ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 48 ทำไมหัวหน้าตระกูลจี้ถึงใจดีขนาดนี้?
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 48 ทำไมหัวหน้าตระกูลจี้ถึงใจดีขนาดนี้?
เซียวหมิงเยวี่ยสะบัดมือและตอบอย่างเย็นชา “ทำไมจะตบไม่ได้ ถ้ากล้ามาพูดจาหยาบคายอีก ฉันจะตีแกให้ตาย!”
คนอื่นอาจคิดว่าเธอแค่ขู่ให้ดูรุนแรงไปอย่างนั้น แต่เซียวหมิง เยวี่ยรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอมีเจตนาฆ่าจริง ๆ ใครจะทนเห็นคนอื่นดูถูกพ่อ แม่ของตนในที่สาธารณะได้ เธออยากลุกไปตบอีกฝ่ายนานแล้ว
“แกคิดจะทำอะไร!”
ชายหนุ่มรู้สึกเสียหน้า เขาลุกขึ้นและรีบเดินไปหาเซียวหมิงเยวี่ย ด้วยท่าทีน่ากลัว โดยหวังจะกู้หน้าให้ตัวเอง
เพียะ!
เซียวหมิงเยวี่ยเหวี่ยงฝ่ามือออกไปจนทำให้อีกฝ่ายลงไปกองบน พื้นอีกครั้ง คราวนี้เธอใส่แรงไปมากกว่าเดิม ทำให้ [ลูกอมคิวคิวแสน ประณีต] กระอักเลือดและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก เขาทำได้เพียง นอนอยู่บนพื้นพลางหอบหายใจ
“กรี๊ด! กะ… แกกล้าดียังไงถึงมาทำร้ายคนอื่นแบบนี้!” [บุปผา ขาวดอกน้อย] กรีดร้องเสียงดัง ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความ ตกใจ
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเธออย่างเย็นชา “ครั้งต่อไปถ้าอยาก ยืมรถ ก็อย่าลืมมาถามฉันด้วยล่ะ”
ดวงตา [บุปผาขาวดอกน้อย] เบิกกว้าง มืออันสั่นเทาชี้ไปทาง เซียวหมิงเยวี่ย
“กะ… แกคือจันทร์กระจ่างกลางใจงั้นเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “ก็ไม่ได้โง่อย่างที่คิด ฉันเกลียด เวลาที่มีคนมาชี้หน้า เธออยากโดนเหมือนกันเหรอ?”
“ฉันไม่อยาก อย่าทำฉันนะ!”
[บุปผาขาวดอกน้อย] รีบชักมือกลับเข้าไปในอ้อมแขนพร้อม ถอยห่างราวกับเห็นผี เธอไม่สนใจแฟนหนุ่มที่อยู่บนพื้นและวิ่งหนี ออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะตามทันและทุบตี เธอ
คนที่ปากดีบนโลกออนไลน์ มักจะไม่กล้าเผชิญหน้าเมื่อได้พบ กันในชีวิตจริง
เซียวหมิงเยวี่ยเตะชายหนุ่มที่อยู่บนพื้น “นี่ แฟนของแกวิ่งหนี หางจุกตูดไปแล้ว แกยังอยากเป็นเครื่องมือของหล่อนอยู่อีกเหรอ?”
การทำลายจิตวิญญาณอีกฝ่ายนั้นได้ผลดีที่สุด
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของชายคนนั้นสั่นอย่างรุนแรง ดวงตาของ เขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนเกลียดชัง เขาอยากจะสบถ สาปแช่งออกมา ทว่าพูดไม่ได้เพราะใบหน้าครึ่งหนึ่งกำลังบวมเป่ง
เซียวหมิงเยวี่ยถ่ายรูปของเขาและโพสต์ลงในกลุ่ม
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ทุกคนเลิกด่าทอเถอะค่ะ ฉันได้สั่งสอน พวกเขาแล้ว และไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว โปรด จำไว้
ข้อความในกลุ่มพลันหลั่งไหลมาไม่หยุด
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : โธ่ ๆ โดนทุบตีขนาดนี้คงจะเจ็บน่าดู เลย
[ลมหนาว] : ขวัญเอ๋ยขวัญมา นี่แหละผลของการพูดไม่คิด
[60 ยังแจ๋ว] : เด็กวัยรุ่นนี่บ้าดีเดือดจริง ๆ ได้รับบทเรียนบ้างก็ดี
[ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก] : เมื่อครู่ฉันผิดไปแล้ว ฉันแค่พูดเรื่อง ไร้สาระ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ
คนในกลุ่มตื่นตกใจและต่างพากันเกรงกลัว ครอบครัวพี่เจี่ยง ไม่ใช่คนที่ควรทำให้ขุ่นเคือง สามีของเธอรับมือได้ยาก แต่ลูกสาว ของเธอนั้นรับมือยากยิ่งกว่า พวกเขาล้วนเป็นคนโหดเหี้ยมทั้งหมด!
