ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 52 การเยี่ยมชมลานบ้านตระกูลเซียวก็เหมือนกับแม่เฒ่า หลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 52 การเยี่ยมชมลานบ้านตระกูลเซียวก็เหมือนกับแม่เฒ่า หลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน
ลู่หนานซานตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “ฉะ… ฉัน…”
เขากลัวว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะเปิดเผยภูมิหลังของเขา
ในขณะที่ลู่หนานซานตื่นตระหนก เขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำอยู่ ในใจ เซียวหมิงเยวี่ยมีหน้าตาเศร้าหมอง เธอยังคงคิดถึงเขาอยู่ใช่ ไหม ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะจงใจเรียกร้องความสนใจจากเขางั้น เหรอ?
“ลูกรู้จักกันเหรอ?” พ่อเซียวถามด้วยความประหลาดใจ
คุณยายขมวดคิ้วเล็กน้อย ลู่หนานซานงั้นเหรอ? ชื่อนี้ฟังดูคุ้น มาก คล้ายกับเธอเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ ออก
มุมปากของเซียวหมิงเยวี่ยกระตุกและพูดเป็นนัยว่า
“เรารู้จักกันค่ะ เพราะเรียนอยู่ที่เดียวกัน และเรายังอยู่ชมรม เดียวกันด้วย ใครบ้างในโรงเรียนของเราที่จะไม่รู้เกี่ยวกับการกระทำ อันรุ่งโรจน์ของรุ่นพี่ลู่ จริงไหม?”
ลู่หนานซานแค่นหัวเราะออกมา “เสี่ยวขุยกับฉันไม่ได้ติดต่อกัน นานแล้ว เราเลิกรากันด้วยดี ในอดีตฉันยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร อย่าไป
พูดถึงมันอีกเลย ตอนนี้ฉันเจอกับฟางฟาง และได้รู้ถึงสิ่งที่เรียกว่า พรหมลิขิต”
เขามองน้าสาวด้วยความรักใคร่ ขณะที่หญิงสาวหน้าแดงระเรื่อ
“อย่าน่า ที่นี่คนเยอะแยะ น่าอายจะตายไป”
จู่ ๆ เจี่ยงลี่เจียวก็พูดขึ้นว่า “พี่หนานซานเคยบอกใช่ไหมว่า ใน อดีตพี่มักเจอคนใจร้ายอยู่เสมอ?”
“ถูกต้องแล้ว” ลู่หนานซานพูดตอบอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เจี่ยงลี่เจียวก็เผยยิ้มและมองไปทางเซียวหมิงเยวี่
ยอย่างยั่วยุ โดยจงใจทำให้หญิงสาวโกรธ
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตาลงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้ลี่เจียวคงจะมีความสุขมากที่ได้เจอลู่หนานซานใช่ไหม? เพราะเธอเคยชอบเขามาก่อนนี่นา”
“อะไรนะ?!”
“นี่หมายความว่ายังไง?”
“ทำไมลี่เจียวถึงรู้จักแฟนของน้าด้วยล่ะ?”
พ่อและแม่เซียวดูประหลาดใจ ส่วนลุงกับป้าตกใจยิ่งกว่า ขณะที่
น้าสาวและลู่หนานซานต่างก็มีท่าทีสับสน ขณะนี้บรรยากาศโดยรอบ น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ใบหน้าเจี่ยงลี่เจียวเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนตับหมู เธอรีบอธิบาย
“ฉันเปล่านะ!”
ความคิดของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และคน ที่เกี่ยวข้องก็อยู่ที่นี่ด้วย เธอรู้สึกละอายใจและโกรธมากจนอยากจะ มุดเข้าไปซ่อนตัวในหลุม
“อ้าว ไม่ใช่เหรอ นี่ฉันจำผิดหรือยังไงนะ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูด เบา ๆ
เมื่อเห็นแววตั้งคำถามในสายตาพ่อแม่ เจี่ยงลี่เจียวก็ตื่นตระหนก
“เธอคงจำผิดไปจริง ๆ นั่นแหละ ฉันไม่ได้รู้จักแฟนของคุณน้าซะ หน่อย!”
