ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 442 ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว (ตอนจบ)
สามวันต่อมา
คุณแม่เซียวออกมาจากห้องผ่าตัด และนอนพักรักษาตัวในห้อง ไอซียูอีกสามวัน จึงฟื้นกลับมาได้สติ
“แม่ ตื่นแล้วเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยน ้าตาคลอเบ้า
คุณแม่เซียวพยายามยิ้มให้ แม้จะดูอ่อนล้า แต่ก็อยากปลอบโยน ลูกสาว
“แม่ไม่เป็นไรแล้ว หมิงเยวี่ยไม่ต้องร้องนะ”
เมื่อได้ยินเสียงของแม่อีกครั้ง เซียวหมิงเยวี่ยก็กลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่ หยาดน ้าตาใสไหลอาบสองแก้ม
“แม่ รู้สึกยังไงบ้างคะ? อยากดื่มน ้าไหม? เดี๋ยวหนูไปเรียกหมอมา ให้นะ”
“จ้ะ ไม่เป็นไรมากแล้ว”
หมอและพยาบาลทยอยเข้ามาตรวจอาการของคุณแม่เซียว ขณะเดียวกันเซียวหมิงเยวี่ยรีบโทรไปบอกข่าวให้คนในครอบครัวรู้ ว่าคุณแม่เซียวฟื้นแล้ว
แม้ว่าคุณแม่เซียวจะรอดชีวิตมาได้ แต่เนื่องจากคมมีดแทงเข้า ไปใกล้หัวใจมากเกินไป เนื้อเยื่อหัวใจและหลอดเลือดสำคัญได้รับ ความเสียหาย ทำให้เสียเลือดมาก
ดังนั้นถึงแม้การผ่าตัดจะสำเร็จ แต่คุณแม่เซียวยังไม่พ้นขีด อันตราย และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
แม้แต่หมอยังบอกว่า การที่คุณแม่เซียวรอดมาได้ถือเป็น ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์เลยทีเดียว
ตอนนี้คุณแม่เซียวฟื้นแล้ว จึงโล่งใจได้ว่าเธอจะปลอดภัย
ทุกคนต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพากันพูดว่าคุณแม่ เซียวดวงแข็งเหลือเกิน ป้าสะใภ้ใหญ่ยังบอกอีกว่า คุณแม่เซียวรอด ตายมาได้ขนาดนี้ ต่อไปนี้ต้องมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาแน่นอน!
คุณแม่เซียวบอกว่าวันนั้นมืดมาก และคนร้ายปิดบังใบหน้าเอาไว้ ทำให้เธอไม่เห็นหน้าของคนร้ายเลย
เรื่องที่เซียวหมิงเยวี่ยฆ่านัตตี้และควินนี่นั้น เธอเล่าให้คุณตาและ คุณพ่อฟังเพียงสองคน ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรู้ โดยเฉพาะคุณแม่ ตอนนี้คุณแม่ต้องการพักผ่อนและดูแลสุขภาพมากกว่าอะไรทั้งสิ้น
ต่อมา ภรรยาของเพื่อนบ้านที่นั่งรถเข็นได้แจ้งตำรวจว่า สามีและ คนใช้หายตัวไปหลายวันแล้ว
ตำรวจจึงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไร เพราะบริเวณ นั้นไม่มีกล้องวงจรปิด ตำรวจจึงมาเคาะประตูบ้านครอบครัวเซียว เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยจึงโกหกไปว่ากล้องวงจรปิดเสีย เพื่อให้เรื่องราว เงียบไป
เพราะสองคนนั้นกลายเป็นอาหารปลาไปตั้งนานแล้ว
…
คุณแม่เซียวต้องนอนโรงพยาบาลนานถึงหนึ่งเดือนครึ่ง ซึ่งคน ในครอบครัวผลัดกันมาดูแลตลอดหนึ่งเดือนครึ่งเช่นกัน เหตุการณ์ ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าใครจริงใจบ้าง โดยเฉพาะป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้ รองที่ช่วยเหลือเป็นอย่างมาก และในวันออกจากโรงพยาบาล พวก เธอยังมาช่วยกันทำความสะอาดบ้านให้ครอบครัวเซียวจนสะอาด เอี่ยม
