ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 417 ผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดี
ตอนนี้บ้านเมืองเพิ่งผ่านความวุ่นวาย การเกษตรเป็นรากฐาน ของประชาชน อิ่มท้องก่อนจึงค่อยพูดเรื่องอื่น โครงการใหญ่ขนาดนี้
เปรียบเสมือนก้อนทองคำที่ใคร ๆ ก็อยากได้ และย่อมมีคนจับจ้อง มากมาย
แต่ทางรัฐบาลกลางกลับมอบหมายให้ผู้บริหารเมืองเผิงจิงและจี้
เหวินซีเป็นผู้ดูแล แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกรม เกษตรกรรมมาก และไว้วางใจจี้เหวินซี
เขาได้รับความคาดหวังเป็นอย่างมาก
และอย่าลืมว่า กรมเกษตรกรรมเป็นเพียงสาขาย่อยของจี้กรุ๊ป จี้
กรุ๊ปประสบความสำเร็จในด้านอสังหาริมทรัพย์ และเชี่ยวชาญใน อุตสาหกรรมการก่อสร้าง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หวงหลีจากอนาคตถึงวางแผนเอาชนะใจจี้เห วินซี เธอใช้ไวรัส X แพร่เชื้อใส่ชายหนุ่มเพื่อสร้างโอกาสให้ได้ ใกล้ชิดกับเขา
จี้เหวินซีในอนาคต เขาจะไต่เต้าไปได้สูงแค่ไหนกันนะ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเซียวเหวินหมิงก็เต็มไปด้วยอารมณ์ ที่ซับซ้อน ถ้าอย่างนั้นเรามาเปล่งประกายในด้านที่ตัวเองถนัดกัน เถอะ เธอจะไม่ยอมแพ้เขาแน่นอน
จี้เหวินซีกลืนน ้าลาย พูดว่า “ถ้าไม่มีเรื่องไวรัส X การก่อสร้างคง จะเริ่มต้นไปนานแล้ว เราเสียเวลาไปตั้งหลายเดือน หลังจากวิกฤต ไวรัส X ผ่านไป กรมเกษตรกรรมแห่งใหม่จะต้องเร่งการก่อสร้าง โดยเร็วที่สุด เมืองเกาปาเล่อมีที่ดินเหลือเฟือ พื้นที่ของกรม เกษตรกรรมแห่งใหม่คงกว้างใหญ่กว่าเดิมมาก และแตกต่างจากกรม เกษตรกรรมแห่งเก่าโดยสิ้นเชิง”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะเป็นเพื่อนร่วมงานกันสินะ”
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมารู้สึกตัว พูดแซวไปว่า “ถ้าอย่างนั้นคงต้อง รบกวนคุณจี้ดูแลด้วยนะคะ~”
จี้เหวินซีจ้องมองเธอ และพูดออกมาช้า ๆ
“แน่นอน”
“ผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดี” เขาพูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก ทำไมเธอถึงรู้สึกว่า คำพูดของจี้เหวิน ซีแฝงความนัยบางอย่างไว้
ดวงตาจี้ซานซานเป็นประกาย “ดีจังเลย ฉันก็อยากทำงาน เหมือนกัน พี่ หนูอยากทำงาน ขอไปทำงานกับพี่หมิงเยวี่ยด้วยนะ ได้ ใช่ไหม?”
“เธอยังเด็กเกินไป ไม่เหมาะกับงานในสำนักงานความมั่นคง แต่ ว่าเธอจะมาฝึกงานที่กรมเกษตรกรรมก็ได้ เริ่มต้นจากงานระดับล่าง ก่อน” น ้าเสียงของจี้เหวินซีเด็ดขาดและไม่ยอมให้ปฏิเสธ
จี้ซานชานทำหน้าบูดบึ้งอย่างไม่พอใจ “หนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่นะ ทำไมให้หนูเริ่มจากงานระดับล่างล่ะ ไม่เห็นจะเหมาะกับ สถานะของหนูเลย!”
จี้เหวินซีเหลือบมองเธอ พูดอย่างเย็นชาว่า
“อย่ามาเอาแต่ใจสิ พี่คิดถึงอนาคตของเธอหรอกนะ ต่อไปเธอ ต้องเริ่มเรียนรู้เรื่องธุรกิจของตระกูลจี้ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว เลิกทำตัว เป็นเด็กสักที ที่พี่ให้เธอทำงานจากระดับล่าง นั่นก็เพื่อประโยชน์ของ เธอเอง”
จี้ซานซานไม่เต็มใจนัก “ก็ได้ เริ่มจากงานระดับล่างก็ได้”
เธอโอบแขนเซียวหมิงเยวี่ย ขยิบตาพูดอย่างขี้เล่น “พี่หมิงเยวี่ย ต่อไปนี้ฉันก็จะเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วนะ!”
