ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 414 ชายหนุ่มที่แต่งงานแล้ว: ผู้บังคับการซ่ง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 414 ชายหนุ่มที่แต่งงานแล้ว: ผู้บังคับการซ่ง
หญิงชราที่แซงคิวพูดด้วยความฉุนเฉียว “หน็อย ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง เป็นตำรวจ คิดว่ากำลังด่าใครอยู่ฮะ! แกสนิทกับนางแพศยานี่เหรอ แกเลยลำเอียงช่วยมัน แกเข้าข้างมัน คิดว่าฉันจะไม่กล้าร้องเรียน หัวหน้าหน่วยงานของแกเหรอ?!”
ผู้บังคับการซ่งตอบกลับ “ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะครับ ชักช้า เดี๋ยวอดกินข้าวกลางวันนะ”
เขาเปลี่ยนน ้าเสียงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่ผมต้องเตือนคุณ ด้วยความหวังดี สถานีตำรวจไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะมาอาละวาดตาม อำเภอใจ เลิกทำแบบนี้เถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย จงใจก่อกวน ความสงบเรียบร้อย โทษหนักถึงขั้นถูกเพิกถอนสิทธิ์ทำงานเลยนะ คุณต้องคิดให้รอบคอบนะครับ”
หญิงชราที่แซงคิว “!!!”
เธอมีสีหน้าลังเล รู้สึกไม่เต็มใจ แต่ก็เกิดความกังวลใจขึ้นมา
ในเมืองเกาปาเล่อ การถูกเพิกถอนสิทธิ์ทำงานนั้นแทบไม่ต่าง อะไรกับการถูกตัดเส้นทางชีวิต ถ้าไม่มีงานทำ ก็ไม่มีอาหารกิน และ ถ้าไม่มีอาหารกิน สุดท้ายก็คงอดตาย
เมื่อครอบครัวของหญิงขราที่แซงคิวได้ยิน ก็มองหน้ากันไปมา สี หน้าท่าทางลังเล
ผู้บังคับการซ่งพูดติดตลก “รีบไปสิครับ รีบไปเร็ว บนถนนคน เยอะแยะ ยังมีคนอีกมากที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแห่งชัยชนะ เผื่อโชคดี โดนแจ็คพ็อตติดเชื้อกับเขาบ้าง พวกเราจะเปิดช่องด่วนให้คุณทันที ฉีดให้คุณก่อน คราวหน้าจะได้ไม่ต้องแซงคิว มาฉีดได้เลย แบบนี้
ดีกว่าเยอะ”
หญิงชราที่แซงคิ้วตกใจ เบ้ปากพูดด้วยความขุ่นเคือง
“นี่กำลังแช่งฉันเหรอ ทำไมไม่ไปติดเชื้อเองล่ะ?”
“ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะไปร้องเรียนผมที่หน่วยงาน?” ผู้ บังคับการซ่งถามกลับ
เขาถามครอบครัวนั้นอีกว่า “พวกคุณอยู่กลุ่มเดียวกัน จะไป ด้วยกันใช่ไหม?”
ลูกชายหญิงชราดึงเสื้อของแม่ตัวเอง แล้วบ่นว่า
“ช่างมันเถอะ ผมยังรอไปทำงานอยู่ แม่อย่าสร้างปัญหาเลย”
หญิงชรารู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง เธอทุ่มเทให้กับครอบครัว มาโดยตลอด แต่ทำไมในสายตาของลูกชาย เธอถึงกลายเป็นคนไร้ เหตุผลไปเสียได้?
หลานสะใภ้ของหญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“คุณป้าคะ ป้าตกปากรับคำว่าจะพาพวกเรามาฉีดวัคซีน แต่ ตอนนี้วัคซีนหมดแล้ว แถมยังเจ็บตัวฟรีอีก แล้วยังต้องไปโรงพักอีก
เหรอคะ? นี่มันเรื่องที่ป้าก่อขึ้น อย่ามาลากพวกเราไปเกี่ยวข้องด้วยสิ หลังสถานการณ์ไวรัส X ดีขึ้น พวกเรายังรอไปทำงานต่อ”
ผู้หญิงคนข้าง ๆ ก็พึมพำด้วยว่า “จริงด้วย ฉันยังมีลูกน้อยอยู่ที่
บ้าน จะให้เสียเวลาวิ่งไปรอบ ๆ ไม่ได้หรอก เผื่อติดไวรัส X ขึ้นมาจะ ทำยังไง? อยากไปก็ไปคนเดียวเถอะ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เราคงไม่ฟัง ป้าและไปเข้าแถวตั้งแต่แรก ตอนนี้คงได้ฉีดวัคซีนไปนานแล้ว แต่นี่
มันอะไรกัน ไม่มีปัญญา ก็อย่ามาเสนอหน้าสิ ทำให้เราเสียเวลาเปล่า ๆ…”
เมื่อได้ยินเสียงบ่นของเหล่าญาติสนิท ลูกชายหญิงชราก็รู้สึกอับ อาย เขามองแม่ของตัวเองด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
หญิงชราหน้าตาตื่นสุดขีด ก่อนจะตะคอกด้วยความโกรธ
“พวกแกมันใจไม้ไส้ระกำ เห็นแก่ตัว มาโทษฉันได้ยังไง? ตอน ฉันขอแซงคิว พวกแกไม่มีใครค้านสักคำ พอตำรวจเข้ามา พวกแกก็ มาโทษฉันเนี่ยนะ?”