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือคุณป้าสาม เมื่อเห็นว่าน้องสาวบาดเจ็บ หนัก ก็ทำให้สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ดีในสถานการณ์ที่เลวร้าย
ในวันที่คุณแม่เซียวออกจากโรงพยาบาล บ้านครอบครัวเซียวก็ คึกคักเป็นพิเศษ คุณตาคุณยายต่างก็ดีใจมากจนยิ้มไม่หุบ
เมื่อครอบครัวมารวมตัวกัน ป้าสามก็เริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต ออกมาด้วยความลังเล
ปรากฏว่า แม้ว่าป้าสามและสามีของเธอจะต้องเผชิญกับภัย ธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ชีวิตของครอบครัวทั้งสี่คนก็ยัง พออยู่ได้
สามีของป้าสามเป็นคนซื่อสัตย์ ขยันทำงาน ส่วนป้าสามเองก็เก่ง เรื่องการจัดการ มีความสามารถในการพูดจา และเป็นที่รักของคน รอบข้าง
ดังนั้น แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด คู่สามีภรรยาก็ยัง สามารถหาเลี้ยงชีพในชุมชนได้ สามีของป้าสามไปทำงานเป็น กรรมกรขนของในชุมชน ช่วยขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ เพื่อแลกกับ อาหารเพียงเล็กน้อย ส่วนป้าสามก็อาศัยความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน บ้าน ช่วยตักข้าวในชุมชน
ทั้งคู่ทำงานหนักมาโดยตลอด ช่วยกันเลี้ยงลูกสองคน จนผ่าน พ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้
ทว่า น้องชายของสามีป้าสามเป็นคนเกียจคร้าน ไม่เอาไหน เมื่อ ครอบครัวของตัวเองขาดแคลนอาหาร ก็เกิดความอิจฉาครอบครัว ของพี่ชายที่ยังพอมีกิน จึงมาขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อไม่ได้สิ่งที่
ตัวเองต้องการ ก็เกิดความแค้นเคือง
และพ่อแม่ของสามีป้าสาม ซึ่งก็คือพ่อปู่แม่ย่า พวกเขาเข้าข้าง ลูกชายคนเล็ก ช่วยลูกชายคนเล็กด่าทอและกลั่นแกล้งลูกชายคนโต จนทำให้สามีของป้าสามเสียงาน
พวกเขาพยายามทำลายงานของสามีป้าสาม เพื่อให้ลูกชายคน เล็กได้เข้าไปทำงานแทน แต่คนในชุมชนก็ไม่ได้โง่เขลา พวกเขาไม่ ยอมรับลูกชายคนเล็กเด็ดขาด
ด้วยความแค้นเคืองที่สั่งสมมานาน ทำให้น้องชายคนเล็กมี ความคิดที่บิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคิดว่าทำไมฉันต้องอดอยาก ปากแห้ง ในขณะที่แกกับครอบครัวมีชีวิตสุขสบาย?
ในฐานะพี่ชายแท้ ๆ กับพี่สะใภ้ ถ้าไม่ยอมช่วยฉัน พวกแกก็ถือ เป็นคนเลว และสมควรตาย!
ลูกชายคนเล็กเกิดความแค้นเคือง จึงบุกเข้าไปในบ้านพี่ชายคน โตในคืนหนึ่ง แล้วฆ่าเขาอย่างอุกอาจ ในระหว่างการทะเลาะวิวาท ลูกชายของป้าสามพยายามปกป้องแม่ จึงถูกแทงเข้าที่ท้องและ เสียชีวิตคาที่
ป้าสามจะไม่มีวันลืมใบหน้าที่บิดเบี้ยวน่าเกลียดนั้นเด็ดขาด
“พี่สะใภ้ คงนึกเสียใจแล้วล่ะสิ? ฮ่า ๆ ก็เพราะพวกแกไม่ยอมช่วย ฉันเอง!”
