ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 45 แม่เซียวคนดัง
แม่เหมิงเหมิงกอดลูกสาวตนไว้แน่นขณะร้องไห้โฮ “เหมิงเหมิง! ในที่สุดก็ฟื้นสักที ทำแม่กลัวแทบแย่รู้ไหม!”
เหมิงเหมิงมองเซียวหมิงเยวี่ยแล้วกระซิบบอก
“พี่สาว ขอบคุณที่ให้น ้าหนูดื่มนะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มแล้วลูบหัวเธอโดยไม่พูดอะไร
“ลูกรัก ลูกคงเพิ่งตื่นแล้วสติยังกลับมาไม่เต็มร้อยสินะ น ้าถูกใช้ ล้างแผลบนหลังลูกต่างหาก ไม่มีน ้าเหลือให้ดื่มหรอก” แม่เหมิงเหมิง เอ่ย
เหมิงเหมิงส่งสายตางุนงง “จริง ๆ นะคะ เมื่อกี้หนูเหมือนได้ดื่มน ้า จริง ๆ มันหวานมากเลย”
แม่เซียวโน้มตัวลงมาบอก “เหมิงเหมิง หนูฝันหรือเปล่า?”
เด็กหญิงมุดตัวในอ้อมแขนมารดา “ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง”
“เจ้าเด็กคนนี้ ขอโทษด้วยนะคะ”
ผู้ใหญ่พากันยิ้มเอ็นดู เมื่อหมอบอกว่าเหมิงเหมิงอาการดีขึ้นแล้ว พวกเขาก็ออกจากโรงพยาบาล
ระหว่างทางกลับ เหมิงเหมิงนั่งอยู่ระหว่างแม่กับเซียวหมิงเยวี่ย ท่าทางว่านอนสอนง่ายชวนให้เธอเอ็นดู
หญิงสาวยื่นลูกอมนมให้ สายตาของเด็กน้อยเหมิงเหมิงเป็น ประกายขึ้นมา
“ขอบคุณค่ะพี่!”
เซียวหมิงเยวี่ยส่งลูกอมที่เหลือทั้งหมดให้เด็กหญิง
ระหว่างพูดคุยกันก็ได้รู้ว่าแม่เหมิงเหมิงหย่าร้างและอยู่กับลูกสาว ตามลำพัง มิน่าเล่าหลังเหมิงเหมิงหมดสติไป ถึงได้ไม่มีพ่อปรากฏตัว ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้
แม่เซียวสงสารแม่เหมิงเหมิง และพูดคุยกับอีกฝ่ายตลอดทาง
เมื่อกลับมาถึงชุมชนฮว๋าฮั่น แม่เหมิงเหมิงเอาพุทราแห้งสอง กล่องมาเป็นของขอบคุณให้แม่เซียว ในสถานการณ์แบบนี้ พุทรา แห้งสองกล่องก็นับว่ามีค่ามาก แม่เหมิงเหมิงยังเอาของมีค่าที่สุดใน บ้านมามอบให้
แม่เซียวปฏิเสธหลายคำ ไม่ยอมรับของขวัญ ครอบครัวของเธอ ไม่ได้ขาดแคลนอาหาร เธอเบียดเบียนเสบียงอาหารประทังชีวิตของ คนอื่นไม่ลง
แม่เหมิงเหมิงวางกล่องพุทราจีนไว้หน้าประตูแล้วจากไป แต่ว่าแม่ เซียวตามไปไม่ทัน จึงทำได้เพียงรับเอาไว้
แม่เซียวเป็นคนใจอ่อน เธอทำโจ๊กที่เปี่ยมสารอาหารหม้อใหญ่ สั่งให้พ่อเซียวเอาไปให้อีกฝ่าย บอกว่าให้เหมิงเหมิงบำรุงร่างกาย
โจ๊กนี้มีทั้งข้าวฟ่าง พุทราจีน เห็ด ถั่ว ลำไย และอื่น ๆ รวมถึง ฟักทองชิ้นหนาซึ่งถูกต้ม รสชาติหวาน กลิ่นหอมมาก