ญาติเหล่านั้นสีหน้าไม่สู้ดี ต่างหลบเลี่ยงสายตา ไม่มองหญิงชรา
เมื่อผลประโยชน์ตรงกัน แน่นอนว่าพวกเขาจะกลายเป็น ครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว แต่เมื่อผลประโยชน์ขัดแย้งกัน ต่างคน ต่างก็เอาตัวรอด ไม่สนว่าเป็นญาติหรือไม่ก็ตาม?
บางครั้ง ญาติสนิทนั่นแหละจะแทงข้างหลังคุณเป็นคนแรก
พวกเขาคิดแค่จะติดตามมาเพื่อหาผลประโยชน์ แต่ไม่คิดว่าจะ ไม่ได้อะไร แถมยังโดนตำรวจสั่งสอน พวกเขาจึงรีบตัดความสัมพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการพัวพันกับหญิงชราที่แซงคิว
แม้จะดูเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ภายในไม่มีความจริงใจเลย
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นท่าทีแบบนั้น ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย น่าสนใจจริง ๆ แฮะ ดูเหมือนจะมีเรื่องขัดแย้งกันภายในครอบครัวด้วย
ผู้บังคับการซ่งมองดูสถานการณ์อย่างชัดเจน ว่าเรื่องราวนี้คงจบ ลงแค่นี้
เขาจึงกระแอม และพูดด้วยน ้าเสียงเข้ม
“พวกคุณมาลงชื่อกับผมไว้ก่อน เดี๋ยวผมจะติดต่อกลับไป อย่า คิดว่าจะหนีไปไหนได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ญาติกลุ่มนั้นสีหน้าซีดเผือด รีบพูดว่า
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเรา เป็นหล่อนคนเดียวที่แซงคิว พวกเรา ไม่ไปโรงพักนะคะ”
“พวกเราไม่ไปนะครับ เราไม่ได้ทำอะไรเลย”
“พวกเราไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันกับเธอ มีอะไรก็คุยกับเธอโน่น”
“พวกเรายังมีธุระที่บ้าน ต้องขอตัวลาก่อน…”
“ไป ๆ ๆ กลับเถอะ พวกเรายังมีธุระสำคัญที่บ้าน ไป…”
ญาติพี่น้องกลุ่มนั้นแตกกระเจิง รีบเร่งหนีราวกับกลัวถูกจดชื่อไว้ เผื่อวันหน้าจะถูกจับไปที่สถานีตำรวจ
ผู้หญิงคนนั้นรู้จักกับตำรวจ คงมีเส้นสายมากมาย และไม่ควรไป ยุ่งเกี่ยว ยิ่งเห็นท่าทีของตำรวจแบบนี้ ต่อให้ตาบอดก็ยังดูออก
หากถูกตามเอาเรื่องจนถึงที่สุดขึ้นมาจะทำอย่างไร ทางที่ดีควร อยู่ห่าง ๆ เรื่องพวกนี้ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องถอย
วันนี้คงต้องทำใจยอมรับความพ่ายแพ้
ลูกชายของหญิงชราเองก็ไม่มีความลังเล เขาโยนความ รับผิดชอบให้ผู้เป็นแม่คนเดียว พยายามพูดข้ออ้างเพื่อหนีไป
หญิงชราโกรธจนตบขาฉาดใหญ่ ไม่สนใจทั้งเซียวหมิงเยวี่ยและ ผู้บังคับการซ่ง เธอวิ่งไล่ตามด่ากราดญาติเหล่านั้น ซึ่งล้วนเป็น คำพูดหยาบคาย
“ฉันอุตส่าห์ทั้งรักทั้งห่วงพวกแกขนาดนี้ มีอะไรดี ๆ ก็คิดถึงพวก แกก่อน ไอ้พวกคนเนรคุณ หมาป่าตาขาวไร้ยางอาย…”
หญิงชราโกรธจนไม่อยากให้อภัยญาติเหล่านั้น
“ก็ทำผิดเอง เราก็เคารพป้าในฐานะผู้ใหญ่ แต่อย่ามาล ้าเส้น นะ…”
ญาติเหล่านั้นโต้ตอบกลับอย่างต่อเนื่องขณะที่เดินหนี กลายเป็น ภาพฉากที่น่าขบขัน
ครอบครัวเซียวเห็นภาพฉากนี้ก็หลุดขำกันหมด แม้แต่ผู้บังคับ การซ่งก็ยังหัวเราะเสียงดัง
