ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 425 เป็นเพียงเซียวหมิงเยวี่ย ไม่ใช่เบ๊ของใคร
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 425 เป็นเพียงเซียวหมิงเยวี่ย ไม่ใช่เบ๊ของใคร
ในความเป็นจริงเซียวหมิงเยวี่ยพูดถูก เขาไม่พอใจท่าทีของคน เหล่านั้น และจงใจทำตัวเด่นต่อหน้าทุกคน
ส่วนหนึ่งคือเขาเกลียดพวกคนที่พึ่งพาเส้นสาย แต่ลึก ๆ แล้ว เขาต้องการดึงดูดความสนใจจากทุกคน
ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาก็จะเป็นจุดสนใจที่ทุกคน โอบล้อม
แม้จะทำแบบนั้น เขาก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ผู้คนเอาแต่พูดถึง หัวหน้าเลขานุการเซียวเป็นหลัก ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรดีนักเหรอ?
ฮั่วฟู่ล่างไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ ตอนอยู่ที่เมืองเยี่ยนหลิน เขา ไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน ทำไมพอมาถึงเมืองเกาปาเล่อ ทุก อย่างถึงเปลี่ยนไป?
เถาจื่อเซี่ยแอบมองผู้คนในสำนักงานเงียบ ๆ เธอสะกิดฮั่วฟู่ล่าง และพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“คุณไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก บางคนก็แค่ปากสุนัข คุณอย่าไป สนใจเลย อยากกินคุกกี้ไหม?”
เธอหยิบคุกกี้ออกมาหนึ่งห่อ แล้วยื่นให้ฮั่วฟู่ล่างด้วยรอยยิ้มอัน แสนหวาน
ฮั่วฟู่ล่างรับมันมาโดยไม่ได้หันไปมอง เขาโยนมันลงบนโต๊ะแล้ว พูดตอบส่ง ๆ ไปว่า
“ขอบใจ”
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเถาจื่อเซี่ยแข็งทื่อ เธอกำกระเป๋าเป้ สะพายหลังแน่น คุกกี้เหล่านี้เธออบมันด้วยตัวเอง ช่วงนี้ข้าวยาก หมากแพง เธอเองก็แทบจะไม่มีกิน
แต่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน และสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดี เธอจึงกัดฟันซื้อวัตถุดิบชั้นดีมาทำ คิดว่าคงไม่มีใคร รังเกียจที่จะรับมัน
เธอไม่คาดคิดว่าเขาไม่แม้แต่จะหันมอง
แววตาของเถาจื่อเซี่ยเปลี่ยนแปลงไป เธอยิ้มหวานยิ่งขึ้น เดินไป แจกคุกกี้ให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ในสำนักงาน พูดด้วยท่าทีอ่อน น้อมถ่อมตนว่า
“พี่สาวคะ นี่คุกกี้ที่ฉันทำเองค่ะ ลองชิมดูนะคะ…”
“สวัสดีค่ะ นี่คุกกี้ที่ฉันทำเองค่ะ…”
“พี่คะ ลองชิมคุกกี้ของฉันหน่อยสิคะ มันอร่อยมากเลยนะ…”
เหล่าพนักงานดั้งเดิมที่กำลังนั่งรวมกลุ่มซุบซิบกันหันมารับคุกกี้
ไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
“ขอบคุณนะ”
“คุณทำเองเหรอ? คุณอบคุกกี้เป็นด้วยหรือคะ?”
เสี่ยวเสวี่ยแกะห่อและลองชิม
“อื้อฮือ อร่อยมากเลย!”
เถาจื่อเซี่ยยิ้มอย่างเขินอาย เธอเหน็บผมที่ร่วงลงมาไว้หลังหู “ขอบคุณค่ะ พอดีฉันชอบทำขนมหวานและคุกกี้เป็นงานอดิเรก”
เธอถือกระเป๋าที่ว่างเปล่า ในใจนึกเสียดาย แม้แต่ตัวเธอยังแทบ ไม่มีกิน
แต่มันก็คุ้มค่า เพราะเธอเพิ่งมาใหม่ และจำเป็นต้องสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
…
สำนักงานผู้อำนวยการหร่วน
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหร่วนซิ่งไห่
หร่วนซิ่งไห่พูดด้วยรอยยิ้มบาง “รู้สึกยังไงบ้าง วันแรกที่มา ทำงาน?”
