ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 440 ฆาตกรคือใคร?
“เป็นผู้หญิงท้องถิ่นที่อยู่ข้างบ้านเรา ป้าไม่รู้ชื่อของเธอ อายุ ประมาณสามสิบกว่า หน้าตาจะดุ ๆ หน่อย ดูเข้ากับคนยาก” ป้าสาม พูดตามความจริง
“เธอน่าสงสัยตรงไหนคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามต่อ
พอป้าสามอธิบายแบบนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ผู้หญิงท้องถิ่นอายุสามสิบกว่า หน้าตาดุ ๆ นอกจากนัตตี้แล้ว จะมี ใครได้อีก?
ป้าสามจัดระเบียบความคิดสักครู่แล้วบอกว่า “ป้าดูออกเลยว่า เธอกำลังตื่นตระหนก สิ่งที่แปลกคือเธอเดินกลับมาทางทิศตะวันตก ทั้ง ๆ ที่ถ้าจะกลับบ้านก็ต้องเดินมาทางทิศตะวันออก”
“แล้วปกติเวลาเธอเดินผ่านบ้านเรา เธอจะชอบจ้องหน้าป้า ไม่ก็ สาปแช่งคำหยาบคาย แต่คราวนี้กลับไม่ทำอะไรเลย แถมยังเดินหนี ไปอย่างรวดเร็ว”
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยเย็นเยือก ดวงตาทั้งสองอัดแน่นด้วยจิต สังหารแรงกล้า
เธอจะไม่รีบด่วนสรุปเพียงเพราะคำพูดสั้น ๆ ของป้าสาม แต่เธอ แน่ใจว่า ผู้หญิงข้างบ้านคนนั้นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ เพราะ พฤติกรรมของเธอดูน่าสงสัยมาก ว่าอาจจะเป็นฝีมือของเธอ งั้นก็ ต้องลองตรวจสอบดูให้แน่ชัด
เพราะบ้านครอบครัวเซียวตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกล ถ้าจะออกไป ไหนก็ต้องไปทางทิศตะวันออก
ไม่ว่าจะถนนใหญ่ ร้านค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ล้วนต้องไปทาง ทิศตะวันออกทั้งหมด ส่วนทางทิศตะวันตกนั้นไม่มีอะไรเลย เป็นเพียง ที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่รอการพัฒนา แล้วเธอจะไปทำอะไรที่นั่น?
“เธออ้อมทางกลับบ้าน แบบนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ ๆ” เซียวห มิงเยวี่ยพูดด้วยความมั่นใจ
ป้าสามพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ป้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่นั่น ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดหรอก ที่สำคัญคือเธอดูตื่นตระหนก เหมือนคน ทำผิด แล้วรู้สึกผิดในใจ มันจึงทำให้ป้ารู้สึกแปลก ๆ”
“แปลกจริง ๆ นั่นแหละ” เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำ
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ตระกูลเซียวย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเขาก็เข้ากับ เพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ได้ดี ยกเว้นเพียงบ้านของนัตตี้
อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ตระกูลเซียวกับบ้านเธอเคยมีเรื่องทะเลาะ กันมาก่อน
ยิ่งเซียวหมิงเยวี่ยคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
