ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 409 ไป่หลี่โม่เฉินฆ่าตัวตาย (1)
ความสำเร็จในการวิจัยวัคซีนแอนติบอดีของสถาบันวิจัย สร้าง ความปีติยินดีให้กับเหล่าผู้นำระดับสูงของเมืองเกาปาเล่อ ราวกับคน ที่กำลังแขวนชีวิตอยู่บนเส้นด้าย แล้วคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ทัน
พวกเขาเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล เดินหน้าต่อไปอย่าง ยากลำบากในความมืดมิด และตอนนี้ พวกเขาเริ่มมองเห็นแสงสว่าง มองเห็นความหวังอีกครั้ง
วัคซีนชุดแรกถูกนำไปทดสอบกับผู้ติดเชื้อที่รอดชีวิต ผลปรากฏ ว่าร่างกายของผู้ติดเชื้อมีสภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การทดสอบ ประสบความสำเร็จ
หลังจากผ่านการทดสอบอีกหลายรอบ ดอกเตอร์หวังและคณะ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยได้ปรับปรุงสูตรวัคซีนแอนติบอดีอีกสามครั้ง จนได้สูตรที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งดอกเตอร์หวังตั้งชื่อให้ว่า
วัคซีนแห่งชัยชนะ
สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านโรคระบาด
หลังจากผ่านการทดลองและตรวจสอบมาหลายครั้ง รวมไปถึง การทดสอบกับผู้ติดเชื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย วัคซีนแห่งชัยชนะ ก็ได้รับอนุมัติให้ผลิตจำนวนมาก
วัคซีนแห่งชัยชนะกำลังถูกผลิตอย่างเร่งด่วน พื้นที่แรกที่จะได้รับ การฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมคือชุมชนเล่อซี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบจากไวรัส X มากที่สุด และเป็นต้นกำเนิดของการระบาด
ชุมชนเล่อซีใช้เครื่องขยายเสียงประกาศประชาสัมพันธ์วัคซีน แห่งชัยชนะทุกวัน และให้ประชาชนทุกคนฉีดวัคซีนฟรี
เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว รัฐบาลท้องถิ่นชุมชนเล่อซีได้ใช้ วิธีการ ‘แจกของรางวัล’ โดยประชาชนที่มารับวัคซีนด้วยตัวเองจะ ได้รับเนื้อแดดเดียวครึ่งจิน
หากไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำแล้วก็ต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่
สำหรับผู้คนที่อดมื้อกินมื้อ เนื้อแดดเดียวครึ่งจินนี้ถือเป็นสิ่งล่อ ใจที่ไม่อาจต้านทานได้ เปรียบเสมือนคนติดยาที่พบกับฝิ่น ยากที่จะ ปฏิเสธ
ต้องเข้าใจว่า ตอนนี้ประชาชนในชุมชนเล่อซีต่างกำลังเผชิญกับ ภาวะอดอยาก พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความหิวโหย ไม่ต้อง พูดถึงเนื้อแดดเดียว แม้แต่หมั่นโถวธัญพืชเนื้อหยาบก็ไม่มีให้กิน
ด้วยแรงจูงใจจากเนื้อแดดเดียว ผู้คนจึงแห่กันมารับวัคซีน แถว ต่อคิวนั้นยาวเหยียด และต่อแถวกันจนดึกดื่น
เหล่าแพทย์และพยาบาลต้องทำงานกันอย่างหนักจนไม่มีเวลา พัก พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การแจกเนื้อแดดเดียวก็มีข้อดี นั่นคือ สามารถกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว และมารับวัคซีนมากขึ้น
ในเวลาอันสั้น ชุมชนเล่อซีก็สามารถบรรลุเป้าหมาย ฉีดวัคซีน แห่งชัยชนะให้กับประชาชนทุกคนได้สำเร็จ
จากนั้น วัคซีนแห่งชัยชนะก็ถูกขยายการฉีดจากชุมชนเล่อซี ไป ยังพื้นที่อื่น ๆ ของเมืองเกาปาเล่อ
ทุกสถานที่ ทุกชุมชน แม้แต่บนท้องถนน ต่างก็มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น กระตุ้นให้ผู้คนรีบไปฉีดวัคซีน โดยแจ้ง ว่า ถ้าชักช้า ระวังจะพลาดของรางวัล
นับตั้งแต่การวิจัย พัฒนา ทดสอบ จนถึงการผลิตจำนวนมาก และขยายการฉีดวัคซีนแห่งชัยชนะอย่างเต็มรูปแบบ ใช้เวลาเพียง ครึ่งเดือน
ในช่วงครึ่งเดือนที่เร่งด่วนนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้น แต่ เมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ จำนวนผู้เสียชีวิตเริ่มชะลอ ตัวลงแล้ว
…
ณ คุกลับแห่งหนึ่ง
ไป่หลี่โม่เฉินถูกใส่โซ่ตรวนพิเศษทั้งแขนและขา ใบหน้าของเขา ซีดเผือด ริมฝีปากไร้สีเลือด และหน้าอกพันด้วยผ้าก๊อซหนา
ฝั่งตรงข้าม มีเหล่าผู้นำทหารฝ่ายรัฐบาลนั่งเรียงราย
“ไวเปอร์ คุณยังมีอะไรจะพูดอีกไหม? มีเท่านี้เองหรือ?”