“ไม่เลวค่ะ” ท่าทางของเซียวหมิงเยวี่ยดูผ่อนคลายลง
หร่วนซิ่งไห่ประสานมือแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ฉันได้ยินทุกอย่างแล้ว ฮั่วฟู่ล่างเป็นเพียงเด็กที่ยังไม่โต ไม่คู่ควรให้พูดถึงหรอก คุณไม่ จำเป็นต้องเก็บคำพูดของเขามาใส่ใจ แต่ทุกคนในสำนักงานต่างก็
คาดหวังกับคุณในฐานะหัวหน้าเลขานุการเซียว อยากจะพูดอะไรก็ ได้ แต่คุณต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ฉันช่วยคุณไม่ได้จริง ๆ”
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ฉันจัดการได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง” เซียวหมิงเยวี่ยมี ความมั่นใจอยู่พอสมควร
เธอถูกย้ายมาโดยไม่ผ่านขั้นตอนปกติ แถมยังเป็นตำแหน่ง สำคัญขนาดนี้ ย่อมมีคนนินทาว่าร้าย แล้วยังต้องปิดบังเหตุผลที่เข้า ทำงานอีก แน่นอนว่าต้องมีคนพูดจาไม่ดี
มีคนอยู่ที่ไหน ก็มีเรื่องนินทาอยู่ที่นั่น
เซียวหมิงเยวี่ยไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับคนเหล่านั้น สำหรับ เรื่องนี้ ยิ่งไม่ต้องเสียเวลาพูดมาก แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ
เธอมาทำงาน ไม่ได้มาเข้าสังคม แล้วทำไมเธอต้องสนใจว่าคน อื่นคิดยังไง?
หร่วนซิ่งไห่พยักหน้าเล็กน้อย เมื่อกี้เธอเห็นมันแล้ว ซึ่งก็ไม่เลว เลย
หร่วนซิ่งไห่เก็บสีหน้า และเริ่มพูดเรื่องงาน
“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้วิกฤตไวรัส X กำลังจะผ่านพ้นไป เราจะ ดำเนินการเรื่องความร่วมมือกับจี้กรุ๊ปจากเมืองเผิงจิงเพื่อจัดตั้งกรม เกษตรกรรมแห่งใหม่ หน่วยงานของเราจะเป็นผู้ติดต่อประสานงาน
กับทางนั้น คุณมาจากเมืองเผิงจิงและคุ้นเคยกับเสี่ยวจี้ เลยจะให้คุณ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเรื่องนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจมาก “เป็นฉันจะดีหรือคะ?”
“ดีสิ ทำไมล่ะ คุณไม่มีความมั่นใจที่จะรับผิดชอบงานนี้หรือ?” หร่ วนซิ่งไห่พูดติดตลก
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันแค่คิดว่า เพราะฉันเพิ่งเข้ามาทำงาน คงจะ เริ่มจากงานทั่วไปเพื่อฝึกฝนประสบการณ์ก่อน แต่ไม่คิดว่าจะได้รับ มอบหมายงานสำคัญทันทีที่เข้ามาทำงาน”
หร่วนซิ่งไห่จิบชาแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า
“ตอนนี้เรากำลังขาดแคลนคนอยู่ แล้วจะเอาเวลาไหนมาให้คุณ ค่อย ๆ ฝึกงานทั่วไป งานที่ไม่สำคัญใคร ๆ ก็ทำได้ มันจะเป็นการ เสียเวลาถ้าให้คุณทำแต่งานทั่วไป สู้ให้คุณเริ่มต้นจากงานสำคัญเลย ดีกว่า วิธีนี้จะช่วยฝึกฝนคุณ และคุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ทันที”
เธอหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อว่า “นอกจากนี้ ฉันค่อนข้างคาดหวังใน ตัวคุณไว้สูง ถึงได้มอบโอกาสนี้ให้ ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ อย่าทำให้ฉัน ผิดหวังล่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มน้อย ๆ และพยักหน้ารับ “ฉันไม่กล้ารับปาก แต่ จะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ”
เธอไม่เชื่อว่าโครงการใหญ่ขนาดนี้จะมอบหมายให้เธอ รับผิดชอบทั้งหมด คิดว่าแค่ให้เธอมีส่วนร่วม คอยรายงานความ คืบหน้าเท่านั้น
นี่เป็นงานของทั้งหน่วยงาน ไม่ใช่สิ่งที่คนคนเดียวจะแบกรับได้ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หร่วนซิ่งไห่คงหนีไม่พ้นต้องแสดงความ รับผิดชอบ
ที่ผู้อำนวยการหร่วนพูดด้วยท่าทีจริงจัง มันเป็นแค่การใช้กล ยุทธ์แบบหัวหน้าเพื่อกดดัน ควบคุม และให้ลูกน้องทำงานดี ๆ แค่ นั้นเอง
แววตาหร่วนซิ่งไห่ส่องประกายแสงเฉียบคม
“นี่คือหนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดของเมืองเกาปาเล่อ เบื้องบน ให้ความสำคัญมาก ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คุณต้องจริงจังกับมัน ทำงาน อย่างละเอียด รอบคอบ ห้ามเกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผล จะร้ายแรงมาก”
“ฉันเข้าใจดีค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยใจเย็นพอ ๆ กับสุนัขแก่
รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอไม่เคยจางหาย คิดว่ากำลังหลอกใคร อยู่? ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ ก็คงต้องเป็นคุณนั่นแหละที่ต้อง รับหน้า
หร่วนซิ่งไห่รู้สึกประหลาดใจ ทำไมใจเย็นได้ขนาดนี้?
