วย “ลูกสาวพ่อพูดถูก ก่อนหน้านี้เราก็ พยายามทำดีกับพวกมันแล้ว แต่พวกมันก็ไม่เคยดีกับเราเลย”
เซียวหมิเยวี่ยยิ้มเยาะ “บางคนก็เกินเยียวยาแล้ว ยิ่งเราดีกับมัน มันจะคิดว่าเราไปเอาอกเอาใจ แล้วจะยิ่งมาดูถูกเรามากกว่าเดิม ถ้า เราไม่สนใจมัน ไม่สนใจว่ามันคือใคร มันก็จะกลัวเรา และมองเรา แตกต่างจากคนอื่น”
เธอหยุดพักครู่แล้วพูดต่อว่า “นอกจากนี้ ถ้ามันกล้ากลับมาหา เรื่อง คิดว่าเราจะกลัวมันเหรอ? เสี่ยวฮุยฮุยของเราไม่ใช่หมาธรรมดา ปล่อยให้เสี่ยวฮุยฮุยคอยเฝ้าอยู่ในสวน ถ้ายังกล้าเข้ามาอีกก็ลองดู”
“จริงด้วย เรามีสุนัขหมาป่าตัวใหญ่ แล้วมีอะไรต้องกลัวอีก?” คุณยายสบายใจขึ้นทันที
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสริม “เมื่อกี้หนูบอกเสี่ยวฮุยฮุยไว้แล้วว่า ถ้า พวกมันกล้ามาหาเรื่องและทำลายข้าวของบ้านเราอีก คราวนี้จะให้ เสี่ยวฮุยฮุยไปจัดการ รับรองว่าพวกมันจะไม่กล้ามาสร้างปัญหา และ เปลี่ยนท่าทีเป็นสงบเสงี่ยมมากขึ้นแน่นอน”
แค่กำแพงบาง ๆ กั้นนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเสี่ยวฮุยฮุยเลย มัน สามารถปีนข้ามกำแพงได้ง่าย ๆ แค่พริบตาเดียว พวกคนบ้านฝั่ง ตะวันตกคงจะขวัญหนีดีฝ่อเป็นแน่
สมาชิกในครอบครัวเซียวสบตากัน รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
ในที่สุดคุณตาก็พูดขึ้น “หมิงเยวี่ยพูดถูก คนอ่อนแอกลัวคน แข็งแกร่ง คนแข็งแกร่งกลัวคนจริง เราต้องให้คนอื่นรู้ไว้ว่า ถึงแม้ ครอบครัวเราจะเป็นคนต่างถิ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรังแกได้ง่าย ๆ!”
คุณยายพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดนั้นเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้น ได้ ลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้แล้วรีบวิ่งไปที่ครัว
“ตายแล้ว! ลืมสตูเนื้อที่ทำไว้ในหม้อเสียสนิท เกือบไหม้แล้ว เชียว”
…
เสียงจากบ้านตระกูลเซียวดังไปถึงบ้านป้าจางทางฝั่งตะวันออก
จางเถาฮวายิ้มด้วยความสะใจ นึกไม่ถึงว่าครอบครัวเซียวจะสยบ ครอบครัวคนพื้นเมืองนั้นได้ เก่งจริง ๆ เลย
“หลานสาวครอบครัวพี่เฟินทั้งดุทั้งโหดมากเลย!” จางเถาฮวา พูด
สองคำนี้เป็นคำชมเชยนะ
เหยาเชินพูดด้วยรอยยิ้ม “สมัยนี้ คนอ่อนแอเอาตัวไม่รอดหรอก ต้องแบบนี้แหละ มีเรื่องอย่าปล่อยให้มาล ้าเส้น แม้ไม่มีเหตุผลก็ต้อง เถียง สุดท้ายก็ได้เปรียบอยู่ดี เด็กคนนี้เก่งนะ ไปที่ไหนก็ไม่โดนเอา เปรียบแน่นอน”
“ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมเมื่อกี้พี่เซียวถึงต้องถามความเห็น จากลูกสาวของเขาก่อน ดูเหมือนว่าในบ้านของพวกเขา ลูกสาวของ เขาจะเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง”
จางเถาฮวาพยักหน้าชื่นชม “ใช่แล้ว คล้ายกับตอนแม่ยังสาว ๆ ใครกล้ามาหาเรื่องแม่กับลูก ๆ แม่ก็จะคว้าไม้กวาดไล่ตีไปถึงสอง กิโลเมตร ตีจนพวกมันร้องไห้คร ่าครวญขอความเมตตา!”
