ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 419 เสี่ยวฮุยฮุยขู่ควินนี่จนวิ่งหนีไป
เช้าวันต่อมา
หลังทานอาหารเสร็จ ควินนี่รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรทำ จึงเดิน ขึ้นไปยังระเบียงชั้นสองตามปกติ เพื่อยืนมองเซียวหมิงเยวี่ย เหมือนกับคนโรคจิต
เมื่อใดก็ตามที่เธอปรากฏตัว ควินนี่จะยิ้มกว้างกล่าวทักทาย พยายามหาโอกาสพูดคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคย โดยหวังจะสร้าง ความประทับใจให้กับเธอ
แต่เขาเพิ่งเฝ้าดูได้ไม่นาน ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะออกมา เขาก็ เห็นวูล์ฟด็อกตัวใหญ่เดินออกมาจากบ้านสุนัขในสวนข้างบ้าน
เสี่ยวฮุยฮุยเดินออกมาช้า ๆ เงยหน้าขึ้นมองควินนี่ที่ยืนอยู่บนชั้น สอง ดวงตาสีเทาของมันแวววาวไปด้วยแสงเย็นยะเยือก
มุมปากของควินนี่กระตุก ในใจเกิดความกังวลเล็กน้อย แต่เขา ปลอบใจตัวเองอย่างรวดเร็วว่ามันเป็นแค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้น และคง ปีนข้ามกำแพงมาไม่ได้หรอก
ควินนี่ตัดสินใจเพิกเฉยต่อวูล์ฟด็อกตัวนั้น
เสี่ยวฮุยฮุยส่งเสียงคำรามต ่า เมื่อเห็นว่าควินนี่กล้าเพิกเฉยต่อ มัน จึงแยกเขี้ยวและงอขา ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
เห็นเช่นนั้นควินนี่พลันตะลึงงัน เสี่ยวฮุยฮุยวิ่งตรงเข้ามาด้วย ความเร็วสูง จากนั้นก็กระโจนตัวข้ามกำแพงสูงอย่างง่ายดาย
มันใช้กำแพงเป็นจุดยึดเพื่อเพิ่มแรง กระโดดผ่านหน้าต่างที่ไม่มี กระจก และตรงเข้าสู่ระเบียงชั้นสองของบ้านเขาโดยตรง
ก่อนที่ควินนี่จะทันได้ตั้งตัว เสี่ยวฮุยฮุยก็มายืนตระหง่านบน ระเบียงชั้นสองและเผชิญหน้ากับเขาซึ่ง ๆ หน้า
เสี่ยวฮุยฮุยแยกเขี้ยวพร้อมขู่คำราม แสดงอาการคุกคามบุคคล ตรงหน้า
ร่างกายของมันกำยำ และมีเขี้ยวแหลมคม
เลือดในกายควินนี่แทบแข็งตัว หัวสมองอื้ออึง รู้สึกคล้ายกับโลก หยุดหมุน เขากลืนน ้าลายอย่างยากเย็น แม้จะอยากวิ่งหนี ทว่าก็ก้าว ขาไม่ออก
เมื่อเห็นว่าควินนี่ยังยืนนิ่งอยู่ เสี่ยวฮุยฮุยก็หมดความอดทน และ ก้าวเดินตรงไปหาอีกฝ่าย ราวกับว่ามันจะไม่เพียงกัดเขาเท่านั้น
ควินนี่ดูเหมือนจะเพิ่งตระหนักถึงสถานการณ์ เขาตะโกนด้วย ความหวาดกลัวว่า
“ยะ… อย่าเข้ามา…”
ควินนี่หันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี ขาทั้งสองสั่นเทาจนแทบหมด เรี่ยวแรงไประหว่างทาง
เสี่ยวฮุยฮุยเข้ามายืนตรงจุดที่ควินนี่เคยยืนอยู่ มองดูชายคนนั้น หลบหนีไปด้วยแววตาเฉยเมย เจ้าหมาป่าเลียริมฝีปาก ก่อนจะหัน หลังกลับไปทางที่เขาจากมา
ควินนี่วิ่งลงบันไดไปยังชั้นล่างด้วยความหวาดผวา แล้วรีบเข้าไป หลบในห้องครัวพร้อมปิดประตูหอบหายใจหนัก
นัตตี้กำลังเทนมใส่แก้วอยู่ในครัว เมื่อเห็นเขาสีหน้าแตกตื่น เธอ จึงถามว่า
“ที่รัก คุณเป็นอะไรไปเหรอ?”
