ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 416 แผนการของรัฐบาล: จัดตั้งกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 416 แผนการของรัฐบาล: จัดตั้งกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจนคอแห้งผาก เธอหยิบลูกแพร์เนื้อกรอบ หวานฉ ่า และพูดเสียงอู้อี้ว่า
“เรื่องก็ประมาณนี้แหละ เพราะเจอกองกำลังของรัฐบาลที่เมือง จูหลิง ก็เลยถูกพามาด้วย”
จี้ซานซานฟังแล้วตกใจ “พระเจ้าช่วย พี่หมิงเยวี่ย พี่เจอแต่เรื่อง น่าหวาดเสียวเยอะแยะเลยนะ!”
จี้เหวินซีฟังแล้วขมวดคิ้ว “กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ต่อไปนี้
ห้ามหายไปไหนอีกนะ”
“ต่อให้อยากไปก็ไม่ไปแล้ว หลังจากนี้จะตั้งรกรากที่เมืองเกาปา เล่อนี่แหละ แล้วพวกคุณล่ะ? พูดเรื่องของฉันตั้งนาน พวกคุณ เดินทางมาจากเมืองเผิงจิง พบเจออะไรบ้างไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
“พวกเราค่อนข้างโชคดี ระหว่างทางเจอคนจำนวนหนึ่งที่
ต้องการปล้นสะดม แต่เพราะมีทหารของรัฐบาลอยู่ด้วย พวกมันเลย ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ทำให้ทุกคนปลอดภัยดี” จี้เหวินซีตอบ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเบา ๆ “ฉันได้ยินเรื่องนี้มาจากพ่อกับแม่ เหมือนกัน”
นี่คือข้อดีของการอพยพตามกองทัพ เมื่อคุณเดินทางเป็นกลุ่ม ใหญ่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังรัฐบาล คุณแทบไม่ต้องกังวล เรื่องโจรหรือคนร้ายไปตลอดทาง
แม้แต่เรื่องอาหารก็จะมีการจัดการให้เป็นสัดส่วน แจกจ่ายตาม เวลาอาหาร
เมื่อเปรียบเทียบชีวิตผู้ลี้ภัยที่ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่เพียงต้องจัดหา อาหารและเสื้อผ้าของตนเองเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาด ฝันมากมายตลอดการเดินทาง
จี้ซานซานถอนหายใจยาว “น่าเสียดายสถานที่ดี ๆ อย่างเมือง เผิงจิงที่ต้องล่มสลายไป คิดถึงบ้านหลังใหญ่และเมืองบันเทิงของเรา จัง ครอบครัวของเรามีทรัพย์สินมากมายในเมืองเผิงจิง แต่ตอนนี้ทุก อย่างสูญสลายกลายเป็นซากปรักหักพัง ไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว”
จี้เหวินซีครุ่นคิดอยู่นาน “สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นของนอกกาย ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ สักวันก็จะมีทุกสิ่งอย่างอีกครั้ง”
เขาหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ย “ได้ยินมาว่าคุณกำลังไปทำงานใน สำนักงานความมั่นคงเหรอ? ทำงานให้กับหร่วนซิ่งไห่ใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง “ใช่ เธอบอกว่ารอให้เรื่องไวรัส X จบ ลงก่อน แล้วฉันค่อยเข้าไปทำงาน”
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ด้วยคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ยที่
ชี้แนะแนวทาง ดอกเตอร์หวังจึงสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินจีน
ครอบครัวเซียวได้รับรางวัลมากมายจากเบื้องบน รวมไปถึงหร่วน ซิ่งไห่และสำนักงานความมั่นคง ทั้งหมดล้วนได้รับคำชมเชยจาก รัฐบาล
นอกจากนี้ ทางการยังเน้นย ้าให้หร่วนซิ่งไห่ดูแลเซียวหมิงเยวี่ย เป็นพิเศษ เพราะเธอคือบุคลากรผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก
งานของเซียวหมิงเยวี่ยคือการเป็นเลขานุการคนสำคัญของห ร่วนซิ่งไห่ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นงานเลขานุการธรรมดา ๆ
