ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 58 สมัครกรมเกษตรกรรม
ขณะรับประทานอาหารเย็น แม่เซียวก็นึกถึงสิ่งที่เตียวหรงหรงพูด ในตอนกลางวัน
“ลูกรู้จักกรมเกษตรกรรมไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยกขาหมูขึ้นมาและตอบว่า “ต้องรู้อยู่แล้วค่ะ กรม เกษตรกรรมเป็นโครงการสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทตระกูลจี้ ก่อนหน้านี้รถประจำทางของเราหยุด วิ่งใช่ไหมคะ นั่นก็เพราะกำลังก่อสร้างฐานปลูกพืชอยู่…”
คำพูดของเซียวหมิงเยวี่ยหยุดกะทันหันพร้อมกับวางขาหมูลง
จริงด้วย กรมเกษตรกรรม ทำไมเธอถึงลืมเรื่องนี้ไปเลย!
กรมเกษตรกรรมมีฐานปลูกพืชและฐานเลี้ยงปศุสัตว์ มีพื้นที่ใช้ สอยขนาดใหญ่ เนื่องจากเฉพาะเขตเมืองทางใต้เท่านั้นที่มีพื้นที่ว่าง ขนาดใหญ่ จึงสร้างขึ้นในเขตเมืองทางใต้ ซึ่งห่างออกไปไม่ไกล
ภายในกรมเกษตรกรรมล้วนเป็นฐานโรงงานแบบปิด มี ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์และสัตว์วิทยาที่เชี่ยวชาญที่สุดในโลก ผลผลิตทางการเกษตร ผักผลไม้และเนื้อสัตว์มีคุณภาพดี ซึ่งได้รับ ความนิยมอย่างรวดเร็วและครองตลาดร้อยละ 99 ของมณฑลนี้ แล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นมากอีกด้วย
ในยุคภัยพิบัติ อาหารเปรียบเหมือนทองคำ และกรมเกษตรกรรม ก็เต็มไปด้วยทองคำเหล่านั้น
อาหารที่เสิร์ฟให้แก่เหล่าเศรษฐีและเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูงล้วนมา จากกรมเกษตรกรรมทั้งสิ้น
แน่นอนว่าผักผลไม้และเนื้อสัตว์เหล่านี้ต้องใช้แรงงาน ทรัพยากร และเงินทุนจำนวนมาก ผู้คนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้ และอาจไม่เคย เห็นด้วยซ ้า
ดังนั้นกรมเกษตรกรรมจึงมีแผนกหนึ่งที่เรียกว่า แผนกวิจัยและ พัฒนา B
แผนกวิจัยและพัฒนา B เชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาอาหาร ที่สามารถทำให้คนทั่วไปอิ่มท้อง เช่น กระบองเพชรฮอร์โมน กระบองเพชรฮอร์โมนคือกระบองเพชรที่ปลูกด้วยน ้ายาพิเศษ ไม่ต้อง ใช้น ้ามากก็สามารถเติบโตได้ และผลผลิตก็น่ากลัวมาก ปลูกต้น เดียวสามารถเติบโตได้หลายร้อยใบ
พืชชนิดนี้มีความเหนียวและขมเล็กน้อย เหมือนกับเคี้ยวกล่อง โฟม แต่อย่างน้อยก็กินได้ ไม่ถึงกับทำให้คนตาย
แน่นอน กระบองเพชรฮอร์โมนเป็นอาหารสำหรับคนทั่วไป พวก เศรษฐีในสังคมชั้นสูงจะไม่กินของขยะแบบนี้ พวกเขาควบคุม ทรัพยากรทางการเงิน 90% ของสังคม ในยุคหลังวันสิ้นโลก พวก เขายังคงกินอิ่มนอนอุ่น คนที่ทุกข์ทรมานคือคนธรรมดาทั่วไป
เธอเชื่อว่าอีกไม่นานนัก กระบองเพชรจะถูกวางจำหน่ายเป็น จำนวนมาก เช่นเดียวกันกับขนมปังยุง
ในชาติที่แล้วเซียวหมิงเยวี่ยเคยไปสมัครงานกับกรมเกษตรกรรม สวัสดิการของกรมเกษตรกรรมดีมาก อาหารทุกมื้อมีข้าว แม้เธอจะ สมัครงานเป็นพนักงานทั่วไป แต่พวกเขาดูถูกว่าเธอร่างกายอ่อนแอ และไม่มีเรี่ยวแรง พวกเขาจึงปฏิเสธเธอ
พ่อเซียวพูดขึ้นด้วยความสงสัย “ผมก็เคยได้ยินเหมือนกันนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?”