เซียวหมิงเยวี่ยแสร้งทำเป็นขอโทษ “โอ้~ ฉันจำผิดไปจริง ๆ ดู ปากฉันสิ ต่อไปจะพูดอะไรคงต้องระวังให้ดีแล้วละ! จริงไหม น้องสาว?”
“…ใช่”
เจี่ยงลี่เจียวยกริมฝีปากขึ้นยิ้มบิดเบี้ยวดูน่าเกลียด เธอรู้สึกโกรธ มาก แต่ไม่กล้าแสดงออกมาโดยตรง
เซียวหมิงเยวี่ยแอบหัวเราะเยาะ เป็นแค่มือใหม่อ่อนหัด แต่กล้า คิดยั่วยุงั้นเหรอ?
ไม่เจียมตัว
แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้มเพื่อคลี่คลายบรรยากาศอึดอัด “ก็แค่ เข้าใจผิดนี่เอง เลิกยืนอยู่ข้างนอกได้แล้ว มันร้อนจะตาย เข้ามาข้าง ในเถอะ ดีกว่าเยอะ!”
ลุงใหญ่จ้องมองเจี่ยงลี่เจียวด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะเดินเข้าไป ในประตู เด็กสาวหดคอลงและเดินตามหลังเงียบ ๆ
“โอ้โห นี่สุดยอดไปเลย มันเย็นกว่าบนรถเมล์อีก!” ป้าสะใภ้ อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
ลุงใหญ่สะกิดเธอด้วยศอกเพื่อบอกให้เธออย่าเสียมารยาท
“พ่อ บ้านน้าสี่เจ๋งมากเลย เจ๋งยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก ผมไม่อยาก กลับบ้านแล้ว อยากอยู่ที่บ้านน้าสี่นี่แหละ” เจี่ยงจ้วงตะโกนขึ้น
ลุงใหญ่รู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาตะคอกกลับ “เงียบน่า บ้านเรา ก็หรูหรามากนะ ไม่ดีตรงไหน?”
ดวงตาของลู่หนานซานเบิกกว้างขณะกวาดตามองวิลลา เดิมที เขาคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยมาจากครอบครัวธรรมดา แต่กลับกลายเป็น ว่าเธอเป็นมหาเศรษฐีที่ปิดบังตัวตนงั้นเหรอ?
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่เลิกรากับเธอหรอก
ลุงใหญ่สังเกตเงียบ ๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปในตัวบ้าน แต่อากาศ ในสวนกลับเย็นสบายเพราะแอร์ สวนมีขนาดใหญ่พอสมควร วันนี้
พวกเขาใช้ไฟฟ้าไปเท่าไหร่แล้วนะ?
