ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 47 กล้าดียังไงถึงมาตบฉัน?!
[แชมป์มวยไทสัน] : ตอนนี้ไฟฟ้ามีค่ามาก แล้วจะเอาไฟฟ้าที่
ไหนมาให้ชาร์จรถพลังงานใหม่ทุกวัน? แต่ถึงจะมี ทำไมเราต้องให้ คุณยืมรถยนต์ส่วนตัวด้วย?
[แชมป์มวยไทสัน] : @พี่หยาง คุณอยากโดนอีกสักหมัดสินะ! ยังไม่ได้รับบทเรียนหรือไง?
[พี่หยาง] : ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ พวกเขาต่างพูดกันไปเอง ไม่ใช่ฉันสักหน่อย อย่าเข้าใจผิดสิ
พี่หยางนั่งพิมพ์โทรศัพท์อยู่ที่บ้านตื่นตระหนก แชมป์มวยไทสัน ไม่ค่อยได้เข้ามาในกลุ่ม แล้วทำไมถึงออกมาพูดตอนนี้? เธอต้อง นอนอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานเพื่อพักฟื้นแผลบนหน้า ความเจ็บปวดที่
ได้รับยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ เธอไม่อยากท้าทายอีกฝ่าย และ พยายามหลีกเลี่ยง
หลายคนคุ้นเคยกับชื่อแชมป์มวยไทสัน เมื่อเห็นคำตอบของพี่ห ยาง พวกเขาจึงจำได้ทันทีว่าคนทั้งสองเพิ่งมีปัญหากันเรื่องแผง โซลาร์เซลล์
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : จะพูดแบบนี้ไม่ได้นะ การช่วยเหลือซึ่งกัน และกันเป็นสิ่งที่ดีงามของชาวจีน ในเมื่อพี่เจี่ยงเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย จัดการอสังหาฯ ก็ควรจะช่วยเหลือลูกบ้านไม่ใช่หรือไง
[แชมป์มวยไทสัน] : คุณอยากได้สักหมัดเหรอ?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : …
[พี่เจี่ยงฝ่ายจัดการอสังหาฯ] : เรียนลูกบ้านทุกคน เมื่อวานฉัน ได้พูดไว้ชัดเจนมากในแชตกลุ่ม และไม่ต้องการพูดซ ้าอีก ในช่วง สองวันที่ผ่านมา ฉันได้รับข้อความจำนวนมากเกี่ยวกับการขอยืมรถ พร้อมเหตุผลแปลก ๆ มากมาย ขอบอกตรงนี้เลยนะคะ ฉันไม่สนว่า คุณจะร้องเรียนอะไร เพราะยังไงฉันก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง
[พี่เจี่ยงฝ่ายจัดการอสังหาฯ] : นอกจากนี้ ฉันช่วยเหลือด้วย ความเต็มใจ ไม่ใช่หน้าที่ หากมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ทุกคนก็ควรช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่มาบังคับให้ฉันทำคนเดียว ขอ โทษด้วยค่ะ ฉันไม่ได้มีอำนาจใหญ่โตขนาดนั้น บ้านฉันเองก็ไม่ได้มี ไฟฟ้าเหลือใช้ ทุกคนรู้ว่าค่าไฟฟ้าแพงขนาดไหน หวังว่าทุกคนจะรู้ ขอบเขตของตัวเอง และไม่ทำให้เรื่องแย่ไปกว่านี้
[พี่เจี่ยงฝ่ายจัดการอสังหาฯ] : สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนบ้านที่
ออกมาพูดแทนฉัน และทำให้ฉันรู้สึกถึงความรักอันอบอุ่นระหว่าง เพื่อนบ้านนะคะ
คำพูดของแม่เซียวไร้ความปรานี หากเธอไม่พูดให้เด็ดขาด แล้ว เมื่อไหร่คนพวกนี้จะหยุด?
การโดนหักเงินเดือนหรือไล่ออกไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เกรงว่าบาง คนจะยืมจนเคยตัว คิดว่ารถเป็นของสาธารณะ และไม่รู้จักถนอม หากใช้จนพังขึ้นมาจะทำยังไง?