พ่อเซียวเคาะประตูบ้านเหมิงเหมิง แล้วทำเหมือนที่เจ้าตัวเคยทำ วางหม้อโจ๊กและไข่อีก 20 ฟองไว้ด้านหน้าก่อนจากไป
พ่อเซียวคิดว่ามันเป็นแค่ความช่วยเหลือเล็กน้อย เขาไม่สามารถ เอาเปรียบคนอื่นได้
แม่เหมิงเหมิงอยากจะตามไป แต่พ่อเซียวก็วิ่งเร็วมาก พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว
เธอตื้นตันใจจนร้องไห้ออกมาอีกครั้ง บอกลูกสาวว่าหากได้พบ คนดีต่อไปต้องตอบแทนบุญคุณให้ได้
เธอแจ้งตำรวจ แต่ลุงเฉียนกลัวความผิดและหนีไปแล้ว ทว่า กฎหมายยังเข้าข้าง ตำรวจได้ข้อมูลมาจากฐานข้อมูล เนื่องจาก สถานการณ์ร้ายแรง พวกเขาขึ้นบัญชีดำคนร้ายทันที ทำให้เขาเสีย สิทธิพลเมืองและไม่สามารถซื้ออาหารได้อีก
มีเหยื่อในหลายชุมชน ชุมชนฮว๋าฮั่นยังดีที่ผู้จัดการซูเตือนทุก คนทันการณ์ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้เซียวหมิงเยวี่ย
ตกบ่ายเมื่อแม่เซียวกลับไปทำงาน ผู้จัดการจางชมเธอต่อหน้า ทุกคนยกใหญ่ ทำเอาแม่เซียวหน้าแดงเก้อเขิน
หลังช่วยเหลือแม่เหมิงเหมิงไว้ได้ แม่เซียวก็กลายเป็นที่รู้จักใน ชุมชน ทุกคนรู้ว่าคนในฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ช่วยชีวิต เด็กหญิงเอาไว้ เป็นลูกบ้านในชุมชนฮว๋าฮั่นที่อยู่ในวิลลา
เดิมทีผู้จัดการจางจะให้แม่เซียวเป็นผู้ประสานงาน ทว่างานนี้นั้น ไม่ง่ายเลย ต้องน่าเชื่อถือและเอาชนะใจลูกบ้าน ไม่เช่นนั้นจะมีคน ยอมฟังเหรอ?
ตอนแรกเขาเป็นห่วงว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า ทว่าตอนนี้ดีขึ้น มากแล้ว แม่เซียวได้รับการให้เกียรติจากลูกบ้าน ต่อไปคงทำงานได้ อย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำกล้าหาญและมีเมตตาของแม่เซียวยัง ได้รับการยอมรับ ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จึงให้เธอพ้นจากช่วง ฝึกงาน และเลื่อนขึ้นเป็นพนักงานประจำทันที เธอได้รับการปฏิบัติ ดีกว่าพนักงานฝึกงานมากทีเดียว
เมื่อพ่อเซียวไปรับเธอจากที่ทำงาน หลายคนทักทายเธอระหว่าง เดินกลับ เซียวหมิงเยวี่ยกับพ่อเซียวพลอยได้รับความสนใจไปด้วย
แม่เซียวกลายเป็นคนดังในชุมชน
“ตอนนี้แม่ดังในชุมชนแล้วนะ ทุกคนชื่นชมแม่กันใหญ่ วันนี้แม่มี ความสุขมาก เดี๋ยวจะทำมื้อเย็นให้กินหลังเลิกงาน!” แม่เซียวยิ้มไปถึง ดวงตา
พ่อเซียวมองภรรยาแล้วบอก “คุณก็สมควรจะภูมิใจ แต่ก็แปลก นะ เราช่วยคนไว้ด้วยกันแท้ ๆ ทำไมลูกบ้านถึงได้ชมแต่คุณ แล้วผม ล่ะ?”
