ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 438 คุณแม่เซียวอาการวิกฤต!
คุณตาเดินไปตามถนนใหญ่เรื่อย ๆ เมื่อเห็นร่างคนสองคนนอน อยู่หน้ารถของลูกสาว เขาก็ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!”
คุณตารีบวิ่งเข้าไปดู พบว่าคุณแม่เซียวถูกแทงที่หน้าอก ส่วนป้า สามนอนหมดสติอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ราวกับฟ้าผ่ากลางศีรษะของคุณตา เสียงในหูอื้อไปหมด หัว สมองว่างเปล่า รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
“ชิงหว่าน! ลูกสาวพ่อ!”
คุณตารีบวางเซียวซีวั่งลงข้าง ๆ แล้วคุกเข่าลงกับพื้น มือทั้งสอง ข้างสั่นเทาไม่หยุด
เขาพยายามบังคับตัวเองให้สงบลง ใจเย็นหน่อยสิ! ต้องโทรเรียก คนมาให้ได้!
คุณตาควานหาโทรศัพท์ และต่อสายถึงเซียวหมิงเยวี่ยโดย สัญชาตญาณ ซึ่งเธอรับสายอย่างรวดเร็วหลังจากดังขึ้นสองครั้ง
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังขับรถอยู่ [ค่ะ คุณตา หนูกำลังจะถึงบ้าน แล้ว]
“หมิงเยวี่ยรีบมาเร็ว เกิดเรื่องกับแม่ของหลาน! รีบมาเร็วเข้า!”
เสียงของคุณตาที่ปลายสายฟังดูตื่นตระหนกมาก น ้าเสียงของ เขาสั่นเครือไปหมด
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายในใจ จึงรีบถามไปว่า
[ตอนนี้อยู่ไหนคะ?]
ปกติคุณตาเป็นคนใจเย็นมาก ไม่เคยตื่นตระหนกกับอะไรง่าย ๆ หากมันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นความตาย คุณ ตาคงไม่เป็นแบบนี้
คุณตารีบเงยหน้ามองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ยะ… อยู่ที่หัวมุมถนน หงฉือ มีเสาไฟฟ้าใหญ่ต้นหนึ่ง ไม่ไกลจากนั้นก็คือโรงงานกำจัดขยะ บนกำแพงมีป้ายสีแดงใหญ่เขียนว่า ‘ถ้าอยากอิ่มท้อง ต้องขยัน ทำงาน’”
คุณตารีบเรียบเรียงคำพูดทั้งหมด พยายามอธิบายรายละเอียด รอบ ๆ สถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจนที่สุด กลัวว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะหาไม่ เจอ
[หนูรู้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหน ใกล้ถึงแล้วค่ะ]
เซียวหมิงเยวี่ยเหยียบคันเร่งจนมิด เธอจับพวงมาลัยแน่น หัวใจ สั่นไหวด้วยความกังวล
หลังวางสายจากเซียวหมิงเยวี่ย คุณตาก็รีบโทรเรียกรถพยาบาล ทันที บอกรายละเอียดสถานการณ์และที่อยู่ปัจจุบันกับโรงพยาบาล จากนั้นจึงโทรไปบอกคุณพ่อเซียวและคุณยาย
เหตุผลที่โทรหาเซียวหมิงเยวี่ยก่อน เพราะเซียวหมิงเยวี่ยมียายืด ขาถลึงตา ที่อาจช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน
แต่บาดแผลถูกแทงที่อกเป็นบาดแผลภายนอกที่รุนแรง ไม่มีใคร รู้ว่าทะลุถึงหัวใจหรือไม่ หรือบาดเจ็บร้ายแรงแค่ไหน ดังนั้นจึงต้องโทร เรียกรถพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษา เพราะแพทย์มีความ เชี่ยวชาญมากกว่า
หลังจากโทรศัพท์ไปแล้ว หัวใจของคุณตายังคงเต้นไม่เป็น จังหวะ เขาจึงรีบตรวจสอบดูว่าคุณแม่เซียวและป้าสามยังหายใจอยู่ หรือไม่
โชคดีที่ป้าสามยังคงหายใจสม ่าเสมอ ร่างกายไม่มีบาดแผล เธอ แค่เป็นลมหมดสติเท่านั้น
คุณแม่เซียวยังมีสัญญาณชีพอยู่ แต่หายใจแผ่วเบามากจนแทบ จะสัมผัสไม่ได้ บาดแผลของเธอสาหัส และเสียเลือดไปมาก
หากปล่อยไว้นานกว่านี้ ต่อให้มีเทพเซียนอยู่ด้วย ก็คงช่วยอะไร ไม่ได้แล้ว!
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายบนหน้าผากของคุณตา เขาทำได้แค่ ภาวนาในใจ ขอให้ไม่มีเรื่องอะไรผิดพลาด
“เร็วเข้า เร็วเข้าสิ…”
ท่ามกลางคำภาวนาซ ้าแล้วซ ้าเล่าของคุณตา พลันมีเสียงเบรก ดังเอี๊ยดเสียดแทงหู
เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่ทันได้จอดรถสนิท ก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วกระโดดลงจากรถทันที
เมื่อเห็นคุณแม่เซียวนอนจมอยู่ในกองเลือด หัวใจของเซียวหมิง เยวี่ยรู้สึกหวาดกลัวอย่างแรงกล้า ไม่นะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
“แม่!”
