ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 51 ครอบครัวลุงมาเยี่ยม แฟนของน้าสาวคือเขาเนี่ยนะ?!
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 51 ครอบครัวลุงมาเยี่ยม แฟนของน้าสาวคือเขาเนี่ยนะ?!
“ลุงบอกว่าคิดถึงคุณยายกับคุณตาของลูก จึงอยากมาเยี่ยม เยียนหน่อย น้าของลูกก็มาด้วยนะ เธอไม่อยู่ตอนที่เราไปบ้านลุงสอง ครั้งก่อน เธอจึงจะมาด้วย ส่วนน้าสามออกไปนอกเมือง และยัง กลับมาไม่ได้ในช่วงนี้” แม่เซียวอธิบาย
เซียวหมิงเยวี่ยถาม “พวกเขามาที่นี่ยังไงคะ รถเมล์หยุดให้บริการ แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“รถเมล์ในละแวกนี้กลับมาเปิดให้บริการแล้ว ข่าวเพิ่งออกมาเมื่อ วาน ก่อนหน้านั้นเนื่องจากกำลังก่อสร้างฐานอะไรบางอย่าง ตอนนี้
สร้างเสร็จแล้ว รถเมล์จึงกลับมาให้บริการตามปกติ แต่ราคาตั๋วแพง ขึ้นมาก ตอนนี้ต้องจ่ายคนละ 160 หยวน ได้ยินมาว่านี่คือราคาที่
รัฐบาลได้ควบคุมไว้แล้ว ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อน ใครจะคิดว่านั่ง รถเมล์เที่ยวเดียวจะแพงขนาดนี้ อะไร ๆ ก็แพง!” แม่เซียวอดไม่ได้ที่
จะบ่น
เธอหยุดครู่หนึ่งและพูดต่อว่า “จริง ๆ แล้วการมีรถเมล์ก็เป็นเรื่อง ดีเหมือนกัน ทุกคนสามารถออกไปข้างนอกได้ ไม่ว่ากลับบ้านหรือ ไปโรงพยาบาลก็จะสะดวกขึ้น คงไม่มีคนมาขอยืมรถเราบ่อย ๆ อีก แล้ว แม่ยังนึกเสียใจที่จะให้ยืมรถอยู่เลย”
“ยังมีคนกล้ามาขอยืมอีกเหรอคะ? หนูจะไปตบคนพวกนั้นให้ฟัน ร่วงเอง” เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟา
“ไม่มีจ้ะไม่มี ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องครั้งก่อนก็ไม่มีใครกล้ามาหาแม่อีก เพราะลูกสาวแม่ดุขนาดนี้น่ะสิ!”
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดถุงมันฝรั่งทอดแล้วพูดว่า “ก็ดีแล้วค่ะ หนูคิด ว่าถ้าครอบครัวลุงไม่มีธุระอะไรก็คงไม่มาถึงที่นี่ ที่พวกเขามาคงต้องมี เรื่องไม่ดีแน่ ๆ”
ต่อหน้าคุณตาคุณยาย พ่อเซียวรู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดไม่เหมาะสม เท่าไหร่ จึงรีบหยุดลูกสาวไม่ให้พูดต่อ
“ลูกรัก พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังคงเป็นลุง ของลูกนะ”
แม่เซียวดูสงบมาก “ฉันคิดว่าหมิงเยวี่ยพูดถูกนะ พี่ชายกับ พี่สะใภ้เป็นคนเห็นแก่ประโยชน์อย่างเดียว พวกเขาบอกว่าจะมาเยี่ยม พ่อแม่ ฉันก็เลยขัดขวางไม่ได้ เอาละ เราหาผ้ามาคลุมผักในสวน เก็บห้องเก็บของ และห้องฝั่งนั้นให้เรียบร้อย อย่าให้ทรัพย์สินเสียหาย จะดีกว่า”
“ชิงหว่าน คุณพูดแบบนั้นไม่ถูกต้องนะ พี่ชายของคุณก็เหมือน พี่ชายของผม เราอยู่กันเป็นครอบครัว ทำไมถึงทำตัวเหมือนกำลัง ป้องกันขโมยอยู่ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ก็แค่อาหารเอง”