ควินนี่สะดุ้งเหมือนนกที่ตกใจ “เปล่า ผมไม่ได้เป็นอะไร”
เขาเฝ้ามองประตูห้องครัวด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับอารมณ์ แปลก ๆ ที่ปรากฏในดวงตา
“นัตตี้ ขึ้นไปหยิบเสื้อโค้ตที่ชั้นสองให้หน่อยสิ”
แม้นัตตี้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ตอบตกลง “ได้ค่ะ”
นัตตี้เดินออกจากห้องครัวและขึ้นไปบนชั้นสอง ควินนี่แง้มประตู ไว้เล็กน้อย รอฟังเสียงกรีดร้องของนัตตี้ หรือเสียงกัดของวูล์ฟด็อก ตัวนั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ มันไม่มีเสียงอะไรเลย
ในไม่ช้า นัตตี้ก็เดินลงมาพร้อมเสื้อโค้ตตัวหนึ่งในมือ “ตัวนี้ได้ ไหมคะ?”
ควินนี่มองเธอด้วยความประหลาดใจ “ธะ… เธอไม่เห็นอะไรบน ชั้นสองเลยเหรอ?”
“อะไรเหรอ? ที่รัก คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” นัตตี้ยิ่งสับสน กว่าเดิม
ควินนี่ท่าทางกังวลใจ บ่นพึมพำออกมาว่า “เปล่าหรอก บ้านข้าง ๆ เลี้ยงวูล์ฟด็อกตัวใหญ่ หน้าตาน่ากลัวมาก แต่กลับไม่ล่ามเชือกมัน ไว้”
“มันน่ากลัวจริง ๆ นั่นแหละ เมื่อครู่ฉันก็เห็นเหมือนกัน มันเดิน วนไปวนมาอยู่ในสนาม และมองมาที่ฉันด้วย” นัตตี้พูด
“เธอบอกว่าวูล์ฟด็อกอยู่ที่บ้านข้าง ๆ งั้นเหรอ?” ควินนี่รู้สึก เหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
“ก็ใช่น่ะสิ สุนัขของข้างบ้านจะไปอยู่ที่ไหนได้ ถ้าไม่อยู่บ้านของ มัน? คุณมีอะไรหรือเปล่า? แล้วยังต้องการเสื้อตัวนี้ไหม?” นัตตี้ถาม
ควินนี่โบกมือไล่ด้วยความรำคาญใจ “วางไว้ที่โซฟานั่นแหละ!”
ควินนี่ถือไม้ถูพื้นเดินขึ้นบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังระเบียงอย่าง ระมัดระวัง เขายื่นศีรษะออกไปดู และพบว่าวูล์ฟด็อกตัวนั้นกลับไป แล้วจริง ๆ
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ขณะที่กำลังจะกลับ ลงไปชั้นล่าง เขาก็เห็นวูล์ฟด็อกจ้องมองตรงมาที่เขาอีกครั้ง คล้าย กับว่าจะเดินเข้ามาหา
ควินนี่ตกใจกลัวจนรีบหดหัวกลับ ไม่กล้ามองอีก ขาทั้งสองรู้สึก เหมือนเป็นอัมพาต เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพง เหมือนวิญญาณหลุด ลอยออกไป
“ที่รัก วันนี้คุณดูแปลก ๆ นะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า คุณบอกฉัน ได้ไหม” นัตตี้เดินตามเขาขึ้นไปชั้นบน
ความตกใจของควินนี่เปลี่ยนเป็นความโกรธ
“มันเป็นความผิดของเธอนั่นแหละ มองดูหน้าต่างที่พังพวกนั้นสิ กระจกแตกไปหมดแล้ว ตอนนี้จะไปหาคนมาซ่อมกระจกจากที่ไหน!”