สถานภาพของเธอต่างจากพนักงานทั่วไป แต่เป็นเหมือนลูก ศิษย์ ตำแหน่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับเซียวหมิงเยวี่ย ซึ่ง ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน
หร่วนซิ่งไห่จะคอยสอนงานเซียวหมิงเยวี่ยด้วยตัวเอง เป้าหมาย คือเพื่อให้เธอเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง เธอจะมี สถานะที่สูงในสำนักงาน อนาคตสดใส ความก้าวหน้าของเธอขึ้นอยู่ กับความสามารถของเธอเอง
แม้ว่าหร่วนซิ่งไห่จะไม่ได้บอกเธอตรง ๆ แต่ก็บอกใบ้เป็นนัยให้ พอรู้ ซึ่งคนฉลาดเฉลียวอย่างเซียวหมิงเยวี่ยย่อมเข้าใจความหมาย แฝงเหล่านั้น
เซียวหมิงเยวี่ยและครอบครัวได้พิจารณาอย่างรอบคอบและหารือ กันแล้วว่า เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับเธอ นั่นหมายถึงการ ไว้วางใจในความสามารถของเธอ เธอจึงต้องเดินหน้าบนเส้นทางนี้
ต่อไป พยายามอย่างเต็มที่ และดำเนินชีวิตตามความคาดหวังของ เบื้องบน
นี่คือรางวัลที่รัฐบาลมอบให้แก่เซียวหมิงเยวี่ย เพราะเธอเปิดโปง คำโป้ปดของหวงหลี และคาดเดาว่าหวงหลีอาจมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัส ในร่างกาย
แน่นอนว่ารางวัลไม่ได้มีเพียงแค่นี้ การทุ่มเทเพื่อส่วนรวมของ เซียวหมิงเยวี่ยยังส่งผลดีต่อครอบครัวของเธอด้วย ทั้งคุณพ่อและคุณ แม่เซียวต่างก็ได้งานใหม่เรียบร้อยแล้ว
งานใหม่ของพวกเขานั้นดีกว่าเดิม และน่าภูมิใจกว่าเดิม
เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่พิเศษ จึงมีเพียงการแจ้งให้ พวกเขาทราบ และยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรับเข้าทำงาน
รางวัลที่เห็นได้ชัดคือการมีงานทำ แต่ผลประโยชน์ที่แท้จริงนั้น จะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นในอนาคต
จี้เหวินซีพูดเสียงเรียบ “ทางรัฐบาลชื่นชมโมเดลธุรกิจของกรม เกษตรกรรม ก่อนหน้านี้คุณปู่เป็นตัวแทนไปประชุมและได้รับคำ ชมเชยจากเบื้องบนหลายครั้ง มันมีความเป็นไปได้สูงว่า จะมีการ ก่อตั้งกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่ในอนาคต”
“รัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้อดีตผู้บริหาร เมืองเผิงจิงเป็นผู้ดูแล และสำนักงานความมั่นคงทำหน้าที่เป็น หน่วยงานประสานงานระหว่างเมืองเกาปาเล่อและจี้กรุ๊ป”
เมื่อกรมเกษตรกรรมได้รับคำชมเชยจากรัฐบาลกลาง เหล่าผู้นำ เมืองเผิงจิงต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจ เชิดหน้าชูคอสูงราวกับไก่โต้ง แล้ว ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กรมเกษตรกรรมช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีให้กับ พวกเขา
ผู้คนจากภูมิภาคอื่น ๆ ต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันที่นี่ แน่นอนว่า ยังมีผู้บริหารจากพื้นที่อื่นมาด้วย ทางรัฐบาลย่อมต้องประเมิน ความสามารถของพวกเขา จัดสรรงานให้พวกเขาทำในเมืองเกาปา เล่อตามความสามารถ
โดยพิจารณาจากผลงานของผู้บริหารในแต่ละพื้นที่ตลอดช่วง หลายปีที่ผ่านมา ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับ แรกและทำงานเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ รวมถึงมีผู้เสียชีวิตกี่ราย
พวกเขาสามารถดูแลรับประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตขั้น พื้นฐานของประชาชนหรือไม่ มาตรการที่ใช้เผชิญกับภัยพิบัติ ธรรมชาติมีความเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วน ต้องนำมาพิจารณาในการประเมินผล