แม่เซียวเขี่ยข้าวในชามอย่างเบื่อหน่าย “ไม่มีอะไรหรอก แค่วันนี้
ได้ยินเพื่อนร่วมงานเล่าว่าลูกชายของเธอกำลังจะไปทำงานกับกรม เกษตรกรรม เห็นว่าเป็นตำแหน่งข้าราชการฝ่ายเอกสารอีกต่างหาก ถ้าลูกสาวของเราได้ไปทำงานที่กรมเกษตรกรรมก็คงจะดีนะ ด้วย ความสามารถของลูกเรา อาจได้เป็นถึงรองผู้อำนวยการเลยก็ได้ว่า ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะจนตาหยี “แม่คะ แม่คาดหวังกับหนูเกินไป แล้ว”
แม่เซียวพูดจริงจัง “แม่คิดว่าลูกรักเก่งรอบด้าน มีข้อดีเต็มตัว ดีกว่าลูกชายของผู้หญิงคนนั้นหลายพันเท่า!”
พ่อเซียวกำลังแกะกุ้งจึงพูดเล่นหยอกล้อ “จริงด้วย ถ้าพ่อเป็นคน ให้คะแนน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการอะไรนั่นไม่สำคัญหรอก ต้องเป็น ผู้อำนวยการสิ”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างจริงจังว่า
“พ่อคะ กรมเกษตรกรรมสร้างเสร็จแล้ว เร็ว ๆ นี้คงจะรับสมัคร พนักงานเป็นจำนวนมาก พ่อลองไปสมัครงานสิ หนูจำได้ว่าตอนพ่อ เรียนมหาวิทยาลัย พ่อเรียนคณะเกษตรศาสตร์ งั้นก็ไปสมัครงาน ตำแหน่งคนงานปลูกพืชสิคะ ที่นั่นมีสวัสดิการดีนะ”
พ่อเซียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ให้พ่อไปเหรอ?”
“ใช่ พ่อนั่นแหละไป”
“กรมเกษตรกรรมก็ดีนะ แต่ใครจะไปส่งแม่ทำงานในอนาคตล่ะ ใครจะมาปกป้องแม่ตอนออกไปข้างนอก? พ่อไม่ค่อยแน่ใจในเรื่องนี้
เลย” พ่อเซียวรู้สึกลังเล
แม่เซียวพูดด้วยความตื่นเต้น “จริงด้วย! ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง กัน คุณเปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลามาหลายปี จนฉันเกือบลืมไป เลยว่าคุณเรียนคณะเกษตรศาสตร์ และคุณก็ชอบปลูกผักไม่ใช่หรือ ไง นั่นเหมาะเหม็งมากเลย!”
“พ่อ ไม่ต้องกังวลนะ พวกเราดูแลตัวเองได้ หนูสามารถส่งแม่ไป ทำงานทุกวัน และสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วย หนูแรงเยอะมากนะ พ่อลืมไปแล้วเหรอ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดปลอบ
เห็นพ่อเซียวยังคงลังเลอยู่ แม่เซียวจึงออกคำสั่งเด็ดขาด
“ตัดสินใจแล้วว่าคุณต้องไปสมัคร หลังกินข้าวเสร็จไปเตรียมเรซู เม่ของคุณกันเถอะ!”
“นั่นเป็นกรมเกษตรกรรมเลยนะ เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล ผู้มีความสามารถทั่วเมืองต่างจับตามองกันอยู่ มีคนมากมายแย่งกัน อยากเข้าไป แล้วพ่อจะผ่านการสัมภาษณ์ได้เหรอ?” พ่อเซียวอยาก หางานทำมานานแล้ว แต่เขายังคงกังวลอยู่บ้าง
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปากและพูดอย่างมีความนัย
“ไม่ต้องเตรียมเรซูเม่หรอกค่ะ ผักที่เราปลูกในสวนหลังบ้านคือ เรซูเม่ที่ดีที่สุด หากล่องกระดาษใส่ไปบางส่วน รับรองผ่านฉลุย”
…
“พี่คะ นี่ก็หลายวันแล้ว ทำไมพี่สาวลึกลับถึงยังไม่ปรากฏตัวล่ะ เป็นเพราะลูกน้องพี่ทำงานไม่เต็มที่ และประชาสัมพันธ์ไม่ดีเหรอ?”
จี้ซานซานพลิกดูแท็บเล็ต บนนั้นมีใบหน้าของหญิงสาวที่มี คุณสมบัติตามเงื่อนไข ทุกคนจะต้องสแกนใบหน้าเพื่อรับสวัสดิการ แต่น่าเสียดายที่ใบหน้าเหล่านั้นไม่ใช่ของคนที่เธอกำลังมองหา
จี้เหวินซีพูดอย่างเฉยเมย “เคยบอกใช่ไหมว่า ผู้หญิงคนนั้นสวม แว่นกันแดดและหน้ากาก แน่ใจเหรอว่าจำเธอได้จริง ๆ?”
