ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 441 ฉันจะสับแกให้เป็นชิ้น ๆ
นัตตี้สะดุ้งโหยงสุดตัวเหมือนกระต่ายที่ตื่นตูม เธอกำลังจะอ้าปาก กรีดร้อง แต่ทันใดนั้นก็มีมือมาปิดปากเธอไว้
“อื้อ! อื้อ อื้อ…”
เธอพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง แต่ฝ่ายตรงข้ามมีแรงเยอะกว่า เธอจึงดิ้นไม่หลุด
ในขณะที่ทุกอย่างหมุนคว้างไปหมด เซียวหมิงเยวี่ยลากนัตตี้ไป ยังห้องใต้ดินของบ้านตระกูลเซียว
โครม!
นัตตี้ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างแรง จนเธอต้องกัดฟันแน่นด้วย ความเจ็บปวด
ระหว่างที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ควินนี่และเมอิชายังคงหลับ สนิทอยู่ในบ้านของตน โดยไม่รู้ตัวเลยว่านัตตี้ถูกพาไปยังห้องใต้ดิน ของบ้านข้าง ๆ แล้ว
“แกทำบ้าอะไรเนี่ย! เสียสติไปแล้วหรือไง บุกเข้ามาบ้านคนอื่น กลางดึก แล้วยังลักพาตัวฉันมาอีก!”
นัตตี้ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เธอลูบคลำบริเวณที่ถูกเซียวหมิงเยวี่
ยกระแทกพลางด่าทอไม่หยุด
“นางแพศยา คนนอกไร้ยางอาย การบุกรุกบ้านและลักพาตัวถือ เป็นอาชญากรรมร้ายแรงในเมืองเกาปาเล่อ แกจะต้องถูกยิงเป้า! กล้า ดียังไงถึงลักพาตัวฉัน? แกรอฉันก่อนเถอะ!”
เธอควานหาโทรศัพท์มือถือไปทั่วตัว ก่อนจะนึกได้ว่าตนเองวาง ไว้ที่หัวเตียง มือของเธอพลันหยุดชะงัก จากนั้นแสดงท่าทีดูหยิ่งยโส ยิ่งกว่าเดิม
“นางชั่ว เห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกันหรอกนะ รีบเปิดประตูให้ฉัน ออกไปซะ ไม่งั้นหล่อนได้เห็นดีแน่!”
เซียวหมิงเยวี่ยยืนขวางประตู แววตาเย็นชา เธอเพียงจ้องมองอีก ฝ่ายโดยไม่พูดอะไร
นัตตี้เริ่มรู้สึกใจสั่นไหวเมื่อถูกเซียวหมิงเยวี่ยจ้องมอง เธอกลืน น ้าลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วพูดด้วยความโกรธเคืองว่า
“แกมองอะไรนักหนา! พูดอะไรบ้างสิ!”
ภายใต้แสงไฟสลัวราง เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ในเงามืด เธอยังคง เงียบไม่พูดจา ใบหน้าไร้อารมณ์ของเธอซึ่งโดนแสงไฟส่องกระทบดู น่ากลัวราวกับผีสาง
นัตตี้รู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่องรอยของความตื่น ตระหนกเริ่มปรากฏชัดในดวงตา
นางเด็กชั่วมันรู้อะไรบางอย่างงั้นหรือ?
เป็นไปไม่ได้!
“พูดอะไรออกมาบ้างสิ แกหูหนวกหรือไง! แกคิดจะทำอะไรกัน แน่!”
นัตตี้ตะโกนลั่นอย่างดุเดือด แต่ลึก ๆ แล้วกำลังหวั่นกลัว เธอ พยายามทำเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
นัตตี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป และพยายามจะวิ่งหนี แต่เซียวหมิงเยวี่ย เตะเธอจนล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
“แกกล้าเตะฉันเหรอ? ฉันจะเอาคืนแกให้สาสม!”
เธอลุกขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ พยายามจะเข้าไปต่อยตี เซียวหมิงเยวี่ย แต่ก็โดนเตะกลับมาอีก คราวนี้มันเจ็บปวดจนเธอลุก ไม่ไหว
นัตตี้ทรุดตัวลงกับพื้น “กรี๊ด! แกมันโรคจิตวิปริต จับฉันมาเพื่อ จะทำร้ายฉันให้ตายหรือไง!”
