ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 415 การไปเยี่ยมจี้เหวินซีอย่างเป็นทางการ
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 415 การไปเยี่ยมจี้เหวินซีอย่างเป็นทางการ
คุณแม่เซียวยิ้มอย่างอบอุ่น “ว่าแต่ หมิงเยวี่ยลูกรัก อาการป่วย ของเสี่ยวจี้ยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอ? ลูกจะไปเยี่ยมเขาเมื่อไหร่?”
หลังจากพูดจบ คุณแม่เซียวขยิบตาให้สามี คุณพ่อเซียวจึงรีบ พูดเสริมว่า
“จริงด้วย ลูกมาอยู่เมืองเกาปาเล่อนานแล้วนะ แต่ยังไม่เคยไป เยี่ยมเขาอย่างเป็นทางการสักครั้ง คุณจี้เขาดูแลครอบครัวเราเป็น อย่างดี ตั้งแต่เขาป่วยหนักจนฟื้นขึ้นมา พวกเรายังไม่เคยไปเยี่ยมเขา เลย แบบนี้คงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่!”
“ก็ก่อนหน้านี้มันเป็นสถานการณ์พิเศษนี่คะ ทั่วทั้งเมืองถูกสั่งปิด แม้แต่ประตูบ้านยังออกไปไม่ได้ โรคระบาดก็รุนแรงขนาดนั้น จะไป เยี่ยมได้ยังไงคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยอธิบาย
คุณแม่เซียวพูดต่อทันที “ช่วงนั้นพอเข้าใจได้ แต่ตอนนี้ไปได้ แล้วนะ อาการของเสี่ยวจี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว ลูกเองก็ฉีดวัคซีนเรียบร้อย ไม่ต้องกลัวจะติดเชื้อ อีกอย่าง สถานที่หลายแห่งก็ยกเลิกล็อกดาวน์ แล้ว งั้นหาเวลาไปเยี่ยมเขาหน่อยเถอะ เอาอย่างนี้ไหม พรุ่งนี้เป็นไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ”
เดิมทีเธอเองก็ตั้งใจไว้ว่าจะฉีดวัคซีนแห่งชัยชนะก่อน แล้วค่อย ไปเยี่ยมเขา
หลังจากที่เจอหวงหลีในโรงพยาบาลครั้งนั้น เธอก็ยังไม่ได้เจอ กับจี้ซานซานอีกเลย
เมื่อได้ยินเซียวหมิงเยวี่ยตอบตกลง ครอบครัวเซียวก็ดีใจกัน อย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมถึงดูดีใจกันขนาดนั้น ทำอย่างกับถูกลอตเตอรี่รางวัล ใหญ่?” เซียวหมิงเยวี่ยอดขำออกมาไม่ได้
“ไม่ขนาดนั้น ก็ตอนนี้ได้รับวัคซีนแห่งชัยชนะแล้ว จะไม่ดีใจได้ ไง?” คุณแม่เซียวพูด
คุณพ่อเซียวเห็นด้วย “ใช่ ดีใจนะที่ได้รับวัคซีนสักที”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ความจริงเธอรู้ทัน ครอบครัวเป็นอย่างดี
ฮึ่ม ทำอย่างกับว่าเธอไม่รู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่
มีรถคันหนึ่งเข้ามาเทียบจอดสนิทหน้าบ้าน ชายร่างผอมสูง ปรากฏตัวออกมาจากประตูบ้านข้าง ๆ ฝั่งตะวันตก
ชายคนนั้นก็คือควินนี่
ควินนี่เดินตรงเข้ามา พยายามยิ้มอย่างฝืน ๆ ทักทายด้วย น ้าเสียงที่ฟังดูเป็นมิตรว่า
“พวกคุณกลับมาแล้วหรือครับ? ไปฉีดวัคซีนกันมาเหรอ?”
เขาไม่ค่อยยิ้มบ่อยนัก จึงดูแปลกตา ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ไม่ยิ้มยัง จะดีเสียกว่า
คุณพ่อเซียวถามสีหน้าเรียบเฉย “คุณมีธุระอะไรหรือครับ?”
ควินนี่ลูบมือไปมา “เปล่าหรอกครับ ผมแค่คิดว่า เราน่าจะลอง ปรับความเข้าใจกันใหม่ เรื่องก่อนหน้ามันเป็นความผิดของพวกเรา เอง พวกคุณก็ทุบกระจกบ้านเราแตกไปแล้ว ถือว่าเจ๊ากันไป คิดว่าไง ครับ?”
คุณแม่เซียวมองเขาด้วยความสงสัย เขามาเพื่อขอคืนดีเหรอ?
