ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 56 กับดักฆาตกรรม
[8397420 : เถ้าแก่ ในเมื่อสั่งซื้อเยอะขนาดนี้ ไม่มีส่วนลดให้ หน่อยเหรอ?]
[มูนฟาร์ม : ไม่มีส่วนลด แต่ทางเราจะแถมไข่ไก่ให้ 1 แพ็ก พวก มันเป็นไก่เลี้ยงตามธรรมชาติ และหาซื้อไม่ได้จากข้างนอกแล้ว]
[8397420 : ผมอยากรู้ที่อยู่ฟาร์มของคุณมากกว่า คุณมีผักทุก ชนิด รวมถึงผลไม้เมืองร้อนมากมาย ฟาร์มคงจะใหญ่มากเลยใช่ ไหม?]
[มูนฟาร์ม : ไม่ต้องลองเชิง คุณสั่งซื้อ เราจัดส่ง เงินมาขายไป ที่
เหลือไม่ต้องพูดมาก]
[8397420 : เถ้าแก่ ผมคิดว่าคุณควรแสดงท่าทีต่อลูกค้าราย ใหญ่ให้ดีกว่านี้หน่อยนะ ไม่กลัวว่าผมจะคืนสินค้าหรือให้คะแนนแย่ เหรอ?]
[มูนฟาร์ม : ขออภัย ทางเราไม่มีนโยบายคืนสินค้าเมื่อได้รับการ ชำระเงินแล้ว คะแนนแย่ก็ช่างมัน แล้วแต่คุณ]
[8397420 : …]
[8397420 : ผมชอบความมั่นใจของคุณจัง]
[มูนฟาร์ม : ขอบคุณ แล้วกลับมาอุดหนุนอีกนะ ลูกค้ารายใหญ่]
…
แม้ว่าตระกูลเซียวจะไม่ได้จับยุงโดยเฉพาะ แต่บ้านของพวกเขา มีขนาดใหญ่ ทุก ๆ สองสามวันสามารถรวบรวมยุงได้ไม่น้อยจาก หลังคาและห้องใต้หลังคา ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงนำไปแลกเงินเป็น ระยะ
ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ หากครอบครัวไหนไม่ซื้ออาหารเป็นเวลานานก็อาจถูกสงสัย
“ทำไมราคาข้าวพิเศษถึงขึ้นอีกแล้วล่ะ? ตอนแรกราคาแค่ 9 หยวนต่อชั่ง ตอนนี้ราคาขึ้นไปถึง 100 หยวนต่อชั่งแล้ว ให้ตายเถอะ ตอนนี้เราซื้ออะไรไม่ได้แม้แต่ข้าวสาร!”
“เออ ทนหน่อยน่า อย่างน้อยก็มีข้าวกิน ไปจับยุงมาแลกข้าวเอา ก็ได้”
“ผู้คนจับยุงกันทั้งประเทศ สังเกตไหมว่าจำนวนยุงเริ่มน้อยลง เรื่อย ๆ แล้ว? เมื่อก่อนจับได้วันละ 20 ชั่ง แต่ตอนนี้จับได้ไม่ถึง 5 ชั่ง ด้วยซ ้า แล้วยังต้องเสียเวลาทั้งวันกับการทำงานเหน็ดเหนื่อยอยู่ข้าง นอก ไม่เห็นจะคุ้มกับความพยายามเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้นฉันออกไปจับยุงข้างนอกตอนกลางวัน ตอน กลางคืนยังมาถูกยุงกัดอีก แต่ละวันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังไม่มีที่
สิ้นสุด”
แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ มีชีวิตอยู่ดีกว่าตาย ฉันต้องอยู่เพื่อลูก ตอนนี้ราคาทุกอย่างขึ้นจนเกินควบคุม เงินเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉัน
ก็ใช้หมดแล้ว ฉันเพิ่งซื้อน ้าอบกันยุงมาขวดหนึ่งที่เหมยหม่าน ซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวาน ราคาตั้ง 1,500 หยวน”
“ฮะ? ผู้จัดการซูไม่ได้บอกว่าขวดละ 200 เหรอ?”