ไป่หลี่โม่เฉินเหลือบมองด้วยดวงตาที่อ่อนล้า เอ่ยด้วยน ้าเสียง แหบพร่า
“มีเท่านี้แหละ ผมพูดความจริงทุกอย่าง พวกคุณเองก็ส่งคนไป ตรวจสอบแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เหล่าผู้นำทหารฝ่ายรัฐบาลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองหน้ากันไปมา หัวหน้าของพวกเขาเอ่ยด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย
“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ และด้วยความร่วมมือของคุณ นั่นเอง คุณถึงยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้”
บุคคลที่พูดประโยคนี้คือหัวหน้าทหารฝ่ายรัฐบาล ผู้รับผิดชอบ ปฏิบัติการจับกุมไวเปอร์ในวันเกิดเหตุ
ไวเปอร์หันไปมองหัวหน้า เอ่ยด้วยน ้าเสียงทุ้มต ่า
“เดิมที ผมตั้งใจจะยอมจำนนเพื่อแลกกับชีวิตของผมและพวก พ้อง แต่น่าเสียดาย ตอนนี้เหลือแค่ผมคนเดียวแล้ว”
ชายคนหนึ่งเคาะโต๊ะ พูดด้วยเสียงเย็นชา
“การที่แกยังมีชีวิตอยู่ ก็ถือว่าเป็นการเมตตาแล้ว แกคิดว่าแค่ เลิกทำชั่ว แล้วจะกลายเป็นคนดีได้ทันทีหรือไง? ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้ว ประชาชนที่ถูกพวกแกฆ่าตาย พวกเขาจะไปร้องเรียนความยุติธรรม
ที่ไหน? พวกแกเป็นแค่ผู้ก่อการร้ายที่เต็มไปด้วยความชั่วช้า ตายไป ก็ไม่มีใครเสียดาย!”
ดวงตาไป่หลี่โม่เฉินไร้แวว ตอบกลับเสียงเรียบเฉย “ใช่ ตายไปก็ ไม่น่าเสียดาย ชีวิตที่ไร้ค่าของผม ตายไปก็ไม่น่าเสียดายเช่นกัน”
“แกก็รู้ตัวดีนี่” ชายคนนั้นสวนกลับ
เขาพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ “แล้วเซียวหมิงเยวี่ยล่ะ? เธอไม่รู้เรื่อง อะไรเลย พวกคุณห้ามทำอะไรเธอนะ”
คุณหมอหวู่อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน เขากระแอมและพูดว่า
“เซียวหมิงเยวี่ยติดตามกองกำลังไปยังเมืองเกาปาเล่อแล้ว พวก เราได้อ่านคำสารภาพของเธอที่เมืองจูหลิง คุณเซียวหมิงเยวี่ยเป็นผู้มี ความสามารถ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของเธอหรอก”
ไป่หลี่โม่เฉินอ้าปากพูดเสียงเบา “ครับ เธอเป็นคนเก่ง ไม่ว่าจะ อยู่ที่ไหนก็ตาม”
คุณหมอหวู่นึกถึงเนื้อหาในคำสารภาพ และนึกถึงคำพูดของจี้
ซานซานที่โรงพยาบาล จึงเอ่ยขึ้นโดยไม่ทันคิด
“คุณไม่รู้หรอกเหรอ? คุณเซียวหมิงเยวี่ยเป็นคู่หมั้นของคุณชาย ตระกูลจี้ พวกคุณอยู่กันคนละโลก”
ไป่หลี่โม่เฉินตกตะลึง “คู่หมั้น?”