คนหน้าตาใจร้าย มักจะใจแคบและเจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าจะบอก ว่านัตตี้ยังแค้นเรื่องเก่าแล้วมาแก้แค้นคุณแม่เซียว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่
เป็นไปไม่ได้
สรุปแล้ว ตอนนี้เธอเป็นผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่สุด
เซียวหมิงเยวี่ยกัดริมฝีปากแน่น เธออยากจะลากนัตตี้มาทรมาน ให้สาสมเสียเดี๋ยวนี้
ความเคียดแค้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเซียวหมิงเยวี่ย เธอไม่เคย รู้สึกแบบนี้มาก่อน และแทบไม่สามารถควบคุมความโกรธแค้นในใจ ได้เลย
คุณตาตบไหล่หลานสาวเบา ๆ “หมิงเยวี่ย หลานเป็นอะไรหรือ เปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยจึงได้สติกลับมา “หนูไม่เป็นไรค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า ผู้หญิงข้างบ้านที่ชื่อนัตตี้ทำตัวมีพิรุธ มากที่สุด เราไปแจ้งตำรวจกันเถอะ บอกตำรวจไปตามที่เราคุยกันมา แล้วให้ตำรวจไปสืบดูว่าใช่เธอหรือเปล่า จะได้รู้ความจริง”
คุณตาเสนอความคิด
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “งั้นรอสักครู่นะคะ ทุก คนอยู่เฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลก่อน ถ้ามีอะไรให้รีบโทรหาหนูทันที หนู ไปทำธุระแป๊บเดียวแล้วจะกลับมา”
พูดจบเธอก็รีบออกไปเลย ไม่รอให้ใครถามอะไรอีก
“ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว หลานจะไปไหนกัน?” ป้าสามถามขึ้นมา ด้วยความงงงวย
คุณตามองไปยังทิศทางที่หลานสาวจากไปด้วยสายตาซับซ้อน เขาเดาได้ว่าหลานสาวจะไปทำอะไร เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนเด็ดขาด เธอรอกระบวนการยุติธรรมไม่ไหว จึงจะไปหาคำตอบจากนัตตี้
โดยตรง
“ปล่อยให้เธอไปเถอะ” คุณตาถอนหายใจเบา ๆ
“แล้วเราจะแจ้งตำรวจไหมคะ?” ป้าสามถาม
คุณตามองตามแผ่นหลังของเซียวหมิงเยวี่ยและพูดว่า “เดี๋ยวรอ ก่อน”
รอให้เซียวหมิงเยวี่ยตรวจสอบข้อเท็จจริง หากไม่ใช่ฝีมือนัตตี้ ค่อยไปแจ้งตำรวจในภายหลัง
…
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถกลับมาที่ชุมชน เธอไม่ได้ตรงไปที่บ้าน ของนัตตี้ แต่กลับไปยังที่เกิดเหตุก่อน
ตอนที่เห็นคุณแม่นอนจมอยู่ในกองเลือด เธอคิดเพียงว่าต้องรีบ ช่วยชีวิตคุณแม่ให้ได้ก่อน จึงไม่ได้สังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ตอนนี้คุณแม่เซียวถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว เธอจึงมีเวลา พอที่จะมาสืบหาความจริงทีละเล็กทีละน้อย
ไม่มีร่องรอยการเบรกฉุกเฉินจากรถของคุณแม่เซียว แสดงว่า คุณแม่จอดรถเอง อาจจะเป็นเพราะเจออุปสรรคขวางทาง หรือไม่ก็มี คนมาขวางรถไว้
เซียวหมิงเยวี่ยใช้ไฟฉายส่องหาหลักฐานต่าง ๆ บนพื้น พบรอย เลือดหลายรอยที่แตกต่างกันไป รวมถึงร่องรอยที่เกิดจากคุณตา ป้า สาม และจากเธอเอง
แต่ที่น่าสงสัยคือ รอบ ๆ รอยเลือดเหล่านั้นมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ กระจัดกระจายจำนวนมาก