ความเงียบของเซียวหมิงเยวี่ยทำให้นัตตี้ไม่สบายใจ และคิดไป ต่าง ๆ นานา จิตใจของเธอเริ่มพังทลายทีละน้อย จากการด่าทออย่าง รุนแรง กลายเป็นการร้องไห้คร ่าครวญ
เซียวหมิงเยวี่ยมองท่าทางตื่นตระหนกของนัตตี้ แล้วพลันหัวเราะ เยาะ ตัวตลกน่าสมเพช! แค่ยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ หล่อนยัง เป็นได้ถึงขนาดนี้
ตามคาด!
เห็นทีจะไม่ต้องสืบอะไรอีกแล้ว เป็นฝีมือของหล่อนแน่นอน
เซียวหมิงเยวี่ยโยนเสื้อผ้าเปื้อนเลือดและสิ่งสกปรกไปตรงหน้า ของนัตตี้ รวมถึงหมวกและหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นของที่ฆาตกรทิ้ง ไว้ในกองขยะ
นัตตี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แล้วรีบถอยหลังหนีราวกับเห็น ผี
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย สกปรกโสโครก”
เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่สีหน้าและสายตาที่หลบเลี่ยงเผย ให้เห็นความพิรุธของเธอเอง
การแสดงออกของนัตตี้เมื่อเห็นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของฆาตกร ในขณะลงมือ มันยิ่งตอกย ้าความจริงที่ว่าเธอเป็นฆาตกร เพราะ นอกจากฆาตกรแล้ว ใครจะเห็นเสื้อผ้าสกปรกแล้วตกใจกลัวขนาด นี้?
“แกเป็นคนแทงแม่ของฉัน ถูกต้องไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยถา มด้วยน ้าเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม
“ไม่ใช่! ไม่จริง! แกพูดบ้าอะไรของแก ฉันจะรู้จักแม่แกได้ยังไง แกอย่ามาใส่ความฉัน ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่แม่แกโดนแทงเลย! แกแค่อยากแก้แค้นฉัน!”
หน้าอกของนัตตี้กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เธอหายใจหอบและ จ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท ราวกับว่าเซียวห มิงเยวี่ยเป็นคนผิดเสียเอง
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ ดึงมีดสั้นออกจากปลอก แสงเย็นเยือกของ คมมีดสว่างวาบ นี่คือของที่ครอบครัวเซียวได้มาจากการสังหาร ผู้ก่อการร้ายสองคนในช่วงน ้าท่วมใหญ่
มีดเล่มนี้คมกริบ สามารถตัดเหล็กได้ราวกับตัดเนย และเฉือน กระดูกได้ง่ายดายราวกับหั่นเนื้อ
เซียวหมิงเยวี่ยเล่นมีดสั้นในมือพลางพูดว่า “ไม่ว่าแกจะยอมรับ หรือไม่ก็ตาม ฉันรู้แค่ว่าต้องแก้แค้น ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต”
นัตตี้เห็นว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดเล่น จึงยิ่งตื่นตระหนกกว่าเดิม
“กะ… แกจะทำอะไร? ไม่ใช่ฉันจริง ๆ ฉันไม่ได้ทำ”
ประกายแสงเฉียบคมวาดผ่านดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ย เธอพูด ช้า ๆ ทีละคำ
“ฉันจะสับแกให้เป็นชิ้น ๆ!”
เสียงของเธอฟังดูเหมือนมาจากนรกโลกันตร์ ที่พยายามจะฉุด กระชากวิญญาณลงไป
นัตตี้ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะสั่นเทาไปทั้งตัวและอ้าปากค้าง
“ไม่ แกไม่มีหลักฐาน แล้วจะกล่าวหาฉันได้ยังไง? นี่มันผิด กฎหมายนะ แกก็ไปแจ้งตำรวจเอาสิ ไปให้ตำรวจสืบดูว่าใครทำร้าย แม่แก”
“แกไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายฉันแบบนี้เพียงเพราะสองครอบครัวเคย ทะเลาะกัน แน่จริงแกก็ไปแจ้งตำรวจสิ แกกำลังฝ่าฝืนกฎหมาย!”
