ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 435 ความเกลียดชังของนัตตี้
หลังจากทำการตรวจร่างกายเสร็จสิ้น ทุกคนก็กลับบ้าน โดยผล ตรวจจะออกมาในอีกสามวันข้างหน้า
คุณแม่เซียวและคุณยายได้จัดเตรียมห้องชั้นล่างที่หันหน้าไป ทางทิศใต้ไว้ให้เจี่ยงเฉียงเวยอยู่เป็นพิเศษ
ห้องนี้หันหน้าไปทางทิศใต้ รับแสงแดด อยู่ชั้นล่าง สะดวก และ ไม่ต้องเดินขึ้นบันได
จากนั้นคุณยายจัดเตรียมห้องข้าง ๆ ให้เรียบร้อยสำหรับตัวเธอ เข้าไปอยู่ เพื่อที่จะดูแลเจี่ยงเฉียงเวยได้สะดวก
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คุณยายก็โทรบอกข่าวดี แก่ลุงใหญ่ ลุงรอง และคุณน้า พวกเขาทุกคนต่างก็ดีใจมาก และบอก ว่าจะรีบมาเยี่ยม
ลุงใหญ่และลุงรองติดไวรัสช่วงหลังแล้ว หลังจากฉีดวัคซีน ทันเวลาและได้รับการรักษา พวกเขาก็ออกจากโรงพยาบาล และ สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงดี
เพียงแต่ลุงใหญ่ต้องใส่แว่นตลอดไป เพราะสายตาของเขาไม่ ค่อยดี มองอะไรก็เบลอไปหมด ไวรัส X ทำลายดวงตาของเขาจนไม่ สามารถรักษาให้หายได้ หากฉีดวัคซีนช้าไปอีกสองสามวัน เขาคงจะ ตาบอดไปแล้ว
แม้จะรู้สึกโล่งใจ แต่ลุงใหญ่ก็ต้องใส่แว่นกรอบดำ ภรรยายังพูด แซวเขาว่า พอใส่แว่นแล้วดูเหมือนปัญญาชนเลย เหมือนกับหอมแดง ที่ตัดหัวแสร้งทำตัวเป็นกระเทียม
ญาติทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่ ทำให้บ้านครอบครัวเซียวมี ชีวิตชีวามาก แต่ไม่ทันไร คุณตาก็ดุลุงใหญ่อีกครั้ง บอกให้เบาเสียง ลงหน่อย อย่าตะโกนเอะอะเสียงดัง เดี๋ยวจะทำให้เจี่ยงเฉียงเวยตกใจ
ลุงใหญ่พยายามลดเสียงลง พูดเบา ๆ เหมือนกลัวใครจะรู้
สวีซงสามีของคุณน้ายืนอยู่ข้าง ๆ เธอ พลางยิ้มให้ด้วยสีหน้าที่
อ่อนโยนและสุภาพ
คุณยาย ป้าสะใภ้ใหญ่ และป้าสะใภ้รองกำลังช่วยกันเตรียม อาหารอยู่ในครัว ในที่สุดทุกคนก็มารวมตัวกันที่บ้าน คนเยอะแยะ ขนาดนี้ แล้วจะไม่กินข้าวด้วยกันได้อย่างไร
เมื่อเจี่ยงเฉียงเวยลูกคนที่สามกลับมา ครอบครัวเจี่ยงก็ได้ กลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที
…
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้ตัวเลยว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในบ้านของเธอ กำลังถูกคนข้างบ้านแอบฟังอยู่
หลังจากได้รับบทเรียนจากเสี่ยวฮุยฮุย ควินนี่ยังไม่เข็ดขยาด เลยลองทำซ ้าอีกหลายครั้ง แต่เสี่ยวฮุยฮุยก็จับได้ทุกที มันกระโดด
เข้าไปในบ้านของควินนี่ ทำให้เขาหวาดกลัว มีอยู่สองครั้งที่เสี่ยวฮุย ฮุยแอบไปกินเนื้อในชามของควินนี่ และยังอึใส่ไว้ในนั้นอีกด้วย
หลังจากโดนหลายครั้ง ควินนี่ไม่กล้าแม้แต่จะไปยืนที่ระเบียงชั้น สองอีกแล้ว แล้วนับประสาอะไรกับการแอบมองข้างบ้าน เสี่ยวฮุยฮุย กลายเป็นเงาตามติดที่ทำให้เขาหวาดกลัวทุกย่างก้าว
ถึงแม้ว่ากระจกชั้นสองจะซ่อมแซมเสร็จแล้ว แต่เสี่ยวฮุยฮุยก็ สามารถปีนข้ามรั้วเข้ามาไปในสวน แล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนเพื่อไล่กัดเขา
แล้วเขาจะกล้าไปแอบมองอีกได้อย่างไร?
