ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 53 อาหารมื้อหนึ่งที่มีแรงจูงใจต่างกัน (บทแรก)
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 53 อาหารมื้อหนึ่งที่มีแรงจูงใจต่างกัน (บทแรก)
แม่เซียวสังเกตเห็นสีหน้าของพวกเขา จึงพูดเบา ๆ ว่า
“ไม่ต้องถอดรองเท้าหรอกถ้าถอดลำบาก เข้ามาได้เลย เราเองก็ ใส่รองเท้าในบ้านเหมือนกัน”
ลุงใหญ่เดินไปที่หน้าประตูและพูดว่า “ก็ดี ที่บ้านเราไม่เปลี่ยน รองเท้าแตะหรอก เพราะไม่มีน ้าให้ถูพื้นอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่…”
คำพูดของเขาหยุดไปกะทันหัน ราวกับลำคอถูกบีบ
เพราะเขาเห็นพื้นบ้านตระกูลเซียวสะอาดสะอ้าน ไร้คราบสกปรก ใด ๆ และยังสะท้อนแสงอีกด้วย
ลุงใหญ่ถูมือพลางตระหนักได้ทันที ครอบครัวน้องสี่และผู้เฒ่าทั้ง สองต่างสวมรองเท้าแตะ เธอแค่ช่วยรักษาหน้าพวกเขาไว้ แต่ตนกลับ โง่เขลาจนไม่สังเกตเห็น
ลุงใหญ่ยังคงรักษาความหยิ่งในศักดิ์ศรี แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
“น้องสี่ พี่ไม่ได้จะว่าเธอหรอกนะ ตอนนี้แค่หาน ้ามาดื่มยังลำบาก เลย แล้วทำไมถึงยังเอาไปถูพื้นอยู่อีก ไม่สิ้นเปลืองเกินไปหน่อยเหรอ จริงอยู่ที่เป็นคนรักสะอาด แต่ก็ไม่ควรต้องปล่อยให้พ่อกับแม่กระหาย น ้านะ!”
ลุงใหญ่ไขว้ขาแสดงอำนาจความเป็นพี่ชายคนโตและเริ่มเทศนา
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณลุงคะ ดูคุณตากับคุณยายสิ ว่าสดชื่นแค่ไหน พวกเขาดูเหมือนคนที่ไม่มีน ้าให้ดื่มเหรอ? ถ้าคุณ ลุงกังวลมาก ทำไมไม่พาพวกเขาไปอยู่ด้วยสัก 2 วันล่ะคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้มีเจตนาจะทอดทิ้งคุณตากับคุณยาย เธอ เพียงจงใจทำให้ลุงใหญ่โกรธ
เขาไม่เคยรับผู้เฒ่าทั้งสองไปดูแลแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับชี้นิ้ว และตำหนิคนอื่นว่าดูแลผู้เฒ่าไม่ดี ตัวเขาเองดีแต่พูด ไม่เคยลงมือทำ สักครั้ง
สีหน้าของลุงใหญ่เปลี่ยนไปทันที เขาไม่มีน ้าให้ดื่มด้วยซ ้า แล้ว จะให้ดูแลผู้เฒ่าทั้งสองคนนี้ได้อย่างไร?
หากมองดี ๆ จะเห็นว่าผู้เฒ่าสองคนดูดีมาก ดีกว่าพวกเขาอีก ปากของพวกเขาแห้งผาก แม้แต่เจี่ยงจ้วงยังน ้าหนักลดลง อย่างไรก็ ตามใบหน้าของผู้เฒ่าทั้งสองกลับเป็นสีดอกกุหลาบ ดูไม่เหมือนคนที่
ขาดแคลนน ้าดื่มสักนิด
ใบหน้าของคุณยายเข้มขึ้นและต่อว่า “แกไม่ได้ช่วยอะไรเลย แล้วยังมาพูดสอนคนอื่นอีกเหรอ? เราทุกคนดูแลรักษาบ้านอย่างดีอยู่ แล้ว ปกติก็เช็ดด้วยผ้าอยู่บ่อย ๆ พื้นจึงไม่ค่อยสกปรก แกเป็นห่วงว่า เราสองคนจะกระหายน ้าจริง ๆ เหรอ? ถ้าที่บ้านแกมีน ้าเยอะขนาดนั้น วันนี้ฉันจะไปกับแกเลยก็ได้!”
