ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 432 กองกำลังรัฐบาลมาถึง
ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเซียวหมิงเยวี่ยและ คณะก็ได้รับการช่วยเหลือ เมื่อตำรวจมาเก็บศพออกไปทีละศพ ภาพ ที่เห็นนั้นน่าสลดใจยิ่งนัก
เลือดหยดลงบนพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว บอกให้ทุกคน รู้ว่าที่นี่เพิ่งเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
ฮั่วฟู่ล่างนอนร้องไห้คร ่าครวญอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น ซึ่งทำให้ ผู้คนที่ได้ยินต่างรู้สึกเศร้าใจ ในขณะนี้เขาเสียใจมากจนไม่สามารถ สื่อสารกับตำรวจได้อย่างเป็นปกติ
ตำรวจถอนหายใจออกมาเป็นระยะ
ตำรวจสอบปากคำผู้รอดชีวิตตามปกติ เมื่อทราบว่าเป็นเซียวห มิงเยวี่ยที่ช่วยพวกเขาไว้ ต่างก็รู้สึกประหลาดใจมาก
“คุณเซียวคะ ช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ไหมคะ?” ตำรวจหญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น
ตำรวจหญิงแลกสายตากับเพื่อนร่วมงาน คำให้การของเซียวห มิงเยวี่ยสอดคล้องกับของคนอื่น ๆ
“คุณเซียว คุณเคยทำงานอะไรมาก่อนคะ? เคยผ่านการฝึกฝน อย่างเป็นระบบหรือเปล่า? เคยฝึกยิงปืนไหมคะ? การฆ่าคนได้ถึงแปด
คนภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที มันไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้” ตำรวจหญิงถามด้วยน ้าเสียงนุ่มนวล
พวกเธอต่างได้เห็นศพคนร้ายที่ถูกแทงคอด้วยตะเกียบ และศพที่
ถูกบิดคอจนหมุนไปอีกทาง
ตำรวจหญิงถามตัวเองในใจ แม้แต่ตัวเธอเองก็คงทำไม่ได้
“เคยฝึกค่ะ และก็ยิงปืนเป็น” เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น
ตำรวจหญิงกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงชายคน หนึ่งถามมาว่า
“สอบปากคำเสร็จแล้วหรือยัง?”
ตำรวจหญิงรีบลุกขึ้นยืน “สวัสดีค่ะหัวหน้าเหยียน”
เซียวหมิงเยวี่ยวหันไปตามเสียง นี่มันคนรู้จักไม่ใช่เหรอ? ย้อนกลับไปตอนอยู่ที่เมืองจูหลิง ก็เป็นชายคนนี้แหละที่สอบปากคำ เธอ
นอกจากนี้ยังมีอีกคนที่ชื่อฟางหลง ทั้งคู่ร่วมมือกันพยายามโยง เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับไป่หลี่โม่เฉิน
เมื่อเห็นว่าเป็นเซียวหมิงเยวี่ย ดวงตาของเหยียนจวินก็เป็น ประกาย พูดติดตลกว่า
“โอ้โห น่าสนใจจริง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย เป็นคุณอีกแล้วนะ”
เขาพลิกดูบันทึกคร่าว ๆ แล้วสีหน้าก็ดูจริงจังขึ้นมา
“ทักษะของคุณเนี่ย ทหารธรรมดาทำไม่ได้หรอกนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบางแล้วตอบว่า “ชมกันเกินไปแล้วค่ะ”
แววตาเหยียนจวินเป็นประกายเฉียบคม “คุณมาอยู่เมืองเกาปา เล่อไม่นาน ก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเลขาธิการสำนักงานความมั่นคงเลย เหรอ ผู้อำนวยการหร่วนรักความเที่ยงตรงและยุติธรรม ทำไมถึงเป็น แบบนี้ได้? เซียวหมิงเยวี่ย คุณนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
ตั้งแต่ครั้งก่อนในเมืองจูหลิง ผู้บังคับบัญชาขอให้พาตัวเธอ กลับมาด้วยกัน เหยียนจวินก็รู้แล้วว่าเธอไม่ธรรมดา
แต่ไม่คิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะทำให้เขาประหลาดใจอีกครั้ง ไม่ แปลกใจเลยที่ไป่หลี่โม่เฉินจะชื่นชมเธอ ผู้หญิงเก่งกาจขนาดนี้หาได้ ยากยิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีเวลามาพูดเล่นกับเขา และไม่กลัวการ ตรวจสอบอยู่แล้ว
“มาเข้าเรื่องกันเถอะค่ะ ผู้ร้ายที่หนีไปจับได้หรือยัง? ฉันสนใจแค่ เรื่องนี้”