แต่ควินนี่ยังคงไม่ยอมแพ้ นับตั้งแต่ที่คิดเรื่องนี้ เขารู้สึกคันยุบยิบ ในใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่คิดถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา
ไม่ได้ จะให้รอเฉยจนแก่ตายได้ยังไง เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
เขาไม่รู้ตัวเลยว่านัตตี้เข้ามายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ ในมือ ของเธอยังถือมีดทำครัวอยู่
“ควินนี่ คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
ควินนี่กำลังตั้งใจฟังเสียงจากบ้านข้าง ๆ ทันใดนั้นก็ถูกนัตตี้ทำ ให้ตกใจ เขาจึงหันไปพูดด้วยความโกรธ
“เข้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงทำไม?”
สีหน้าของควินนี่แสดงออกถึงความรำคาญอย่างเปิดเผย เขาเบื่อ ผู้หญิงแก่ที่ดูโทรมคนนี้แล้ว หล่อนจะสามารถเทียบกับผู้หญิงข้าง บ้านที่กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่งได้ยังไงกัน?
ควินนี่หมกมุ่นอยู่กับความฝันอันแสนหวาน ทุกค ่าคืนเขาจะฝัน ถึงการได้อยู่กับภรรยาสาว และมีความรักอันหวานซึ้งกับเซียวหมิง เยวี่ย
เขาลืมไปแล้วว่านัตตี้อายุแค่สามสิบกว่า ๆ ในขณะที่เขาอายุห้า สิบกว่า ซึ่งเขาแก่กว่านัตตี้ถึงยี่สิบปี
นัตตี้กระชับมีดทำครัวในมือแน่น ไม่นานมานี้ท่าทีของควินนี่ที่มี ต่อเธอย ่าแย่ลงเรื่อย ๆ ไม่มีความอดทน และมักจะดุด่าเธออยู่เสมอ
พอหาเป้าหมายใหม่ได้ ก็คิดจะทิ้งเธอจริง ๆ ใช่ไหม?
ฝันไปเถอะ
ความโกรธเคืองคุกรุ่นอยู่ในใจนัตตี้ เธอขบฟันแน่น แล้วกลั้นใจ พูดว่า
“แพนเค้กทำเสร็จแล้ว”
ควินนี่ไม่สนใจเธอ เขาเดินเข้าไปในครัว แล้วหยิบแพนเค้กที่เพิ่ง ทำเสร็จใหม่ ๆ ใส่ตะกร้าจนพูน เหลือไว้บนจานแค่สองแผ่น
“ทำไมถึงหยิบแพนเค้กไปเยอะขนาดนั้น คุณจะไปไหน?” นัตตี้
ถามด้วยความร้อนรน
ควินนี่ขมวดคิ้ว “เอาไปให้บ้านข้าง ๆ”
นัตตี้อดกลั้นความโกรธไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอพูดด้วยน ้าเสียง แหลมสูงว่า
“นี่คือเหตุผลที่คุณให้ฉันทำแพนเค้กเหรอ? นี่มันแพนเค้กที่ฉัน ทำเอง แต่คุณจะเอาไปให้นางผู้หญิงชั่วบ้านข้าง ๆ เนี่ยนะ!”
ควินนี่รู้สึกว่าสถานะความเป็นชายของเขากำลังถูกท้าทาย เขา จึงเงื้อมือตบหน้าเธอไปหนึ่งฉาด
“หุบปาก! แป้งพวกนี้ฉันซื้อมาเอง แกกินอยู่ด้วยเงินของฉันทุก วัน แล้วยังกล้ามาพูดกับฉันแบบนี้อีกเหรอ คิดว่าฉันไม่กล้าไล่แก ออกไปหรือไง? อยู่เฉย ๆ แล้วอย่ามาขัดใจฉันอีก!”
