ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 429 ราตรีสังหาร!
แม่บ้านหัวเราะเยาะ “หม้อไฟปลานั่นอร่อยมาก เรากินกัน หมดแล้ว ได้ยินว่ากินปลาสากครีบแดงแล้วจะอายุยืน ดังนั้นพวกแก ไม่จำเป็นต้องกินหรอก เพราะว่า…”
ทันใดนั้นเธอก็คว้าผมของฮั่วฟู่ล่าง แล้วพูดทีละคำ
“คืนนี้พวกแกจะต้องตายกันหมด แล้วจะปล่อยให้ของดี ๆ แบบ นั้นเสียเปล่าได้ยังไง”
สิ้นเสียง แม่บ้านก็กดหัวของฮั่วฟู่ล่างกระแทกลงบนจานอาหาร ตรงหน้า จนเกิดเสียงดังสนั่น
“กรี๊ด!” เถาจื่อเซี่ยกรีดร้องด้วยความตกใจ
ทุกคนที่นั่งกินข้าวบนโต๊ะอาหารต่างตื่นตกใจสุดขีด จับต้นชน ปลายไม่ถูก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ใบหน้าของฮั่วฟู่ล่างเต็มไปด้วยคราบน ้ามัน เศษอาหาร และยัง ถูกเศษกระดูกชิ้นเล็กทิ่มแทงจนปวดแสบ
เขาพยายามดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น “บ้าไปแล้วเหรอวะ! ปล่อยฉัน ฉัน ไล่แกออก!”
แม่บ้านรู้สึกเหมือนเพิ่งจะได้ยินเรื่องตลก เธอส่งสายตาให้ชายทั้ง หกคนด้านหลัง
“รีบลงมือสิ จัดการให้เสร็จซะ รีบกันหน่อย”
ชายทั้งหกคนหัวเราะเยาะแล้วเดินตรงไปหาคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ อาหาร
สามในหกชักปืนออกมา
“ห้ามตะโกน! ลุกขึ้น แล้วไปรวมตัวกันที่มุมห้องพร้อมยกมือขึ้น วางไว้บนศีรษะ!”
ปืนที่พวกเขาถือนั้นเป็นปืนจริงทั้งหมด แต่ปืนเหล่านี้ไม่ได้ใช้ เพื่อฆ่าผู้คน เพียงแค่นำมาข่มขู่ให้หวาดกลัวเท่านั้น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ทุกคนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสี่ยวเสวีย จินเจวียน และคนอื่น ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยร่างกายสั่นเทา คนที่ขวัญอ่อน ถึงกับปล่อยโฮออกมา
ตอนนี้พวกเขาถึงได้รู้ตัวว่า คนพวกนี้ไม่ได้ล้อเล่น พวกเขาคือ ผู้ก่อการร้าย!
ฮั่วฟู่ล่างถูกเหวี่ยงลงกับพื้น เขาถอยร่นไปเรื่อย ๆ บนพื้นด้วย ความตกใจ แล้วร้องออกมาว่า
“พะ… พวกแกจะทำอะไร แกไม่ใช่แม่บ้านสินะ!”
แม่บ้านคุกเข่าลงและพูดเย้ยหยัน “ฉันไม่ใช่แม่บ้านแน่นอนอยู่ แล้วไอ้เด็กโง่ และฉันก็ไม่ได้ชื่อหวังเมิ่ง”
“พี่ไฉ่ มัวมาพูดไร้สาระอะไรกับไอ้เด็กนี่ รีบจัดการมันสิ ฉัน หมั่นไส้มันมานานแล้ว เอาแต่สั่งให้ทำนู่นทำนี่ทั้งวัน ทำเหมือนฉัน เป็นทาสของมัน” ชายคนข้าง ๆ กัดฟันพูด
ฮั่วฟู่ล่างหันไปมองเขาอย่างรวดเร็ว “แกเองก็ไม่ใช่บอดี้การ์ด! พวกแกเข้ามาในบ้านฉันเพื่ออะไรกัน อยากตายหรือไง? พ่อของ ฉันน่ะ…”
เขาถูกขัดจังหวะก่อนที่จะพูดจบประโยค พี่ไฉ่พูดด้วยน ้าเสียง ร้ายกาจว่า
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าพ่อของแกเป็นใคร และก็เป็นคนฆ่ามันเอง!”
“พวกแกทำอะไรพ่อของฉัน?” ฮั่วฟู่ล่างรู้สึกหวาดกลัวมาก
พี่ไฉ่กวัดแกว่งมีดในมือเล่นพลางพูดว่า “แกยังมีเวลามาห่วงมัน อีกเหรอ? ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
เสียงของฮั่วฟู่ล่างสั่นเครือ “อย่าฆ่าฉัน พวกแกต้องการอะไร เงิน ใช่ไหม? ฉันจะให้ ฉันจะให้พวกแกทุกอย่างเลย!”