คราบเลือดที่ปรากฏดูไม่เหมือนรอยเลือดที่เกิดจากการเหยียบ แต่กลับดูเหมือนว่ามีคนพยายามเช็ดออก ราวกับต้องการปกปิดบาง สิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยยกไฟฉายส่องไปตามคราบเลือด และพบว่า ร่องรอยของเลือดหายไปในพุ่มหญ้าข้างทาง
เธอมองไปยังพุ่มหญ้าข้างทางที่เปื้อนเลือด แล้วก็คาดเดาได้ คร่าว ๆ ว่า น่าจะเป็นคนร้ายซึ่งตกใจกลัวตอนนั้น แล้วเผลอไปเหยียบ กองเลือด และเมื่อสังเกตเห็นรอยรองเท้าของตัวเอง จึงใช้หญ้าข้าง ทางมาเช็ดรอยเลือดออกจากรองเท้า และพยายามเช็ดล้างรอยเลือด บนพื้นให้หายไป เพื่อเป็นการอำพราง
เซียวหมิงเยวี่ยหันมองโรงงานกำจัดขยะที่อยู่ไม่ไกล โดย สัญชาตญาณ เธอคิดว่าคนร้ายที่วางแผนฆ่าคน คงจะไม่ใส่เสื้อผ้าที่
ตัวเองใส่เป็นประจำ เพราะกลัวว่าจะถูกจำได้
หลังจากก่อเหตุฆาตกรรมแล้ว มีแนวโน้มสูงที่คนร้ายจะทิ้งเสื้อผ้า ที่ใส่ตอนลงมือด้วยความกลัว
มีการกำจัดขยะในโรงงานทุกเช้าเวลาหกนาฬิกา ภายในหนึ่ง ชั่วโมง ขยะจะถูกกำจัดออกไปทั้งหมด
แล้วจะมีใครไปสนใจโรงงานกำจัดขยะอีก?
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซียวหมิงเยวี่ยจึงรีบตรงไปโรงงานกำจัดขยะทันที ท่ามกลางกลิ่นเหม็นรุนแรง เธอสามารถหาเสื้อผ้าเปื้อนเลือด หมวก และหน้ากากอนามัยของคนร้ายได้
เสื้อผ้าถูกยัดไว้ด้านล่างของกองขยะ มันเป็นเสื้อผ้าผู้ชายตัว ใหญ่ สไตล์ค่อนข้างเก่า ดูเหมือนของล้าสมัย แม้แต่คุณพ่อเซียวยัง เคยบ่นว่ามันเชย
นอกจากกลิ่นเลือดและกลิ่นเหม็นของขยะแล้ว ยังมีกลิ่นอับ ๆ ของผ้าที่ไม่ได้ใช้มานานติดอยู่ด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยพ่นลมเย็นชา “มันถูกวางแผนมาอย่างดี”
เสื้อผ้าผู้ชายเก่าขนาดนี้ แม้แต่คุณพ่อเซียวยังไม่ใส่ แสดงว่า ต้องเป็นของผู้ชายที่อายุมากกว่าคุณพ่อเซียวแน่ ๆ
สิ่งนี้ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาทันที ควินนี่
ตาแก่ที่น่ารังเกียจคนนั้น
สิ่งต่าง ๆ กำลังจะกระจ่างชัด และความจริงจะปรากฏให้เห็น
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บเสื้อผ้าและหมวกทั้งหมดใส่ไว้ในมิติส่วนตัว แล้วรีบมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่จุดหมายปลายทางของเธอไม่ใช่บ้านของ ตัวเอง แต่เป็นบ้านของควินนี่ที่อยู่ข้าง ๆ
ในค ่าคืนที่มืดมิด เซียวหมิงเยวี่ยปีนข้ามรั้วเข้าไปในสวนของ เพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย ทำราวกับว่ามันเป็นบ้านร้าง
รอบตัวเงียบสงัด มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเอง แต่เนื่องจาก เซียวหมิงเยวี่ยดื่มน ้าค้างแจ่มชัดเป็นประจำ ทำให้เธอมีความสามารถ ในการมองเห็นในที่มืด
หญิงสาวเดินขึ้นไปชั้นสองทันที แล้วค้นหาทีละห้อง
ครอบครัวสามคนนี้น่าสนใจจริง ๆ แต่ละคนอาศัยอยู่กันคนละ ห้อง ไม่ใช่ว่าเป็นสามผัวเมียที่รักใคร่กันดีหรือ ทำไมถึงแยกกันนอน แบบนี้?