ด้วยความกลัวอย่างสุดขีด เสียงกรีดร้องของนัตตี้แตกพร่าไป หมด
เธอถอยหลังหนีตลอดเวลา กระทั่งถูกเซียวหมิงเยวี่ยบังคับให้จน มุม และไม่สามารถถอยได้อีก
เซียวหมิงเยวี่ยวางปลายมีดลงบนแก้มของนัตตี้แล้วถามว่า “รู้ เวลาเลิกงานของแม่ฉัน แล้วก็ยังพยายามปลอมตัว แกวางแผนมา นานแค่ไหนแล้ว? แม่ฉันไปทำอะไรให้แกโกรธแค้น?”
ขนทุกเส้นบนร่างกายนัตตี้ตั้งชัน ฟันกระทบกันเสียงดังกึก ๆ
“ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำจริง ๆ แกไปแจ้งตำรวจจับคนร้ายสิ แก จะทำแบบนี้ไม่ได้ แกไม่มีหลักฐาน…”
ก่อนที่จะพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยก็แทงมีดลงบนฝ่ามือของนัตตี้
“กรี๊ด!” เธอเจ็บจนแทบจะสิ้นสติ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่านไป ทั่วร่างกาย
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน แค่ตอบสิ่งที่ฉันถามไป”
เธอไม่อยากจะยุ่งยากกับเรื่องแจ้งความ เพราะต้องมีขั้นตอน มากมาย และต้องมีหลักฐานที่แน่ชัด นอกจากเสื้อผ้าพวกนี้ ก็ไม่มี ใครมาเป็นพยานให้ได้ แล้วเสื้อผ้าก็ไม่ใช่ของนัตตี้ด้วย
ถ้านัตตี้ปฏิเสธไม่ยอมรับผิด แล้วตำรวจจะทำอะไรกับเธอได้?
ถึงแม้จะสืบจนรู้ว่าเป็นเธอ ก็ไม่แน่ว่าจะถูกตัดสินประหารชีวิต หรือไม่ การดำเนินคดีอาจล่าช้าไปอีกนาน และการประหารชีวิตก็ เป็นการตายที่รวดเร็วและสบายเกินไป เซียวหมิงเยวี่ยจะยอมให้เธอ ตายง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไง?
ดังนั้น สู้ให้เซียวหมิงเยวี่ยลงมือเอง จะสอบสวนอย่างไรก็ได้ จะ ฆ่าอย่างไรก็ได้ สะดวกสบายกว่าเยอะ
นัตตี้ร้องไห้ด้วยความกลัว “ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่รู้ เรื่องอะไรเลย!”
ตอนนี้เธอตกใจกลัวสุดขีด เดิมทีเธอคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยแค่ขู่ เข็ญเพื่อให้เธอสารภาพผิด ตราบใดที่เธอไม่ยอมรับ มันก็จะไม่เป็น อะไร
แต่นัตตี้ไม่คาดคิดเลยว่า เซียวหมิงเยวี่ยจะกล้าทำจริง ๆ!
เซียวหมิงเยวี่ยพลันกระชากมีดออกมา เธอกรีดไปตามผิวหนัง อ่อนนุ่มพร้อมทิ้งรอยแดงทุกที่ที่คมมีดสัมผัส และมีเลือดไหลออกมา เป็นสาย
“เพียงเพราะฉันทุบกระจกบ้านแกก่อนหน้า เลยทำให้แกแค้นฉัน มากขนาดนี้เลยเหรอ? ถ้าอยากแก้แค้นก็มาแก้แค้นฉันสิ ทำไมต้อง ฆ่าแม่ของฉันด้วย?”
นัตตี้ร้องไห้ฟูมฟาย ความเจ็บปวดทางกายทำให้สติของเธอ กลับคืนมา
เธอจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง ผู้หญิงคนนี้คือปีศาจ!