จริงอยู่ที่รัฐบาลกลางมีคำสั่งมากมายเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ แต่ผู้ ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามนโยบายเหล่านี้ก็คือผู้บริหารท้องถิ่น
ผู้บริหารเหล่านี้ล้วนเป็นมนุษย์เช่นกัน มีทั้งผู้ที่มีความสามารถ และผู้ที่ไร้ความสามารถ
ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารเมืองเผิงจิงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก หรืออากาศ หนาวจัด อย่างน้อยผู้คนก็ไม่หิวโหย และแจกจ่ายสิ่งของกันหนาว ในช่วงฤดูหนาวจัด
ทั้งยังสามารถรับมือกับการโจมตีด้วยความรุนแรงอย่างมีสติ เอาชนะผู้ก่อการร้าย และปกป้องความปลอดภัยของประชาชน
ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ พวกเขาได้รวบรวมทรัพยากรอย่าง รวดเร็วและนำประชาชนหลายล้านคนจากเมืองเผิงจิงอพยพหนีภัย
นี่คือผลงานที่สมควรได้รับการยกย่องและ ‘ให้รางวัลตามผลงาน’
จากสิ่งที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าผู้นำของเมืองเผิงจิงทำงานที่
เป็นรูปธรรม ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี
หลังจากการประชุมรายงานและตรวจสอบหลายครั้ง รัฐบาล กลางก็ยอมรับความสามารถของพวกเขาและมอบหมายงานสำคัญ ให้พวกเขาด้วยความคาดหวังสูง
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขึ้นอยู่กับความสามารถของ ผู้บริหารท้องถิ่น
สำหรับเมืองที่ครอบครัวเมิ่งอาศัยอยู่ เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินพวก เขาเล่าให้ฟัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะไร้ประสิทธิภาพของผู้บริหาร ท้องถิ่น สังคมตกอยู่ในสภาวะโกลาหล ขาดแคลนทั้งอาหารยังชีพ และไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความหนาวแจกจ่าย ไร้ซึ่งผู้นำที่จะจัด ระเบียบการอพยพ ประชาชนต่างพากันหนีตายเอาตัวรอด
สำหรับผู้บริหารที่ไร้ความสามารถเหล่านี้ แม้จะพูดจาร้อยเล่ห์ เพียงใด รัฐบาลกลางก็จะไม่มอบหมายตำแหน่งสำคัญให้ บางคนอาจ ถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยซ ้า
ผู้ที่ละเลยหน้าที่ หรือกระทำผิดร้ายแรง ย่อมต้องได้รับโทษ
รัฐบาลกลางมีมาตรฐานในการประเมินผลงานอย่างรัดกุมและ โปร่งใส เปรียบเสมือนตาข่ายที่ถักทอ ปกคลุมทั่วทั้งมณฑลหลงเจียง ไว้อย่างแน่นหนา
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ “ก่อตั้งกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่ ในเมืองเกาปาเล่อเหรอ?”
จี้เหวินซีส่งเสียงตอบรับ
“เหมือนกับกรมเกษตรกรรมในเมืองเผิงจิงหรือเปล่า?” เซียวหมิง เยวี่ยถามต่อ
จี้เหวินซีส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เหมือนกัน จำเป็นต้องปฏิรูประบบ อย่างขนานใหญ่ ตามสถานการณ์ปัจจุบันและข้อกำหนดของรัฐบาล กลาง กรมเกษตรกรรมแบบเก่ามีผลผลิตที่จำกัด และสามารถจัดหา
ได้เฉพาะกับคนรวยเท่านั้น แต่กรมเกษตรกรรมแห่งใหม่มุ่งเป้าไปที่
ประชาชนทั่วไป”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับรู้ ดูเหมือนว่ารัฐบาลกลางจะนำเอา ข้อดีบางประการของกรมเกษตรกรรมมาผสมผสานกับบริบทท้องถิ่น ของเมืองเกาปาเล่อ เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างจริงจัง
“นี่ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน” เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวอย่างจริงใจ