นัตตี้ลูบแก้มขวาที่ร้อนผ่าวด้วยความไม่น่าเชื่อ หัวใจเต้นรัวลั่น
เธอขบฟันด้วยความโกรธแค้น “คุณชอบนางผู้หญิงข้างบ้านคน นั้นใช่ไหม? หล่อนดีกว่าฉันตรงไหน เพราะฉันมีลูกให้ไม่ได้งั้น เหรอ?”
ดวงตาที่มืดมนของควินนี่ปรากฏร่องรอยความดูถูกและเหยียด หยาม
“เธอคิดสูงเกินไป”
เขาไม่ได้โต้แย้งอะไร หลังจากพูดจบก็หันหลังเดินออกไป แล้ว เคาะประตูบ้านตระกูลเซียว
นัตตี้เม้มริมฝีปากแน่น ตาเบิกกว้าง คำพูดของควินนี่ทำลาย ป้อมปราการในใจของเธอลงอย่างสิ้นเชิง เขาสารภาพแล้ว เขาชอบ ผู้หญิงเลวข้างบ้านจริง ๆ
คิดสูงเกินไปเหรอ? ในใจของเขา เธอแย่กว่าผู้หญิงแก่ข้างบ้าน คนนั้นอีกเหรอ?
ทำไมผู้หญิงเลว ๆ ที่มีสามีแล้ว ถึงยังต้องมาตอแยสามีของเธอ อีก?
ตอนที่อายุสิบกว่าปี เธอก็มาอยู่กับควินนี่แล้ว ไม่คิดเลยว่า หลังจากผ่านมาหลายปี กลับได้มาเพียงคำว่าคิดสูงเกินไปงั้นหรือ?
เฮอะ!
ในใจของเธอเริ่มสั่นสะเทือน เมล็ดพันธุ์แห่งความเคียดแค้น กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายตัวออกไปทั่วร่างกาย
ความเกลียดชังอันแรงกล้าได้กลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอจน หมดสิ้น เหลือไว้เพียงความคิดชั่วร้ายที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ…
ด้านในห้อง เมอิชาเฝ้าดูทุกอย่างด้วยสายตาเย็นชา เธอยกยิ้ม มุมปากด้วยความเย้ยหยัน
ดูสิ ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนยังรักอะไรก็ดีไปหมด ทำทุก อย่างเพื่อเอาอกเอาใจ แต่พอไม่รักก็ผลักไสไล่ส่งทันที พลิกหน้ามือ เป็นหลังมืออย่างง่ายดาย
ที่หน้าประตูบ้านตระกูลเซียว เป็นคุณแม่เซียวที่เดินมาเปิดประตู
ร่องรอยของความผิดหวังวาดผ่านดวงตาควินนี่ ทำไมถึงไม่ใช่ เธอ?
แต่เขาก็ยังคงพูดจาประจบประแจงต่อไปว่า
“นี่คือแพนเค้กที่บ้านผมทำเอง เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ก็เลยเอามา ฝากให้บ้านคุณนิดหน่อย หวังว่าจะไม่รังเกียจนะครับ”
คุณแม่เซียวยิ้มอย่างสุภาพแต่ก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย กำลังคิด คำพูดที่จะปฏิเสธอยู่ในใจ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณใจดีเกินไปแล้ว”
ควินนี่วางตะกร้าลงในมือคุณแม่เซียวโดยตรง
“รับไปเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ลูกสาวของคุณก็อยู่บ้านด้วยใช่ ไหม? บ้านคุณดูคึกคักดีจัง พอดีผมบังเอิญได้ยินเสียงเธอ”
“ใช่ค่ะ วันนี้มีคนมาที่บ้านเยอะ เลยเสียงดังไปหน่อย อย่าถือสา เลยนะคะ” คุณแม่เซียวตอบแบบขอไปที
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร”
แม้จะเห็นว่าคุณแม่เซียวไม่มีท่าทีจะเชิญเขาเข้าบ้าน ควินนี่ก็ยัง ไม่ยอมแพ้
“ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหมครับ? ผม…”
“แม่ มาทางนี้หน่อยค่ะ!” เซียวหมิงเยวี่ยตะโกนจากในห้อง
คุณแม่เซียวจึงรีบพูดว่า “ลูกสาวคงเรียกให้ฉันไปช่วยอะไร บางอย่าง ยังไงก็… ขอบคุณมากนะคะ”