เธอวิ่งเข้าไปและรีบหยิบยายืดขาถลึงตาใส่เข้าไปในปากของ คุณแม่เซียวโดยไม่ลังเล
ฝ่ามือของเซียวหมิงเยวี่ยเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอจับมืออันเย็นเฉียบ ของแม่ แล้วพยายามทำใจให้สงบ เพื่อที่จะคลำหาชีพจร
“โทรเรียกรถพยาบาลหรือยังคะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเหมือนเลือดในกายแข็งตัว เธอไม่เคย หวาดกลัวขนาดนี้มาก่อน และได้ยินเพียงเสียงหูอื้ออย่างชัดเจน
เซียวหมิงเยวี่ยกลัวมากที่จะเสียแม่ไป การเกิดใหม่ครั้งนี้ เธอ ตั้งใจจะปกป้องครอบครัวให้ปลอดภัย ผ่านพ้นภัยพิบัติไปด้วยกัน เพื่อใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข
ครอบครัวเซียวผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้หลายครั้ง แม้ว่าจะเผชิญ กับอันตรายเล็กน้อย แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง เมื่อภัยพิบัติสิ้นสุดลง ครอบครัวเซียวก็ได้ใช้ชีวิตปกติที่เซียวหมิงเยวี่ยใฝ่ฝันมาตลอด
แล้วทำไม?
ทำไมคุณแม่เซียวถึงประสบอุบัติเหตุแบบกะทันหัน?
เธอเป็นคนฉลาดในการเข้าสังคม เข้ากับคนอื่นได้ดีเสมอ ยิ้ม แย้มแจ่มใส แม้จะไม่ชอบใครก็ยังสามารถรักษามารยาทได้ ไม่เคยมี เรื่องทะเลาะกับใครเลย
หากคุณแม่เซียวเป็นอะไรขึ้นมา นั่นแสดงว่าเซียวหมิงเยวี่ยยังคง ล้มเหลวในการปกป้องครอบครัว แล้วการที่เธอเกิดใหม่อีกครั้งจะมี ความหมายอะไร?
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังคลำหาชีพจรอย่างระมัดระวัง สายตาของ เธอค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นความสิ้นหวังและหมดหนทาง แต่เมื่อคลำ พบชีพจรเต้นเบา ๆ ของคุณแม่เซียว เธอก็รู้สึกโล่งอกเล็กน้อย
“โทรแล้ว โทรแล้ว เดี๋ยวรถพยาบาลก็มา ตอนที่ตามาถึง ก็เห็น ว่ากลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติแม่ของหลานใจดี กับทุกคน ไม่เคยทำให้ใครขุ่นเคือง แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน!”
คุณตาขบฟันกรามแน่นด้วยความแค้น อยากจะสับคนที่ทำร้าย ลูกสาวของเขาเป็นชิ้น ๆ
ในเวลานี้ เสียงรถพยาบาลก็ดังมาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปยังทิศทางที่รถพยาบาลมา “รถพยาบาล มาแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือต้อง ช่วยชีวิตคนก่อน!”
ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยความกังวล แต่เขายังคงพูดว่า…
“ยายืดขาถลึงตาสามารถช่วยชีวิตได้ แม่ของหลานทานยาไป แล้ว น่าจะไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยขยับริมฝีปากเล็กน้อย “มันควรเป็นแบบนั้น”
เธอรู้ดีว่า คุณตากำลังปลอบโยนเธออยู่
อันที่จริงเซียวหมิงเยวี่ยยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้ยัง ไม่เคยใช้ยายืดขาถลึงตารักษาคนบาดเจ็บสาหัส
ครั้งที่แล้วตอนเธอแฟลชไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แม้ว่าบาดแผล จะดูน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บถึงอวัยวะสำคัญ เพียงแค่หน้าผากกับ เข่าถลอกเท่านั้นเอง
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป คุณแม่เซียวบาดเจ็บที่เส้นเลือดใหญ่ ทำ ให้เสียเลือดมาก และยังไม่รู้ว่าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจได้รับความ เสียหายหรือไม่ ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต!
แล้วคราวนี้ยายืดขาถลึงตาจะใช้ได้ผลหรือเปล่า?
เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ เซียวหมิง เยวี่ยและคุณตาเข้าไปช่วยเหลือเช่นกัน กระทั่งคุณแม่เซียวและป้า สามถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไป
เนื่องจากอาการของคุณแม่เซียวร้ายแรงมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึง มุ่งความสนใจไปที่เธอเป็นส่วนใหญ่ โดยนำเครื่องมือทางการแพทย์ ต่าง ๆ มาติดตั้งกับตัวเธอ
เพียงแค่มองดู ก็รู้สึกน่าตกใจมากแล้ว
ในเวลานี้ คุณพ่อเซียวและคุณยายตามมาถึง
“หมิงเยวี่ย ลูกอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? พ่อ เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วน เกิด อะไรขึ้นครับ?”