ลุงใหญ่แค่นหัวเราะเบา ๆ “แม่ ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้น ทำไมต้อง โกรธด้วย? น้องสี่ดูแลพ่อแม่ดีขนาดนี้ พวกผมอาศัยอยู่บนชั้น 5 ปีน ขึ้นลงบันไดเหนื่อยจะตายไป…”
ป้าสะใภ้รีบเข้ามาช่วยพูดทันที เพราะเกรงว่าผู้เฒ่าทั้งสองจะ กลับบ้านไปพร้อมกับพวกเขาจริง ๆ
“ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ! คุณแม่ ฉันคิดว่าแม่ดูดีมากเลย ดีกว่าพวกเรามาก ที่นี่ยังมีแอร์เย็นด้วย อาศัยอยู่กับน้องสี่สุขสบายที่สุดแล้วค่ะ!”
คุณยายพ่นลมหายใจเย็นชาและไม่สนใจพวกเขาอีก
ป้าสะใภ้จ้องเขม็งลุงใหญ่อย่างคาดโทษที่เขาพูดมากเกินไป
เจี่ยงจ้วงนั่งลงบนโซฟาพลางโยกตัวไปมา เขาหันไปทางห้องครัว อย่างกระตือรือร้น ก่อนหน้าที่จะมาถึง แม่ของเขาบอกว่าบ้านของ เซียวหมิงเยวี่ยมีอาหารอร่อยมากมาย และอาจมีน ้าโค้กด้วย!
พ่อเซียวนำน ้าสตรอว์เบอร์รีหนึ่งกล่องจากตู้เย็นพร้อมถ้วย กระดาษใช้แล้วทิ้งจำนวนมากออกมา
“ที่บ้านไม่ค่อยมีน ้า งั้นดื่มน ้าผลไม้เย็น ๆ ดับกระหายสักหน่อย เถอะ”
พ่อเซียวรู้มารยาทในการต้อนรับแขก มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้อง ปล่อยให้แขกของบ้านกระหายน ้า
ทันใดนั้นดวงตาของเจี่ยงจ้วงก็เปล่งประกาย แทบอยากจะวิ่ง ออกไปถือกล่องน ้าสตรอว์เบอร์รีมาไว้ในอ้อมแขน เขาเฝ้าดูอย่าง กระตือรือร้นขณะที่พ่อเซียวเทน ้าผลไม้ ก่อนจะเอื้อมออกไปคว้าแก้ว แรกมาดื่ม
“มันอร่อยมาก!” เจี่ยงจ้วงดื่มจนหมดแก้วในคราวเดียว แต่ดู เหมือนว่าเขาจะยังไม่พอใจ
ลุงใหญ่ยืดคอและพูดว่า “ที่บ้านพวกเธอดื่มน ้าสตรอว์เบอร์รีกัน หมดเลยเหรอ เอามาจากไหนกัน?”
“หมิงเยวี่ยชอบดื่มน ้าผลไม้ เธอจึงซื้อตุนไว้เยอะมากตั้งแต่ก่อน อุณหภูมิจะสูง ตอนนี้น ้ามีค่าเกินไป เธอจึงนำออกมาดื่มแทนน ้าน่ะ” พ่อเซียวอธิบาย
ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ที่บ้านมีน ้ามากมายให้ดื่ม แต่ถ้าเอา ถังน ้ามาเลี้ยง แขกคงจะสงสัยว่าบ้านของเขาไม่ขาดแคลนน ้า ตอนนี้
น ้ามีค่าดั่งทองคำ และอาจจะมีค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาจะดื่มน ้าผลไม้ทุกวันได้ยังไง เดี๋ยว โรคเบาหวานก็มาหาถึงที่กันพอดี
ลุงใหญ่ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะพูดออกมาได้คำหนึ่ง
“โอ้…”
เจี่ยงจ้วงยังไม่พอใจและพูดว่า “แม่ เอาแก้วของแม่มาให้ผม!”
