ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 413 บังเอิญเจอคนรู้จัก
แถวด้านหลัง คุณแม่เซียวยิ้มอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่เป็นไร? ลูกสาวฉันคนเดียวสู้กับคนนับ ร้อยได้สบาย ๆ”
คุณตายิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ใกล้ถึงคิวเราแล้ว”
ตอนนี้เหยาเชินเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมสมาชิกครอบครัวเซียวถึง ต้องฟังคำพูดของเด็กคนนี้ เธอช่างแตกต่างจากคนทั่วไปจริง ๆ
เหยาเจ๋อหย่วนมองไปที่เซียวหมิงเยวี่ยซึ่งยืนกอดอกอยู่หน้าแถว ด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เท่จัง
เขาเริ่มรู้สึกละอายใจเล็กน้อย เพราะสิทธิ์ของคนจำนวนมากต้อง พึ่งพาหญิงสาวคนนี้ในการช่วยเหลือ
ในที่สุด แถวต่อคิวก็มาถึงครอบครัวเหยา และครอบครัวเซียวก็ ตามมาติด ๆ
เหยาเจ๋อหย่วนยืนอยู่หน้าแถว เขายกนิ้วโป้งขึ้นอย่างเงียบ ๆ
“สุดยอดเลย เจ๋งมาก”
เขารู้ดีว่า ถ้าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ก้าวออกไปข้างหน้า โควตาของ พวกเขาคงถูกแย่งชิงไปแล้ว
ดวงตาจางเถาฮวาเปล่งประกาย “แม่หนูหมิงเยวี่ย สมัยสาว ๆ ย่า ก็เหมือนหนูนี่แหละ!”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขบขันกับท่าทางของจางเถาฮวา เธอพูด อย่างถ่อมตนว่า
“คุณย่าจาง ที่แท้เราก็เป็นพวกเดียวกันนี่เอง”
“ใช่ ๆ ๆ สมัยก่อนย่าเป็นแบบนี้เลย”
ดวงตาจางเถาฮวาเต็มไปด้วยความชื่นชมและรักใคร่ เธอปฏิบัติ ต่อเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความอบอุ่น ราวกับว่าได้พบเจอคนประเภท เดียวกัน
หลังจากครอบครัวเหยาได้รับวัคซีน ก็ถึงคิวของครอบครัวเซียว เซียวหมิงเยวี่ยจึงมายืนอยู่ด้านหน้าแถว
พยาบาลฉีดยาให้เธอด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าจะทำให้เธอขุ่น เคือง
แม้ว่าวัคซีนจะมีจำนวน 500 โดส แต่การฉีดก็เสร็จสิ้นลงอย่าง รวดเร็ว คนที่เหลือในแถวต้องอดทนรอคิวฉีดในครั้งถัดไป
ครอบครัวของหญิงชราที่แซงคิวไม่มีใครได้รับการฉีดวัคซีน พวกเขามาเสียเวลาเปล่า
“หยุดนะ พวกแกห้ามไปไหนทั้งนั้น! เป็นเพราะพวกแก เราถึง ไม่ได้ฉีดวัคซีนวันนี้ พวกแกต้องชดใช้ค่าเสียหาย!”
หญิงชราที่แซงคิวดวงตาแดงก ่า เธอกล ้ากลืนความโกรธแค้นนี้
ไม่ได้จริง ๆ
ชายคนหนึ่งชี้ไปที่เซียวหมิงเยวี่ย “แกล ้าเส้นเกินไปแล้ว! คนแบบ แกยังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้หญิงอีกเหรอ? ผู้หญิงหยาบคายแบบนี้ ใคร เขาจะกล้าแต่งงานด้วย? ระวังจะขึ้นคานทั้งชีวิต!”
ภรรยาของเขาพูดเสริมว่า “จริงด้วย ๆ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอา เสียเลย ทั้งป่าเถื่อน และไร้เหตุผล ต่อให้ยกสินสอดไปขอผู้ชาย ก็ไม่ มีใครกล้าแต่งงานกับแกหรอก ใครแต่งงานกับแกคงจะโชคร้ายไปชั่ว ชีวิต!”