คุณพ่อเซียวมองไปทางรถพยาบาลที่ปิดประตูไปแล้ว ขณะยังจับ ต้นชนปลายไม่ถูก
คุณตาไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรมากมายตอนที่โทรไปหาเมื่อครู่ แค่บอกว่ามีเรื่องด่วน และให้รีบตามมาเท่านั้น เพราะกลัวว่าหากบอก ไปตรง ๆ พวกเขาจะตกใจจนเกิดอุบัติเหตุอีก
ขณะนั้นคุณยายสังเกตเห็นว่าทั่วทั้งตัวของเซียวหมิงเยวี่ยและ คุณตาเต็มไปด้วยเลือด จึงร้องอุทานด้วยความตกใจ
“พวกเธอบาดเจ็บกันเหรอ! ทำไมเลือดเยอะขนาดนี้!”
คุณพ่อเซียวยังสังเกตเห็นกองเลือดขนาดใหญ่บนพื้น จึงตกใจ กลัวเป็นอย่างมาก
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!” คุณยายร้อนรนใจมาก
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปบอกคนขับรถพยาบาลว่า “ฉันจะขับรถตาม ไปค่ะ”
คนขับพยักหน้ารับ แล้วขับรถออกไป
เซียวหมิงเยวี่ยวิ่งไปที่รถของตัวเองแล้วพูดว่า “ไม่มีเวลาอธิบาย แล้ว ขึ้นรถเร็วค่ะ!”
“รีบขึ้นรถก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยคุยเรื่องนี้!” คุณตาเร่งรัดให้ทุกคน ขึ้นรถ
จู่ ๆ คุณพ่อเซียวก็คาดคิดถึงความเป็นไปได้ ใบหน้าของเขาแข็ง ทื่อทันใด เขาไม่ได้ถามอะไรอีกและรีบตามไปขึ้นรถ
คุณยายรู้ว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่กล้ารีรอ แล้วขึ้นไปนั่งที่
เบาะหลังของรถ
เซียวหมิงเยวี่ยใช้เสื้อเช็ดเลือดที่ติดอยู่บนมือ จับพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบคันเร่งตามหลังรถพยาบาลไปติด ๆ
ความคิดของเธอวุ่นวายไปหมด ในหัวมีภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านแวบไปมาจนทำให้สับสน
แต่ถึงที่สุดแล้ว ความคิดที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือ แม่ของเธอ จะต้องไม่ตาย ไม่ได้เด็ดขาด!
ขณะขับรถไป เธอก็โทรหาจี้เหวินซีไปด้วย โดยไม่พูดพร ่าทำ เพลง เธอพูดตรงเข้าประเด็นว่า
“จี้เหวินซี คุณรู้จักหมอผ่าตัดเก่ง ๆ คนไหนบ้างไหม แม่ฉันได้รับ บาดเจ็บสาหัส ถูกแทงบริเวณหน้าอก ถ้าคุณรู้จักหมอที่เก่งด้านนี้ ช่วยติดต่อให้ฉันหน่อยนะ ฉันกำลังไปโรงพยาบาลอันคัง”
ฝั่งตรงข้าม จี้เหวินซีกำลังคุยกับคุณปู่จี้เกี่ยวกับการก่อตั้งกรม เกษตรกรรมแห่งใหม่
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย สีหน้าของเขาพลันตึงเครียด และพยายามพูดปลอบโยน
[ได้ครับ คุณวางใจได้ โรงพยาบาลอันคังใช่ไหม? เรื่องนี้ปล่อย ให้ผมจัดการเอง ผมจะหาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดไปให้]
“ขอบคุณค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ ้าว่าเสียงของเธอกำลังสั่น เครือ
เมื่อคุณปู่จี้ได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์ของหลานชาย เขารีบ เรียกหาจี๋อันทันที
“จี๋อัน เร็ว รีบติดต่อเหล่าหลี่ แล้วขอให้เขาติดต่อศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุด จากนั้นให้รีบไปโรงพยาบาลอันคังทันที!”
จี้เหวินซียืนขึ้นและพูดด้วยความกังวล
“ผมจะตามไปดูที่โรงพยาบาล”
…
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ คุณพ่อเซียวได้ยินเนื้อหาการ สนทนา จึงพบว่ามันตรงกับสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ เขาจึงกำมือแน่น ด้วยความกลัวและร้อนใจ
เลือดพวกนั้น เป็นเลือดของภรรยา!
เขาเสียใจมาก ทำไมตอนที่รู้ว่าภรรยาจะต้องกลับบ้านดึก เขาถึง ไม่ออกไปรับเธอเอง ทำไมเขาถึงได้ประมาทแบบนี้!
แต่มันสายเกินกว่าจะพูดสิ่งใด
บรรยากาศภายในรถตึงเครียดและอึดอัดมาก ทุกคนขมวดคิ้ว แน่น มันเงียบจนสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงลมหายใจของ ตัวเอง
ค ่าคืนนี้มืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกปก คลุมไปด้วยหมอกควันดำมืด ทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก…