ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 418 ความเข้าใจผิด
ควินนี่แสดงสีหน้าเกลียดชัง พูดขึ้นเสียงว่า
“พูดจบหรือยัง นอกจากเรื่องพวกนี้ ไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือไง? เธอกลายเป็นคนพิการแบบนี้ ยังคิดจะให้ฉันรอเธออีกเหรอ? เลิกมา ตอแยได้แล้ว อยากคิดอะไรก็คิดไป!”
เมอิชามองดูเขาด้วยสายตาเย็นชา เธออยากจะพุ่งตัวออกไป ด้วยความโกรธ แต่ทำได้แค่พูดประชด
“แล้วทำไมฉันถึงต้องกลายเป็นคนพิการ จำไม่ได้หรือไง? ถ้า ไม่ใช่เพราะฉันผลักคุณออกไป ตอนนั้นคนที่โดนรถบรรทุกทับจน กระดูกขาแหลกทั้งสองข้างก็คงเป็นคุณนั่นแหละ คุณสัญญากับฉัน ว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง คุณจะรักและดูแลฉันตลอดไป และจะไม่ แต่งงานใหม่ แล้วตอนนี้มันคืออะไร?”
อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เธอสูญเสียเด็กในท้อง และไม่สามารถมีลูก ได้อีกต่อไป ตอนนั้นควินนี่ในวัยเยาว์ร้องไห้อย่างขมขื่นและคุกเข่าลง โดยสาบานว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
แต่แล้วคนเราก็เปลี่ยนไป
ไม่กี่ปีต่อมา เขาแต่งงานกับภรรยาคนที่สอง แต่เธอไม่สามารถมี ลูกได้ เขาจึงหย่าร้างกับเธอ และแต่งงานกับภรรยาคนที่สามทันที ทว่าผู้หญิงคนนั้นแท้งลูกถึงสองครั้ง และเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ
ดังนั้น นัตตี้ถือเป็นภรรยาคนที่สี่ของเขา
หลังจากพยายามมานานหลายสิบปี ควินนี่ก็ยังไม่มีลูก
เมอิชาไม่มีทางลืมวันที่ควินนี่แต่งงานกับภรรยาคนที่สอง ทั้งเขา และครอบครัวพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ชาย ในชนเผ่านี้ล้วนมีเมียหลายคนไม่ใช่เหรอ?
เขายังอ้างว่าทั้งหมดนี้เพื่อสืบสานสายเลือดครอบครัว บีบบังคับ ให้เธอยอมรับแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการก็ตาม
แต่เขาเป็นคนมอบคำสาบานและคำสัญญาเหล่านั้นกับเธอเอง โดยบอกว่าเขาจะไม่แต่งงานอีก
แต่เพียงไม่กี่ปีต่อมา เขาก็เปลี่ยนใจ ลืมคำพูดของตัวเองหมดสิ้น และยังกล่าวหาเธอว่าใจแคบ เป็นเมียที่อิจฉาริษยา
ควินนี่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความโกรธ และตะคอกไปว่า
“ฉันเคยขอให้เธอช่วยเหรอ? ฉันเคยขอให้เธอช่วยฉันงั้นเหรอ!”
เขาคว้าไหล่ของเมอิชาอย่างรุนแรง “เธอเอาแต่อ้างบุญคุณอัน น้อยนิดครั้งนั้นมาข่มขู่ฉัน เพื่อถ่วงฉันไว้กับเธอ!”
เมอิชามองดูสามีที่ใบหน้าบิดเบี้ยว แววตาเต็มไปด้วยความ เกลียดชัง หัวใจของเธอพลันรู้สึกสิ้นหวังอย่างยิ่ง
เธอหัวเราะขมขื่น ดูเหมือนว่าบุญคุณที่เธอเคยช่วยชีวิตเขาไว้ จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการ เขาไม่อยากถูกพันธะทาง ศีลธรรมนี้ผูกมัดใช่ไหม?
แล้วเธออยากเป็นคนพิการนักหรือไง?
“ตามใจแล้วกัน ถ้าอยากแต่งงานกับคนใหม่จริง ๆ อย่างน้อยก็ ควรหาคนโสดไม่ใช่เหรอ?” เธอหันหน้าหนีไปอีกทาง
ควินนี่ค่อย ๆ สงบลง “แน่นอนอยู่แล้ว”
สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน “เมอิชา เราแต่งงานกันมา หลายปีแล้ว คุณพิการและไม่สามารถมีลูก คนในครอบครัวผมต่าง พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผมหย่ากับคุณ ไม่เพียงผมไม่ทอดทิ้งคุณ แต่ ยังดูแลคุณอย่างดี ให้ข้าว ให้น ้า ให้ที่พักอาศัย ผู้ชายที่ไหนจะ สามารถทำให้คุณได้ขนาดนี้? คนอื่นคงทิ้งคุณไปนานแล้ว คุณควร รู้จักพึงพอใจกับสิ่งที่มี และอย่าหาเรื่องทะเลาะบ่อย ๆ อีกเลย”
เมอิชาหลับตาลงแล้วพูดว่า “อืม ฉันเข้าใจแล้ว”
เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรอีก
ควินนี่พอใจกับปฏิกิริยาของเธอ เขาหันหลังเดินลงไปชั้นล่างคน เดียว ขณะที่ยังคงวางแผนว่าจะหาโอกาสติดต่อหญิงสาวข้างบ้านได้ อย่างไร
เมอิชานั่งนิ่งอยู่บนระเบียงชั้นสองเงียบงัน เธอหันไปมองบ้านข้าง ๆ เห็นคู่สามีภรรยาเซียวกำลังหยอกล้อกัน
คุณแม่เซียวกำลังเด็ดผัก แล้วคุณพ่อเซียวพูดอะไรบางอย่างที่
ทำให้เธอหัวเราะ เธอจึงตีเขาด้วยผักในกำมือ ขณะที่คุณพ่อเซียวก็ หลบอย่างว่องไว
ช่างเป็นคู่สามีภรรยาที่มีความสุขดีเหลือเกิน
เมอิชามองดูฉากเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เธอเอื้อมมือ แตะใบหน้าของตัวเองเบา ๆ รอยยิ้มของเธอในอดีตนั้นเคยอ่อนโยน เฉกเช่นเดียวกับคุณแม่เซียว ดวงตาเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความ ใฝ่ฝันในรักแท้
แต่ตอนนี้ล่ะ มีเพียงความโกรธ ความแค้น ความเย็นชา ความ ขมขื่น…
อารมณ์เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงใบหน้าของเธอให้กลายเป็น หญิงขี้อิจฉาที่น่ารังเกียจ แม้จะพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับดูแข็ง กระด้างและบิดเบี้ยว
ในเวลานี้ ไม่รู้ว่านัตตี้มาอยู่ที่ชั้นสองตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพี่ มาทำ อะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวคะ?”
สีหน้าเมอิชาเปลี่ยนไป เธอพูดประชด
“ฉันกำลังคิดว่า ควรหาเมียใหม่ให้ควินนี่ได้แล้ว เธอแต่งงานเข้า มาหลายปี แต่ยังไม่มีลูกให้เขาสักคน จะปล่อยให้ควินนี่ไม่มีทายาท สืบสกุลอยู่แบบนี้ได้ยังไง?”
“นี่!” นัตตี้โกรธมากจนแทบหายใจไม่ออก
เมอิชาเคลื่อนรถเข็นผ่านอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ควินนี่ตกหลุมรัก ผู้หญิงข้างบ้าน แม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังพอมีบุตรได้ ดูสิ เขาชอบ ผู้หญิงแก่ที่มีสามีอยู่แล้ว มากกว่าที่จะเสียเวลากับเธอต่อไป”
“อีกอย่าง ควินนี่หย่าร้างกับภรรยาคนที่สองเพราะหล่อนไม่มีลูก ให้เขา จุดประสงค์ของการแต่งงานใหม่ก็เพื่อมีลูก ถ้ามีลูกให้ไม่ได้ เธอก็เป็นของไร้ค่า ลองคิดดูแล้วกันว่าควินนี่จะหย่ากับเธอหรือ เปล่า?”
สิ้นเสียง เธอไม่คิดสนใจนัตตี้อีก และเข็นรถออกจากระเบียงชั้น สอง
ในมุมที่นัตตี้มองไม่เห็น บนใบหน้าของเมอิชาปรากฏรอยยิ้ม เยาะที่เยือกเย็น มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ดีว่า ควินนี่จะไม่มีวันมีลูกได้อีก
เธอพิการและไม่สามารถมีลูกได้ ชีวิตทั้งชีวิตพังทลาย แล้วเขา จะมีลูกหลานและครอบครัวที่รักใคร่อยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง?
ทุกคนควรจะต้องจมอยู่กับความมืดมิดไปด้วยกัน ไม่มีใครปีน ออกจากหุบเหวนี้ได้
นัตตี้หันขวับไปจ้องมองเมอิชาด้วยความโกรธ ขณะเดียวกัน ความกลัวค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ควินนี่จะหย่ากับเธอจริง ๆ เหรอ?
