ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 49 ผู้นำตระกูลจี้ จี้เหวินซี!
“พี่คะ คิดว่าเราจะหาตัวผู้หญิงคนนั้นด้วยวิธีนี้ได้จริงเหรอ?”
คนที่พูดคือจี้ซานซาน หนึ่งในเด็กผู้หญิงที่เซียวหมิงเยวี่ย ช่วยชีวิตจากรังของแก๊งมังกรดำ
ในบ้านพักบนภูเขา จี้ซานซานสวมชุดเจ้าหญิงหรูหราพลางกิน ไอศกรีมราคาแพงด้วยความเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันเธอยังคงคิดถึง พี่สาวสุดเจ๋งคนนั้น
“ครั้งก่อนเธอโชคดีมากนะ ถ้ากล้าแอบออกไปข้างนอกอีก พี่จะ หักขาเธอซะ”
ชายคนนั้นมีคิ้วเฉี่ยวคม ดวงตาส่องประกาย เขาเอนกายบน โซฟาด้วยท่าทีไม่แยแสพร้อมจิบกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่ส่งกลิ่นหอม กรุ่น
เขาเป็นผู้นำปัจจุบันของตระกูลจี้ จี้เหวินซี
จี้ซานซานโบกมือซ ้าแล้วซ ้าเล่า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความ ไร้เดียงสา
“หนูไม่กล้าแล้วค่ะ! ข้างนอกอันตรายเกินไป ใครจะคิดว่าผู้คน ถึงขั้นฆ่าแกงกันเพื่อปล้นอาหารและน ้าแค่เล็กน้อยแบบนั้น? แย่ที่สุด เลย ทำไมพวกเขาถึงไม่ใช้เงินซื้อล่ะ?”
ถ้าคนนอกได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกเขาคงจะโกรธจนแทบกระอัก เลือด เด็กสาวที่เติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม แล้วเธอจะเคย ประสบกับความยากลำบากของชีวิตคนธรรมดาได้อย่างไร?
แต่จี้ซานซานไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ เธอไม่เข้าใจจริง ๆ
จี้เหวินซีเพียงเหลือบมองเล็กน้อย โดยไม่สนใจที่จะอธิบายให้เธอ ฟัง
“พี่จ๋าคงไม่รู้หรอกว่าเธอเจ๋งแค่ไหน วันนั้นเธอเข้ามาแล้วยิงปิ้ว ปิ้ว~ ยิงแม่นมาก แถมยังกล้าหาญที่สุด เธอยังแบ่งอาหารให้พวกเรา อีก หนูสงสัยว่าเธออาจจะเป็นทหารหญิงหน่วยรบพิเศษมาก่อนก็ได้ หนูอยากเจอเธออีกจังเลย! อยากเอาขึ้นหิ้งบูชาเลยค่ะ!”
“เธอพูดตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว” จี้เหวินซีรู้สึกหมดหนทาง
จี้ซานซานตบต้นขาของตัวเอง “ยังไงก็เถอะ ของที่เราบริจาคไป ไม่น้อยไปหน่อยเหรอ? ให้แค่น ้าหนึ่งขวดกับข้าว 10 ชั่ง ใครจะอยาก ได้มันล่ะ? ถ้าเธอปฏิเสธที่จะรับ แบบนี้จะไม่สูญเปล่าเอาเหรอ?”
ใบหน้าของสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างเปลี่ยนไปเล็กน้อย คุณหนูผู้เป็น ดั่งบุปผาบริสุทธิ์ไม่รู้เลยว่าชีวิตคนภายนอกนั้นยากลำบากเพียงใด
ไม่ต้องพูดถึงขวดน ้าแร่ ข้าวที่ให้ไม่ใช่ข้าวธรรมดา แต่เป็นข้าว หอมมะลิไทยพิเศษ ซึ่งมีกลิ่นหอมยั่วยวนใจมาก มีแต่คนโง่เท่านั้น แหละที่ไม่รับ!
“พี่ฝู คิดเหมือนกันหรือเปล่าคะ?” จี้ซานซานหันไปมองเธอ
พี่ฝูตอบเธอด้วยความเคารพ “ดิฉันคิดว่าเพียงพอแล้วค่ะ”
“จริงเหรอคะ ถ้ามีคนมาหาว่าเราตระหนี่ล่ะ นั่นคงจะน่าอายมาก” จี้ซานซานรู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่ง
“เธอคิดมากเกินไปแล้ว” เสียงของผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์
ในเวลานี้ เลขานุการเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา “คุณชาย ฐาน การปลูกชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ ได้จัดเตรียมไว้แล้ว และกำลังเดินทางมาพร้อมผู้จัดการซู ท่าน ต้องการไปตรวจสอบพวกเขาไหมคะ?”