แม่เซียวกำลังอารมณ์ดี นานทีจะกล่าวหยอกล้อ
“ใครใช้ให้ฉันเก่งล่ะ ลูกบ้านชอบฉันกันหมด ตอนนี้ฉันเป็นผู้ ประสานงานเต็มตัวแล้ว ทั้งฝ่ายจัดการอสังหาฯ มีแค่ฉันคอยไกล่ เกลี่ยความบาดหมางระหว่างลูกบ้าน เป็นคนที่ทุกคนวางใจจะพูดคุย ต่อไปคงทำงานได้ราบรื่นแน่นอน”
เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ยอย่างมีนัยยะ “หนูกลัวว่าจะไม่ราบรื่นน่ะสิคะ…”
เธอมองหน้าลูกสาวด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าพูดแบบนี้
หมายความว่าอะไร
ทว่าไม่นานก็เข้าใจ
[พี่เจี่ยง ปู่ของฉันจะฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปี ขอยืมรถของ คุณไปใช้หน่อยได้ไหม]
[พี่เจี่ยง ฉันมีงานเลี้ยงคืนสู่เหย้าวันมะรืน เราไม่ได้เจอกันมานาน แล้ว ฉันขอยืมรถพี่ขับไปได้ไหม]
[พี่เจี่ยง ฉันต้องไปร่วมงานศพแฟนเก่า เลยอยากจะขอยืมรถพี่
หน่อย]
[พี่เจี่ยง…]
ภายในหนึ่งคืน แม่เซียวได้รับข้อความส่วนตัวมากมาย ทั้งหมด ล้วนมาขอยืมรถไปใช้
แม้จะพูดว่าขอยืม แต่ก็ชัดเจนว่าต้องการฉวยโอกาส เอารถไป ขับตากแอร์เล่น ขับไปอวดเพื่อนว่ามีรถขับ ดีจะตายไป!
บางคนใจกล้าไปกว่านั้น บอกว่าในเมื่อบ้านไม่ขาดแคลนไฟฟ้า จะขอพ่วงสายไฟมาที่บ้านและอาศัยใช้ไฟด้วย ในเมื่อเธอเป็นคนจาก ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์และมีหน้าที่ต้องดูแลลูกบ้าน
“ทำไมคนพวกนี้ถึงเป็นอย่างนี้นะ รถของฉันกับไฟฟ้ามันเกี่ยว อะไรกัน?” แม่เซียวหัวเสีย
เซียวหมิงเยวี่ยแทะตีนไก่อย่างสบายอารมณ์ก่อนบอก
“ลืมเรื่องพี่หยางไปแล้วเหรอคะ ต้องมีคนแปลก ๆ พยายามเอา เปรียบอยู่แล้วค่ะ”
หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น
โชคดีที่ลูกบ้านส่วนใหญ่มีเหตุผล มีเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่หน้า ด้านเข้ามาฉวยโอกาส ทว่าคนหน้าด้านกลุ่มนี้ก็ทำให้ครอบครัวของ เธอเดือดร้อนไม่น้อย
ทุกหนแห่งล้วนมีตัวร้าย ในเมื่อไม่อาจเลี่ยงได้ ทหารก็ต้องต้าน น ้า ป้องกันตัวร้าย จัดการกับอีกฝ่าย หรือไม่ก็ตอบโต้กลับ
แม่เซียวถอนหายใจก่อนบอก “แล้วแม่ควรทำยังไง แม่พลาดที่ไป ช่วยคนเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยจิบน ้าผลไม้เย็นชื่นใจ รสชาติอร่อยลิ้น
“ไม่มีใครผิดหรอกค่ะ ไม่เร็วก็ช้ายังไงก็ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่คะ ต่อไปแม่เป็นผู้ประสานงาน เลี่ยงเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ แม่ ต้องเตรียมใจเอาไว้”
“แม่ต้องปฏิเสธอย่างหนักแน่น ยกเว้นจะเป็นเรื่องคอขาดบาด ตายแบบเรื่องของเหมิงเหมิง จะเอารถให้ยืมไปทั่วไม่ได้ค่ะ! ไม่อย่างนั้นคนพวกนั้นอาศัยช่องว่างนี้ แล้วรถเราจะกลายเป็นของ สาธารณะ และจะสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน”
“แม่บอกไปว่าถึงเราจะมีแผงโซลาร์เซลล์ที่บ้าน แต่ว่าก็ผลิตพลัง ไม่พอจะชาร์จรถค่ะ ถ้าเราชาร์จรถจะเปิดแอร์ไม่ได้ มีคนแก่สองคนที่
ทนร้อนไม่ไหวอยู่บ้าน ดังนั้นเราจะไม่ใช้รถถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ”
“แม่เองก็ไม่ใช่คนโง่ ไม่ยอมอยู่แล้ว จะฟังที่ลูกบอกแล้วกัน” แม่ เซียวเอ่ย