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเข้ามาในห้องทำงานของเธอเพื่อพูดคุย แต่ อีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการประหม่า หรือเก้อเขินเลย กลับกันหญิงสาว วางท่าสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้าน จนเธอเองยังประหลาดใจ
เธอมีทักษะทางจิตวิทยาที่แข็งแกร่ง แต่ขนาดทำแบบนี้ยังไม่กลัว เลยเหรอ?
หร่วนซิ่งไห่กระแอมในลำคอ “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันรู้ว่าคุณมี ความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลจี้ แต่ในเมื่อคุณมาทำงานที่หน่วยงาน ของเราแล้ว คุณควรจะทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ เพราะว่าผู้หญิง อย่างเรา ยังไงก็ต้องพึ่งพาตัวเองเพื่อความอยู่รอด ต่อเมื่อเราเก่งแล้ว เท่านั้น ถึงจะได้รับการเคารพจากคนอื่น”
“ผู้หญิงโง่เท่านั้นที่จะทิ้งอนาคตอันสดใสของตัวเองเพื่อผู้ชาย เข้าใจใช่ไหม?”
คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดจากใจจริงที่หายากจากหร่วนซิ่งไห่ เหตุผลที่เธอพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยแบบนี้ เพราะไม่อยากให้หญิงสาว หมกมุ่นอยู่กับความรักและละทิ้งอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตัวเอง ซึ่งมัน ไม่คุ้มค่ากันเลย
หากเซียวหมิงเยวี่ยมีความคิดเช่นนั้น หร่วนซิ่งไห่จะไม่ทุ่มเท เวลาให้เธออีกต่อไป เพราะมันไม่คุ้มค่า และเธอคงมองคนผิดไป
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ผู้อำนวยการหร่วนไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน นี่คือ เส้นทางชีวิตที่ฉันเลือกไว้ และฉันจะไม่ยอมแพ้มันเพื่อใครทั้งนั้น”
เธอเข้าใจดีว่าหร่วนซิ่งไห่หมายถึงอะไร หร่วนซิ่งไห่กังวลว่าเธอ จะแต่งงานกับจี้เหวินซีและกลายเป็นคุณนายจี้ จากนั้นคงละทิ้งอาชีพ การงานของเธอและกลายเป็นแม่บ้าน
แต่สำหรับเซียวหมิงเยวี่ย เธอเป็นเพียงเซียวหมิงเยวี่ย และจะไม่ ยอมเป็นเบ๊ใคร จี้เหวินซีมีเส้นทางของเขา และเธอก็มีเส้นทางของเธอ เช่นกัน
กาลเวลาช่างยาวนาน อนาคตยังอีกยาวไกล อะไรก็เปลี่ยนแปลง ได้ แต่ความสามารถนั้นเป็นของเราเองอย่างแท้จริง ไม่มีใครแย่งชิง ไปได้
เธอจะไม่พึ่งพาใคร จะไม่ยืมแสงของผู้อื่น เธอจะเป็นดาวฤกษ์ ที่
สามารถส่องสว่างด้วยตัวเอง
สายตาของทั้งสองประสานกัน หร่วนซิ่งไห่พูดด้วยน ้าเสียงที่
อ่อนโยนลง
“ดีแล้ว พยายามทำให้ดีที่สุดนะเซียวหมิงเยวี่ย ยินดีต้อนรับสู่ สำนักงานความมั่นคง!”