“ใครกล้าแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ คงซวยไปสามชั่วโคตร” คน ข้าง ๆ เธอพูดพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเสียงดัง “ไม่ต้องมาห่วงเรื่องของฉันหรอก”
ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยที่หัวเราะ คนในครอบครัวเซียวต่างก็ หัวเราะด้วยความโกรธ
คุณแม่เซียวยกมือขึ้นเท้าสะเอว “ตลกจริงนะ พวกแกต่างหากที่
ไร้มารยาท รู้มากขนาดนั้นเลยเหรอ? ลูกสาวฉันจะได้แต่งงานหรือไม่ แล้วมันไปขึ้นอยู่กับคนเลว ๆ อย่างพวกแกหรือไง! สมกันดีจริง ๆ ผี เน่ากับโลงผุ กับอีแค่ได้แต่งงานก็ภูมิใจหนักหนาแล้ว แกทำอย่างอื่น ไม่เป็นหรือไง? ทั้งครอบครัวไม่มีใครปกติเลยสักคน ลูกหลานสามชั่ว โคตรของพวกแกจะต้องล่มจมกันหมด!”
หญิงสาวถูกคุณแม่เซียวด่ากลับจนหน้าแดงก ่า เธอมองเซียวห มิงเยวี่ยด้วยความเกรงกลัว อยากจะโต้กลับแต่ก็ไม่กล้าด่าแรง ๆ เพราะกลัวจะโดนตบ
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่ชายคนนั้นแล้วโบกมือเรียกเขา
“เข้ามาสิ”
ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด เขาถอยหลังไปหลับอยู่ด้านหลังภรรยา
ก่อนหน้านี้เซียวหมิงเยวี่ยเกือบจะหักแขนเขาออกเป็นสองท่อน จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกปวดร้าวที่แขนอยู่
ภรรยาของเขามองด้วยความระแวง “กะ… แกจะทำอะไร ไม่ ละอายใจบ้างหรือไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ ขี้ขลาดชะมัด
หญิงชรากัดฟันแน่น แต่แล้วเธอก็คิดอะไรบางอย่างออก ทันใด นั้นเธอก็มีกำลังใจขึ้นมา
“พวกแกรออยู่ที่นี่ซะ เดี๋ยวตำรวจจะมาแล้ว!”
คุณพ่อเซียวเดินออกมา พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“คุณยายครับ อย่ามาหาเรื่องที่นี่เลย ถึงแม้ว่าตำรวจจะมา แต่ พวกเขาก็จะไม่เข้าข้างคุณหรอก คุณทำผิดที่แซงคิว เข้าใจไหม ครับ?”
“จริงด้วย อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้จักละอายใจเอาเสียเลยที่มาแย่งของ จากเด็ก ๆ!” คุณยายจิกตาใส่เธอ
หญิงชราพูดด้วยความมั่นใจ “ก็แค่แซงคิว มันผิดกฎหมายหรือ ไง? ฉันถามหน่อยเถอะ มันผิดกฎหมายหรือเปล่า! ฉันมีเหตุผลที่ต้อง แซงคิว คราวที่แล้วฉันไม่ได้ฉีด คราวนี้ก็ควรเป็นฉันที่ได้ฉีดก่อน พวกแกนั่นแหละไร้เหตุผล ทำร้ายคนอื่นมันผิดกฎหมาย แกเป็นคน เริ่มก่อน เตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย”
เธอพูดใส่อารมณ์จนแผลบนใบหน้าตึงไปหมด เธอร้องโหยหวน ด้วยความเจ็บปวด แต่ยังไม่ลืมขู่เข็ญเซียวหมิงเยวี่ย
“รอก่อนเถอะ เดี๋ยวแกได้รับผลกรรมเร็ว ๆ นี้แหละ!”
คุณพ่อเซียวตะโกนด่าด้วยความโกรธ
“ยังมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ? แกกระโดดเข้ามาแซงคิวพวกเรา ก่อนนะ! ยังมาทำเป็นพูดดีอยู่อีก แก่จนจะลงโลงแล้ว ไม่รู้จักละอาย ใจบ้างเลย แสดงกิริยาต ่าตมต่อหน้าเด็ก ๆ แบบนี้ หน้าไม่อาย!”
หญิงชราถูกด่าจนหน้าซีดเผือด ญาติ ๆ ของเธอต่างนิ่งเงียบ ไม่ มีใครกล้าพูดอะไรเลย
ร่องรอยของความรังเกียจปรากฏขึ้นในดวงตาของคุณตา
“ไป ๆ ๆ จะไปยุ่งกับคนแบบนั้นทำไม? เสียเวลาเปล่า”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเบา ๆ จริงด้วย พวกเขาได้ฉีดวัคซีนแห่ง ชัยชนะกันหมดแล้ว จะไปเถียงกับคนแบบนี้ทำไมกัน?