มีดของพี่ไฉ่จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาแล้ว ฮั่วฟู่ล่างกลัวจนแทบไม่ กล้าหายใจ ทันใดนั้นความเจ็บปวดเข้ามาเยือน เลือดสีแดงสดไหล อาบลงมา ลำคอของเขาถูกกรีดเป็นแผลยาว
ขณะที่ฮั่วฟู่ล่างกำลังจะหมดหวัง เสียงครวญครางอันเจ็บปวดก็ ดังขึ้นขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของพี่ไฉ่
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืน เธอคว้าเอาตะเกียบบนโต๊ะมา อย่างรวดเร็ว ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น รีบเสียบมันเข้าไป ในลำคอของผู้ร้ายที่อยู่ใกล้เธอมากที่สุด
ชายคนนั้นดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็ล้มลง กับพื้น กระอักเลือดออกจากปากไม่หยุด และสิ้นใจตายในที่สุด
ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัว เซียวหมิงเยวี่ยก็ได้สังหารชายคนหนึ่ง ไปแล้วภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
และก่อนที่ชายคนนั้นจะล้มลง เธอแย่งปืนของเขามา และหันไป ยิงชายอีกคนทันที
ทว่าแม็กกาซีนกลับว่างเปล่า มันไม่มีกระสุนอยู่ในนั้น!
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึง ทำไมถึงไม่มีกระสุนล่ะ?
ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชายที่ถูกเธอเอา ปืนจ่อก็ตกใจไม่แพ้กัน
พี่ไฉ่กลับมาได้สติ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ
“นางสารเลว ฉันคิดไว้แล้วว่าแกมันไม่ธรรมดา! ฆ่ามันซะ!”
ริมฝีปากเซียวหมิงเยวี่ยกระตุก แววตาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร เธอคิดในใจว่า มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องฆ่าให้หมด
เพราะไม่ว่าจะฆ่าคนเดียวหรือฆ่าทั้งหมด มันก็เป็นการฆ่า เหมือนกัน เธอไม่ชอบทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง
ต้องยอมรับเลยว่า มื้ออาหารที่ฮั่วฟู่ล่างเลี้ยงไม่ธรรมดาจริง ๆ
ถึงแม้ว่าปืนพกของผู้ตายจะไม่มีกระสุน แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่ กล้าประมาท เพราะเธอไม่แน่ใจว่าปืนของคนอื่น ๆ จะไม่มีกระสุน เหมือนกันหรือเปล่า
ชายทั้งห้ารีบวิ่งตรงมาหาเซียวหมิงเยวี่ยทันที
ฉับพลันดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา เธอใช้ เท้าเตะมีดในมือของชายคนหนึ่งจนข้อมือหัก จากนั้นก็หมุนตัวหลบ การฟันด้วยมีดสั้นของอีกคนหนึ่ง และฉวยโอกาสหลบไปอยู่ด้านหลัง ของชายข้อมือหัก เธอใช้ทั้งสองมือจับศีรษะของเขาแล้วบิดอย่างแรง จนได้ยินเสียงกระดูกหักดังขึ้น
ในชั่วพริบตา คนร้ายอีกคนก็ล้มลงนอนแน่นิ่ง คอของเขาถูก เซียวหมิงเยวี่ยหักจนบิดไปอีกทาง
เหลือสี่คน
หนึ่งในคนร้ายเห็นสถานการณ์แล้วเกิดความกลัว จึงลืมคำสั่ง ของพี่เฟิงไปเสียสิ้น เขารีบใส่กระสุนเข้าไปในปืน หวังจะยิงเซียวหมิง เยวี่ยให้ตาย!
“ห้ามใช้ปืน!” พี่ไฉ่ตะโกนเสียงดัง
เนื่องจากชุมชนนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา หากมี เสียงปืนดังขึ้น ทหารรัฐบาลในละแวกนั้นจะเร่งรุดมาทันที และพวก เขาจะต้องพินาศกันหมด
“ใช้ปืนไม่ได้สินะ?”
เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยฟังดูเหมือนผีร้ายจากขุมนรก ในเมื่อ ห้ามไม่ให้ใช้ เธอก็จะใช้มันเอง
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าปืนจากมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แล้วเหนี่ยวไก ปืนยิงออกไปโดยไม่มีความลังเล
เสียงปืนดังขึ้นสี่นัด ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ผู้ร้ายสี่คนที่เหลือล้มลงพื้นตามเสียงปืน
โชคดีจริง ๆ ที่ปืนกระบอกนี้มีกระสุน
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของพี่ไฉ่ เซียวหมิง เยวี่ยค่อย ๆ เล็งปืนไปที่เธอ
“ไอ้โง่ ขอบใจที่เมื่อกี้แกขัดขวางไม่ให้เขายิง ช่วยให้ฉันมีเวลา หายใจหายคอหน่อย ไม่งั้นฉันคงจะถูกยิงไปแล้ว”
ดวงตาพี่ไฉ่แดงก ่าด้วยความโกรธ “แกเป็นใครกันแน่!”