ต่อไปนี้อย่ายั่วยุพวกเขาอีกเด็ดขาด พวกเขาเป็นคนพูดจริงทำ จริง!
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] พยายามดิ้นรนอยู่นาน และในที่สุดก็ สามารถลุกขึ้น หลังจากมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาดุดัน เขาก็ทน สายตาแปลก ๆ ของคนรอบข้างไม่ไหว จึงเดินขากะเผลกออกไป
การเชือดไก่ให้ลิงดูคือสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยต้องการ
ระเบียบสังคมในปัจจุบันยังไม่วุ่นวายจนเกินไป เนื่องจากมีบัญชี ดำคอยทำให้ประชาชนหวาดกลัว ทั้งยังสามารถไปรับอาหารได้ทุก วันเพื่อประทังชีวิต ทว่ามันจะย ่าแย่ลงกว่าเดิมมากในอนาคต
ปีหน้าเกิดน ้าท่วมหนัก ทุกคนจะรีบวิ่งลงมาทางใต้ของเมืองจน ก่อให้เกิดความวุ่นวาย
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า ในปีหน้าการกระทำของกลุ่มมังกร ดำจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง การดำรงชีวิตก็เป็น ปัญหาแล้ว แล้วใครจะยังรักษากฎหมายอยู่? ในภาวะอดอยากอย่าง รุนแรงมันกระตุ้นความชั่วร้ายในธรรมชาติของมนุษย์ให้แสดงออก มากขึ้น
การปล้น ฆาตกรรม ข่มขืน และอาชญากรรมต่าง ๆ พวกเขา ล้วนทำได้ทุกอย่าง และยังเรียกมันว่า ‘การทำธุรกิจ’ เพื่อมีชีวิตที่ดีอีก ด้วย
แม้ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่ที่บ้าน พวกเขาจะตรวจค้นอาคารและฆ่า ทุกคนที่ขวางหน้า พื้นที่วิลลาจะเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกกวาดล้าง เพราะพวกเขาคิดว่าคนที่อาศัยอยู่ในวิลลาจะต้องร ่ารวยและมีอาหาร เหลือกินเหลือใช้ที่บ้าน
ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงต้องสร้างภาพลักษณ์ที่โหดร้ายให้กับ ครอบครัวก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะคนดีมักถูกคนอื่นข่ม เหง ส่วนคนเลวจะมุ่งความสนใจไปยังคนอ่อนแอและรังแกง่ายก่อน
หากกล้ามาหาเรื่อง ก็มาดูว่าใครจะแกร่งกว่ากัน
พ่อเซียวพูดด้วยความกังวล “หมิงเยวี่ย เจ็บมือหรือเปล่า? ลูกไม่ ควรต้องลงมือเองเลย ถ้าจะตีใครก็แค่บอกพ่อ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขบขัน ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายอัดชายคนนั้นจน น่วม แต่พ่อเซียวกลับกังวลว่าเธอจะเจ็บมือ ราวกับเธอเป็นฝ่ายถูก กระทำ
“หนูไม่เป็นไรค่ะ แต่ชายคนนั้นคงเจ็บไม่น้อย”
“ทำไมลูกถึงได้มีพลังเยอะนัก ถึงขนาดทำให้เขาฟันหักด้วยการ ตบเพียงครั้งเดียว” ในที่สุดคุณพ่อเซียวก็ตระหนักว่ามีบางอย่าง ผิดปกติ
“หนูไม่รู้เหมือนกันค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีพลังขึ้นมากะทันหัน อาจ เป็นเพราะเมื่อกี้หนูบันดาลโทสะก็เป็นได้” เซียวหมิงเยวี่ยแก้ตัว
เมื่อมาถึงคิวของพวกเขา เซียวหมิงเยวี่ยก็หยิบยุงขึ้นมาและชั่ง น ้าหนัก
คุณพ่อเซียวรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติ และดูเหมือนว่า ความแข็งแกร่งของเขาเองก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าลูกสาว กำลังชั่งน ้าหนักยุง ในที่สุดเขาก็เงียบไป
“เซียวหมิงเยวี่ย? คุณจะต้องเป็นเซียวหมิงเยวี่ยแน่ ๆ ผมได้ยิน ซินซินพูดถึงคุณอยู่บ่อยครั้ง”
ทันใดนั้นก็มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยมองไป รอบ ๆ เพื่อหาต้นเสียง และเห็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบทอง มีรอยยิ้มบนใบหน้า
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เขาดูมีภูมิฐานและเหมือน คนทำงานในหน่วยงานของรัฐ
“คุณคือ… ผู้จัดการซูเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความไม่ แน่ใจ
ดวงตาของผู้จัดการซูเป็นประกาย “คุณเคยเจอผมเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเล็กน้อย “ฉันเคยได้ยินมาบ้างค่ะ เมื่อพิจารณา จากรูปลักษณ์และการที่คุณอยู่ในเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต คงเป็น ใครอื่นไม่ได้นอกจากผู้จัดการซู”
“คุณหนูสายตาหลักแหลม ผมมีเรื่องจะคุยด้วย เข้ามาคุยกัน หน่อยสิ”
“ได้ค่ะ” แม้ไม่รู้ว่าผู้จัดการซูต้องการคุยอะไร แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ ยอมตอบตกลง
หญิงสาวบอกกล่าวผู้เป็นพ่อ แล้วเดินตามผู้จัดการซูเข้าไปใน สำนักงานของเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอ สัมผัสได้ถึงอากาศที่หนาวเย็นมาก
“คุณเซียวครับ ขอบคุณมากสำหรับการเตือนครั้งที่แล้ว น ้าอบ กันยุงชุดนั้นได้ทำร้ายผู้คนมากมายและคร่าชีวิตไปมากกว่าสิบคน ถ้าไม่ใช่เพราะการเตือนของคุณ ชุมชนฮว๋าฮั่นคงต้องทนทุกข์ ทรมานมากกว่านี้แน่”
เมื่อหัวข้อบทสนทนาเปลี่ยนไป ผู้จัดการซูมองไปที่เซียวหมิง เยวี่ยและพูดอย่างสงสัย
“แต่ว่า คุณรู้ได้ยังไงว่าน ้าอบกันยุงที่เขาขายเป็นของปลอม?”