“เอาล่ะ คนพวกนั้นหนีไปหมดแล้ว เรื่องราวจบลงด้วยดี” ผู้บังคับ การซ่งพูด
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ”
“เสี่ยวซ่ง เธอเล่นเอาพวกเขาตกใจขวัญหนีดีฝ่อกันหมด นาน แล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน แวะมาทานข้าวที่บ้านเราสิ” คุณแม่เซียวพูด ด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน
คุณตาพูดเสริม “มาทานข้าวที่บ้านนะ เดี๋ยวให้ป้าเขาทำอาหาร อร่อย ๆ ให้ทาน”
คุณพ่อเซียวและคุณยายช่วยพูดต้อนรับด้วยความอบอุ่น ชวน ให้เพื่อนร่วมงานของเขาทุกคนมาทานข้าวที่บ้าน
ผู้บังคับการซ่งรีบโบกมือ “ไม่ได้หรอกครับ พวกเรายังมีภารกิจ ต้องทำ งานยุ่งมาก คุณลุงคุณป้ากลับบ้านกันเถอะครับ ผมคงไม่มี เวลาแวะไปทานข้าวที่บ้านพวกคุณจริง ๆ”
เพื่อนร่วมงานอีกสามคนของผู้บังคับการซ่งก็ปฏิเสธด้วยความ เกรงใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สามีภรรยาเซียวก็ไม่รั้งไว้ เกรงว่าจะทำให้พวก เขาอึดอัดใจ
“งั้นถ้าทำงานเสร็จ ก็แวะมาเล่นที่บ้านบ้างนะ”
ผู้บังคับการซ่งตอบตกลงพร้อมยิ้มกว้างเห็นฟันขาว
“ได้ครับ รอให้โรคระบาดคลี่คลายลงก่อน ผมจะพาภรรยาไป ด้วย!”
“คุณแต่งงานกับว่านถงแล้วเหรอ? เร็วมาก!” เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึก ประหลาดใจ
ผู้บังคับการซ่งเขินอายเล็กน้อย “พอมาถึงเมืองเกาปาเล่อ พวก เราก็ไปจดทะเบียนกันเลย ไม่อยากรอช้า อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่หนุ่ม ๆ แล้ว งานเลี้ยงยังไม่ได้จัดด้วยซ ้า แต่ถงถงบอกว่ารอให้โรคระบาด คลี่คลายก่อน ค่อยจัดงานเลี้ยงแบบง่าย ๆ เชิญญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง มาทานข้าวกัน ถึงเวลานั้นเธอก็ต้องมาด้วยนะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกดีใจกับเขา “ได้สิ ฉันจะไปแน่นอน”
“เสี่ยวซ่งยังหนุ่มแน่นและเก่งกาจ ประสบความสำเร็จในหน้าที่
การงาน แถมตอนนี้ก็มีครอบครัวแล้วด้วย…” คุณแม่เซียวกล่าวชื่น ชม
…
ระหว่างทางกลับบ้าน ครอบครัวเซียวกำลังพูดคุยถึงเรื่องการ แต่งงานของผู้บังคับการซ่ง ทุกคนรู้สึกเหมือนกับว่ามันเกิดขึ้นเร็ว มาก จู่ ๆ เขาก็จดทะเบียนสมรสโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
หากครั้งหน้าเจอกันอีกครั้ง คงไม่ใช่จู่ ๆ มาบอกว่ามีลูกแล้ว หรอกนะ?
เซียวหมิงเยวี่ยฟังคุณแม่เซียวกับคุณยายพูด ก่อนพูดเบา ๆ ว่า
“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ผู้บังคับการซ่งก็อายุสามสิบกว่าแล้ว จะแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา”
เมื่อเธอพูดจบ บรรยากาศในรถก็เงียบลงทันที ทุกคนหันมามอง เซียวหมิงเยวี่ยเป็นตาเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขนลุกซู่เมื่อถูกทุกคนจ้องมอง “… ทำไมทุก คนมองหนูแบบนั้นล่ะ?”