ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 412 ตบหน้าสักฉาด
“อีกฝ่ายคนเยอะขนาดนั้น เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว จะ ไม่โดนรังแกเอาเหรอ?” จางเถาฮวาอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
แต่คุณแม่เซียวกลับดูสงบ “ไม่ต้องห่วงค่ะ ลูกสาวฉันแค่คนเดียว จัดการได้อยู่แล้ว ไม่มีใครเอาชนะเธอได้หรอกค่ะ”
“ดูเหมือนว่าเราจะสามารถรับวัคซีนภายในวันนี้นะ” คุณพ่อเซียว มั่นใจในตัวลูกสาวเช่นกัน
มีรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของคุณตา บ่งบอกว่ามีเรื่องสนุกให้ดู แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ครอบครัวเหยาก็มองหน้ากันไปมา มันจะเป็น แบบนั้นจริงหรือ?
อีกฝ่ายมีคนมากกว่าสี่สิบคนเลยนะ
แม้ว่าพวกเขาจะเคยเห็นวีรกรรมของเซียวหมิงเยวี่ยเมื่อครั้งก่อน แต่ครอบครัวฝั่งตะวันตกมีเพียงสองคน และเซียวหมิงเยวี่ยก็แค่ขว้าง ก้อนหินใส่พวกเขาเท่านั้น
ตอนนี้อีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า และยังเป็นพวกไม่มีเหตุผล คิดแต่ว่าตัวเองถูกต้อง เซียวหมิงเยวี่ยจะหยุดยั้งพฤติกรรมการแซง คิวของพวกเขาได้อย่างไร?
แต่ครอบครัวเซียวกลับดูมั่นอกมั่นใจ สิ่งนี้ทำให้พวกเขายิ่งรู้สึก สับสน
“เดี๋ยวก่อน ไม่คิดจะจัดการกับคนที่แซงคิวเลยเหรอ? ไปฉีด วัคซีนให้ก่อนทำไม?”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปข้างหน้า ขัดขวางไม่ให้พยาบาลฉีดยาให้ หญิงชรา
ริมฝีปากของพยาบาลขยับไปมา พูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉยว่า
“ฉันแค่รับผิดชอบการฉีดยา ไม่ใช่คณะกรรมการรักษาระเบียบ วินัย”
หญิงชราไม่หวั่นเกรง ตะโกนด่ากลับไปว่า
“มันเรื่องอะไรของแก หลีกไป! พยาบาลเขายินดีจะทำ แล้วแกมา วุ่นวายอะไร?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากเสียเวลาคุยกับอีกฝ่าย เธอดึงหญิงชรา ออกจากเก้าอี้ด้วยมือข้าเดียว แล้วตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงด้วยมือ อีกข้าง
“โอ๊ย!!”
หญิงชราเสียหลัก ล้มลงกระแทกพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความ ประหลาดใจ
เธอไม่คาดคิดว่า เซียวหมิงเยวี่ยจะกล้าตบหน้าเธอแรงขนาด นั้น?!
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองด้วยสายตาอันเฉียบคม
“จู่ ๆ ก็มาแซงคิวแย่งโควตาฉัน เรื่องนี้มันเกี่ยวกับฉันเต็ม ๆ!”
เธอหยุดชั่วครู่ แล้วพูดด้วยน ้าเสียงที่รุนแรง
“วันวันหนึ่งเขาแจกวัคซีนแห่งชัยชนะแค่ไม่กี่โดส พวกคุณมา แซงคิวแบบนี้ พวกเราที่อยู่ข้างหลังคงไม่ได้ฉีดภายในวันนี้ เกิดมาไม่ มีพ่อแม่คอยสั่งสอนหรือไง? ทำตัวหน้าด้าน ไม่มีสมองคิด คิดว่าฉัน จะยกคิวให้เฉย ๆ เหรอ?”
การตบอย่างกะทันหันของเซียวหมิงเยวี่ยไม่เพียงทำให้หญิงชรา ไม่ทันระวัง แต่ยังทำให้ทุกคนรอบตัวเธอหวาดกลัวอีกด้วย แม้แต่ อากาศก็เหมือนจะหยุดนิ่งไปหลายวินาที
บางคนถึงกับอ้าปากค้าง ยกมือปิดปากแล้วอุทาน
พวกเขาคิดไม่ถึงว่า หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ จะ กล้าหาญถึงขนาดนี้?