ลุงใหญ่ผลักเขาออกไป “ไม่มีมารยาท! ไป ๆ ไปหาพี่สาวของแก ซะ!”
พวกเขากระหายน ้าแทบตายระหว่างทาง แล้วใครจะไม่อยากดื่ม น ้าสตรอว์เบอร์รีเพื่อดับกระหาย
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เจี่ยงลี่เจียวก็ดื่มน ้าสตรอว์เบอร์รีอย่างรวดเร็วจน แทบสำลัก
“พี่ เอาของพี่มาให้ผมนะ!”
“แค่กแค่ก… ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ พี่เพิ่งดื่มจนหมดเมื่อกี้
เอง”
“พี่ตั้งใจทำแบบนั้นน่ะสิ! อยากโดนตีหรือไง?!” เจี่ยงจ้วงจ้องเธอ ตาเขม็ง
“ไม่ใช่ว่าหมดแล้วเสียหน่อย กล่องใหญ่ตั้งขนาดนี้ ทำไมถึงไป แย่งพี่เขาล่ะ”
คุณยายดุและเทน ้าผลไม้ให้เจี่ยงจ้วง
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร ทุกคนในบ้านคิดว่าน ้าผลไม้ เป็นสต็อกในห้องเก็บของ แต่จริง ๆ แล้วเธอแอบคั้นน ้าสตรอว์เบอร์รี จากมิติต่างหาก
โชคดีที่เมื่อพ่อแม่และยายต้องการอะไรบางอย่าง พวกเขาจะมา ขอให้เซียวหมิงเยวี่ยหามันในห้องเก็บของ เพราะหาเองไม่เจอ หญิง สาวจึงมีโอกาสทำอะไรบางอย่าง
ลู่หนานซานเฝ้าดูเซียวหมิงเยวี่ยเงียบ ๆ เขาแต่งตัวดูดีเป็นพิเศษ ก่อนออกมาข้างนอกในวันนี้ และแม้กระทั่งล้างหน้าด้วยซ ้า โดยปกติ เขามีบุคลิกที่ดูดีกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับเซียวหมิงเยวี่ย เขายังคงรู้สึกต ่าต้อยกว่า
ทั้งผมที่มันเยิ้ม และตัวเหนียวเหนอะหนะ แม้จะอยู่ในห้องแอร์ แต่ กลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย
แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับมีเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่ต่างจากผู้คน ก่อนที่จะมีอุณหภูมิสูง ตอนนี้คนแบบไหนที่ถือว่าเป็นคนรวย? ก็คนที่
ไม่ต้องกังวลเรื่องน ้าใช้ยังไงล่ะ!
ลู่หนานซานจิบน ้าผลไม้ แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจ น ้า ผลไม้ช่างอร่อยเหลือเกิน ทำให้เขายิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเอง มากขึ้น
ขณะที่พวกเขาคุยกัน แม่เซียวมองหน้าจอโทรศัพท์ จากนั้นก็ ลุกขึ้นทันใด
“อุ๊ยตายแล้ว! คนในกลุ่มบอกว่ามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันที่เหมย หม่านซูเปอร์มาร์เก็ต!”
“พระเจ้าช่วย คราวนี้มีเรื่องอะไรกันอีก?” คุณยายถาม
ลุงใหญ่ดวงตาเป็นประกาย “น้องสี่ ละแวกชุมชนเธอนี่ไม่ ปลอดภัยเลยนะ! มีคนทะเลาะกันแบบนี้บ่อยเหรอ? ดูท่าแล้วย่านชาน เมืองทางใต้คงจะแย่จริง ๆ งั้นเธอก็ต้องระวังตัวให้ดีนะ ไม่เหมือนย่าน ของเราเลย ไม่มีใครกล้าทะเลาะกันหรอก เพราะกลัวจะถูกขึ้นบัญชี ดำ!”
ในที่สุดเขาก็เจอโอกาสที่จะพูดประชดประชันอีกครั้ง
แม่เซียวเมินเฉยต่อเขาและพูดตอบคุณยายว่า “เป็นเพราะ ปัญหาสวัสดิการของผู้หญิง มีชายชราคนหนึ่งอิจฉาที่ผู้หญิง สามารถรับน ้าแร่ 1 ขวดกับข้าว 10 ชั่ง พอตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ยอมให้ คนอื่นได้ ซ ้ายังทำร้ายคนอื่นอีก!”
