ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 59 เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังอุ่นเครื่อง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 59 เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังอุ่นเครื่อง
จี้เหวินซีขมวดคิ้วและพูดว่า “พูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่นั่น รีบเข้า ประเด็นสำคัญได้แล้ว”
ฟู่ไคหล่างโพล่งออก “เมื่อวานผมได้รับของทั้งหมดภายในเวลา ไม่ถึงวัน! ดูสิ นี่คือสินค้าที่ผมซื้อมาจากร้านออนไลน์นั้น มันดูดีเลย ใช่ไหม?”
จี้ซานซานหยิบเชอร์รีขึ้นมาแล้วโยนเข้าปาก ความชุ่มฉ ่าของ เนื้อผลไม้ระเบิดในปากของเธอ จนอดไม่ได้ที่จะแสดงความพึงพอใจ ออกมา
“มันยอดไปเลย หวานฉ ่ามาก! แต่ตอนนี้ร้านค้าออนไลน์ปิดทำ การหมดแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังมีร้านค้าออนไลน์เปิดดำเนินการ และมีบริการจัดส่งของอีก?”
ฟู่ไคหล่างพูดด้วยน ้าเสียงตื่นเต้นเล็กน้อยว่า “มันแปลกตรงนี้
แหละ ไม่มีบริการขนส่งพัสดุ แต่สินค้ากลับมาส่งถึงบ้านเอง!”
“นายบ้าไปแล้วหรือเปล่า เชอร์รีจะวิ่งไปบ้านนายเองได้ยังไง?” จี้
ซานซานแสดงสีหน้าไม่เชื่อ
“ฟังฉันพูดให้จบก่อนสิ สินค้าทุกกล่องน่าจะมีคนควบคุมอยู่ ควบคุมเครื่องส่งสินค้าด้วยตัวเองน่ะ ฉันให้ลูกน้องตามพวกเครื่อง เหล่านั้นไปเพื่อดูว่ามันส่งมาจากที่ไหน แต่สุดท้ายก็ตามไม่ทันตลอด
ตำแหน่งที่คลาดกันเป็นจุดอับสายตาพอดิบพอดี เธอว่ามันแปลก ไหม?”
จี้เหวินซีเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ฟาร์มขนาดใหญ่ในเมืองเผิง จิงมีไม่มาก ไปหาคนสืบดูสิ นอกจากนี้ลองตรวจสอบที่อยู่เครือข่าย คอมพิวเตอร์ดูก็ได้ ว่ามาจากที่ไหน”
ฟู่ไคหล่างยิ่งดูตื่นเต้นมากกว่าเดิม “นี่แหละคือเรื่องที่แปลกยิ่ง กว่า! ผมตรวจสอบที่อยู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้ว แต่หาไม่เจอเลย แถมมันยังเปิดตัวอย่างกะทันหัน ไม่สามารถปิดได้!”
“พี่ใหญ่ พี่มีความเห็นเกี่ยวกับมูนฟาร์มยังไง มันกำลังเข้ามาแย่ง ตลาดกับพี่หรือเปล่า? คนที่อยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจที่ไม่น้อยหน้า แน่ ๆ อาจจะเป็นมหาเศรษฐีบางคนก็ได้ พี่ไปสร้างศัตรูที่ไหนไว้หรือ เปล่า?”
รอยยิ้มร่าเริงของฟู่ไคหล่างมีความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขา ยังไม่เคยเห็นใครกล้าท้าทายกลุ่มบริษัทตระกูลจี้มาก่อน ทุกอย่างถูก ปกปิดไว้อย่างดี ไม่มีข่าวลือใด ๆ ออกมา และมันเพิ่งแสดงตัวออกมา ในช่วงเวลานี้
คนผู้นั้นต้องมีแผนการบางอย่างแน่นอน และมีความ ทะเยอทะยานไม่น้อย
จี้เหวินซีไม่พูดอะไร เพียงส่งสายตาเป็นคำตอบให้อีกฝ่ายคิดเอง
ฟู่ไคหล่างยิ้มอย่างเขินอาย
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะหาอะไรไม่เจอเลย ส่งคนออกไปสืบอีกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง ได้ ความเมื่อไหร่ค่อยกลับมาหาฉัน” จี้เหวินซีกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฟู่ไคหล่างตอบรับเสียงดัง “ได้ครับพี่ใหญ่!”
พี่ฝูสาวใช้เดินเข้ามาในห้อง “คุณชาย รองผู้อำนวยการหลี่
แผนกวิจัยและพัฒนา B มาหาค่ะ”
“ให้เข้ามาได้”
รองผู้อำนวยการหลี่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือจานอยู่หนึ่งใบ บนจานนั้นถูกปิดอย่างมิดชิดด้วยจานอีกใบ ซึ่งดูลึกลับมาก
“ประธานจี้ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันไหว้พระจันทร์แล้ว นี่คือขนมไหว้ พระจันทร์ที่แผนกวิจัยและพัฒนา B คิดค้นขึ้นมาใหม่ และกำลังจะ นำไปวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ผู้อำนวยการจูกล่าวว่าเราควรใช้ ประโยชน์จากเทศกาลไหว้พระจันทร์เพื่อให้ประชาชนปรับตัวก่อน…”
จู่ ๆ จี้ซานซานก็ขัดจังหวะเขาและเปิดจานที่ปิดไว้ขึ้น “ขอดู หน่อยสิ ขนมไหว้พระจันทร์แบบไหนกัน?”