นอกจากนี้หากให้ยืมแล้วคนหนึ่ง ก็ต้องให้คนอื่น ๆ ยืมด้วย ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ ไฟฟ้าในวิลลาของเธอ
ถึงเวลานั้นถ้าทั้งแอร์และตู้เย็นใช้งานไม่ได้ ครอบครัวคงจะทุกข์ ทรมานอย่างมาก
[ขนมจีบไส้ผักกาดดองหมู] : ผมเข้าใจดีเลย ถ้าเป็นตัวผมเอง ถึงแม้ว่าบ้านจะไม่ขาดไฟฟ้า แต่ก็ไม่อยากให้ใครยืม ถ้าคนแปลก หน้ามาทำให้รถเสียหายจะทำยังไง ไม่มีใครจะรักรถเท่ากับตัวเจ้าของ รถแล้วละ รถและเมียเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้ใครยืม
[นักเลงคีย์บอร์ด] : ฉันเคยให้คนอื่นยืมมาก่อน ชายคนนั้นเมา แล้วขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ เอารถฉันไปชนจนพังยับ ถึงขนาดล้อ หลุดออกมา! เขาไม่เคยชดใช้ค่าเสียหาย และต้องฟ้องร้องกันอยู่นาน หลายปี! ถ้าคิดว่าการยืมรถเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็ไปยืมรถแม่ตัวเองสิ เป็นฉันก็ไม่ให้ยืมหรอก!
[ปล่อยให้ฉันโบยบิน] : +1 เลย จริง ๆ แล้วในหมู่บ้านของเรายัง มีอีกหลายครอบครัวที่มีรถขับ ฉันเคยเห็นมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ควร บีบบังคับให้พวกเขาเอารถส่วนตัวมาบริจาคเป็นรถสาธารณะของ หมู่บ้าน
[60 ยังแจ๋ว] : ถ้าใครมาขอยืมแผงโซลาร์เซลล์จากฉัน ฉันจะไม่ ให้ยืมเด็ดขาด ฉันซื้อมาราคาแพงมาก ทำไมถึงต้องให้คนอื่นยืม ด้วย? คิดว่าคนอื่นต้องทำตามคำพูดคุณหรือไง?
[ที่บ้านมีเหมิงเหมิง] : พี่เจี่ยงทำถูกแล้วค่ะ บางคนไม่ควรมาเอา เปรียบความมีน ้าใจของคนอื่นแบบนี้ ไม่มีใครเป็นหนี้คุณทั้งนั้นแหละ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ แล้วคุณเคยช่วย ใครในนี้บ้างหรือเปล่า?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เคยช่วยเหลือเพื่อน บ้านคนไหน แต่ถ้าใครต้องการความช่วยเหลือ ผมก็ไม่คิดจะปฏิเสธ อยู่แล้ว
[คุณป้าตุ้ยนุ้ยกินไม่รู้จักพอ] : จริงหรือเปล่า? พี่ชายสุดหล่อ ฉัน หิวมากเลย แบ่งอาหารมาให้ฉันหน่อยสิ บ้านพี่มีอะไรให้กินบ้าง ฉัน ไปรับที่บ้านพี่ได้นะ ว่าแต่บ้านพี่อยู่ไหนเหรอ?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : …ที่บ้านผมแทบไม่มีอะไรให้กินแล้ว
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : แล้วทำไมถึงกล้ามาพูดจาโอ้อวดไร้ สาระอยู่ที่นี่ไม่ทราบ?
เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อแทบสำลัก เขาโมโหมากจนโยนโทรศัพท์ทิ้ง ไป
ในหมู่บ้านมีคนไม่น้อยที่มีแผงโซลาร์เซลล์ และบางคนก็มีรถขับ ไม่ว่าจะรถที่ใช้น ้ามันเบนซินหรือรถพลังงานใหม่ การเติมน ้ามันหรือ ชาร์จไฟก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล ไม่มีใครอยากถูกกดดันทาง ศีลธรรม ดังนั้นจึงออกมาพูดเพื่อตัวเองมากมาย
ขณะนี้ความคิดเห็นสาธารณะได้เอนเอียงไปทางพี่เจี่ยง คนที่
ตั้งใจจะโต้แย้งก็เงียบลงทันที แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ ต้องการมีเรื่องขัดแย้งกับคนอื่น
เห็นเช่นนี้ [ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] ก็สาปแช่งออกมาด้วย ความโกรธไม่หยุด
“ไอ้พวกเลวทราม เลียขาเก่งกันเสียจริง! แล้วทำไมไอ้เจ้าพวก นั้นถึงไม่ออกมาพูดแทนฉัน นี่คิดจะปล่อยให้ฉันออกหน้าสู้คนเดียว หรือไง? ถ้าตัวเองไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่คิดออกมาสินะ? ไอ้พวกบัดซบ! ไปลงนรกกันให้หมด!”