จี้เหวินซีส่งเสียงตอบรับ “พายุทรายกำลังจะมาเร็ว ๆ นี้ ความสามารถในการต้านทานลมที่ฐานจึงสำคัญมาก มาจัดการกัน เถอะ”
“ค่ะคุณชาย ฉันจะจัดรถให้ทันที” เลขานุการหันหลังและจากไป
…
เซียวหมิงเยวี่ยตระหนักได้ว่าตระกูลจี้ต้องการล่องูออกจากรู แต่ พวกเขาต้องการให้เธอปรากฏตัวเพื่ออะไรกัน?
หญิงสาวไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจมากนัก เพราะเธอจะไม่ไปซื้อ อาหารอีก ยิ่งปัญหาน้อยลงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ปืนพกเหล่านั้น
ยังคงวางไว้ในพื้นที่มิติ เนื่องจากเธอไม่ต้องการให้มันดึงดูดความ สนใจของใคร
นอกจากนี้เธอก็ไม่ได้ขาดแคลนอาหารมากนัก
เซียวหมิงเยวี่ยขอตัวกลับห้อง จากนั้นจึงเข้าไปยังพื้นที่มิติ ผลผลิตผักและผลไม้นั้นเยอะจนน่าประหลาดใจ แม้จะมีหมู วัว แพะ และไก่คอยช่วยกิน แต่มันก็ยังคงเหลืออีกจำนวนมาก
ชุดที่เก็บครั้งล่าสุดยังไม่ได้กิน ผลผลิตชุดต่อไปกำลังจะสุกแล้ว
ต้นพีชต้นหนึ่งแทบไม่มีใบสีเขียวให้เห็นเลย และแทนที่ด้วยลูก พีชเต็มต้น ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเธอปลูกผลไม้ชนิดละ 3 ต้น ต้นผลไม้ หลายสิบชนิดรวมกันได้เกือบ 200 ต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ถูกปกคลุม ด้วยผลไม้ ดูน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว
ไม่ต้องพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ปลูกผัก ฟักทอง 20 กว่าลูกสามารถเติบโตจากเถาฟักทองเดียว ทั้งยังมีขนาดใหญ่และ กลม
เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะดินในมิติหรือเปล่า แต่ผลผลิตสูงมากจนทำ ให้เซียวหมิงเยวี่ยวิตกกังวลเล็กน้อย เธอจะจัดการมันยังไงถ้าหาก นำไปใช้และกินไม่ทัน?
น่ากังวลจริง ๆ!
[ตรวจพบการผลิตอาหารในพื้นที่มากเกินไปอย่างร้ายแรง นาย ท่านต้องการเปิดโหมดการขายร้านค้าออนไลน์หรือไม่ โปรดเลือกว่า จะยอมรับภารกิจหรือไม่ นับถอยหลังสามวินาที 3 2…]
“เปิด”
แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เธอคิดว่าควรตอบตกลงไว้ก่อนเสมอ
[กรุณาตั้งชื่อร้านค้าของท่าน!]
บางสิ่งที่โปร่งแสงเหมือนหน้าจอแสดงผลปรากฏขึ้นต่อหน้า เซียวหมิงเยวี่ย เธอตกตะลึงชั่วขณะ มันมหัศจรรย์มาก
มิติเอ๋ยมิติ นี่แกยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอะไรอีกบ้างที่ฉันไม่รู้?
หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็ได้ชื่อที่เธอคิด ว่ามันดูดี
มูนฟาร์ม
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน ร้านมูนฟาร์มประสบ ความสำเร็จในการเปิดตัว! กรุณาเลือกรูปแบบกล่องสำหรับจัดส่ง ด่วน]
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูอยู่นาน และตัดสินใจเลือกกล่องบรรจุภัณฑ์ สีน ้าเงินที่มีรูปดวงจันทร์และดวงดาว ซึ่งตรงกับชื่อร้าน
[เลือกรูปแบบกล่องส่งด่วนสำเร็จ นายท่าน กรุณาวางสินค้าบน ชั้นวางด้วย]
เซียวหมิงเยวี่ยเลือกผักและผลไม้ที่มีผลผลิตมากเกินไปหลาย รายการ ขณะกดป้อนชื่อผลิตภัณฑ์ทีละรายการ สตรอว์เบอร์รีหนึ่ง กล่องราคา 9,000 หยวน ลิ้นจี่หนึ่งกล่องราคา 8,000 หยวน แตงโม ลูกใหญ่ราคา 5,000 หยวน เมล่อนฤดูหนาวลูกใหญ่ราคา 5,000 หยวน มันเทศหนึ่งกล่องราคา 5,000 หยวน ขึ้นฉ่ายสองกำมือราคา 6,000 หยวน…
นี่คือราคาที่คุ้มค่ามาก
ราคาผักและผลไม้ข้างนอกพุ่งสูงลิบลิ่ว ผู้มีอำนาจและเงินเท่านั้น ที่สามารถซื้อได้ ผักผลไม้ที่ปลูกในโรงเรือนเหล่านั้นย่อมไม่มีทาง เทียบคุณภาพกับผักผลไม้ที่ปลูกตามธรรมชาติในพื้นที่มิติแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เซียวหมิงเยวี่ยขายผักผลไม้จำนวนมากต่อกล่อง ทำให้กล่องหนึ่งมีน ้าหนักหลายกิโลกรัม ดังนั้นราคานี้จึงไม่ได้แพง เลย และอาจเรียกว่าราคาถูกเสียด้วยซ ้า
เซียวหมิงเยวี่ยยุ่งกับการป้อนผักผลไม้ทั้งหมดลงในช่องเป็น เวลานาน หากผลผลิตมีจำนวนมาก เธอจะกำหนดสินค้าคงเหลือไว้ ให้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น สินค้าคงเหลือของแตงโมคือ 100 ลูก และ จำกัดการซื้อไว้คนละ 5 ลูก
สำหรับผักที่มีผลผลิตค่อนข้างน้อย เช่น ผักบุ้งจีน สินค้า คงเหลือคือ 20 กำ และจำกัดการซื้อไว้คนละ 5 กำ
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บอาหารบางส่วนสำหรับครอบครัวของเธอและ ปศุสัตว์ ดังนั้นเมื่อพบว่าผักผลไม้ชนิดใดหมดสต็อก เธอสามารถนำ ออกจากชั้นวางได้ตลอดเวลา หน้าผลิตภัณฑ์ของสินค้าที่ถูกถอด ออกจะเปลี่ยนเป็นสีเทาและไม่สามารถซื้ออีก
หลังจากคิดอยู่นาน เซียวหมิงเยวี่ยก็อดสงสัยไม่ได้
เธอได้เข้าใจความลึกลับและพลังของพื้นที่มิติแล้ว แต่มิติจะนำ สิ่งเหล่านี้ไปขายได้เหรอ? แล้วจะขายที่ไหน? และขายให้กับใคร?
เป็นไปได้ไหมว่าจะมีดาวเคราะห์ต่างดาวและมนุษย์ต่างดาวที่กิน อาหารคล้ายกัน?
จินตนาการของเซียวหมิงเยวี่ยเปิดกว้างไม่รู้จบ เธอรู้สึกว่าอะไรก็ เป็นไปได้ เพราะสวนผักเล็ก ๆ ของเธอนั้นมหัศจรรย์มาก
เสียงจักรกลดังขึ้นอีกครั้ง [ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน มูน ฟาร์มของท่านถูกวางบนชั้นวางแล้ว โปรดทำงานหนักเพื่อ ดำเนินการ!]
หน้าจอด้านหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยหายไป และทุกอย่างก็ กลับคืนสู่ปกติ
เธอสับสนอีกครั้งว่าจะดำเนินการธุรกิจอย่างไรและจะเริ่มต้น อย่างไร ทำไมมิติถึงไม่สอนอะไรเธอเลย?
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นหยิบรถเข็นแคน ตาลูปและขี่รถสามล้อเพื่อไปเลี้ยงหมู
หากคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องมีทางออก หาก มีคนมาซื้อจริง ๆ เสียงจักรกลของมิติก็จะเตือนเธออย่างแน่นอน
หมูทั้ง 10 ตัวในคอกหมูกลายเป็นหมูโตเต็มวัยแล้ว พวกมันส่ง เสียงร้องดัง ตัวอ้วนใหญ่ กินอาหารได้ 90 ชั่งในมื้อเดียว หากไม่มี แปลงผักและผลไม้เป็นของตัวเอง มันคงยากที่จะหาอาหารมาเลี้ยงดู ได้มากมายขนาดนี้
แม่หมู 3 ตัวกำลังตั้งท้อง เซียวหมิงเยวี่ยถือเป็นคนมี ประสบการณ์หลังจากเหตุการณ์คลอดแพะครั้งล่าสุด เธอจึงสังเกต ได้ว่าท้องของแม่หมูใหญ่แค่ไหน
ลูกหมูชุดใหม่รุ่นนี้จำเป็นต้องทำการตอน เมื่อโตขึ้นแล้วก็ฆ่ากิน เนื้อ แล้วเก็บแช่แข็งไว้เพื่อค่อย ๆ นำออกมากิน
สาเหตุที่ไม่ได้ตอนลูกหมูก่อนหน้านี้ เนื่องจากจำเป็นต้องเก็บ พวกมันไว้ แต่ลูกหมูชุดใหม่นี้ถือว่าโชคร้ายไปสักหน่อย