…
เมื่อป้าสามเล่าเรื่องราวในอดีตมา คนในตระกูลเซียวต่างก็รับฟัง ด้วยความหวาดหวั่นในใจ
“ไอ้ชาติชั่ว!” คุณตาตะคอกด้วยความโกรธแค้น
“แล้วหนูชิ่นชิ่นล่ะ?” คุณยายถามด้วยความร้อนรน
ชิ่นชิ่นเป็นลูกสาวของป้าสาม ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าเอ็นดู
ป้าสามอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เธอร้องไห้ปานจะขาดใจพร้อม กับพูดว่า
“ไอ้สัตว์นรกนั่น มันต ่าทรามเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ ถึงกับขายฉัน และชิ่นชิ่นให้กับพวกโจรเพียงเพราะข้าวฟ่างถุงเดียว!”
คุณตาลุกขึ้นตะคอก “ไอ้สัตว์นรกชั่วช้า นั่นหลานแท้ ๆ ของมัน เองนะ!”
คุณแม่เซียวสีหน้าเย็นชา “ช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเราทุกคน ต่างก็ได้เห็นกับตาแล้วไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่แค่อาชายกับหลานสาวแท้ ๆ หรอก แม้แต่ลูกของตัวเอง ยังทำร้ายกันได้เลย”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอพลันนึกถึงครอบครัว ของลุงใหญ่ฝั่งพ่อ เรื่องของความรักความผูกพันในครอบครัวอะไร กัน ลุงใหญ่ไม่ได้คิดว่าพ่อเซียวเป็นน้องเลยด้วยซ ้า ตรงกันข้าม เขา กลับอยากให้พ่อเซียวตาย ๆ ไปซะ
แต่ครอบครัวเซียวมีเธออยู่ เธอจะไม่ยอมให้คนชั่วได้ดี ส่วน ครอบครัวของป้าสามนั้น โชคชะตาคงไม่เข้าข้างพวกเขา
บางครั้ง คนเราไม่ได้ถูกคนแปลกหน้าทำร้าย แต่กลับถูกคนใน ครอบครัวหรือเพื่อนทำร้ายเสียเอง ยิ่งคนใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่ง มีความอิจฉาริษยามากเท่านั้น ช่างน่าสมเพชเสียจริง
ป้าสามร้องไห้คร ่าครวญจนพูดแทบไม่เป็นภาษา
“ไอ้โจรชั่วพวกนั้นมันไม่ใช่คน ชิ่นชิ่นลูกสาวฉัน… ฉันเห็นลูก สาวตายต่อหน้าต่อตา… จนทำให้ฉันเสียสติ พอพวกมันเห็นว่าฉัน เสียสติไปก็รังเกียจ แล้วทิ้งฉันไว้ข้างถนน…”
คุณยายร้องไห้ตาม เธอยื่นมือไปเช็ดน ้าตาให้ป้าสามแล้วพูด ปลอบใจ
“ลูกเอ๋ย ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว พ่อกับแม่ยังอยู่กับลูกนะ”
“ป้าสาม ยังจำได้ไหมคะว่าชายชั่วคนนั้นอยู่ที่ไหน?” เซียวหมิง เยวี่ยถาม
ป้าสามเหลือบมองทุกคน แล้วพยักหน้าพร้อมกับน ้าตาคลอเบ้า
“ความจริงแล้วช่วงที่น้องสี่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ป้าแอบ ไปหามันที่นั่น แต่ไอ้สัตว์นรกย้ายบ้านไปแล้ว ป้าเลยต้องใช้เวลานาน ในการสืบหาที่อยู่ใหม่ของมัน”
พอคุณตาได้ยินก็ต่อว่าทันที
“ทำไมลูกไม่บอกคนในครอบครัว ไปคนเดียวแบบนั้นได้ยังไง ถ้า ถูกจำได้ขึ้นมา ลูกจะกลับมาอย่างปลอดภัยได้หรือ? แล้วลูกไปที่นั่น เพราะอะไร อยากจะไปแก้แค้นเองใช่ไหม! พวกเราเพิ่งจะตามหาลูก เจอ ถ้าลูกเป็นอะไรไป แล้วเราจะทำยังไง!”