“นั่นคือราคาเก่า ตอนนี้มันเพิ่มราคาแล้ว!”
“เขาพูดเองไม่ใช่เหรอว่า โรงงานทำงานล่วงเวลาเพื่อผลิตสินค้า จำนวนมาก ขณะนี้ประเทศกำลังมองหาหนทางและจะไม่เพิกเฉยต่อ พวกเรา? โรงงานบัดซบ! เจ้าหน้าที่หลอกลวง!”
“โอ๊ย ใครจะไปรู้ เธอลดเสียงลงหน่อยสิ”
“…”
เซียวหมิงเยวี่ยฟังการสนทนาของคนข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ อันที่
จริงเธอไม่ได้ต้องการแอบฟัง แต่ทั้งสองคนพูดดังเกินไป
เป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจมาตรการของประเทศ เพราะ แผนของประเทศคิดการณ์ไกลและครอบคลุมในระยะยาว ผู้คนอาจ คิดว่ารัฐบาลกำลังคิดถึงปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วรัฐบาลกำลังปูทางให้ อนาคต นี่คือสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งคิดออกหลังจากกลับมามีชีวิต ใหม่
ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ราคา 200 หยวนต่อชุดก่อนหน้านี้ ใช้ คลังสินค้าทั้งหมดของประเทศในช่วงเวลาที่การระบาดของยุงรุนแรง ที่สุด เพื่อทำให้ประชาชนมีความมั่นใจและสงบจิตใจลง
แต่ถึงแม้โรงงานจะทำงานล่วงเวลา เครื่องจักรก็ร้อนจนควันขึ้น ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตได้ไม่เพียงพอสำหรับประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นการขึ้นราคาจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องจำกัดการซื้อ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงได้อย่างทั่วถึง
จากความรุนแรงของสถานการณ์ในปัจจุบัน การที่ยังสามารถ ซื้อผลิตภัณฑ์ไล่ยุงได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ครึ่งหนึ่งของโลกถูกปกคลุม ไปด้วยภัยพิบัติจากยุง ได้ยินมาว่าห่วงโซ่อุปทานของเกาหลีใต้ถูก ตัดขาด คลังสินค้าทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ไล่ยุงถูกผูกขาดโดย บรรษัทข้ามชาติ ประชาชนทั่วไปทำได้เพียงอดทน
ตอนนี้เพิ่งเข้าสู่ปีแรกในยุคมืด แต่มีประเทศมากมายในโลกที่
ค่อย ๆ หายไปแล้ว แม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และเยอรมนีก็ยังมีความขัดแย้งด้านอาวุธอยู่ ตลอดเวลา มีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่ยังคงสะสมกำลังเงียบ ๆ เพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่ยาวนาน
อย่าลืมว่าสำหรับภัยพิบัติจากยุง ประเทศจีนยังมีมาตรการ สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การจับยุงแลกเปลี่ยนเป็นเงินของประชาชน ทั้งหมด โดยใช้พลังของคนทั้งประเทศในการจับยุง จำนวนยุงก็จะ ลดลงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็ไม่สามารถก่อให้เกิดภัยคุกคามได้
ยิ่งกว่านั้นยุงที่จับได้ก็คือเสบียงสำรองสำหรับหน้าแล้งใน ภายหลัง ซึ่งเพียงพอสำหรับประชาชนทั้งประเทศกินเป็นเวลานาน นี่
คือเหตุผลที่ประเทศจีนไม่ได้ล่มสลายหลังจากยุคมืดในทันที
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเหม่อลอยอยู่ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่ง เป็นสายจากช่างตีเหล็ก
“คุณเซียวครับ สินค้าที่คุณสั่งครั้งก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ราว 5 โมงเย็นคุณมีเวลาว่างไหม? ผมจะขี่จักรยานนำไปส่งให้”