หลังสาปแช่งชุดใหญ่ เขากลับไปตอบข้อความในกลุ่ม
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : แค่รถคันเดียวเองเนี่ยนะ ไม่เห็นจะมี อะไรเลย ผมเคยขับ BMW มาก่อนนะ! ไม่ให้ยืมก็แค่บอกว่าไม่ให้ยืม จะเล่นตัวอะไรนักหนา?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ทุกคนอย่าทะเลาะกันเลยนะคะ มันเป็น ความผิดของฉันเอง ฉันคิดว่าการแต่งงานของเพื่อนสนิทเป็นงาน ใหญ่และจะมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต ฉันก็เลยพูดกับพี่เจี่ยงโดยไม่ได้คิด
ให้ดี ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเอง ฉัน รู้สึกผิดมากจริง ๆ ค่ะ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ก่อนหน้านี้ไม่เห็นออกมาพูดอะไร พอ เห็นว่าไม่มีใครพูดแทนคุณสองคนแล้ว ก็เลยแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด เหรอ?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น อย่าใช้ คำพูดรุนแรงปรักปรำกันสิคะ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : คุณบอกว่าเพื่อนสนิทกำลังจะแต่งงาน ใช่ไหม? ตอนนี้โรงแรมปิดให้บริการทั้งหมด แล้วเพื่อนสนิทของคุณ จัดงานแต่งที่ไหนล่ะ?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : เธอจัดงานแต่งที่บ้าน ชวนแค่ญาติและ เพื่อนสนิทเท่านั้น
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : จริงเหรอ ตอนนี้อาหารและน ้ามีค่ามาก เพื่อนสนิทของคุณจะจัดงานเลี้ยงได้ยังไง? ถ้ารวยถึงขนาดนั้น แทนที่
จะหายืมรถคนอื่น ทำไมไม่ให้พวกเขาส่งรถมารับคุณไปงานแต่งล่ะ?
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดถึงสิ่งนี้ ผู้คนในกลุ่มก็คิดถึง สถานการณ์อย่างถี่ถ้วนและเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
จัดงานแต่งจะต้องใช้อาหารมากเท่าไหร่? แล้วต้องใช้น ้าตั้ง เท่าไหร่?
ตอนนี้คนธรรมดาทั่วไปแทบไม่มีข้าวกิน แล้วใครจะมีเงินจัดงาน เลี้ยงได้? คงจะต้องเป็นระดับมหาเศรษฐีเท่านั้น
ร่องรอยของความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในดวงตา [บุปผาขาว ดอกน้อย] เธอหันไปหาชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเศร้า
“พี่คะ เธอพูดจาน่ารังเกียจจริง ๆ”
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : ใครว่างานเลี้ยงต้องมีปลาและ เนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ แค่ทำอาหารง่าย ๆ สักโต๊ะแล้วเชิญญาติพี่น้องมา รวมตัวกันก็พอแล้ว
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ใช่ค่ะ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : แค่โต๊ะเดียว? เชิญญาติไปกี่คน จะ เพียงพอสำหรับทุกคนเหรอ? ในเมื่อมีโต๊ะเดียว แล้วคุณไปทำอะไรล่ะ ทั้งที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง แค่อยากไปกินสินะ? แหม ๆ อากาศร้อนขนาด นี้ กลับต้องขับรถไกลเพื่อแย่งกันกินอาหารโต๊ะเดียวงั้นเหรอ? ไม่กลัว ว่าจะไม่มีน ้าให้ดื่มแล้วตายกลางทางบ้างหรือไง?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ฉันกับเพื่อนใกล้ชิดกันเหมือนพี่น้อง แล้วทำไมฉันต้องอธิบายให้คุณฟังด้วย?
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ฉันคิดว่างานแต่งงานเพื่อนสนิทเป็น เรื่องโกหก แท้จริงแล้วคุณแค่อยากยืมรถไปขับเล่นเท่านั้น อีกอย่าง ในรถมีแอร์ด้วย ใครไม่ยืมก็โง่แล้ว คุณคิดแบบนั้นใช่ไหม?