ป้าสามรู้สึกผิดและก้มหน้าลง เธอไม่อยากให้คนในครอบครัว ต้องเป็นห่วงเรื่องของเธออีกแล้ว และในช่วงนี้ทุกคนยังต้องดูแลน้องสี่
อย่างใกล้ชิด
เธอคิดไว้แล้วว่าจะไปตามหาครอบครัวของคนชั่ว แล้วลงมือแก้ แค้นด้วยตัวเอง แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของเธอก็ยอม
ป้าสามร้องไห้ฟูมฟาย “พ่อคะ ฉันเกลียดมัน! ฉันไม่อยากให้ทุก คนต้องเดือดร้อน ฉันไม่สนใจชีวิตของตัวเอง ฉันอยากจะฉีกเนื้อมัน เป็นชิ้น ๆ! ต่อให้มันตายก็คงยังไม่หายแค้น!”
เดิมทีป้าสามตั้งใจจะรอให้น้องสาวหายดีเสียก่อน แล้วค่อยไปแก้ แค้น
แต่เวลานี้ทุกคนในครอบครัวต่างก็มีความสุข มีรอยยิ้มแห่งความ ยินดีบนใบหน้า ในช่วงที่ผ่านมา เธอเห็นด้วยตาตัวเองแล้วว่า พ่อแม่ เป็นห่วงสุขภาพน้องสี่มากขนาดไหน
ถึงแม้ว่าคุณแม่เซียวจะรอดชีวิตมาได้ แต่คุณยายยังคงเจ็บปวด ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้น จนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ และนอนไม่หลับ ตลอดคืน
เพราะฉะนั้น เธอจึงไม่อยากคิดเลยว่าพ่อแม่จะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่า เธอเสียชีวิต พวกท่านคงเสียใจมาก
ป้าสามลังเลใจมาตลอด เพราะเธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว เธอ ยังมีพ่อแม่ และพี่น้องที่คอยอยู่เคียงข้าง
ทว่าเพราะความอัดอั้นตันใจที่เก็บมาเนิ่นนาน ทำให้ป้าสาม ตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้ครอบครัวทราบ
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?
คุณยายกอดป้าสามด้วยความทุกข์ใจ และพากันร้องไห้ไม่หยุด
คุณตาเช็ดน ้าตาแล้วพูดว่า “เฉียงเวย ลูกต้องอดทนมาเนิ่นนาน พ่อเองก็ไม่กล้าถามออกไป ดีแล้วที่ลูกบอกเราในวันนี้ ส่วนเรื่องแก้ แค้น เราจะช่วยกันคิดหาวิธี ลูกอย่าไปคนเดียวเด็ดขาด!”