สามีภรรยาเซียวสบตากัน คุณพ่อเซียวตอบไปว่า
“แน่นอนว่าถ้าเราปรับความเข้าใจกันได้ ย่อมเป็นเรื่องดีทั้งสอง ฝ่าย พวกเราไม่ได้ชอบมีปัญหากับใครอยู่แล้ว”
คุณพ่อเซียวพูดไปตามมารยาท
ควินนี่พยักหน้ารัว ๆ “ครับ ๆ แน่นอนครับ”
แม้จะกำลังคุยกับสามีภรรยาเซียว แต่สายตาของเขากลับจับจ้อง ไปที่เซียวหมิงเยวี่ยเป็นระยะ
เรื่องแบบนี้ ไม่ควรให้เด็กอย่างเซียวหมิงเยวี่ยต้องมาจัดการ เธอ จึงเก็บข้าวของเตรียมเข้าไปในบ้าน
แต่ควินนี่กลับเรียกเธอไว้ “เดี๋ยวครับ คุณหนูผู้น่ารัก ผมมาเพื่อ ขอโทษคุณโดยเฉพาะ และหวังว่าคุณจะให้อภัยผมนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราของเขา ส่ง เสียงอืมตอบรับเบา ๆ แล้วเดินเข้าบ้าน
เธอไม่อยากผูกมิตรกับคนประเภทนี้จริง ๆ
ควินนี่ยังอยากพูดอย่างอื่นต่อ แต่ร่างของเซียวหมิงเยวี่ยหายเข้า ไปในประตูบ้านแล้ว ควินนี่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย วันนี้เขาอุตส่าห์ตั้งใจ แต่งตัวให้ดูเหมือนตอนหนุ่ม ๆ หรือว่ามันจะไม่ได้ผล?
รอยยิ้มของคุณแม่เซียวทั้งสุภาพและดูเสแสร้ง “เด็ก ๆ ยังไม่ บรรลุนิติภาวะ อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ เรื่องนั้นเราก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ปล่อยให้มันเป็นเรื่องในอดีตไปเถอะ ต่อไปเราก็ยังเป็นเพื่อนบ้านกัน พวกเรามีธุระต้องทำต่อ ขอตัวกลับเข้าไปก่อนนะคะ”
ควินนี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ครับ”
เมื่อก้าวเข้าประตูบ้าน รอยยิ้มบนใบหน้าคุณแม่เซียวก็หายวับไป ทันที เธอหันไปกระซิบกับพ่อเซียวว่า
“ไอ้แก่นั่นคิดอะไรอยู่ เงียบหายไปตั้งนาน เพิ่งนึกจะมาขอโทษ ตอนนี้ ฉันไม่คิดว่าเขาหมายความอย่างนั้นจริง ๆ”
คุณพ่อเซียวตอบกลับ “ไม่สำคัญหรอกว่าจะมีอะไรแอบแฝง แค่ พูดด้วยตามมารยาทเท่านั้น ต่อไปก็ไม่ต้องไปยุ่งกับบ้านนั้นอีก”
คุณแม่เซียวยังคงบ่นต่อ “ดูท่าทางไม่เหมือนคนปกติเลย ป้า เถาฮวาบอกว่าเขามีเมียสองคน ความเชื่อบ้าบออะไรก็ไม่รู้? สงสัยจะ ป่วยจิต ช่างคนแบบนั้นเถอะ!”
…
วันต่อมา
“พี่หมิงเยวี่ย! ในที่สุดพี่ก็มาถึงแล้ว ฉันรอพี่ทั้งวันทั้งคืน รอนาน จนใจจะขาด ฉันคิดถึงพี่มากเลยนะ พี่คิดถึงฉันไหม?”
พอจี้ซานซานเห็นเซียวหมิงเยวี่ยก็รีบวิ่งมาต้อนรับ โอบกอดแขน หญิงสาวไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยความเอ็นดู “คิดถึงจ้า คิดถึง ไม่งั้นไม่รีบ มาหาหรอกนะ”
จี้เหวินซีเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม มองเธอด้วยแววตาสดใส
“คุณมาแล้วสินะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ร่างกายรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง คะ ดีขึ้นบ้างไหม? มีอาการข้างเคียงหรือเปล่า?”