“ต้องจำได้อยู่แล้ว ถึงเธอจะปิดบังใบหน้าไว้ แต่หนูก็สัมผัสได้ถึง ออร่าที่ไม่เหมือนใคร หนูมั่นใจว่าจำเธอได้! ดูสิ ผู้หญิงพวกนี้ผอม แห้งเหมือนขาดสารอาหาร ต่างจากพี่สาวคนเก่งลิบลับเลย” จี้ซาน ซานยกแท็บเล็ตขึ้นมา
ทันใดนั้น ประตูห้องอ่านหนังสือก็ถูกเปิดออก ชายคนหนึ่งที่มี ท่าทางเหมือนอันธพาลเดินเข้ามา ดวงตาลูกท้อของเขาเต็มไปด้วย รอยยิ้มอันลึกซึ้ง
“น้องซานซานจ๋า เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ นั่นหมายความว่า พี่สาวลึกลับไม่ได้ขาดแคลนอาหาร และไม่ได้ต้องการสวัสดิการ เล็กน้อยเหล่านั้นไงล่ะ”
จี้ซานซานขมวดคิ้ว “เจ้าอ้วน นายมาทำอะไรที่นี่?”
มุมปากของฟู่ไคหล่างกระตุก ใบหน้าของเขาดูไม่เป็นธรรมชาติ
“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกชื่อเล่นตอนเด็ก อีกอย่างเธอดูสิ ฉันมี กล้ามท้องแปดแพ็กและหน้าตาหล่อเหลา มีตรงไหนที่เรียกว่าอ้วนได้ เหรอ?!”
จี้ซานซานพยักหน้าเล็กน้อย “แล้วนายมาบ้านฉันทำไมล่ะ เจ้า อ้วน”
ฟู่ไคหล่างนิ่งค้าง “…”
“พี่ใหญ่ ดูน้องสาวของพี่สิครับ เธอยั่วโมโหผมตลอดเลย” ฟู่ ไคหล่างพูดด้วยน ้าเสียงน้อยเนื้อต ่าใจขณะฟ้องเรื่องของจี้ซานซาน
จี้เหวินซีเงยหน้าขึ้นมองเขา “พูดเรื่องสำคัญมา”
ฟู่ไคหล่างไม่พูดจาเหลวไหลอีก เขาตบมือพร้อมออกคำสั่ง “เข้า มาได้”
ไม่นานก็มีผู้คนหลายสิบคนเดินเข้ามาพร้อมถือถาดในมือ ถาด แต่ละถาดมีของสองอย่างวางอยู่ บางถาดเป็นผัก และบางถาดก็เป็น ผลไม้
“ดูสิ นี่คือของที่ผมหามาได้ เทียบกับของที่โรงเพาะปลูกของพี่
แล้วเป็นยังไงบ้าง?” ฟู่ไคหล่างพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
จี้เหวินซีหรี่ตาลงด้วยความสนใจ เขาเดินไปที่ถาดแล้วหยิบผล ลิ้นจี่ขึ้นมาหนึ่งลูก ผลลิ้นจี่ลูกโตดูอวบอิ่มพร้อมส่งกลิ่นหอมกรุ่นน่า รับประทาน
“เอามาจากไหน?” เขาถาม
ฟู่ไคหล่างเผยยิ้มมีเลศนัยและตอบว่า “สั่งซื้อทางออนไลน์มา ครับ ไม่กี่วันก่อนผมบังเอิญเห็นแอปพลิเคชันหนึ่ง พอเข้าไปก็เห็นว่า มันเป็นร้านค้าออนไลน์ชื่อมูนฟาร์ม ในตอนนั้นผมคิดว่ามันคงเป็น เรื่องหลอกลวง ตอนที่มีเวลาว่างก็เลยลองเติมเงินและสั่งซื้อมะเขือม่วง มาหนึ่งกล่อง”
จี้เหวินซีเงียบไปครู่หนึ่ง “…”
“แล้วยังไงต่อ?”
“แล้วผมก็ได้รับพัสดุจริง ๆ แถมคุณภาพเยี่ยมอีกต่างหาก! พูด ตามตรง ผมไม่เคยกินมะเขือม่วงที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน อาจเป็น เพราะฝีมือเชฟที่บ้านด้วย อีกอย่างพอผมเห็นว่าได้รับของจริง ผมจึง สั่งซื้อสินค้าทั้งหมดที่มีขายในร้าน ลองทายสิว่าผลลัพธ์เป็นยังไง?”