“ฉันจะพูด ฉันจะพูดแล้ว! อย่าฆ่าฉันเลยนะ! ได้โปรด…”
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ กรีดผิวหนังของอีกฝ่ายทีละน้อย จนใน ที่สุดนัตตี้ก็ทนไม่ไหว
เธอชะงักมือชั่วขณะ “พูดมา”
นัตตี้ขดตัวอยู่ที่มุมห้องด้วยความหวาดผวา “ถ้าฉันพูดความจริง แล้วแกจะปล่อยฉันไปไหม?”
“มันมีคำพูดที่ว่า สารภาพผิด โทษหนักจะเป็นเบา” เซียวหมิง เยวี่ยตอบ
นัตตี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “แม่ของแกมายั่วยวนสามีฉัน ฉันหุนหันพลันแล่นไปหน่อย ก็เลย…”
เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเซียวหมิงเยวี่ย นัตตี้ก็เลื่อนสายตาไป ทางอื่น
“ฉันทำร้ายแม่ของแกเอง สามีฉันหลงใหลได้ปลื้มแม่ของแกมาก ถึงขนาดคิดจะหย่าร้างกับฉัน ฉันไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องทำแบบนี้ ถ้าฉันไม่ทำ อาจเป็นตัวฉันเองที่ไม่รอด”
ดวงตาของเธอกลิ้งกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว พูดด้วยความร้อน รนว่า
“ฉันสำนึกผิดแล้ว จริง ๆ นะ ฉันเสียใจที่ทำลงไป! ฉันทำไป เพราะควินนี่ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ฉันจะต้องตายแน่ ฉันไม่กล้าทำ อีกแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องน่าขันที่สุด “แม่ฉันเนี่ย นะไปยั่วยวนสามีแก?”
“ฮ่า ๆ…” เธอหัวเราะเยาะออกมา
ไร้สาระ!
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเซียวหมิงเยวี่ย นัตตี้ยิ่งหวาดกลัว กว่าเดิม
“ใช่ แม่แกเองก็มีส่วนผิด ถ้าแม่แกไม่มายั่วยวนผัวฉัน มันคง…”
ทันใดนั้นเซียวหมิงเยวี่ยคว้าลำคอของนัตตี้
“คิดว่าผัวของแกเป็นใครมาจากไหน มันไม่คู่ควรจะได้เป็นคนใช้ แม่ฉันด้วยซ ้า! แม่ฉันจะไปสนใจคนสกปรกแบบนั้นได้ยังไง แค่ เหลือบมองยังรู้สึกสะอิดสะเอียน!”
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงชายชราที่มักจะแอบมองจากชั้นสองอยู่บ่อย ๆ เธอพลันรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที เห็น ๆ กันอยู่ว่าตาแก่นั่นมี เจตนาชั่วร้าย แล้วทำไมถึงกลายเป็นความผิดของแม่เซียวไปได้?
ทำไมต้องให้แม่ของเธอมารับผิดชอบด้วย?
สิ่งที่ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเกลียดชังมากยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ นัตตี้กล้าพูดออกมาอย่างหน้าด้าน ๆ ว่าทุกอย่างเป็นความผิดของแม่ เธอ
คนหนึ่งเลว อีกคนก็โง่!