“จับได้แล้ว ใกล้ ๆ ชุมชนฝั่งใต้มีกองกำลังรัฐบาลประจำการอยู่ พอได้ยินเสียงปืนก็ออกปฏิบัติการทันที และเมื่อได้รับแจ้งก็ปิดล้อม ทุกทางเข้าออก ไม่งั้นผมคงไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นกับคุณที่นี่หรอก” เหยียนจวินตอบ
“งั้นก็ดีแล้ว ฉันฆ่าพวกพ้องของพวกมันไป กลัวว่าจะถูกแก้แค้น แต่ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว น่าจะฆ่าพวกมันให้หมดตั้งแต่แรก จะได้ไม่ ต้องกังวลว่าจะมีใครมาล้างแค้น” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงเรียบ เฉย
เหยียนจวิน “…”
ปรากฏว่านี่คือสิ่งที่อยู่ในใจของผู้หญิงคนนี้ จู่ ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะ พูดอะไรดี
“คุณเป็นคนยิงปืนใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยแบมือออกเหมือนจะบอกว่า ถามอะไรแปลก ๆ คำให้การก็เขียนไว้อยู่แล้วนี่
ถ้าไม่ใช่เธอที่ยิง แล้วจะให้ผีบ้านผีเรือนมายิงเหรอ
“คนที่ชื่อพี่ไฉ่ไม่ให้พวกพ้องเปิดฉากยิง ฉันก็เลยยิงเอง”
เหยียนจวินมองลึกเข้าไปในดวงตาเซียวหมิงเยวี่ย
“โชคดีที่คุณยิงปืน พวกเราถึงได้ปฏิบัติการทันทีที่ได้ยินเสียงปืน ไม่งั้นถ้าให้เวลาพวกมันหลบหนีออกไป ก็อาจจะตามจับไม่ได้อีก”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า เธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเช่นกัน ชุมชนนี้พิเศษ คนที่อาศัยอยู่ที่นี่มีฐานะไม่ธรรมดา บริเวณใกล้เคียง ย่อมต้องมีกองกำลังรัฐบาล
ถ้ามีเสียงปืนดังขึ้น กองกำลังรัฐบาลจะต้องมาตามเสียง และพวก มันไม่มีทางหนีไปไหนได้
ดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงยิงปืนออกไปโดยไม่ลังเล
“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่า ทำไมพวกผู้ร้ายถึงต้องการฆ่าล้าง บางตระกูลฮั่ว?” เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความสงสัย
“มันเป็นการล้างแค้น พวกมันมีเรื่องบาดหมางกับฮั่วเฉิงกัง” เห ยียนจวินตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เขาหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ยและพูดอย่างจริงจัง “คงต้องบอกว่า ขอบคุณสวรรค์ที่คุณอยู่ที่นี่ในวันนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครรอดชีวิต”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
เธอก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ การช่วยคนอื่นก็แค่ทำไปตามน ้า
เหยียนจวินปิดสมุดบันทึกแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการหร่วนกำลัง เดินทางมา เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ และสำนักงานความมั่นคง เกือบจะประสบความสูญเสียอย่างหนัก เราจึงแจ้งให้เธอทราบด้วย”
“งั้นฉันกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
เหยียนจวินส่ายหน้า “ยังไม่ได้ครับ เหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลฮั่ว ร้ายแรงมาก ทางผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเราจึงยังต้องการความร่วมมือจากคุณ”
“ก็ได้ค่ะ”
…
“พี่ใหญ่! พ่อ แม่ พี่รอง กับพี่สะใภ้รอง พะ… พวกเขาจากไป หมดแล้ว!”
ฮั่วฟู่ล่างกอดฮั่วหลินที่รีบร้อนตรงมา เขาโศกเศร้าจนร้องไห้ไม่ หยุด
ฮั่วหลินเป็นบุตรชายคนโตของฮั่วเฉิงกัง และเป็นบุตรชายที่มี ความสามารถมากที่สุด เขาไม่ได้อยู่ที่วิลล่าของตระกูลฮั่ว เพราะแยก ออกไปสร้างครอบครัวนานแล้ว ส่วนพวกผู้ร้ายเหล่านั้นมีเป้าหมาย เป็นฮั่วเฉิงกัง ดังนั้นครอบครัวของฮั่วหลินจึงรอดพ้นจาก โศกนาฏกรรม
ร่างกายฮั่วหลินสั่นสะท้านด้วยความโกรธ ความแค้นเคืองอัด แน่นอยู่เต็มอก
“น้องสาม ไม่ต้องกลัวนะ พี่มาแล้ว ต่อไปพี่จะมาอยู่ด้วย”
เขาเหลียวไปถามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า “จับคนร้ายได้ทั้งหมดใช่ ไหม?”