พวกเขาก็อยากจะแข็งกร้าวแบบนั้นเหมือนกัน แต่ฝ่ายตรงข้ามมี จำนวนมากกว่า แน่นอนว่าสู้ไม่ได้ นอกจากต้องกล ้ากลืนฝืนทน พวกเขาจะทำอะไรได้อีก?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลายคนในกลุ่มก็แสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจและ สงสาร หญิงสาวคนนั้นเป็นคนที่มีความยุติธรรม แต่ช่างน่าสงสารเสีย จริง
การทะเลาะวิวาทเพื่อเอาชนะความคึกคะนองชั่ววูบ ก็ควรคิดถึง ผลลัพธ์ด้วยว่า ตัวเองจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ควรสงบสติ อารมณ์และรักษาตัวไว้จะดีกว่า
หลายคนมองมาทางนี้ พยาบาลที่ฉีดยาฝั่งตรงข้ามก็ไม่อยากฉีด ยาแล้ว ทุกคนล้วนมองตรงมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หญิงชราชี้นิ้วไปที่เซียวหมิงเยวี่ยด้วยมือสั่นเทา กัดฟันพูด ออกไป
“นางเด็กชั่ว แกเป็นใครมาจากไหน กล้าดียังไงถึงมาตบฉัน?”
ครอบครัวของหญิงชราโวยวายขึ้นมาทันที เสียงดังอื้ออึง โกลาหลไปหมด
หญิงชราทนไม่ได้กับการดูถูกนี้ ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ยื่นมือ ออกไปหวังคว้าตัวเซียวหมิงเยวี่ย
เซียวหมิงเยวี่ยปัดมือเหี่ยว ๆ ของอีกฝ่ายออกไป แล้วเหวี่ยงขา เตะจนหญิงชราล้มกลิ้งลงไปบนพื้น
“โอ๊ยเอวฉัน!”
หญิงชราล้มลงบนพื้นเหมือนกบ ขาและแขนทั้งสี่ชี้ขึ้นฟ้า พยายามลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว
เมื่อครอบครัวของหญิงชราเห็นแบบนั้นก็เดือดดาลหนัก พวก เขามีจำนวนมากขนาดนี้ จะยอมให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวรังแกได้ อย่างไร?
ลูกชายของหญิงชราเดินตรงมาท่าทีโกรธจัด
“แกคงไม่อยากมีชีวิตแล้วสินะ?”
เมื่อมือของเขาเกือบจะแตะที่ไหล่ของเซียวหมิงเยวี่ย เธอก็เหวี่ยง ฝ่ามือตบหน้าเขาอย่างแรง
“ไปให้พ้น!”
เธอไม่ได้ตบเบา ๆ ส่งผลให้ชายหนุ่มสูงใหญ่เกือบแปดฟุตถึงกับ ล้มกลิ้งไปกับพื้น
สายตาของเซียวหมิงเยวี่ยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอตะโกนว่า
“ฉันจะยืนตรงนี้นี่แหละ ใครกล้าแซงคิว ก็ลองเข้ามา!”
เธอหันไปมองเด็กสาวที่ถูกหญิงชราผลักเมื่อกี้แล้วพูดว่า
“ถึงคิวเธอแล้ว ทำไมไม่รีบไปล่ะ?”
เด็กสาวสูดน ้ามูกด้วยความซาบซึ้ง เธอจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ย ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความขอบคุณ ราวกับว่าเธอกำลังมองดู ทวยเทพผู้มาโปรด
ทันใดนั้นภาพลักษณ์ของเซียวหมิงเยวี่ยในสายตาของเธอก็ ยิ่งใหญ่ขึ้น เปรียบเสมือนเทพธิดาผู้มาพร้อมกับก้อนเมฆหลากสีสัน เพื่อช่วยเหลือผู้คน
“ขอบคุณมากค่ะ!”