“ไปกันเถอะค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
หญิงชรากางมือแล้วพูดว่า “ห้ามไป!”
ขณะที่กำลังจะพูด เธอก็เห็นคนในเครื่องแบบปรากฏตัว จึงรีบก็ ลุกขึ้นยืนโบกมือตะโกนว่า
“ทางนี้ค่ะ ทางนี้! ฉันเป็นคนโทรแจ้งเหตุ!”
ตำรวจสองสามนายเดินเข้ามา “คุณเป็นคนโทรแจ้งเหรอ? แล้ว ต้องการแจ้งเรื่องอะไรครับ?”
หญิงชรารีบร้อนโชว์แผลของตัวเอง
“พวกเราถูกทำร้ายค่ะ ดูสิ ดูสิ พวกมันทำร้ายฉัน หลานชาย และ ลูกชายฉัน ดูสิคะ พวกมันทำร้ายพวกเรา เอาตัวผู้หญิงคนนี้ไปเลย จับไปยิงเป้า เธอเป็นคนทำร้ายเราค่ะ!”
หญิงชราชี้ไปที่เซียวหมิงเยวี่ย
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูอย่างตั้งใจ อ้าว นี่มันคนคุ้นหน้าคุ้นตากันนี่
นา
“ผู้บังคับการซ่ง?”
“เซียวหมิงเยวี่ย?”
ตำรวจมาด้วยกันทั้งหมดสี่นาย หนึ่งในนั้นคือผู้บังคับการซ่ง ซ่ง เทียนกัง
เซียวหมิงเยวี่ยประหลาดใจมาก “ทำไมคุณถึงมาเป็นตำรวจที่
เมืองเกาปาเล่อได้ล่ะ? ฉันนึกว่าคุณยังอยู่กับกลุ่มผู้ลี้ภัยจากเมืองเผิง จิง และกำลังเดินทางมา”
กลุ่มผู้ลี้ภัยจากเมืองเผิงจิงยังอยู่ระหว่างทาง พวกเขาไม่มีรถยนต์ จึงต้องเดินเท้า และยังมาไม่ถึง
แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีจอมปลอมที่มีรถ พวกที่เดินทางมา ก่อนด้วยรถส่วนตัว หลายคนติดเชื้อไวรัส X จนได้รับความทุกข์ ทรมานและเสียชีวิตไปกว่าครึ่ง ซึ่งแย่กว่าการมาถึงช้า
ใครมาถึงเร็วก็ซวยเร็ว
คาดว่ากลุ่มใหญ่จากเมืองเผิงจิงคงมาถึงเร็ว ๆ นี้ เมื่อพวกเขา มาถึง สิ่งแรกที่ต้องทำคือฉีดวัคซีนแห่งชัยชนะ เพราะตอนนั้น โรค ระบาดคงถูกควบคุมได้แล้ว
ผู้บังคับการซ่งพูดด้วยรอยยิ้ม “เพราะขาดคนไงล่ะ! ฉันเป็น ทหารและมาทำงานเป็นตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัย เธอลองคิดดูสิ ว่าเมืองนี้ขาดแคลนบุคลากรขนาดไหน ฉันก็ตามขบวนรถมา เหมือนกัน มาพร้อมกับผู้กำกับเหยียน แต่ฉันจำได้ว่าเธอหายตัวไป ระหว่างทาง”
เขาหยุดชั่วคราว แล้วพูดต่อ “ได้ยินว่าเธอร่อนเร่ไปถึงเมืองจูห ลิง นึกว่าเธอตายไปแล้วเสียอีก ตอนนั้นพวกเราตามหากันแทบพลิก แผ่นดิน แต่ก็หาเธอไม่เจอเลย เล่นเอาฉันเสียใจอยู่ตั้งนาน ไม่คิดว่า เธอจะรอดกลับมาได้ สุดยอดเลยจริง ๆ เจ๋งเป้ง!”
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตา “…”
“ที่พูดมาน่ะ หมายถึงอะไรหรือที่ว่าตายแล้ว?”