“อธิบดีฮั่ว ทุกคนที่หลบหนีถูกจับแล้วครับ ตอนนี้กำลังถูก ควบคุมตัวอยู่” ชายคนนั้นตอบด้วยความเคารพ
ดวงตาฮั่วหลินแดงก ่า กัดฟันพูดด้วยความแค้นเคืองว่า
“ฉันจะสับพวกมันทุกคน ให้เป็นชิ้น ๆ!!”
ฮั่วหลินเดินไปที่มุมห้อง แล้วอุ้มฮั่วฉืออันที่กำลังขดตัวเป็นลูก บอล และมองเขาด้วยความสงสาร
“ฉืออัน ลุงใหญ่มาแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปนี้ลุงใหญ่จะคอย ดูแลเอง ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
ลูกชายคนที่สองของตระกูลฮั่วมีทายาทเพียงคนเดียว นั่นก็คือ ฮั่วฉืออัน ทว่าครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายหมดแล้ว
ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูล ฮั่วหลินจะไม่เห็นใจหลานชาย ที่กลายเป็นเด็กกำพร้าได้อย่างไร?
ตอนนี้พ่อจากไปแล้ว น้องรองก็เช่นกัน และน้องสามไม่สามารถ รับผิดชอบอะไรได้เลย ในอนาคตฮั่วหลินต้องเป็นเสาหลักคนเดียว ของวิลล่าที่ใหญ่โตนี้
เมื่อฮั่วฉืออันเห็นร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามา เขาพยายามดิ้นรนเพื่อ จะผละออกจากอ้อมกอดของฮั่วหลิน
ฮั่วหลินจึงต้องวางเขาลง จากนั้นฮั่วฉืออันวิ่งเตาะแตะด้วยขาสั้น ๆ ไปหาเซียวหมิงเยวี่ยทันทีที่เท้าแตะพื้น
ขาทั้งสองข้างของเซียวหมิงเยวี่ยถูกใครบางคนกอดกะทันหัน เธอจึงก้มลงมองและพบว่าเป็นฮั่วฉืออันที่กำลังมองมาด้วยแววตา อ่อนล้า
เซียวหมิงเยวี่ยจึงอุ้มฮั่วฉืออันขึ้นมาโดยไม่รอช้า เด็กชายยังคง เงียบไม่พูดจา เขาซบหน้าลงกับซอกคอของเซียวหมิงเยวี่ยและใช้ แขนทั้งสองโอบรอบคอของเธอไว้
ราวกับว่าเขาจะรู้สึกปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่ออยู่กับเซียวหมิงเยวี่
ยเพียงคนเดียว
ฮั่วหลินเช็ดน ้าตาที่มุมตา แล้วเดินเข้ามาพูดว่า
“คุณเซียวใช่ไหมครับ? ผมทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ขอบคุณมาก ที่ช่วยเหลือในวันนี้ ถ้าไม่มีคุณ ทั้งน้องสามและฉืออันคงไม่รอด ผม ขอเป็นตัวแทนตระกูลฮั่ว ขอขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาของ เขาแดงก ่า แต่ก็ยังพยายามทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เธอเดาว่า เขาคนนี้น่าจะเป็นพี่ชายของฮั่วฟู่ล่าง
ฮั่วฟู่ล่างเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ ใด ๆ มาตั้งแต่เด็ก เขาถูกตามใจมาโดยตลอด เนื่องจากฮั่วเฉิงกังมี ลูกชายคนนี้ตอนอายุมากแล้ว จึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับเขามากนัก เพราะยังมีลูกชายอีกสองคนคอยสืบทอดตระกูล
ไม่ต้องพูดถึงการขอให้ฮั่วฟู่ล่างออกมาช่วยเหลือตำรวจจัดการ กับงานศพของครอบครัว เพราะตอนนี้หัวใจเขาได้แตกสลายไปแล้ว จนไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำด้วยซ ้า ไม่รู้ว่าหลังจากผ่าน เหตุการณ์ครั้งใหญ่นี้ไป ฮั่วฟู่ล่างจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่?
ส่วนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เพียงแค่ดูจากรัศมีรอบตัวและการ พูดจา ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ธรรมดา
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอแสดงความเสียใจกับคุณชายฮั่วด้วย”