ดวงตาของ [บุปผาขาวดอกน้อย] สั่นไหว เธอกำโทรศัพท์ไว้ แน่นด้วยความตื่นตระหนก
[บุปผาขาวดอกน้อย] : คุณกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร ฉัน ไม่ได้ยืมจากคุณสักหน่อย แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณไม่ทราบ?
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ก็นั่นรถของฉัน แล้วจะไม่ให้เกี่ยวกับ ฉันได้ยังไง?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : คุณบอกว่ารถเป็นของคุณเหรอ? น่าขำ! ทำไมคุณถึงชอบมาขัดฉันอยู่เรื่อยเลยล่ะ??
[พี่เจี่ยงฝ่ายจัดการอสังหาฯ] : ฉันบอกไปแล้วนะคะ ว่ารถคันนี้
เป็นของลูกสาว
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ฮ่าฮ่าฮ่า รถของคนอื่นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า โดนแล้วละ!
หลายคนจำ [จันทร์กระจ่างกลางใจ] ได้ทันที ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ครั้งก่อน [แชมป์มวยไทสัน] จะออกมาพูดแทนเธอ ปรากฏว่าพวก เขาเป็นพ่อลูกกัน งั้นพวกเขาก็เป็นครอบครัวของพี่เจี่ยงสินะ?
[บุปผาขาวดอกน้อย] ตกใจมาก หล่อนเป็นเจ้าของรถคันนั้นจริง ๆ! เธอรู้สึกอิจฉาริษยาผู้หญิงคนนี้จนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ดูเหมือนว่าคุณกำลังโกหกจริง ๆ สินะ ถ้างั้นฉันจะแสดงวิดีโอให้ทุกคนดู
เซียวหมิงเยวี่ยส่งวิดีโอที่เธอเพิ่งอัดไว้ลงไปในกลุ่มแชต วิดีโอนั้น คือวิดีโอที่ [ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] ก่นด่าสาปแช่งคนอื่นเมื่อครู่ เมื่อวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่าง รุนแรง
[สี่คนครอบครัวสุขสันต์] : ช่างไร้การศึกษาจริง ๆ!
[คนโง่ไม่จำเป็นต้องฉลาด] : หึ ฉันออกมาพูดให้ แล้วยังกล้าด่า ฉันอีกเหรอ? สมควรแล้วที่ถูกทุกคนประณาม ทุกคนรีบมาดูเร็วเข้า ว่าเขาปากหมาขนาดไหน!
[ปล่อยให้ฉันโบยบิน] : พูดจาได้หยาบคายมาก คนแบบนี้น่า กลัวจริง ๆ ถ้าเจอที่ไหนต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลเลยนะคะ
…
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] ถูกรุมด่าจากคนทั้งกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น คนที่เคยช่วยเขาก่อนหน้าหรือคนที่ไม่ได้ช่วย คนพวกนั้นต่างร่วมกัน ประณามการกระทำของเขา
หัวใจของเขาเต้นรัวและรีบมองไปรอบ ๆ “ใครเป็นคนถ่ายวิดีโอ? แสดงตัวออกมานะเว้ย!”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเล็กน้อยพลางเขย่าโทรศัพท์ในมือเบา ๆ
มีคนแถวนั้นกำลังดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในกลุ่ม เมื่อเห็น [ลูกอมคิว คิวแสนประณีต] และ [บุปผาขาวดอกน้อย] พวกเขาก็ชี้นิ้วพลางด่า ทอด้วยความไม่พอใจ
[บุปผาขาวดอกน้อย] อับอายมากจนยกแขนขึ้นปิดบังใบหน้า ตัวเอง [ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] เดือดดาลหนักและวิ่งออกไปโดย หวังจะทำร้ายเซียวหมิงเยวี่ย
ขณะที่พ่อเซียวกำลังจะช่วย เซียวหมิงเยวี่ยก็เร็วกว่าเขาอยู่ก้าว หนึ่ง
เพียะ!
ฝ่ามือกระทบใบหน้าชายหนุ่มอย่างแรง กระทั่งเขาฟันหักพร้อม เลือดกบปาก ขณะเดียวกันร่างของเขาก็เซล้มลงไปบนพื้น โดยมีรอย นิ้วทั้งห้าประทับอยู่บนแก้มขวาอย่างชัดเจน
“แกกล้าดียังไงถึงมาตบฉัน?!”