เด็กสาวรีบวิ่งไปข้างหน้า ยื่นแขนให้พยาบาล
พยาบาลตกตะลึง ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแทงเข็มฉีดยาที่เตรียม ไว้ให้หญิงชราลงบนแขนของเด็กสาวเงียบ ๆ
“เรียบร้อยค่ะ คนต่อไป” พยาบาลพูด
ผู้คนที่อยู่ข้างหลังเด็กสาวรีบเร่งตามมาโดยไม่เว้นช่องว่างใด ๆ กลัวว่าจะมีคนแซงคิว
ครอบครัวของหญิงชราไม่มีทางยอมแต่โดยดี แถวที่พวกเขาแย่ง ชิงมากลับถูกยกเลิก ทุกคนบ่นพึมพำ โดยเฉพาะผู้ชายฉกรรจ์ที่เดิน เข้ามาหาเซียวหมิงเยวี่ยหวังจะทำร้ายเธอ
ผู้คนที่ต่อคิวต่างรู้สึกดีใจ ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงเซียวหมิงเยวี่ย
แต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่กลัว เธอยืดเส้นยืดสาย เตรียมพร้อมต่อสู้ กับชายฉกรรจ์ หญิงสาว และเด็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้า
เพียงชั่วครู่ ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน คนนับสิบก็ล้ม ลงนอนร้องครวญบนพื้น บางคนกอดขา บางคนกุมท้อง และบางคน ก็จับใบหน้าตัวเอง
“ช่วยด้วย ฆาตกรฆ่าคน ช่วยด้วยค่ะ รีบแจ้งตำรวจเร็ว…”
หญิงชราใบหน้าบวมเป่งเหมือนกับหัวหมู นั่งร้องไห้ฟูมฟายบน พื้น ดิ้นรนไปมาเหมือนเด็ก
แต่ไม่มีใครช่วยเธอแจ้งตำรวจ ทุกคนต่างดูด้วยความสะใจที่เห็น พวกเขาโดนตี
มีบางคนตะโกนขึ้นว่า “สมน ้าหน้า”
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขวาขึ้น หญิงชราหวาดกลัวจนรีบถอยห่าง เธอตะโกนเสียงดังว่า
“การก่อกวนในเมืองเกาปาเล่อถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง แก จะต้องถูกยิงเป้า!”
เซียวหมิงเยวี่ยอุทาน “อ๋อเหรอ?”
เธอไม่สนใจคำพูดของยายแก่คนนี้เลย
เมื่อคิวมาถึงเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ่ยปากด้วยความชื่นชม ว่า
“เอ่อ… พี่สาวฮี่โร่ เชิญคุณก่อนเลยครับ”
“ยังไม่ถึงคิวฉันเลย ไปรักษาสิทธิ์ของเธอเถอะ” เซียวหมิงเยวี่ย พูดอย่างสบาย ๆ
ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงก ่า เขาพูดว่า “ขอบคุณครับพี่สาว”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองพยาบาลที่กำลังฉีดยาอยู่ พยาบาล รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มกลัด พยายามทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของ เซียวหมิงเยวี่ยที่มองมา
เธอคงจะไม่ตบฉันด้วยใช่ไหม?
พยาบาลรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มือของเธอสั่น และฉีดยาผิดพลาด เข็มฉีดยาที่ควรจะฉีดที่แขน กลับไปโดนที่มือ ของชายหนุ่มที่กำลังดึงเสื้อผ้าอยู่
“โอ๊ย…”
ชายหนุ่มที่ถูกเข็มฉีดยาตำเข้าที่มือร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด หน้าตาบิดเบี้ยว
“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” พยาบาลรีบดึงเข็มออกมา แล้ว สอดเข้าไปใหม่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น
ชายผู้โชคร้ายเบ้ปากอย่างขุ่นเคือง ทำไมคนอื่นถึงโดนเข็มแทง ครั้งเดียว แต่เขากลับถูกแทงถึงสองครั้ง?
ความจริงแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้คิดจะพูดอะไรกับพยาบาล ทุก คนต่างกลัวจะหาเรื่องใส่ตัว พยาบาลไม่อยากมีปัญหา นั่นย่อมเข้าใจ ได้ ถ้ามีปากเสียงกัน ผู้หญิงอย่างเธอคงจะเสียเปรียบ
หากไม่ทำอะไรเพื่อตัวเอง สวรรค์คงจะลงโทษ
เซียวหมิงเยวี่ยมาระงับเหตุการณ์นี้ ‘เพื่อทวงความยุติธรรม’ แน่นอนว่าเธอทำเพื่อตัวเธอเอง ไม่ได้มาช่วยเหลือคนไร้เดียงสา
ทุกคนยอมจำนนต่อสถานการณ์ แต่เธอไม่สามารถยอมได้ เพราะพวกนั้นมาล่วงละเมิดผลประโยชน์ของเธอ
ถ้าเธอไม่มาไล่คนพวกนั้นออกไป วันนี้ครอบครัวของเธอก็จะ เสียเวลาเปล่า
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของเธอ เธอเพียงแค่ ต้องทำให้แถวกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตามลำดับการต่อคิว ครอบครัว ของเธอจะได้ฉีดวัคซีนในวันนี้
ไม่ใช่แค่แถวนี้เท่านั้น คนในแถวอื่น ๆ มองเซียวหมิงเยวี่ยด้วย สายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและเคารพ
ไม่เพียงชื่นชมที่เธอกล้าหาญ แต่ชื่นชมที่เธอสามารถเอาชนะ กลุ่มคนนั้นได้
ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นไม่กล้าพูดอะไร แต่เธอคนเดียวกล้า เผชิญหน้าและต่อสู้กับศัตรู แสดงว่าเธอมีฝีมือจริง ๆ