ผู้บังคับการซ่งรีบอธิบายว่า “ฉันหมายความว่าฉันดีใจที่เธอไม่ ตาย ฉันดีใจที่เธอกลับมานะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเซ็งอีกครั้ง เฮ้อ ไม่อยากคุยกับคนหัวทึบแบบ นี้เลย
“ผู้บังคับการซ่งใส่ชุดนี้แล้วดูหล่อเหลาขึ้นเยอะเลยนะครับ”
คุณพ่อเซียวและคนอื่น ๆ พูดคุยกับผู้บังคับการซ่งพอเป็นพิธี มี เรื่องราวในอดีตที่ทำให้คุณพ่อเซียวรู้สึกคุ้นเคยกับทหารหนุ่ม เขา ค่อนข้างชอบผู้บังคับการซ่ง และคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนดี
ตอนที่เกิดการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในชุมชนหวาฮั่น ถ้าไม่ใช่ เพราะผู้บังคับการซ่ง พวกเขาคงไม่รู้ว่าในฟันของผู้ก่อการร้ายยังมี อุปกรณ์ติดตามอยู่ โชคดีจริง ๆ ที่ผู้บังคับการซ่งมาเตือน ไม่อย่างนั้น ครอบครัวเซียวคงแย่แน่
ผู้บังคับการซ่งสะบัดเสื้อบนตัว “จริงหรือครับคุณลุง เขาเพิ่งแจก ชุดใหม่ ผมก็ว่ามันดูเท่ดีเหมือนกันนะ”
คุณพ่อเซียวหัวเราะ
หญิงชราเห็นแล้วตกตะลึง พวกเขารู้จักกับตำรวจได้อย่างไร?
“ฉันเป็นคนโทรแจ้งตำรวจนะ พวกมันทำร้ายร่างกาย แต่ตำรวจ กลับไม่สนใจอะไรเลย!” เสียงของหญิงชราแหลมสูง
ผู้บังคับการซ่งเก็บรอยยิ้มไว้ และพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า “นี่คือ เพื่อนเก่าผม เดี๋ยวผมจัดการเอง”
เพื่อนร่วมงานของเขาเข้าใจดี จึงไม่เข้ามาแทรกแซง
ผู้บังคับการซ่งกระแอม พูดอย่างเป็นทางการว่า
“เอาล่ะ บอกหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ครอบครัวนั้นพยายามแซงคิว พอฉันไม่ยอม พวกเขาก็หันมา ทำร้ายฉัน เลยจัดการพวกเขาไปนิดหน่อย” เซียวหมิงเยวี่ยพูดตาม สัตย์จริงเสมอ
ผู้บังคับการซ่งมองไปรอบ ๆ เห็นพวกนั้นหน้าช ้าปากบวม แต่ละ คนจ้องมองด้วยสายตาขุ่นเคือง ดูแล้วไม่น่าคบค้าสมาคม
เขาจึงเชื่อคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ยโดยธรรมชาติ
ผู้บังคับการซ่งอดขำไม่ได้ ดูเหมือนว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นพวกไร้ เหตุผล ดันมาเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเลยโดนสั่งสอน พอตีไม่ชนะก็เลย แจ้งตำรวจ
ผู้บังคับการซ่งหันไปทางหญิงชรา พูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยนว่า
“คุณยายครับ สิ่งที่คุณทำนั้นไม่ถูกต้องนะครับ การแซงคิวเป็น พฤติกรรมที่ไม่ดี! พูดให้ดูดีหน่อยก็คือละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น พูดให้ฟัง ดูแย่หน่อยก็คือไร้มารยาท ยิ่งไปกว่านั้น พวกคุณมีกันตั้งกี่คน หลาย คนรุมทำร้ายคนคนเดียวยิ่งมีโทษหนักนะครับ”
“วัคซีนแห่งชัยชนะในแต่ละวันมีจำนวนจำกัด คุณแซงคิวแบบนี้ แล้วคนอื่นจะทำยังไง? ถ้าคนอื่นติดเชื้อไวรัส X เพราะว่าคุณทำให้ พวกเขาไม่ได้รับวัคซีน มันจะเป็นการทำบาปรู้ไหมครับ?”
“ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน ครั้งหน้าห้ามแซงคิวอีกเด็ดขาด เอาล่ะ แยกย้ายกันได้ ทุกคนกลับบ้านกลับช่อง ไปหาครอบครัวตัวเองเถอะ”
ผู้บังคับการซ่งเก่งที่สุดในเรื่องการสร้างสันติภาพกับผู้คน
หญิงชราฟังเขาพูดจนงงไปพักหนึ่ง ต้องใช้เวลานานกว่าจะ เข้าใจสิ่งที่เขาพูด เธอรู้สึกโกรธเคืองจนแทบพูดอะไรไม่ออก
“นี่คุณ!”