เขาเอาความโกรธทั้งหมดไปลงที่นัตตี้
นัตตี้ตะโกนเถียง “มาโทษฉันได้ยังไง หน้าต่างโดนพวกข้างบ้าน ทำพัง ฉันบอกให้ไปแจ้งตำรวจก็ไม่ไป!”
ควินนี่ไม่สนใจ “แล้วทำไมจู่ ๆ คนข้างบ้านถึงทำหน้าต่างเราพัง นั่นก็เป็นเพราะเธอไม่ใช่หรือไง?”
“ก็เพราะพวกคนต่างถิ่นไม่ให้เราใช้ไฟฟ้าก่อน นี่เป็นความผิด ของพวกมันต่างหาก จะมาโทษฉันได้ยังไง?” นัตตี้เบิกตากว้าง
“อยากโทษใครก็โทษไป รีบไปหาคนมาซ่อมหน้าต่างให้ เรียบร้อยซะ!” ควินนี่พูดด้วยน ้าเสียงหงุดหงิด
นัตตี้นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ข้างบ้าน ข้างบ้านอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่
ก่อนหน้านี้ควินนี่จงเกลียดจงชังพวกต่างถิ่นข้างบ้านจะตายไป แต่ ทำไมตอนนี้ถึงโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอ
เธอพลันนึกถึงคำพูดของเมอิชา นางแก่คนนั้น!
…
เป็นเวลาสามวันติดต่อกันที่เซียวหมิงเยวี่ยไม่เห็นร่างของชาย ชราน่าขนลุกคนนั้นอีก เธอให้รางวัลแก่เสี่ยวฮุยฮุยด้วยซี่โครงตุ๋น หม้อใหญ่ ซี่โครงนั้นเปื่อยนุ่มและส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ซึ่งละลายหาย เข้าไปในท้องของเสี่ยวฮุยฮุยจนหมดสิ้น
คุณแม่เซียวชมเจ้าเสี่ยวฮุยฮุยไม่หยุด บอกว่ามันฉลาดและ เข้าใจภาษาคน
อย่างน้อยตอนนี้ไอ้แก่โรคจิตข้างบ้านก็สงบลงบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่า ในอนาคตเขาจะมาไม้ไหนอีก ถึงอย่างนั้นเซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่ได้กลัว เลย
ถึงแม้จะมีวัคซีนแห่งชัยชนะแล้ว แต่ไวรัส X ก็ได้สร้างบาดแผล ให้กับผู้อยู่อาศัยในเมืองเกาปาเล่อ ซึ่งเป็นบาดแผลที่ไม่อาจเยียวยา ได้
หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสครั้งนี้ เมืองเกาปาเล่อคงต้องใช้เวลา ฟื้นฟูตัวเองนานแสนนาน กว่าจะกลับมาเป็นปกติได้
ยอดผู้เสียชีวิตมีมากกว่าแสนคน เมื่อรวมกับผู้รอดชีวิตที่ติดเชื้อ ตัวเลขนี้พุ่งสูงเกือบแตะสองแสนราย และถึงแม้จะรอดชีวิตจากไวรัส X ทว่าร่างกายของพวกเขาถูกเชื้อร้ายทำลายอย่างหนัก
ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกันไป บางคนตาบอด บางคนพิการ บางคนปอดและหลอดลมได้รับความเสียหายรุนแรง ป่วยเป็นโรคปอดบวมและโรคหอบหืดเรื้อรัง บางรายสมองได้รับความ เสียหาย กลายเป็นคนบกพร่องทางสติปัญญาจากไข้สูง
สำหรับผู้คนเหล่านี้ การฉีดวัคซีนแห่งชัยชนะเพิ่มเติมนั้นไม่มี ประโยชน์ พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะผู้พิการ และสูญเสีย ศักยภาพในการทำงานตลอดไป