สิ้นเสียง เธอยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความสุภาพและปิดประตู ท้ายที่สุดพวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกัน ก็เลยไม่อยากสร้างปัญหา จึง รับมาแบบขอไปที
“นี่คืออะไรเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยเห็นคุณแม่เซียวถือตะกร้า แพนเค้กเข้ามา
คุณแม่เซียวดูอับจนหนทาง “แพนเค้กที่ตาแก่ข้างบ้านให้มาน่ะ ลูก บอกไปแล้วว่าไม่เอา แต่ก็ยังยัดเยียดให้”
…
ควินนี่พ่ายแพ้ในครั้งนี้ และไม่ได้เห็นเซียวหมิงเยวี่ยเลยสักนิด แต่เขายังคงคิดหาวิธีอื่นอยู่ จนไม่ทันสังเกตเห็นนัตตี้ที่ยืนอยู่หน้า บ้าน
นัตตี้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความเคียดแค้น
ด้านหลัง เมอิชาพูดขึ้นเบา ๆ
“เห็นหรือยัง ผู้หญิงคนนั้นขโมยหัวใจของควินนี่ไป ใจของเขา เอาแต่วนเวียนอยู่ที่บ้านข้าง ๆ ตลอดเวลา”
นัตตี้สูดหายใจเขาลึก “คุณพี่ เห็นสามีตัวเองไปรักผู้หญิงคนอื่น แบบนี้ พี่ไม่โกรธบ้างเหรอคะ?”
“ฉันจะโกรธไปทำไมกัน ควินนี่ไม่เคยทอดทิ้งฉัน แต่เธอมันคน ละเรื่องเลย พอไม่มีควินนี่แล้ว เธอคงทำได้แค่กลับอยู่ที่สลัม แล้วพ่อ แม่เธอก็จะมาขายเธออีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่า ครั้งหน้าเธอจะยังโชคดีแบบนี้
ได้อีกไหม?”
“จะว่าไป พี่สาวคนที่สองของเธอ ถูกพ่อแม่ขายให้กับสองพี่น้อง ที่หาภรรยาไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกพวกมันทรมานจนตาย งั้นขอให้เธอ โชคดีแล้วกัน!”
เมอิชาพูดประโยคนี้ด้วยน ้าเสียงเย็นชา แล้วค่อย ๆ ผลักรถเข็น ออกไป
ใบหน้านัตตี้ซีดเซียว คำพูดของเมอิชาคือความจริง เธอถูก ครอบครัวขายให้กับควินนี่
หากไม่สามารถอยู่กับควินนี่ เธอคงต้องกลับไปหาพ่อแม่ใจร้ายที่
เห็นเธอเป็นเพียงสัตว์ แล้วถูกขายเพื่อแลกกับเงินอีกครั้ง
ถ้าถูกขายอีกครั้ง แล้วจะไปเจอคนรวยอย่างควินนี่อีกได้ยังไง? ถ้าเกิดเป็นเหมือนพี่สาวคนที่สองจะทำยังไงดี?
แล้วถ้าไปเจอผู้ชายที่ทั้งจนและชอบทำร้ายร่างกายล่ะ?
ถึงแม้ว่าควินนี่จะอารมณ์ร้อน แต่ถ้าทำตามใจเขาทุกอย่าง ก็จะ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ และเขาไม่ค่อยได้ใช้กำลัง
ลองนึกย้อนกลับไป พ่อแม่ที่รักลูกสาวคนไหน จะขายลูกสาวตัว น้อยให้กับชายชราเพื่อให้ไปเป็นเมียน้อยเขา
ดังนั้น เธอจะออกจากบ้านนี้ไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ!
เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอต้องพึ่งพาควินนี่เพียงคนเดียว ซึ่ง เปรียบเสมือนฟางเชือกสุดท้าย ที่จะเป็นความหวังในการใช้ชีวิตที่
สงบสุขในอนาคตของเธอ
นัตตี้จ้องมองไปที่บ้านตระกูลเซียวด้วยความเกลียดชัง สีหน้าบิด เบี้ยวอย่างรุนแรง
“ทำไมแกต้องมาแย่งผู้ชายของฉันด้วย เป็นเพราะแกคนเดียว แกบีบบังคับให้ฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังแบบนี้…”