“หลังทานยาที่คุณให้มา ก็หายดีเป็นปกติ ตอนนี้ร่างกายแข็งแรง กว่าเดิมด้วยซ ้า” จี้เหวินซีตอบกลับคำเบา
เขามองดูเธออย่างมั่นคง โดยมีอารมณ์นับพันซ่อนอยู่ในดวงตา สีเข้มคู่นั้น
เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะถามเธอ
“หายป่วยก็ดีแล้วค่ะ”
จี้ซานซานเบ้ปากด้วยความไม่พอใจ “ไปเถอะ มาคุยกันหน้า ประตูทำไม เข้าไปคุยในบ้านสิคะ! พี่หมิงเยวี่ย ฉันโคตรอยากรู้เลยค่ะ ว่าพี่ไปเมืองจูหลิงได้ยังไง ผ่านอะไรมาบ้าง พี่เล่าให้ฉันฟังหน่อย น้า…”
หลังเข้าไปในบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยไม่เห็นวี่แววของคุณปู่จี้ จึงถาม ไปว่า
“แล้วคุณปู่จี้ล่ะ?”
จี้ซานซานตอบโดยไม่ต้องคิดว่า
“คุณปู่มีงานสำคัญที่ต้องทำ ออกไปข้างนอกแล้วค่ะ ตอนแรก พี่ชายกับฉันจะไปด้วย แต่ได้ยินว่าพี่จะมาเยี่ยม จึงไม่ได้ไป คุณปู่เลย ออกไปกับคุณอาจี๋อัน”
ในตอนนั้น แม่บ้านยกจานขนมและผลไม้เข้ามา
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองจี้เหวินซีและถาม “แล้วคุณมีงานยุ่งหรือ เปล่า?”
จี้เหวินซีเลื่อนจานผลไม้ไปให้เธอแล้วพูดว่า “ไม่ยุ่งหรอก ซาน ซานพูดเว่อร์ไปหน่อย ความจริงไม่ได้มีอะไรมาก ทานผลไม้หน่อย เถอะ เตรียมไว้ให้โดยเฉพาะเลยนะ มีแต่ของที่คุณชอบ”
น ้าเสียงของจี้เหวินซีเต็มไปด้วยความห่วงใย “ตอนที่โทรคุยกัน คุณบอกไม่สะดวกพูดเรื่องยาว ๆ แล้วตอนนี้สะดวกพูดหรือยัง? เล่า ให้ฟังหน่อยได้ไหมว่า เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่คุณหายตัวไป คุณใช้ ชีวิตตามลำพังอย่างไร แล้วไปเมืองจูหลิงได้อย่างไร และทำไมถึงเจอ กับไวเปอร์ ผมอยากฟังทั้งหมด”
เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า เซียวหมิงเยวี่ยใช้ชีวิตคนเดียวช่วง นั้นอย่างไร แน่นอนว่ามันคงยากลำบากมาก
จี้ซานซานขยับตัวนั่งใกล้เซียวหมิงเยวี่ย แล้วถามด้วยความ ห่วงใย
“จริงด้วยค่ะพี่หมิงเยวี่ย เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม พวกเราต่างก็ เป็นห่วงพี่มากนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยปรบมือเบา ๆ แล้วพูดว่า “เป็นห่วงอะไรกัน เห็นอยู่ ว่าฉันยังสบายดี”
“เมื่อกี้คุณพูดถึงไวเปอร์ รู้จักเขาด้วยเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ย หันไปมองจี้เหวินซี
จี้เหวินสีมีสีหน้าที่ซับซ้อน “รู้สิ ผมรู้ด้วยว่าเขาชอบคุณมาก ถูกต้องใช่ไหม?”
แน่นอนว่าเขาต้องมีวิธีหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอที่เมืองจูห ลิง
เขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการเอาใจใส่ของไวเปอร์ที่มี ต่อเธอ ขั้นตอนการสอบสวนของเธอ
ทุกสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดระหว่างการสอบสวน ข้อมูลเหล่านี้
ได้รับการถ่ายทอดมาถึงหูของจี้เหวินซีทั้งหมด
รวมไปถึงเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของพวกเขา ว่าพวกเขา คุ้นเคยกันได้อย่างไร และช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างไร…
จี้เหวินซีเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่พูดออกมา อยากรอจนถึงวันนี้เพื่อให้ เธออธิบายด้วยตัวเอง
ภูเขาด้านหลังชุมชนหวาฮั่นจุดเดียวกัน เขาจำได้ดีว่าเจอกับเธอ ที่นั่น แต่เธอปฏิบัติต่อเขายังไงนะ?
ฟาดต้นคอจนเขาสลบ
ทั้ง ๆ ที่พบเจอบนภูเขาด้านหลังลูกเดียวกัน แต่ทำไมถึงได้ปฏิบัติ ต่อเขาแตกต่างกันขนาดนี้?