แม้ว่าพ่อเซียวจะเห็นด้วยอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงมัน ต่อหน้าคุณตาคุณยายได้ ถึงแม่เซียวจะพูดได้ แต่เขาทำไม่ได้ ท้ายที่สุดเขาก็เป็นแค่ลูกเขย
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่ผู้เป็นพ่อและพูดด้วยสายตา ‘พ่อดูปลอม มากค่ะ’
พ่อเซียวหันไปจ้องมองลูกสาวเงียบงัน โดยส่งสัญญาณให้เธอ หยุดพูด
เซียวหมิงเยวี่ยกินมันฝรั่งทอดต่อไป ขณะแสร้งทำเป็นไม่เห็น
ในที่สุดคุณยายก็พูดขึ้น “ภรรยาของเธอพูดถูกแล้ว พี่ชายเขา เป็นยังไง แม่เองก็รู้ดี ในยุคนี้ไม่มีใครสามารถควบคุมใครได้ และไม่มี ใครสามารถช่วยใครได้ เราทำได้แค่ดูแลตัวเองให้ดีก็พอแล้ว
ถึงเขาจะเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของลูก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่ง เกี่ยวกับเขา พวกเธอทั้งสองต่างก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวแล้ว ชีวิตจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ถ้าหากอยู่ ด้วยกันแล้วดี ก็อยู่ด้วยกันต่อไป ถ้าหากอยู่ด้วยกันแล้วไม่ดี ก็อยู่ ด้วยกันให้น้อยลง พ่อกับแม่แก่ขนาดนี้แล้ว เคยเห็นโลกมาเยอะและ เข้าใจได้!”
แม่เซียวพยักหน้ารับ “แค่แม่เข้าใจหนูก็พอแล้วค่ะ จริง ๆ แล้วหนู ไม่ได้เป็นคนขี้เหนียว ครั้งที่แล้วก็ให้ของกับพี่ชายคนรองอย่างเต็มใจ แต่ไม่รู้ทำไม หนูแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้พี่ชายคนโต ไม่อยากให้เขา เอาเปรียบครอบครัวของเราแม้แต่นิดเดียว”
“อาจเป็นเพราะพี่ชายคนรองดูแลหนูมาตั้งแต่เด็ก มีอะไรกินก็ แบ่งหนู หนูจึงยินดีที่จะดูแลครอบครัวพี่ชายคนรอง แต่พี่ชายคน
โตน่ะสิ รู้เพียงแค่ทำตัวเป็นพี่ชายใหญ่ กลับถึงบ้านก็สั่งให้หนูไปซัก เสื้อผ้าให้ ยังไม่พอ เขาเอาเงินที่หนูเก็บหอมรอมริบมาครึ่งปีไปซื้อ ของเพื่อเอาใจแฟนอีก เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง แฟนของเขาสำคัญกว่า น้องสาวของเขาเหรอ?”
แม่เซียวตกอยู่ในห้วงความทรงจำ ยิ่งคิดถึงสิ่งที่พี่ชายคนโตทำ ในอดีต เธอก็ยิ่งรู้สึกเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
คุณยายถอนหายใจ “ใครจะรู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้…”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นอย่างแช่มช้า “มังกรเก้าตัวมีลักษณะ แตกต่างกัน แล้วลุงใหญ่จะเหมือนใครล่ะคะ?”
พ่อเซียวผลักลูกสาวออกไป โดยไม่อยากให้เธอพูดถึงเรื่องไม่ดี ของผู้ใหญ่ เซียวหมิงเยวี่ยเม้มปากแน่นและไม่พูดอะไรอีก
“จะเหมือนใครได้อีก ก็เหมือนยายเขานั่นแหละ!”