“ฉันสะดวกราวหนึ่งทุ่มค่ะ นำมาส่งที่ทางลาดเล็ก ๆ ของศาลาริม ทะเลสาบเทียมก็พอค่ะ ฉันจะรอคุณอยู่ที่นั่น”
ทางลาดเล็ก ๆ ของศาลาค่อนข้างเปลี่ยว เหมาะสำหรับการซื้อ ขายมาก และอยู่ใกล้บ้านอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือเซียวหมิงเยวี่ยไม่อ ยากทำธุรกรรมที่บ้าน เผื่อว่าจะถูกคนในบ้านเห็น เดี๋ยวจะหา คำอธิบายไม่ได้ว่าข้าว 100 กว่ากิโลมาจากไหน
เธอไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลา หยิบหัวมันเทศ 80 ชั่งและ ฟักทอง 50 ชั่งออกมาจากพื้นที่มิติ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินงวดสุดท้าย สำหรับช่างตีเหล็ก
ช่างตีเหล็กเป็นคนตรงต่อเวลา เขาปั่นรถสามล้อมาอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษด้วยครับคุณเซียว รถสามล้อของผมเล็กไปหน่อย เลย ขนมาได้ไม่หมดในคราวเดียว และเกรงว่าอาจต้องเทียวไปเทียวมาอีก สองถึงสามครั้ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณค่อย ๆ ขนมาก็ได้ ฉันจะรออยู่ที่นี่”
ช่างตีเหล็กปั่นรถสามล้อกลับไปกลับมาอยู่หลายครั้ง เพื่อนำกับ ดักหนาม 6 อันและตาข่ายลวดหนาม 2 อัน ซึ่งล้วนเป็นของมี คุณภาพมาส่ง
เซียวหมิงเยวี่ยสัมผัสส่วนที่แหลมคมของกับดักหนาม ซึ่งมัน เกือบจะตัดนิ้วตัวเองขาด เธอพอใจกับผลลัพธ์มากและจ่ายเงินงวด สุดท้ายอย่างมีความสุข
หัวมันเทศ 80 ชั่งและฟักทอง 50 ชั่ง เธอช่วยขนอาหารเหล่านี้
ใส่รถสามล้อของช่างตีเหล็ก
เมื่อเห็นว่าช่างตีเหล็กเหนื่อยและเหงื่อออกมาก เซียวหมิงเยวี่ยจึง หยิบแตงโมลูกหนึ่งออกจากมิติตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันเห็นและมอบมัน แก่เขา
ช่างตีเหล็กรู้สึกประหลาดใจมากจนขอบคุณเธออย่างล้นหลาม และบอกว่าจะนำกลับไปให้ลูก ๆ ลองกิน
ตอนนี้ราคาแตงโมในตลาดขายได้มากกว่า 4,000 หยวน และ ต้องมีเส้นสายเพื่อซื้อมัน ช่างตีเหล็กจึงมีความสุขมากที่ได้รับมา
ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ท้องฟ้าด้านนอกค่อนข้างมืด ทำให้ไม่มี ใครสังเกตเห็นว่าทั้งสองกำลังซื้อขายอะไรกัน และเซียวหมิงเยวี่ยยัง สวมชุดป้องกันยุงพร้อมปิดบังใบหน้า เพื่อไม่ให้ใครจำได้
เธอไม่ต้องการสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุที่เซียวห มิงเยวี่ยเลือกรับสินค้าเวลาหนึ่งทุ่ม
“ขอบคุณครับคุณเซียว เดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อน”
ช่างตีเหล็กใช้ถุงปุ๋ยคลุมข้าวและกลับมาพร้อมอาหารมากมาย ดู แล้วเขาเองก็รอบคอบเช่นกัน
หลังจากที่เขากลับไปแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยวางเครื่องมือเหล็ก ทั้งหมดลงในมิติ จากนั้นกลับไปบ้านและวางมันไว้ที่มุมขวาของประตู บ้าน
เมื่อทุกอย่างถูกเก็บออกไป เซียวหมิงเยวี่ยก็เรียกคุณพ่อเซียว
“หมิงเยวี่ย ทำไมยังไม่เข้าบ้านอีก มีอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ ช่างตีเหล็กมาส่งสินค้าให้แล้ว” เธอชี้ไปที่เครื่องมือ เหล็กบนพื้น
พ่อเซียวมองไปในทิศทางที่ช่างตีเหล็กกำลังขี่รถสามล้อออกไป เขาคุกเข่าลงเพื่อพิจารณาดูสินค้าอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นดวงตา ของเขาก็ส่องสว่าง
“นี่งานประณีตมากเลยนะ แล้วเราจะติดตั้งกับดักตอนไหนล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้เลยค่ะ จะรออะไรอีก”
“ได้สิลูก!”