จี้เหวินซีรู้จักเซียวหมิงเยวี่ยดี เธอไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่ทำไมเธอถึงช่วยเหลือไวเปอร์ล่ะ?
ได้ยินมาว่า ไวเปอร์หน้าตาดีพอควร…
ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ จี้เหวินซีก็รู้สึกเหมือนกลืนก้อนหินลงท้อง คล้ายกับว่าอวัยวะภายในบีบรัด ทั้งรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ ขุ่นเคือง… อารมณ์หลากหลายผสมปนเปกัน
เซียวหมิงเยวี่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนโพล่งออกมาว่า
“คุณรู้ได้ยังไง?”
เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทางไม่พอใจของเขา เซียวหมิงเยวี่ยรีบ แก้ไข
“เอ่อ ฉันหมายถึง ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”
เธอไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกับไป่หลี่โม่เฉิน แต่เมื่อถูกเขามอง แบบนี้ ทำไมถึงรู้สึกผิดขึ้นมาในใจอย่างอธิบายไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น เนี่ย?
จี้เหวินซีจ้องเธอด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย “ถ้าไม่อยากให้คน อื่นรู้ ก็อย่าทำเสียเอง”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
จี้ซานซานมองจี้เหวินซี แล้วมองเซียวหมิงเยวี่ยอีกครั้ง เธอถาม ด้วยความงุนงง
“ใครเหรอ? ใคร? พวกพี่พูดเรื่องอะไรกันอยู่ ทำไมฉันไม่เห็น เข้าใจเลย?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแห้ง ๆ ตอบไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นเรื่อง เข้าใจผิดกันน่ะ แค่เข้าใจผิด คนคนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว พูดถึงเขาไป ก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีอะไรให้พูดถึงแล้ว”
ดวงตาของจี้เหวินซีสั่นระริก จริงอยู่ที่ฝ่ายนั้นตายไปแล้ว เขาไม่ ควรต้องเก็บมาใส่ใจอีก แต่ทำไมหน้าอกเขาถึงรู้สึกอึดอัดและค้างคา ขนาดนี้นะ
ที่เมืองจูหลิง ไวเปอร์ได้รับการช่วยเหลือจนรอดชีวิต หลังจากให้ ข้อมูลข่าวกรองจากต่างประเทศจำนวนมาก เขาก็ถูกคุมขังใน สถานที่ลับ
จากการตรวจสอบ ข้อมูลที่เขาให้ล้วนเป็นความจริง
แต่สุดท้ายเขาก็ยังตายอยู่ดี
เขาไม่ได้ถูกรัฐบาลสั่งประหารชีวิต แต่ฆ่าตัวตาย
ไวเปอร์ได้ปลิดชีพตัวเอง
เขาใช้ปากกาที่เขียนจดหมายลาตาย เจาะหลอดเลือดแดงหลัก ที่คอโดยตรง
จดหมายลาตายเขียนไว้ว่า โลกนี้มันห่วยแตก ชาติหน้าไม่ขอ เกิดเป็นคนอีก
ไม่มีใครทราบสาเหตุการฆ่าตัวตายที่แท้จริงของเขา ทั้งที่ก่อน หน้านี้ในเมืองจูหลิง เขายอมจำนนและให้ความร่วมมือเพื่อขอมีชีวิต อยู่
บางทีเขาอาจคิดสั้น หรืออาจจะคิดอะไรบางอย่างออก
อย่างไรก็ตามตอนที่เข้าไปเจอ เขาก็เสียชีวิตไปแล้ว และไม่ สามารถกู้ชีพขึ้นมาได้อีก
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ข่าวการเสียชีวิตของเขา
เมื่อพี่สาวของไวเปอร์ทราบข่าว เธอก็เสียสติและคลุ้มคลั่ง ตอนนี้
เธอถูกจำคุกในห้องขังเดี่ยว
“ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดถึงเขาแล้ว มาพูดถึงตัวคุณดีกว่า คุณไปที่
เมืองจูหลิงได้ยังไงเหรอ? เมืองเผิงจิงอยู่ไกลจากเมืองจูหลิงมาก คุณ คงจะ… คงจะลำบากมากสินะ?”
จี้เหวินซีเปลี่ยนหัวข้อ
เซียวหมิงเยวี่ยเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง เล่าประสบการณ์ การร่อนเร่ตามลำพังของเธออย่างคลุมเครือ
“ความจริงก็ไม่ได้แย่นักหรอก ฉันถือว่าโชคดีมาก หลังจากเจอ กระแสน ้ามูกแดงไหลหลากในเมืองเผิงจิง ฉันก็…”