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดโทรศัพท์ขึ้นดู อ้าว นี่มันคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา กันดีไม่ใช่เหรอ? ชายชราในวิดีโอคือคนที่ร้องตะโกนขอซื้อชุด ป้องกันยุงของเธอครั้งก่อน ลูกชายของเขากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ ยังไม่ทันตั้งตัวก็เสียชีวิตไปกลางคัน เพราะถูกเธอฆ่า
“ผู้จัดการซูได้แจ้งตำรวจแล้ว ชายชราคนนี้จะถูกขึ้นบัญชีดำ อนาคตจะต้องพบกับความทุกข์ทรมานแน่ ๆ” แม่เซียวถอนหายใจ
ลุงใหญ่เบิกตากว้าง “อะไรนะ? ผะ… ผู้หญิงสามารถรับน ้าแร่ 1 ขวดกับข้าว 10 ชั่งได้งั้นเหรอ?! งั้นมัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปเอาสิ!”
“ลี่เจียวก็ไปด้วย!”
ลุงใหญ่ลุกขึ้นยืนทันที มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเบาว่า “คิดจะไปก็ไปเลยเหรอคะ ยังไงก็ ต้องเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี และต้องเป็นคนในชุมชน ของเราเท่านั้น พวกคุณรับไม่ได้หรอก”
ลุงใหญ่หมดอาลัยตายอยากในทันที การไม่สามารถฉกฉวย โอกาสนี้เหมือนการถูกควักเนื้อออกมา เขาพลันด่าทอไม่หยุด
“ทำไมล่ะ? กฎเกณฑ์ในชุมชนพวกเธอแปลกเกินไปแล้ว! ไม่มี ใครคิดทักท้วงเลยหรือไง? ทำไมคนอายุมากกว่า 30 ปีถึงรับไม่ได้?”
“นั่นเป็นการช่วยเหลือของกลุ่มบริษัทตระกูลจี้ พวกเขาใจดีมอบ สิ่งของเหล่านี้ให้ หากได้รับก็ถือว่าโชคดีแล้ว พวกเขากำหนด กฎเกณฑ์อะไรก็เป็นเรื่องของคนเหล่านั้น เราไม่สามารถไปตัดสินใจ แทนพวกเขาได้ หมิงเยวี่ยได้รับส่วนของเธอแล้ว พวกเธอไม่ควรโลภ มาก คนเราควรมีจิตใจที่รู้สำนึกอยู่เสมอ!” คุณยายพูดอย่างแช่มช้า
ลุงใหญ่เม้มปากครุ่นคิดกับตัวเองว่า ทำไมถึงไม่มีกลุ่มบริษัทไหน ในชุมชนของเขาที่ใจดีอยากบริจาคสิ่งของบ้างเลย ขณะที่ครอบครัว น้องสี่กลับได้รับแต่ของดี ๆ!
มันน่าโมโหจริงเชียว!
ลุงใหญ่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตากระสับกระส่าย เขาอยากมา เยี่ยมบ้านของน้องสี่เพื่อดูว่าบ้านนี้มีอาหารอะไรบ้าง แต่ก็รู้สึกเขิน อายเกินกว่าจะถาม
ประตูทุกห้องปิดอย่างแน่นหนา เขาจึงไม่สามารถผลักเปิดและ เข้าไปดูด้านในได้
“นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว แม่ เราไปทำอาหารกันเถอะ ปล่อยพี่ใหญ่กับ พี่สะใภ้ดูทีวีในห้องนั่งเล่นระหว่างรอสักพัก” แม่เซียวพูด
“อื้ม วันนี้แม่จะแสดงฝีมือเอง” คุณยายตอบตกลง
ลุงใหญ่ผลักภรรยาของเขาเบา ๆ บอกเป็นนัยให้เธอตามไปด้วย ป้าสะใภ้จึงลุกขึ้นทันที
“จะให้ฉันอยู่เฉยได้ยังไง มาให้ฉันช่วยเถอะ!”