จี้ซานซานไม่เคยทำงานมาก่อน เธอจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็น เกี่ยวกับการทำงาน และคิดว่ามันคงจะน่าสนุกดี
เซียวหมิงเยวี่ยอดเป็นห่วงไม่ได้ เด็กสาวไร้เดียงสาคนนี้จะ สามารถทำงานในออฟฟิศได้ไหมนะ แล้วจะถูกกลั่นแกล้งจนร้องไห้ หรือเปล่า?
ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงที่ไร้เดียงสาและขี้เล่นคนนี้ ในอนาคตจะ กลายเป็นราชินีแห่งวงการธุรกิจ ที่มีอาณาจักรทางธุรกิจของตัวเอง
“อ้อ พวกคุณรู้ข่าวอะไรเกี่ยวกับหวงหลีบ้างไหม? ฉันอยากรู้ว่า ตอนนี้เธอเป็นยังไง” เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงนักเดินทางข้ามกาลเวลา คนนั้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย ดวงตาของจี้เหวินซีฉายแวว รังเกียจ หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาได้ยินสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด นี้
ตอนแรกที่ได้ยินว่าหวงหลีเป็นนักเดินทางข้ามกาลเวลา เขารู้สึก อยากรู้อยากเห็น แต่ตอนนี้เหลือเพียงความรังเกียจ
สิ่งที่จี้เหวินซีไม่สามารถยอมรับได้มากที่สุดคือการถูกควบคุม โดยผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้น หวงหลียังก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่เพียง เพราะอยากใกล้ชิดเขา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับแสน
แม้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัส X จะไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง กับจี้เหวินซี และเขาเป็นหนึ่งในเหยื่อ แต่เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจทุก ครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้
จี้ซานซานหัวเราะเยาะ “ผู้หญิงบ้าคนนั้น เธอยังคิดว่าตัวเองจะ กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมอีกครั้ง คิดว่าแค่มีวัคซีนแห่งชัยชนะแล้ว เธอก็จะพ้นผิดไปเฉย ๆ เธอฆ่าคนตายไปตั้งมากมาย แต่กลับไม่รู้สึก ผิดอะไรเลยสักนิด”
จี้เหวินซีพูดว่า “เธอถูกจำคุกตลอดชีวิต ต้องตายคาห้องขังนั่น แหละ”
“นี่ถือว่าเป็นโทษที่เบาเกินไปด้วยซ ้า!” จี้ซานซานกัดฟันด้วย ความโกรธ
เธอทนไม่ไหว สาปแช่งด้วยความโกรธ “นางหวงหลีนั่นยังฝัน กลางวันว่าตัวเองเป็นนางเอกอยู่เลย นางเอกบ้าบออะไร คนเสียสติน่ะ สิ เกือบทำให้พี่ชายฉันตาย ยังมีหน้ามาขอให้พี่ชายช่วยอีก แถมยัง บอกว่าตัวเองกับพี่ชายเป็นคู่แท้ที่ฟ้าประทานมา คนอะไรไร้ยางอาย ชะมัด ฉันนี่ขำกลิ้งเลย คนบ้าชัด ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ เธอคาดเดาชะตากรรมของหวงหลี ไว้ล่วงหน้าแล้ว และมันก็เป็นไปตามที่เธอคิด
หวงหลีไร้เดียงสาเกินไป แม้ว่าเธอจะมีความดีความชอบมาก่อน แต่โรคระบาดครั้งนี้เกือบจะล้างบางคนจีนทั้งประเทศ แล้วพวกเขาจะ ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
อีกอย่าง ต่อให้ไม่มีการทำนายของเธอ ประเทศก็ยังคงดำรงอยู่ และจะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ
ตรงกันข้าม การมีเธออยู่ทำให้ประเทศตกอยู่ในอันตราย ต่อจาก นี้ไปคุณหมอหวู่คงไม่มีทางเชื่อใจเธออีก และพยายามหลบเลี่ยง เสมือนเธอเป็นงูเห่า คำทำนายของเธอที่เคยภูมิใจ ต่อไปนี้คงไม่มีค่า อะไรอีก
หวงหลีหมดประโยชน์แล้ว