ตอนนี้คุณตาโล่งอกขึ้นมาก ที่ลูกสาวไม่ได้ทำการแก้แค้นตาม ลำพัง
ป้าสามพยักหน้ารับ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“ใช่ ลูกน่าจะบอกเราก่อนหน้านี้ ถ้างั้นเราไปแจ้งความกันดี ไหม?” คุณยายถาม
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เห็นด้วย “ไม่ค่ะ การแจ้งความไม่ได้ผลหรอก เรื่องมันผ่านมาปีกว่าแล้ว เราไม่มีหลักฐาน ถ้ามันปฏิเสธไม่ยอมรับ ตำรวจก็ทำอะไรมันไม่ได้”
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ? จะปล่อยให้คนชั่วช้าลอยนวลอย่างนั้น เหรอ?” คุณยายถามซ ้า
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่คุณตา พูดเป็นนัยว่า
“แน่นอนว่าเราต้องจัดการเอง คนทำผิดต้องได้รับโทษตามผล กรรม”
กฎหมายอาจทำอะไรไม่ได้ แต่เธอจัดการได้
คุณตาเข้าใจความหมายในถ้อยคำเหล่านั้นดี เขารู้ว่าเซียวหมิง เยวี่ยจะไปฆ่าคนอีกครั้ง
“หมิงเยวี่ย หลานต้องระวังตัวให้ดีนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยตะโกนเรียก “เสี่ยวฮุยฮุย!”
เสี่ยวฮุยฮุยวิ่งเข้ามาในบ้าน แล้วหมอบลงข้างเท้าของเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวมันเบา ๆ แล้วพูดว่า “ช่วยฉันหน่อยนะ เสี่ยวฮุยฮุย”
“ป้าสาม อย่าร้องไห้เลยค่ะ เสี่ยวฮุยฮุยเก่งมาก คืนนี้หนูจะพาป้า ไปแก้แค้นเอง” เซียวหมิงเยวี่ยสัญญา
“จริงเหรอจ๊ะ?”
ป้าสามถึงกับอึ้งไปหลายวินาที มันเป็นความตกใจผสมกับความ ไม่แน่ใจ
“หมิงเยวี่ย หนูเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะช่วยป้าแก้แค้นได้ยังไง ป้ารู้ว่าหนูเห็นใจป้า แต่ว่า…”
คุณตาพูดแทรก “วางใจเถอะ ปล่อยให้หมิงเยวี่ยจัดการเรื่องนี้
เอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราทุกคนอยู่ได้ก็เพราะมีหมิงเยวี่ยคอย
ปกป้อง เธอมีปืนสั้นติดตัว และเคยฆ่าคนเลวมาหลายคนแล้ว อย่าง น้อยเราก็ต้องให้ไอ้สัตว์นรกคนนั้นได้รับกรรม”
พอได้ยินคุณตาพูดแบบนั้น ป้าสามก็ถึงบางอ้อว่าหลานสาวคน นี้ไม่ธรรมดา เธอจึงพยักหน้าหนักแน่น
“ได้ค่ะ”
…
ภายใต้ความมืดมิดของยามค ่าคืน ตามข้อมูลที่ได้จากป้าสาม เซียวหมิงเยวี่ยจึงตามหาฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของป้าสามจนเจอ
เซียวหมิงเยวี่ยชอบช่วงเวลานี้มาก เพราะไม่มีกล้องวงจรปิด เธอ จึงสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ
ด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวฮุยฮุย ป้าสามจึงลงมือฆ่าคนชั่ว และภรรยาของมันสำเร็จ สาเหตุที่ชายคนนี้เกิดอารมณ์แค้นจนลงมือ ฆ่าครอบครัวพี่ชายตัวเอง นั่นเป็นเพราะภรรยาของเขาที่คอยยุยง ส่งเสริม
เมื่อหนี้เลือดได้รับการชำระ หัวใจของป้าสามก็โล่งสบายขึ้นมาก
นับจากนี้ไป อนาคตของตระกูลเซียวจะเป็นไปอย่างราบรื่น อาจจะมีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่จะไม่มีเรื่องใหญ่มาทำ ให้เดือดร้อนอีกแล้ว
เรื่องราวของตระกูลเซียวก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ชีวิตของเซียวหมิงเยวี่ยจะยิ่งมีความหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอจะ สร้างอนาคตที่สวยงามด้วยสองมือของตัวเอง และกลายเป็นตำนานที่
ไม่มีใครเลียนแบบได้…