แม้ว่าควินนี่จะเริ่มแก่ตัวลง แต่เขาก็ร ่ารวยมีเงินทอง การใช้ชีวิต อยู่กับเขาไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน แม้จะเกิดภัยพิบัติทาง ธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นัตตี้ก็ไม่เคยอดมื้อกินมื้อ
ถ้าควินนี่ไม่ต้องการเธอแล้วจริง ๆ เธอจะทำยังไงดี?
ไม่ได้ เธอจะไม่ไปทำงานเด็ดขาด เหนื่อยยากลำบากแทบตาย แถมยังมีแต่อาหารหมูให้กิน เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาตลอด แล้ว จะให้ไปทนทุกข์แบบนั้นได้ยังไง?
นัตตี้จับวงกบประตูไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ทว่ายามนี้เธอ ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ
ผ่านระเบียงบนชั้นสอง เธอจ้องมองคุณแม่เซียวที่อยู่บ้านหลัง ถัดไปและพูดด้วยความแค้นว่า
“อีแก่หน้าไม่อาย…”
…
เวลาอาหารเย็น
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก “พ่อคะ แม่คะ หนู รู้สึกว่าผู้ชายข้างบ้านดูแปลก ๆ เขามักจะยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง แล้วมองมาที่บ้านเราอยู่บ่อย ๆ”
คุณแม่เซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “แม่ก็เห็นเขาบ่อยเหมือนกัน ชอบ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนคนเสียสติ ไม่รู้ว่ามองอะไรนักหนา”
คุณยายพูดขณะกำลังป้อนนมให้เซียวซีวั่งด้วยขวดนม “ไม่ใช่ ว่าเขาเป็นพวกโรคจิตเหรอ?”
“อย่าไปสนใจคนแบบนั้นเลย” คุณตาพูดเบา ๆ
“ไม่ได้สนใจหรอกค่ะ แต่เขาชอบมองมาบ่อย ๆ เอาแต่จ้องจน รู้สึกอึดอัด หนูไม่กล้าออกไปเดินในสนามหญ้าแล้วด้วยซ ้า” เซียวห มิงเยวี่ยพูด
เธอใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวไปมา “ไม่ดีเลย ต้องหาทางจัดการซะ แล้ว…”
“กำลังคิดอะไรอยู่? หรือว่าลูกคิดจะเอาอิฐไปก่อกำแพงปิด ระเบียงชั้นสองบ้านเขาจริง ๆ?” คุณแม่เซียวถาม
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งคิดอยู่นาน อ๊ะ จริงด้วย เสี่ยวฮุยฮุย ลืมไปซะ สนิทเลย
“เสี่ยวฮุยฮุย มานี่หน่อย!”
ทันทีที่พูดจบ เสี่ยวฮุยฮุยก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาจากสนามหญ้า นอกบ้าน แล้วมานั่งหมอบลงข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ยด้วยความดีใจ
เสี่ยวฮุยฮุยมี ‘คฤหาสน์’ เป็นของตัวเองในสนาม คุณพ่อเซียว และคุณตาช่วยกันสร้างให้เขาโดยเฉพาะ ภายในปูด้วยเบาะนุ่ม นอน สบายสุด ๆ
“ฟังนะ ต่อไปถ้ามีตาแก่เคราแพะข้างบ้านมาจ้องมองบ้านเราจาก ระเบียงชั้นสองอีก แกต้องสั่งสอนบทเรียนจนเขาหนีเตลิดหางจุกตูด ทำได้ใช่ไหม?”
เสี่ยวฮุยฮุยพยักหน้า ซึ่งถือเป็นอันตกลง
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของเขา ก่อนหยิบน่องไก่อันใหญ่ยัดใส่เข้า ไปในปากเสี่ยวฮุยฮุย
“ดีมาก เป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งนะ”
คุณพ่อเซียวหัวเราะเสียงดัง “ลูกพูดแบบนั้น เสี่ยวฮุยฮุยมันจะ เข้าใจเหรอ?”
“เข้าใจอยู่แล้วค่ะ เสี่ยวฮุยฮุยฉลาดมากนะ ไม่เหมือนกับสุนัขเฝ้า บ้านธรรมดา… เนอะ” เซียวหมิงเยวี่ยกล่าว
ในความเป็นจริง ทุกคนในครอบครัวรู้ดีว่าเสี่ยวฮุยฮุยเป็นหมาป่า มีเพียงคุณยายเท่านั้นที่ไม่รู้ ทางที่ดีอย่าบอกเธอเลย เดี๋ยวจะทำให้ เธอกลัวกว่าเดิม
เสี่ยวฮุยฮุยคาบน่องไก่และวิ่งปรู๊ดออกไปนอกบ้าน เขาวางน่อง ไก่ในชามข้าวตัวเอง แล้วจึงเพลิดเพลินกับอาหารมื้ออร่อย