นัตตี้พยายามดิ้นรนสุดชีวิต “ฉะ… ฉันพูดไป… ทั้งหมด… เป็น ความจริง”
เซียวหมิงเยวี่ยคลายมือออก “ตอนที่แม่ฉันโดนแทงเข้าที่อก คง เจ็บปวดทรมานมากแน่ ๆ แม่ฉันคงทั้งหวาดกลัวและสิ้นหวัง ดังนั้น แกก็ควรลิ้มรสความรู้สึกเหล่านั้นด้วยเช่นกัน”
นัตตี้ยังไม่ทันได้หายใจหายคอดี พอจะอ้าปากพูดเท่านั้น ก็เห็น มีดสั้นจ้วงแทงเข้ามาที่อกของตัวเองอย่างแรง
สิ่งที่เธอเห็นเมื่อเงยหน้าขึ้นก็คือ สายตาแห่งความเกลียดชังที่
มองลงมาอย่างเหยียดหยามของเซียวหมิงเยวี่ย ราวกับว่ากำลังมอง ขยะโสโครก
“กะ… แกบอกว่า…”
นัตตี้รู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง สติเริ่มเลือนราง และในที่สุดก็ สิ้นลมหายใจ
การแทงของเซียวหมิงเยวี่ยแม่นยำมาก โดยเล็งไปที่หัวใจ
เธอพ่นลมอย่างเหยียดหยาม ตายแบบนี้มันสบายเกินไป ถ้า ไม่ใช่เพราะต้องรีบกลับโรงพยาบาล และไม่มีเวลามาเล่นสนุกด้วย เธอคงจะค่อย ๆ ตัดเนื้อของอีกฝ่ายออกทีละนิดเพื่อให้ทุกข์ทรมาน แสนสาหัส
“ฉันบอกว่ามันมีคำแบบที่ว่าอยู่จริง แต่ฉันไม่ได้รับปากอะไรแก สักหน่อย ชาติหน้าก็ระวังตัวให้ดีเถอะ”
หลังจากที่นัตตี้เสียชีวิต เซียวหมิงเยวี่ยก็นำศพของเธอไปทิ้งลง ในสระเลี้ยงปลาสากครีบแดงในมิติเพื่อทำลายหลักฐาน
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเช้าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโทรศัพท์มาจาก คุณตา เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากเสียเวลาอีก จึงเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้วรีบตรงกลับไปโรงพยาบาล
ขณะนั้นท้องฟ้ายังมืดอยู่ เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งจะเปิดประตูออกมา ก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องทักขึ้น
“หมิงเยวี่ย?”
ควินนี่ไม่คาดคิดว่า ขณะที่เขาลุกขึ้นมาเข้าห้องน ้า จู่ ๆ ก็ได้ยิน เสียงผิดปกติมาจากข้างบ้าน เมื่อออกมาดูก็พบว่าเป็นหญิงสาวที่เขา กำลังเฝ้าฝันถึง
ควินนี่เดินเข้าไปหาเซียวหมิงเยวี่ยพร้อมกับทักทายอย่างเป็น กันเองว่า
“คุณหนูหมิงเยวี่ย ตื่นแต่เช้าขนาดนี้ กำลังจะไปไหนหรือ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยสายตาเย็นชาราวกับกำลังมองศพ
ควินนี่ดวงตาเป็นประกายด้วยตัณหาราคะ พูดเป็นนัยว่า “ยังมืด อยู่เลย ไม่นอนต่ออีกหน่อยเหรอ? ตอนนี้มีแค่เราสองคน งั้นอยากไป ด้วยกันไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแหย ๆ ทันใดนั้นเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ที่มาแอบมองอยู่ที่ระเบียงชั้นสองบ่อย ๆ เพราะแอบชอบใครอยู่ หรือเปล่า?”
ควินนี่เห็นว่าเป้าหมายตนมีท่าทีว่าจะสำเร็จ จึงพูดด้วยความ มั่นใจว่า
“แน่นอนว่าเป็นคุณไงครับ คุณคนสวยของผม ผมรู้มาตลอดว่า เราสองคนมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยเลียฟันกรามเบา ๆ ถึงบางอ้อแล้ว ความจริงตาแก่ คนนี้ไม่ได้หมายปองคุณแม่เซียว แต่เป็นเธอต่างหาก
แต่นัตตี้เข้าใจผิดไปเอง
เพราะอย่างนี้ คุณแม่เซียวถึงต้องเจอกับเรื่องร้ายที่ไม่ สมเหตุสมผล
เซียวหมิงเยวี่ยแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “ทั้งหมดเป็นเพราะแก นั่นแหละ”
“ผมเหรอ? ผมทำอะไรหรือครับ? คุณคนสวย บอกมาสิ ผมกำลัง ฟังอยู่”
ควินนี่ยิ่งแสดงความเอาใจใส่มากขึ้นไปอีก เพราะโอกาสที่จะได้ อยู่กันตามลำพังแบบนี้หาได้ยาก เขาไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุด มือไป
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องเขม็งสายตาเย็นชา “นางเมียน้อยนั่นรักแก มากเลยนะ งั้นลงไปอยู่ด้วยกันกับหล่อนซะเถอะ”