พ่อและลูกสาวพูดแล้วก็ลงมือทำทันที พวกเขาหยิบพลั่วเหล็ก เริ่มขุดหลุมทางซ้ายของบ้านหลังใหญ่ ตามด้วยทางขวา และ
ด้านหลัง พวกเขาต้องขุดหลุมเป็นแนวยาว แต่ละหลุมวางหนาม แหลม 2 อันไว้ที่ก้นหลุม
ด้านบนของหลุมก็ต้องจัดเตรียมให้ดี เพื่อป้องกันการเหยียบโดย ไม่ได้ตั้งใจและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ พ่อเซียวทำอุปกรณ์พิเศษหนึ่งชิ้น เมื่อมีคนเหยียบ มันจะส่งเสียงแจ้งเตือน
จำเป็นต้องเปิดสวิตช์ด้วยมือเท่านั้น กับดักด้านบนจึงจะพังทลาย ลง และด้านบนของกำแพงมีกล้องวงจรปิด พวกเขาสามารถรู้ทุกการ เคลื่อนไหวนอกกำแพงและระบุได้ว่าเป็นผู้ประสงค์ร้ายหรือไม่
ไม่นานกับดักด้านหนึ่งของวิลลาก็เสร็จเรียบร้อย และยังเหลืออีก สองด้าน แม่เซียวเข้ามาช่วยทั้งสองด้วย เวลาดึกไม่มีใครสนใจ ครอบครัวจึงขุดหลุมอย่างหนักเท่าที่จะทำได้
“น้าของลูกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่าหาแฟนหนุ่มคนนั้นไม่ เจอ และขอให้แม่ช่วยหาแถวละแวกหมู่บ้านหน่อย แล้วแม่จะไปหาที่
ไหน ลูกช่วยเธอหาหน่อยแล้วกัน ผู้ชายตัวโตแบบนั้นจะหายไปไหน ได้?”
ขณะที่กำลังทำงาน แม่เซียวก็บ่นกับลูกสาว
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยมืดหม่นลง และไม่ได้พูดอะไร
“โอ๊ยปวดหลังไม่ไหวแล้ว แม่จะขึ้นไปดื่มน ้าหน่อย หมิงเยวี่ยอย่า ทำงานหนักเกินไปล่ะ ถ้าเหนื่อยก็ขึ้นไปพักก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยขุด ต่อ”
“หนูยังไม่เหนื่อยค่ะ แต่กระหายน ้านิดหน่อย แม่ช่วยหยิบน ้ามา ให้หน่อยนะ”
“อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ไปหยิบให้”
แม่เซียวกลับเข้าไปในบ้าน แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็วิ่ง ออกมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือด้วยความตื่นตระหนก
“หมิงเยวี่ย พบศพชายคนหนึ่งในชุมชนของเรา ตำรวจอยู่ที่นี่
ด้วย!”
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึงทันใด “อะไรนะคะ?!”