ด้วยความกลัว เธอจึงโพล่งออกมาโดยไม่ได้คิด “เราแค่อยากแก้ แค้นตระกูลฮั่วเท่านั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแกเลย ถ้าแกปล่อยฉันไป พวกแกทุกคนก็จะออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
เซียวหมิงเยวี่ยเพียงคิดว่าอีกฝ่ายพูดจาไร้สาระ “ฉันรู้ดีว่าเรื่องนี้
ไม่เกี่ยวกับฉัน ในเมื่อพวกแกสามารถปล่อยเราไปตั้งแต่แรก แต่กลับ เลือกที่จะฆ่าให้หมดสิ้น มันเป็นความผิดของพวกแกเอง ตอนนี้ฉัน ฆ่าคนของแกไปแล้วหกคน เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องของฉันเช่นกัน แล้วฉันจะปล่อยให้ปลาหลุดมือไปได้ยังไง ในเมื่อมันเป็นภัยคุกคาม ต่อฉัน?”
“ดังนั้น หม้อไฟปลาจานนั้นแหละคืออาหารมื้อสุดท้ายของแก บ๊ายบาย~”
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความกลัวของพี่ไฉ่ เซียวหมิงเยวี่ย เหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็ว ส่งกระสุนเงินเจาะทะลุกลางหน้าผาก
เลือดสีแดงสาดกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของฮั่วฟู่ล่าง
ก่อนหน้านี้คนทั้งเจ็ดยังแสดงท่าทีหยิ่งผยองมาก แต่ตอนนี้พวก มันต่างลงไปนอนอยู่บนพื้น กลายเป็นแอ่งเลือดขนาดใหญ่ดูน่ากลัว
“หะ… หัวหน้าเลขาฯ เซียว…”
ทุกคนอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลง ตั้งแต่เซียวหมิงเยวี่ยลงมือฆ่า ชายคนแรก ไปจนถึงฆ่าพี่ไฉ่คนสุดท้าย สีหน้าของพวกเขายังคงตื่น ตะลึงเหมือนเดิม ดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้าตา
เธอยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?
“มัวทำอะไรกันอยู่ งงเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้วเหรอ? ถ้ายังไม่ อยากตายก็รีบ ๆ หนีไปซ่อนตัวเร็วเข้าสิ ที่นี่จะต้องยังมีพวกมันคนอื่น อยู่แน่ ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นขณะเก็บปืนของคนร้ายไปทีละกระบอก
มีปืนอยู่ทั้งหมดสามกระบอก กระบอกหนึ่งไม่มีกระสุน อีกสอง กระบอกมีกระสุน แต่ยกเว้นกระบอกที่เซียวหมิงเยวี่ยใช้ อีกกระบอกมี กระสุนเพียงสองนัดเท่านั้น
เซียวหมิงเยวี่ยเอากระสุนทั้งหมดมารวมไว้ในกระบอกเดียว ในใจ สาปแช่งว่า
ขี้เหนียวชะมัด
ดูเหมือนว่าคนร้ายพวกนี้จะยากจนมากสินะ กระสุนมีกันอยู่แค่นี้
เอง
หลังจากการเตือนของเซียวหมิงเยวี่ย คนเหล่านั้นก็ลุกขึ้นยืน เหมือนกับวิญญาณเข้าสิง ล้มลุกคลุกคลาน วิ่งไปยังห้องเก็บของ ด้วยความรวดเร็ว
ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไปยังห้องเก็บของ ชายร่างท้วมคนหนึ่งก็ เตะประตูเข้ามา พร้อมกับตะโกนด้วยความโกรธว่า
“ไอ้พวกเวร! ใครมันเป็นคนยิงปืนวะ บอกแล้วไงว่าห้ามยิง ทำไม ไม่รีบ…”
ปัง!
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากฟังเขาพูดจาพร ่าเพรื่อ จึงยิงเขาตายใน นัดเดียว
เฮ้อ เสียกระสุนอันมีค่าไปอีกหนึ่งนัด
ถึงแม้เธอจะมีปืนและกระสุน แต่มันก็เป็นของเธอเอง เธอเลยไม่ เสียดายที่จะใช้ของคนอื่น
ในขณะนั้น ฮั่วฟู่ล่างคลานเข้ามาด้านข้าง แล้วกอดขาของ เซียวหมิงเยวี่ยพร้อมร้องไห้อ้อนวอน
“ช่วยพ่อผมด้วย! คุณจะให้ผมทำอะไรก็ยอม ผมจะเป็นเบ๊ของ คุณ จะไม่ชิงดีชิงเด่นกับคุณอีกแล้ว ได้โปรดช่วยพ่อของผมด้วย!”