คุณยายมีสีหน้าบึ้งตึง ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นจะจากไปนานแล้ว แต่ ทุกครั้งที่นึกถึง คุณยายก็รู้สึกไม่สบายใจ
…
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ น้องห้า ในที่สุดก็มาถึงสักที ผมเพิ่งพูดกับชิง หว่านว่าทำไมพวกคุณถึงยังไม่มากันอีก เดินทางลำบากหรือเปล่า?” พ่อเซียวทักทายอย่างอบอุ่น
พี่ชายของภรรยาทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม “ขอโทษด้วยนะ มา บ้านน้องเขยครั้งแรก แต่ไม่ได้นำของขวัญมาด้วยเลย วิลลาหลังนี้ดู ยิ่งใหญ่เสียจริง!”
“ชุมชนนี้โอเคเลยนะเนี่ย แต่อยู่นอกเมืองไปหน่อย ถ้ามองมา จากระยะไกลจะเห็นว่ามันไม่เล็กเลย เป็นน้องสี่หรือว่าน้องเขยที่เลือก ที่นี่กันล่ะ?”
พี่ชายของภรรยาพูดขอโทษด้วยรอยยิ้ม เขาสวมเสื้อผ้าที่สะอาด ที่สุดเพื่อให้เกียรติครอบครัวน้องสาว และถึงกับสวมรองเท้าหนัง แม้ อากาศข้างนอกจะร้อนมากก็ตาม
พ่อเซียวตอบกลับ “โธ่ ต้องเป็นชิงหว่านอยู่แล้วครับ ผมจะไปรู้ เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”
แม่เซียวยิ้ม ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ด้านหลัง เนื่องจาก ด้านหน้าไม่มีที่นั่งแล้ว เธอจึงไม่อยากออกไปยืนด้านหน้า
คำทักทายจีน ๆ แบบนี้ ดูอบอุ่นและหน้าซื่อใจคด
“ลูก ๆ กล่าวสวัสดีสิ!” ลุงใหญ่ผลักลูก ๆ ของตนออกไป
เจี่ยงจ้วงและเจี่ยงลี่พูดพร้อมกันว่า “สวัสดีครับน้าสาว สวัสดีครับ น้าชาย”
“จ้ะ เป็นเด็กดีกันจริง ๆ” แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้ม
น้องสาวคนที่ห้าวิ่งไปข้างหน้าและกอดแม่เซียว “พี่คะ ไม่ได้เจอ พี่นานเลย คิดถึงพี่มากเลยนะ!”
แม่เซียวลูบหลังของเธอเบา ๆ ก่อนมองไปยังชายแปลกหน้าที่อยู่ ด้านข้างน้องสาว
“นี่ใครเหรอ?”
น้าสาวพลันนึกขึ้นได้และพูดแนะนำ “ขอแนะนำค่ะ นี่แฟนของ ฉันเอง ลู่หนานซาน”
ลู่หนานซานพยักหน้าให้อย่างสุภาพ “สวัสดีครับพี่สาว ผมเป็น แฟนของฟางฟางครับ”
เจี่ยงจ้วงและเจี่ยงลี่หันมองไปทางเซียวหมิงเยวี่ย แววตาของเธอ เปล่งประกายคล้ายกับกำลังดูการแสดงที่ยอดเยี่ยม
แม่เซียวดึงน้องสาวออกมาและพูดว่า “หญิงแก่อย่างเธอทำไมถึง ยังกินหญ้าอ่อนอยู่อีก? อายุปาไป 30 ปีแล้ว ทำไมถึงคบหาเด็กหนุ่ม อายุน้อยขนาดนี้”
แม่เซียวไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวของเธอกับลู่หนาน ซาน ไม่เช่นนั้นเธอคงจะโกรธมาก
“พี่คะ พูดอะไรแบบนั้น ลู่หนานซานเป็นคนดีนะคะ เขาเป็นคนที่
ฟ้าลิขิตมาให้ฉัน” น้าสาวบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ
แม่เซียวเริ่มทำอะไรไม่ถูก เธอลดเสียงลงและพูดว่า “เธอก็พูด แบบนี้ทุกครั้งนั่นแหละ”
“เขาแตกต่างจากคนอื่นนะ!” น้าสาวโต้กลับ
ในเวลานี้ เซียวหมิงเยวี่ยโผล่หัวออกมาจากด้านหลัง “คุณน้าคะ พาใครมาด้วยเหรอ ช่วยแนะนำให้หนูรู้จักด้วยได้ไหม?”