เมืองเกาปาเล่อเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว และ ตอนนี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ล้วน ต้องอาศัยผู้คนและแรงงาน
ปัจจุบันโครงการของกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่ยังคงดำเนินการ ในเมืองเกาปาเล่อ โดยพิจารณาจากบรรดาเขตที่พักอาศัยใหม่ หลายแห่ง พบว่าเมืองเกาปาเล่อเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ การสร้างฟาร์มขนาดใหญ่
เมื่อใดที่โครงการเริ่มต้นขึ้น เมืองเกาปาเล่อจะยิ่งประสบปัญหา การขาดแคลนแรงงานมากกว่าเดิม
หลังจากที่วัคซีนแห่งชัยชนะถูกส่งไปทั่วพื้นที่ ชาวเมืองเกาปา เล่อทยอยได้รับวัคซีนอยู่เรื่อย ๆ แม้ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้ฉีด แต่คาด ว่าจะได้รับวัคซีนในภายหลัง
ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ทุกคนจะต้องได้รับวัคซีน แม้แต่ ทารกน้อยอย่างเซียวซีวั่งก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเช่นกัน
หลังจากผู้อยู่อาศัยในเมืองเกาปาเล่อได้รับวัคซีนแห่งชัยชนะ ครบถ้วนแล้ว แผนเดิมคือส่งมอบวัคซีนให้กับเขตที่พักอาศัยแห่งอื่น ๆ แต่สุดท้ายทางการก็เปลี่ยนใจ
ผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่กำลังเดินทางมาถึง พวกเขามุ่งหน้าสู่เมืองเกา ปาเล่อ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ลี้ภัยจากเมืองเผิงจิง
เมืองเกาปาเล่อตัดสินใจรับผู้ลี้ภัยจากเมืองเผิงจิง และเก็บวัคซีน แห่งชัยชนะที่เหลือไว้ฉีดให้พวกเขาก่อนเข้าเมือง
เมืองเผิงจิงเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติมาหลายปี เหลือ ประชากรไม่ถึงสามแสนคน แต่ยังคงเป็นจำนวนที่มาก
ผู้คนทั้งสามแสนคนนี้จะถูกจัดสรรให้ไปอยู่ทางทิศตะวันตกของ เมือง และในอนาคตพวกเขาจะมีส่วนร่วมในการก่อสร้างเมืองเกาปา เล่อ
หร่วนซิ่งไห่บอกสิ่งเหล่านี้ให้เซียวหมิงเยวี่ยฟัง เนื่องจากเธอ กำลังจะเข้าไปทำงาน
หน่วยงานของคุณพ่อและคุณแม่เซียวได้รับการจัดสรรเรียบร้อย แล้วเช่นกัน คุณแม่เซียวทำงานที่สำนักงานบริหารจัดการของชุมชน หลัก รับผิดชอบการประสานงานและจัดการงานในชุมชนย่อยต่าง ๆ
ส่วนคุณพ่อเซียว เนื่องจากเขามีประสบการณ์เป็นรองหัวหน้า ทีมในกรมเกษตรกรรม และผลงานการทำงานของเขายอดเยี่ยมมาก ดังนั้นเมื่อกรมเกษตรกรรมแห่งใหม่สร้างเสร็จ เขาจะได้กลับไป ทำงานที่นั่นอีกครั้ง
ตอนนี้เขามีตำแหน่งชั่วคราวในชุมชนย่อย แต่หลังจากนั้นเขาจะ ถูกย้ายไปทำงานที่กรมเกษตรกรรม
ชุมชนที่คุณพ่อเซียวจะไปทำงานนั้น บังเอิญเป็นชุมชนที่คุณแม่ เซียวรับผิดชอบอยู่ เธอยังพูดแซวเขาว่า ตอนนี้คุณพ่อเซียวกำลังจะ กลายเป็นลูกน้องของเธอแล้ว