เพราะว่าประเทศชาติสามารถพึ่งพาตนเองให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าด้วยการลองผิดลองถูก ยังดีกว่าถูกคนโง่ฆ่าตาย พวกเขาไม่กล้าเชื่อใจหวงหลีอีกต่อไป เพราะว่าคนคนนี้โง่เขลา เกินไป และกลัวว่าเธอจะแก้แค้น
หวงหลีเพียงลำพังเธอเกือบทำลายทั้งประเทศ ถือว่าเธอเป็น ‘บุคคลที่มีความสามารถ’ คนหนึ่ง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็แอบดีใจที่เธอเก็บงำความลับ ได้อย่างมิดชิด ไม่มีใครรู้ว่าเธอเกิดใหม่ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะประสบ กับหายนะโดยไม่ตั้งใจ
มีเพียงคนโง่เท่านั้น ที่จะบอกเรื่องแบบนี้แก่ผู้อื่น
เธอแค่บอกเรื่องมิติส่วนตัวให้ครอบครัวฟัง แต่ไม่ได้บอกว่าเธอ เกิดใหม่ เธอไม่บอกครอบครัวตัวเองด้วยซ ้า แล้วนับประสาอะไรกับ คนนอก
เรื่องที่ไม่ควรพูด ก็อย่าพูดออกมาตั้งแต่แรก
จี้ซานซานวางมือลงบนหลังมือของเซียวหมิงเยวี่ย “พี่หมิงเยวี่ย โชคดีจริง ๆ ที่มีอยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เปิดโปงหวงหลีและบอกว่า เธอมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย วัคซีนแห่งชัยชนะคงไม่ถูกพัฒนาออกมา ได้เร็วขนาดนี้ พี่นี่แหละคือพระแม่มาโปรดที่แท้จริง”
“อย่าสิ พูดเกินไปแล้ว…”
เซียวหมิงเยวี่ยแสดงท่าที ‘ถ่อมตัว’ เธอไม่สนใจชื่อเสียงและ ผลประโยชน์
จี้เหวินซีมองเซียวหมิงเยวี่ยเงียบงัน ดวงตาสีเข้มหรี่ลง ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคำพูดไร้สาระของหวงหลี มันเป็นความจริงที่ทุกคนล้วน เป็นตัวละครหลักในชีวิตของตัวเอง และนางเอกในชีวิตของเขา เขา อยากให้เป็นเธอ…
…
เมื่อกลับมาจากบ้านตระกูลจี้ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่ทันจอดรถ เธอก็เห็นร่างเงาดำทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อีกครั้ง
ควินนี่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของบ้านเขา และมองมายังบ้าน ครอบครัวเซียว สายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ ไม่รู้ว่ากำลังมอง อะไรอยู่
เมื่อเขาเห็นเซียวหมิงเยวี่ยดับเครื่องยนต์และลงจากรถ ดวงตา ของเขาก็สว่างวาบ โบกมือเรียกเธอด้วยรอยยิ้มที่ดูแข็งกระด้าง
เขามีผิวดำคล ้า และมีริ้วรอยทั่วใบหน้าเมื่อเผยยิ้ม
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว มีอะไรผิดปกติกับจิตใจของเขาหรือ เปล่า?
เขามักจะยืนอยู่บนชั้นสองและมองดูบ้านครอบครัวเซียวอยู่ บ่อยครั้ง แววตาของเขาดูแปลก ๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ ราวกับ ว่าเขาเป็นหอยทากที่น่ารังเกียจและเหนียวเหนอะหนะ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สนใจเขา ตั้งใจจะไปบ่นให้พ่อแม่ฟัง เธอ อยากจะเอาอิฐกั้นระเบียงชั้นสองให้รู้แล้วรู้รอด
ควินนี่มัวแต่สนใจหญิงสาวข้างบ้าน จึงไม่ทันสังเกตว่ามีรถเข็น ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้จากด้านหลัง
“คุณกำลังทำอะไร?”
เมอิชาโผล่มาทางด้านหลังควินนี่อย่างเงียบเชียบ ใบหน้าปรากฏ รอยยิ้มน่ากลัว
ควินนี่สะดุ้งโหยง รีบลูบเคราสีดอกเลาอย่างเขินอาย
“เปล่านี่”
เมอิชาทอดสายตาผ่านหน้าต่างที่ไม่มีกระจก ก่อนเห็นเงาของ เซียวหมิงเยวี่ยในสนามหญ้าข้างบ้าน
จากนั้นคุณแม่เซียวก็เดินออกมาต้อนรับเซียวหมิงเยวี่ย และถาม ไถ่เกี่ยวกับสถานการณ์
ทันใดนั้นแววตาของเมอิชาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยือก
“ควินนี่ คุณยังจำได้ไหมว่าเคยสัญญาอะไรกับฉันไว้?”