ดวงตาของเขาสั่นระริก จากนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความขมขื่น นั่นสินะ
ถูกแล้ว พวกเขาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน เซียวหมิงเยวี่ยใช้ชีวิต ท่ามกลางแสงสว่าง เธอใช้ชีวิตอย่างอิสระและเสรี
แต่เขาเป็นแค่โคลนตมที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ใช้ชีวิตอยู่ในความมืด มิด และไม่คู่ควรกับแสงสว่างอย่างเธอ
เขาคิดผิดเอง
เขามันไม่คู่ควร
ชีวิตที่ไร้ค่านี้ ช่างไม่คู่ควรเอาเสียเลย
ก้าวผิดเพียงก้าวเดียว นำไปสู่ความผิดพลาดมากมาย ค่อย ๆ ดำดิ่งสู่ห้วงเหวไม่มีวันหวนกลับ
เขาเหลือบมองปากกาบนโต๊ะ แล้วรีบเก็บสายตา ไม่รู้ว่ากำลังคิด อะไร
“เอาล่ะ วันนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว คุณพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วกัน” หัวหน้าทหารลุกขึ้นยืน
“อ้อ เหล่าหยวนรออยู่ข้างนอก เขาต้องการพบคุณ” เขาพูด เสริม
ไป่หลี่โม่เฉินหลับตาลง ดวงตาของเขามืดมิด
“ผมไม่อยากเจอเขา”
หัวหน้าทหารถอนหายใจ “เรื่องราวในอดีตล้วนเป็นความเข้าใจ ผิด เหล่าหยวนเองก็ใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกผิดเสมอมา แทนที่จะจมอยู่ กับความเกลียดชัง ทำไมไม่ลองปล่อยวางดูซะบ้างล่ะ?”
เมื่อเห็นว่าไป่หลี่โม่เฉินไม่พูดอะไร หัวหน้าทหารจึงหยุดพูด และ พาคนอื่น ๆ ออกไป
หลังจากคนพวกนั้นจากไป ไป่หลี่โม่เฉินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา เขาไม่สนใจโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างกายไว้ พยายามเอื้อมมือไป คว้าปากกาบนโต๊ะ แม้เลือดจะไหลซึมจากข้อมือ แต่เขาก็เหมือนไร้ ความรู้สึก
และเขาก็คว้ามันได้แล้ว
เมื่อได้ปากกามาอยู่ในมือ ไป่หลี่โม่เฉินก็เหลือบมองไปที่ประตู เขาเขียนจดหมายลาตายเพียงสั้น ๆ จากนั้นก็แทงปากกาลงไปที่
หลอดเลือดใหญ่บริเวณลำคอโดยไม่มีความลังเล
ความเจ็บปวดทำให้สมองของเขาแจ่มใสขึ้นกว่าที่เคย นี่คือวิธีที่
ดีที่สุดในการหยุดยั้งความสูญเสีย เขาใช้ชีวิตผิดพลาดมาทั้งชีวิต ถึง เวลาเริ่มต้นใหม่แล้ว
จากนั้น เขาออกแรงดึงอย่างแรง ส่งผลให้เลือดไหลทะลักออกมา ทันที
ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรง เปลือกตาปิดลงอย่างช้า ๆ
“ท่านเหล่าหยวน บุคคลนั้นอยู่ข้างใน เร็ว ๆ หน่อยนะครับ”
“ขอบคุณครับ รบกวนพวกคุณมากเลย”
เขาพยายามอ้อนวอนสารพัด พูดจาดี ๆ จนมีโอกาสได้พบกับไว เปอร์ครั้งนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจมากที่จะได้พูดคุยกับลูกชาย และ อธิบายความเข้าใจผิดในอดีต
เมื่อเหล่าหยวนเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับรอยเลือดสาดกระเซ็น ไปทั่วห้อง และเห็นไป่หลี่โม่เฉินนอนจมกองเลือด
เหล่าหยวนเบิกตากว้าง หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างแรง ลมหายใจ เริ่มติดขัด ราวกับว่าวินาทีต่อไปเขาจะสิ้นลมหายใจ
“ไม่นะ! ลูกพ่อ!”
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความโศกเศร้าของเหล่าหยวน เจ้าหน้าที่ก็รีบเร่งกลับเข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะตกตะลึงกับภาพฉาก ภายในห้องขัง