ทันทีที่เห็นอดีตแฟนสาว การแสดงออกของลู่หนานซานพลัน แข็งทื่อและไม่เป็นธรรมชาติ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ทว่าดวงตากลับเย็น ชามาก เธอแทบอยากพุ่งออกไปฆ่าเขาเสียตอนนี้และเกือบจะควบคุม ความอาฆาตแค้นของตัวเองไม่อยู่
น้าสาวไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกประหลาดระหว่างทั้ง สอง และพูดด้วยรอยยิ้ม
“หมิงเยวี่ยจ๊ะ นี่คือแฟนของน้าเอง เรียกเขาว่าน้าชายก็ได้”
น้าสาวของเธอทำงานอิสระ เธอเคยเป็นบล็อกเกอร์ด้านความ งามบนอินเทอร์เน็ตและทำเงินได้มากมาย ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ โดย ไม่ขัดสนเงินทอง กระนั้นก็มีข้อบกพร่องร้ายแรงอย่างหนึ่ง
ความรักทำให้คนตาบอด
ร้ายแรงชนิดที่ว่าแม้แต่ฮัวถวอ*[1] ก็รักษาไม่ได้
เธอถูกผู้ชายฉ้อโกงเงินมากกว่าหนึ่งครั้ง และไม่เคยรู้จักเข็ด หลาบ เธอมักโอนเงินให้ผู้ชายด้วยความเต็มใจและถูกแม่เซียวดุ หลายครั้ง แม่เซียวเกลียดเหล็กที่ไม่สามารถหลอมให้กลายเป็น เหล็กกล้าแบบนี้*[2]
ดูเหมือนว่าลู่หนานซานจะมาอยู่กับน้าสาวของเธอสินะ
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงความทรงจำในชาติก่อน ไม่รู้มาก่อนเลยว่า ลู่หนานซานมีความสัมพันธ์กับน้าสาวตัวเอง ดูเหมือนว่าชาติที่แล้ว จะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอไม่รู้
ลู่หนานซานยิ้มเจื่อนและทักทายเซียวหมิงเยวี่ย “สวัสดี…”
“ลู่หนานซาน นายเลิกกับสวีเสี่ยวขุยแล้วเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการแสดงละครต่อหน้าทุกคน เธอพูดจา อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงกลัวใคร
ย้อนกลับไป เพียงสามวันหลังจากที่เธอเลิกกับลู่หนานซาน ชาย เจ้าเล่ห์คนนี้ก็รีบประกาศว่าคบหากับสวีเสี่ยวขุยดาวคณะ ภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ เซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่เชื่อว่าเขาจะมี แฟนใหม่เร็วขนาดนี้
ตอนนั้นที่เธอเห็นข้อความประกาศของเขาบนหน้ากระดานแอป พลิเคชัน เธอรู้สึกคลื่นไส้เหมือนกินแมลงวันเข้าไป
เพียงเพราะพ่อของดาวคณะภาษาอังกฤษเป็นผู้บริหารโรงเรียน ลู่หนานซานจึงคลานไปหาเธอเหมือนสุนัขจิ้งจอก ที่จริงเขายังมี ความสามารถอยู่บ้าง โดยอาศัยใบหน้าหล่อเหลาและคำพูดหวานรื่น หู เขาจึงสามารถเอาชนะใจเธอได้
หลังจากปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้สูงได้แล้ว ลู่หนานซานก็เตะเซียวหมิง เยวี่ยทิ้งโดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ เธอเสียใจมากจนน ้าหนักลดลงไป 8 ชั่งในเดือนเดียว
[1]ฮัวถวอ เป็นแพทย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศัลยแพทย์ผู้ บุกเบิก มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก
[2]เหล็กที่ไม่สามารถหลอมให้กลายเป็นเหล็กกล้า หมายถึงการ ตั้งความหวังหรือเข้มงวดกับคนคนนั้นเพื่อหวังว่าเขาได้ดิบได้ดี