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นน ้าหอมจาง ๆ ซึ่งหอมมาก อีกทั้งในบ้านไม่มี ยุงเลย
สวนของบ้านใหญ่จริง ๆ และเพิ่งรู้ว่านี่คือบ้านเดี่ยว ไม่ต้องขึ้น บันไดหลายชั้นให้ลำบาก พวกเขาอาศัยอยู่ชั้นห้า แม้ไม่สูงมาก แต่ ปีนขึ้นลงทุกวันก็ค่อนข้างเหนื่อย ไม่มีทางสบายสู้บ้านเดี่ยวได้เลย
ลุงใหญ่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกต ่าต้อย เขาแอบยืดหลังตรงเพื่อซ่อน ความประหลาดใจ และแสร้งทำเป็นสงบ
“น้องสี่ ทำไมมีแผ่นพลาสติกบนพื้นล่ะ?” ลุงใหญ่ถามพร้อมกับชี้
ไปที่พื้น
แม่เซียวตอบแก้ตัวไปว่า “บ้านยังคงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง และยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ จึงรวบรวมบางส่วนมาไว้ที่นี่ แต่ฉันยัง ไม่ได้เจอกับคนงาน ก็เลยปล่อยไว้แบบนี้ก่อน”
“ดูนั่นสิ โห! ตรงนั้นยังมีต้นไม้อีกด้วย!” ลุงใหญ่ถูกต้นส้มดึงดูด ความสนใจ
เนื่องจากในสวนมีกลิ่นน ้าหอม ซึ่งปกปิดกลิ่นของผักไว้ และผ้า พลาสติกก็ปิดไว้หนาแน่น ดังนั้นหากไม่เปิดผ้าพลาสติกขึ้น คุณจะ ไม่รู้เลยว่ามีผักอยู่ด้านใต้
ยิ่งกว่านั้นไก่ทุกตัวในเล้าถูกย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบน ผนังห้องเก็บ เสียงดีมากจนข้างนอกไม่ได้ยินเสียงไก่ขันเลย
ต้นส้มนั้นสูงและแผ่กิ่งก้านสาขา แม่เซียวจึงไม่ได้หาอะไรมาคลุม ไว้
ต้นส้มปัจจุบันตัดต่อกิ่งกับแอปเปิล ส้ม และแพร์ มันเจริญเติบโต เป็นอย่างดี แต่ยังคงไม่ออกผล จึงทำให้ดูแปลกตาไปบ้าง
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นต้นอะไร แต่เห็นมันยังแข็งแรงดี เลยเก็บ ไว้”
แม่เซียวมั่นใจว่าพวกเขาไม่รู้จักต้นไม้นี้แน่ ๆ พี่ชายของเธอไม่ รู้จักพืชพรรณ มันคงแปลกไม่น้อยถ้าเขารู้จักมัน
ลุงใหญ่อิจฉาตาร้อนจนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “สวนเย็นสบาย ก็ดีนะ ดินสูญเสียความชื้นช้า ไม่เหมือนกับต้นไม้ข้างนอกที่ตาย เพราะขาดน ้า หลังคาเรือนกระจกชุดนี้ทำปิดสวนทั้งหมด คงต้องเสีย เงินไม่น้อยเลยใช่ไหม?
จิ๊ ๆ น้องสี่ เธอยอมเสียสละมาก ประตูห้องหลักไม่ปิด ปล่อยแอร์ ออกมาข้างนอกแบบนี้ ค่าไฟเดือนละเท่าไหร่กัน? เหมือนว่าน้องเขย จะร ่ารวยมีเงินทองมากมายเลยสินะ!
แม่เซียวพูดอย่างถ่อมตัว “นี่ต้องขอบคุณหมิงเยวี่ยทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะขายบ้านเพื่อนำเงินมาปรับปรุงวิลลา หมิงเยวี่ยก็เป็นคน จัดการทุกขั้นตอน บ้านเรามีแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ไม่เสียค่าไฟ”
“ขายบ้านด้วยเหรอ? ใช่อะพาร์ตเมนต์สูงในชุมชนซิ่งฝูนั่นหรือ เปล่า?” ลุงใหญ่ถาม
แม่เซียวพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่ เราขายมันก่อนที่อากาศจะร้อน ขนาดนี้ เงินทั้งหมดจากการขายนั้นใช้สำหรับปรับปรุงบ้าน ซึ่ง ค่าใช้จ่ายสูงมากจนใช้เงินเหมือนกระดาษ ฉันรู้สึกปวดใจทุกครั้งที่
ต้องควักเงินจ่ายเลย”
เธอแอบแกล้งทำเป็นจนโดยบอกว่าเงินทั้งหมดถูกใช้ไปกับการ ปรับปรุงและไม่มีเงินเหลือให้ใครยืม
ลุงใหญ่สูดลมหายใจเย็นชาแล้วพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็โชคดีมากทีเดียวที่ขายมันได้ก่อน ตอนนี้ตึก สูงใจกลางเมืองต่างก็ไร้ค่า ต่อให้ลดแลกแจกแถมก็ไม่มีใครอยากได้”
“นี่ก็เป็นความคิดของหมิงเยวี่ยเช่นกัน บ้านหลังนั้นเป็นชื่อเธอ เธอเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง! ตอนนี้เมื่อมองย้อนดูแล้ว เด็กคนนี้มี วิสัยทัศน์จริง ๆ!” แม่เซียวอดไม่ได้ที่จะอวดความยอดเยี่ยมของลูก สาวตัวเอง
“หมิงเยวี่ย… เก่งมากจริง ๆ เลยนะเนี่ย ทำไมถึงรู้ว่าจะมีคลื่น ความร้อนมาล่ะ ก่อนหน้านี้ใครเขามีความคิดจะซื้อแผงโซลาร์เซลล์ กันบ้าง?” เสียงของป้าสะใภ้เฉยชา และยากจะซ่อนความอิจฉา
พ่อเซียวถ่อมตัวอย่างมาก “เด็ก ๆ จะไปรู้อะไร มันก็แค่บังเอิญ แหละครับ!”