สีหน้าของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ฉันแค่คาดเดาค่ะ ตอนนั้น ราคาน ้าอบกันยุงเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 หยวน แล้วจะมีน ้าอบกันยุง ราคาถูกแบบนี้ขายได้ยังไง ฉันจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นของปลอม แต่ ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าขายน ้าผสมสารเคมี ซึ่งทำร้ายผู้คน จำนวนนับไม่ถ้วน แค่คิดก็ขนลุกแล้วค่ะ!”
ผู้จัดการซูเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับพยายามจับผิดคำพูดของเธอ
“นั่นก็จริง ขอบคุณมากนะครับที่เตือน ผมขอขอบคุณในนาม ของรัฐบาล”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ยินดีค่ะ”
ผู้จัดการซูหยิบน ้าแร่ยี่ห้อหนึ่งออกมา 5 ขวด “น ้าพวกนี้ถือเป็น ของขวัญตอบแทน รวมถึงข้าวอีก 20 ชั่ง ขอให้พ่อของคุณมารับ กลับในวันหลังนะครับ”
“โอ้ ขอบคุณมากค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยยอมรับมันโดยดี
แววตาของผู้จัดการซูเต็มไปด้วยความสงสัย พูดตามหลัก เหตุผลแล้ว เธอควรจะมีท่าทีตกใจมากกว่านี้ แล้วจึงค่อยกล่าว ขอบคุณ แต่ทำไมเธอถึงสงบนัก? ราวกับว่าเธอเพิ่งได้ยินเรื่อง ธรรมดา
ท้ายที่สุดแล้วน ้าในปัจจุบันนั้นมีค่ามาก แม้แต่น ้าแร่ก็หาซื้อไม่ได้ เพราะมันถูกคนบางกลุ่มแย่งชิงไปหมดแล้ว ประชาชนทั่วไปไม่ สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ข้าว 20 ชั่งก็ไม่น้อยเลยทีเดียว มันเป็น จำนวนมากพอที่จะทำให้คนอิจฉาตาร้อน
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาสงสัยของผู้จัดการซู เซียวหมิงเยวี่ยจึงพูด ให้ความร่วมมือ
“ฉันไม่ได้เห็นน ้าแร่มานานแล้ว แทบลืมไปแล้วว่ามันรสชาติเป็น ยังไง”
ผู้จัดการซูยิ้ม ใช่แล้ว นี่คือปฏิกิริยาที่คนปกติควรมี
“ตอนแรกหาไม่ได้เลย แต่ตระกูลจี้ได้บริจาคสิ่งของจำนวนมาก ให้กับหลายชุมชนใกล้เคียง แต่ละคนได้รับน ้าแร่หนึ่งขวด และข้าว อีก 10 ชั่ง หัวหน้าตระกูลจี้ช่างเป็นคนดีจริง ๆ!” หัวหน้าซูกล่าวด้วย ความซาบซึ้ง
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึง “มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอคะ?”
ผู้จัดการซูพยักหน้า “ใช่ครับ ของบริจาคถูกจัดส่งมาแล้ว แต่ยัง ไม่มีการแจ้งใด ๆ คิดว่าพรุ่งนี้คงจะดำเนินการได้”
ผู้จัดการซูหยุดชั่วคราวและพึมพำ “แต่มันแปลกมากเลย ตระกูล จี้กำชับมาว่าให้แจกจ่ายเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น และต้องมีอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี แปลกมากจริง ๆ หรือว่าหัวหน้าตระกูลจี้จะเห็นอกเห็นใจ เด็กผู้หญิงเป็นพิเศษ และไม่ต้องการให้พวกเธอทนทุกข์ทรมาน?”