เสียงกรนของควินนี่ดังสนั่นลั่นห้อง ส่วนภรรยาหลวงกำลังนอน หลับสนิท
เซียวหมิงเยวี่ยเดินมาถึงห้องของนัตตี้อย่างเงียบเชียบ
นัตตี้พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง เธอนอนไม่หลับมาทั้งคืน ไม่ใช่ เพราะไม่อยากนอน แต่เพราะกลัวจนนอนไม่หลับ
เธอทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว และเริ่มรู้สึกเสียใจ ที่ทำลงไป เธอเฝ้าถามตัวเองว่าหุนหันพลันแล่นเกินไปหรือเปล่า?
มันเป็นการฆ่าชีวิตคนเลยนะ!
แต่นางนั่นผิดเองที่มายั่วยวนสามีของเธอ ทำให้ควินนี่ต้องการ ทอดทิ้งเธอไป ถ้าไม่มีควินนี่ เธอคงหมดหนทางรอดบนโลกนี้ เป็น เพราะผู้หญิงนั่นมาทำร้ายเธอก่อน
ใช่แล้ว มันเป็นแบบนั้น เพราะงั้นสิ่งที่เธอทำจึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
ถ้าผู้หญิงคนนั้นตายไป ควินนี่ก็จะกลับมาสนใจเธออีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้เอง นัตตี้ใช้เวลาทั้งคืนในการต่อสู้ดิ้นรนกับความรู้สึก ภายใน เธอพยายามปลอบใจตัวเองอยู่ตลอดว่า ทุกอย่างเป็น ความผิดของผู้หญิงคนนั้น และเธอทำไปเพราะมีเหตุผลรองรับ
นัตตี้รู้สึกหงุดหงิด จนต้องพลิกตัวไปมาอีกครั้ง และนึกย้อนกลับ ไปว่าตัวเองพลาดอะไรไปบ้าง เธอสวมใส่เสื้อผ้าของควินนี่ตอนที่เขา ยังหนุ่ม และใช้หมวกกับหน้ากากปิดบังใบหน้าทั้งหมด
เธอลงไปนอนราบอยู่หน้ารถ ในขณะที่นางนั่นลงมาจากรถเพื่อ ตรวจสอบ หล่อนไม่มีทางเห็นใบหน้าของเธอแน่นอน จากนั้นนัตตี้ก็
ฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แทงมีดเข้าไปกลางอกอย่าง แรง
เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่า การฆ่าคนมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นมากมาย จนทำให้ผู้คน เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
นัตตี้ยอมรับเลยว่า ในขณะที่แทงมีดเข้าไป เธอรู้สึกสะใจที่ได้แก้ แค้น เหมือนกับว่าความเคียดแค้นที่ได้รับจากควินนี้ถูกระบายออกไป ความอึดอัดและความเกลียดชังในใจมลายหายไปหมดสิ้น
สะใจจริง ๆ!
แต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นครั้งแรกที่เธอฆ่าคน แล้วจะไม่ให้รู้สึก หวาดกลัวได้อย่างไร?
นัตตี้พยายามนึกย้อนกลับไปว่า เธอได้ลบรอยเท้าออกไปแล้ว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ทิ้งไว้ในกองขยะ เธอเดินอ้อมกลับบ้านอีกทาง ซึ่งตลอด ทางก็ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีใครอยู่แถวนั้น
ดังนั้น การฆาตกรรมของเธอครั้งนี้จึงเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
ยกเว้น… ยกเว้นนางโง่ที่หน้าบ้านตระกูลเซียว นอกจากผู้หญิง คนนั้นแล้ว นัตตี้ก็ไม่เจอใครเลยตลอดทาง
มันเป็นแค่คนสติไม่ดี นัตตี้จึงไม่ได้สนใจมากนัก
ขณะที่เธอกำลังนอนไม่หลับ และพลิกตัวไปมาบนเตียง เสียง ผู้หญิงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นมาเบา ๆ ว่า
“ดึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่นอนอีกเหรอ?”