ใบหน้าของลุงใหญ่ดูบิดเบี้ยวน่าเกลียดเล็กน้อย เขาอ้าปาก แต่ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าบ้านของน้องสาวเป็น
อย่างไร เดิมทีเขามักจะอวดอะพาร์ตเมนต์หรูหราของตนเสมอ แต่ไม่ ว่าอาคารจะสวยแค่ไหนมันก็ไม่สามารถเทียบกับวิลลาได้เลย
ดวงตาของเจี่ยงจ้วงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เหมือนกับแม่ เฒ่าหลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน*[1] โดยคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อย หากนี่คือบ้านเขาเอง ถ้าเขาใจกล้าหน้าด้านสักหน่อย จะได้อยู่ที่นี่
ต่อหรือเปล่านะ?
เจี่ยงลี่เจียวกำหมัดแน่น หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา ทำไมเซียวหมิงเยวี่ยถึงได้อาศัยอยู่ในวิลลาหลังใหญ่? แล้วยัง สามารถใช้ชีวิตได้ดีขนาดนี้? แม้เธอจะสวมเสื้อผ้าที่สะอาดที่สุดแล้ว แต่ก็ยังด้อยกว่าเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายและสะอาดตาของอีกฝ่ายโดย สิ้นเชิง
น้าสาวไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะเธอเองก็มีวิลลาและแผง โซลาร์เซลล์เช่นกัน แม้จะไม่ได้มากมาย แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้ งาน
น้าสาวเป็นผู้หญิงที่ร ่ารวยได้ด้วยตัวเอง เธอคงจะกลายเป็นคน สมบูรณ์แบบถ้าไม่ตกหลุมรักใครง่าย ๆ
ลู่หนานซานมองเซียวหมิงเยวี่ยและหาโอกาสพูดอยู่หลายครั้ง ดวงตาของเขาเผยอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่ง ทั้งรำคาญ ทั้งเสียใจ และยังมี ความชื่นชมที่ปิดไม่มิด สภาพโดยรวมของวิลลาหลังนี้ดีกว่าบ้านของ ฟางฟางมาก!
คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะร ่ารวยขนาดนี้!
“เข้ามาด้านในก่อนสิ” พ่อเซียวบอกกล่าวทุกคน
ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้มองรองเท้าที่สวมใส่ ก่อนหันมองหน้ากันและ กัน เพื่อป้องกันยุงกัด พวกเขาต่างก็ใส่รองเท้าแบบปิด ขณะที่ลุง ใหญ่ถึงกับใส่รองเท้าหนัง
ตอนนี้ไม่มีน ้าล้างเท้า เท้าจึงต้องมีกลิ่นเหม็นแน่นอน ถ้าถอด รองเท้าออก มันคงจะ…
[1] แม่เฒ่าหลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน เป็นคำมาจาก วรรณกรรมความฝันในหอแดง หมายถึงคนที่ไม่เคยพบเจอโลก ภายนอกได้เข้าสู่สถานที่แปลกใหม่