สามีของเธอเสียชีวิตและเธอต้องกลายเป็นม่ายตั้งแต่อายุยังน้อย เธอเลี้ยงลูกหลายคนด้วยตัวเอง ถ้าไม่ทำตัวก้าวร้าว เธอก็จะถูกรังแก และอาจบานปลายเป็นร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต
เมื่อฟังการสนทนาระหว่างพ่อกับย่า ดวงตาของเหยาเจ๋อหย่วนก็ เป็นประกาย เขาเองก็ได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านตระกูลเซียว เมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด
ภรรยาของเหยาเชินพูดด้วยความกังวล “เธอเป็นผู้หญิงที่
เข้มแข็ง แต่คนท้องถิ่นที่นั่นคงแค้นฝังใจเป็นอย่างมาก เกรงว่าอาจจะ มีเรื่องทะเลาะกันอีกในอนาคต ดังคำกล่าวที่ว่า สร้างศัตรูกับคนดี ย่อมดีกว่าสร้างศัตรูกับคนชั่ว ฉันกลัวว่าครอบครัวข้างบ้านเราจะ ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข”
เหยาเชินโบกมือ “ไม่หรอก คนท้องถิ่นพวกนั้นคงไม่กล้าหาเรื่อง กับบ้านข้าง ๆ อีกแล้ว และอาจจะพยายามหนีหางจุกตูดด้วยซ ้า”
“ทำไมล่ะ?” ภรรยาของเหยาเชินถามด้วยความสงสัย
”
เหยาเชินพูดอย่างมีความหมายแฝง “ธรรมชาติของมนุษย์ก็เป็น แบบนี้แหละ”
…
วันเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ รู้ตัวอีกทีก็ครึ่งเดือนแล้ว
ครอบครัวเซียวคิดว่าบ้านฝั่งตะวันตกจะต้องหาโอกาสมาแก้แค้น แน่ ๆ แต่น่าแปลกที่เงียบสนิท ไม่มีวี่แววอะไรเลย
กระจกหน้าต่างชั้นสองที่แตกยังคงอยู่ในสภาพเดิม เป็นการ เตือนความจำพวกเขาอยู่เสมอว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดเหตุทะเลาะวิวาทที่
รุนแรง
วันหนึ่ง ชายเจ้าของบ้านขึ้นไปชั้นสองเพื่อกวาดเศษกระจกที่
แตก คุณพ่อเซียวบังเอิญอยู่ในสนามและเงยหน้าสบตากับเขา ชาย เจ้าของบ้านรู้สึกอึดอัด รีบเบือนหน้าหลบสายตา แม้แต่ไม้กวาดก็ยัง ไม่หยิบไปด้วย
ต่อมา เขารีบกลับมากวาดเศษกระจกตอนที่คุณพ่อเซียวไม่ได้ อยู่ในสนาม
คุณพ่อเซียวได้แต่งุนงง มองดูมือและเท้าตัวเอง เขาดูน่ากลัว ขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่การได้อยู่อย่างสันติก็เป็นเรื่องที่ดี
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปกติ ครอบครัวเซียวจึงถอดสายไฟที่ต่อกับบ้านหลังตะวันออก
ครึ่งเดือนมานี้ พวกเขาไม่ได้ออกจากบ้านเลย สาเหตุหลัก ๆ ก็ คือกลัว และประตูใหญ่ถูกปิดกั้น แม้จะอยากออกก็ออกไม่ได้
เชื้อไวรัส X รุนแรงขึ้นทุกที วัคซีนต้านทานยังไม่ได้รับการ พัฒนา บ้านทุกหลังปิดประตูแน่นและขังตัวเองอยู่ในบ้าน แต่โรค ระบาดนี้รุนแรงราวกับเสือป่า จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทุกวัน
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุหลักแสนไปแล้ว ไวรัส X ครั้งนี้รุนแรง มาก ซึ่งสร้างความโกลาหลให้กับเมืองเกาปาเล่อ
เมืองอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ตั้งถิ่นฐานต่างก็ตื่นตระหนกเช่นกัน พวก เขาปิดประตูเมือง และหยุดรับผู้ลี้ภัยเข้าไป
แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเมืองอื่น ๆ แต่เมื่อได้ยิน เรื่องราวความโหดร้ายของโรคระบาดในเมืองเกาปาเล่อ เมืองอื่น ๆ ต่างก็หวาดกลัว ผู้คนตื่นตระหนก คนขี้กลัวแทบขังตัวเองอยู่แต่ใน บ้าน
ผู้คนในเมืองอื่น ๆ ต่างก็แย่งกันซื้อของ กักตุนอาหาร กลัวว่าจะ เกิดผู้ติดเชื้อในเมืองของตัวเอง กลัวว่าจะถูกสั่งปิดเมือง และกลัวว่าจะ อดตายอยู่ที่บ้าน
การแย่งชิงเสบียงที่เกิดขึ้นในเมืองอื่น ๆ สร้างปัญหาไม่น้อย ให้กับรัฐบาลท้องถิ่น เมื่อผู้คนออกมาแย่งชิงเสบียง ตลาดย่อมวุ่นวาย
สำหรับเมืองเกาปาเล่อ เนื่องจากการปิดเมืองเกิดขึ้นอย่าง รวดเร็ว ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสกักตุนเสบียง และนี่คือสิ่งที่ทำ ให้ผู้คนสิ้นหวัง
ได้ยินมาว่ามีหลายครอบครัวที่ต้องอดมื้อกินมื้อ อดอยาก แร้นแค้น และต้องปีนกำแพงหนีออกไปหาของกิน บุกเข้าไปขโมย ของในบ้านคนอื่น
เหตุการณ์ทั้งหลายส่งผลให้บ้านเมืองตกอยู่ในความโกลาหล
นับตั้งแต่เมืองเกาปาเล่อถูกรัฐบาลกลางกำหนดให้เขตที่พัก อาศัยหลัก เมืองนี้ก็อยู่ในช่วงปราบปรามอย่างเข้มงวด ห้ามทะเลาะ วิวาท ห้ามก่อความวุ่นวาย แม้แต่การมีปากมีเสียงกันก็ยังห้าม
หากสถานการณ์ร้ายแรง อาจถูกหักปันส่วนอาหาร ถูกไล่ออก จากงาน และสูญเสียสิทธิ์ในการรับอาหาร ประชาชนทุกคนล้วนกลัว อดมื้อกินมื้อ วิธีนี้จึงได้ผลดีพอสมควร
เมืองเกาปาเล่อมุ่งมั่นที่จะสร้างเมืองที่อยู่อาศัยอันสงบสุขและ มั่นคง ต้อนรับผู้ลี้ภัยจากภายนอกด้วยทัศนคติที่ดีงาม
อย่างไรก็ตามด้วยการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส X เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความมั่นคงสาธารณะเริ่มไม่มั่นคง อัตราอาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนรู้สึกหวาดกลัว
ชุมชนระดับสูงยังพอรักษาปกติไว้ได้ เพราะมีเสบียงสำรองไว้ที่
บ้าน แต่ชุมชนทั่วไปที่อาศัยการทำงานแลกอาหารเป็นประจำ ตอนนี้
แทบจะวุ่นวายไปหมด การลักขโมยและการปล้นชิงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ที่ชุมชนทั่วไปวุ่นวาย นั่นเพราะมีผู้คนมาจากทุก สารทิศ เมื่อผู้คนหิวโหย พวกเขาจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นและพร้อมที่จะ ทำอะไรสุดโต่ง ก็ในเมื่อไม่มีอะไรกิน จะให้อยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร
สิ่งนี้จึงนำไปสู่สถานการณ์ที่ผู้คนจำนวนมากไม่ได้เสียชีวิตจาก ไวรัส X แต่กลับมาเสียชีวิตโดยน ้ามือของเพื่อนร่วมชาติตัวเอง
ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าสังคมเริ่มวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้นำของเมืองเกา ปาเล่อจึงใช้มาตรการบังคับอยู่ตลอดเวลา แต่พวกเขาก็เบื่อหน่าย มากขึ้นในการรับมือ
หน้าบ้านมีโรคติดต่อร้ายแรงอย่างไวรัส X ระบาดอยู่ หลังบ้านก็ มีปัญหาสังคมที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง ทางเบื้องบนถึงกับปวดหัวจน แทบรับมือไม่ไหว
ทางการได้วางแผนขอความช่วยเหลือจากผู้คนในเขตพื้นที่อื่น เพื่อมาสนับสนุนและช่วยจัดการเมืองเกาปาเล่อ
ส่วนประเด็นปัญหาสังคมยังคงมีปัญหาอยู่บ้างเป็นครั้งคราว…