หลังจากเห็น ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ในจาน จี้ซานซานก็ขมวดคิ้ว ด้วยความรังเกียจ
“นี่มันอะไรกัน ทำไมดำปิ๊ดปี๋เลย”
รองผู้อำนวยการหลี่กล่าวด้วยความเคารพว่า “นี่คือขนมไหว้ พระจันทร์ที่ทำจากยุง ยุงจะถูกปั่นและนำมาบดให้เป็นเนื้อเนียน แล้ว ใส่กระบองเพชรบดเข้าไปข้างในเพื่อทำขนมไหว้พระจันทร์แบบ พิเศษ ขนมไหว้พระจันทร์นี้ใส่เครื่องเทศเพื่อปรุงรส โดยทำเป็นรส พริกเกลือ รสเผ็ด รสหวาน และรสชาติอื่น ๆ เพื่อให้รับประทานได้ ง่ายขึ้น
จี้ซานซานยกมือขึ้นปิดปาก “หยุดพูดได้แล้ว! เอามันออกไป เดี๋ยวนี้ จะมีใครกล้ากินของน่ารังเกียจแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”
“ทำตามที่ผู้อำนวยการกล่าวแล้วกัน” จี้เหวินซีโบกมือและบอก ให้เขาออกไป
…
เทศกาลไหว้พระจันทร์ใกล้เข้ามาแล้ว ชุมชนต่าง ๆ ก็เริ่มคึกคัก ขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้ออกประกาศให้แต่ละชุมชนจัดงานเทศกาล ไหว้พระจันทร์เพื่อปลอบขวัญประชาชน ทำให้พวกเขาต่างก็ดีใจกัน มาก
สถานที่จัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชุมชนฮว๋าฮั่นอยู่ข้าง ๆ ทะเลสาบเทียม ซึ่งมีลานกิจกรรมขนาดใหญ่
คนในชุมชนต่างก็มีความสุขมาหลายวันแล้ว ได้ยินว่าในงาน เทศกาลไหว้พระจันทร์ยังมีขนมไหว้พระจันทร์ให้กินฟรีอีกด้วย
ช่วงเวลานี้เมื่อไปซื้อของที่เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต เซียวหมิง เยวี่ยเห็นหลายคนยิ้มแย้มแจ่มใส พวกเขาเฝ้ารอคอยเทศกาลไหว้ พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึง โดยอยากรับประทานอาหารในงานอย่าง เต็มที่
ในชาติก่อนเซียวหมิงเยวี่ยก็คาดหวังเช่นกัน กระทั่งได้ค้นพบกับ ความจริง
ตอนแรกเธอไม่รู้เลยว่านั่นคือขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำจากยุง เพราะสีดำทั้งหมดจนมองไม่ออก เธอหิวจนทนไม่ไหว จึงหยิบขนม ไหว้พระจันทร์ที่ทำจากยุงมากิน และไม่กี่คำก็อิ่มท้อง
ต่อมาเธอถึงได้รู้ว่านั่นคือขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำจากยุง เธอ รู้สึกขยะแขยงจนกินอะไรไม่ลงหลายวัน แต่ก็ไม่มีทางเลือก ถ้าไม่กิน เธอก็จะอดตาย
ต่อมาเธอเริ่มเคยชินกับขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำจากยุง และ สามารถกินเข้าไปได้อย่างสบาย ๆ ราวกับว่ากำลังกินขนมปังงา
ช่วงนี้แม่เซียวยุ่งมากจนไม่มีเวลากลับบ้านกินข้าว เซียวหมิงเยวี่
ยจึงห่อข้าวกล่องไปให้ โดยซ่อนเนื้อและผักไว้ในข้าว
ในกระติกน ้าร้อนไม่ได้ใส่น ้าเปล่า แต่เป็นซุปมะเขือเทศใส่ไข่ที่
คุณยายทำไว้
แม่เซียวจะแอบไปกินข้าวกล่องที่ทางเดิน หลังกินเสร็จจึงรีบวิ่ง กลับมาห้องทำงาน คนที่เดินผ่านทางเดินมักได้กลิ่นหอมของหมูสาม ชั้น แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากลิ่นมาจากไหน
มีคนถามในสำนักงานว่าใครแอบกินหมูสามชั้นที่ทางเดิน ซึ่ง กลิ่นหอมน่ากินมาก แน่นอนว่าแม่เซียวจะไม่ ‘สารภาพ’ และแสร้งทำ เป็นไม่รู้
พ่อเซียวแต่งตัวเนี้ยบไปสัมภาษณ์งาน แผนกบุคคลของกรม เกษตรกรรมเต็มไปด้วยผู้คน หากบรรยายว่าเป็นภูเขามนุษย์ บางทีก็ อาจจะยังน้อยเกินไป ผู้คนถือประวัติการทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหมือนกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
มีเพียงพ่อเซียวที่กอดกล่องหนัก ๆ อยู่คนเดียว หลายคนถาม เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าข้างในกล่องคืออะไร พ่อเซียวก็จะ เพียงตอบเลี่ยง ๆ และไม่บอกความจริง
“พี่ชาย คุณแบกกล่องใหญ่ขนาดนี้มาจากที่บ้าน ไม่เหนื่อยบ้าง เหรอ?”
คนด้านหลังตบไหล่ของพ่อเซียวพร้อมยิ้มอย่างใจดี เมื่อเห็นพ่อ เซียวหันกลับมามอง เขาจึงแนะนำตัวเองว่า
“ผมชื่อสวีต้าหลง เรียกผมว่าต้าหลงก็พอ กินข้าวปั้นไหมครับ? เมียผมทำมาให้เป็นพิเศษ มีมันเผาอีกหัวด้วย เธอกลัวว่าผมจะหิว ระหว่างวัน”
สวีต้าหลงพูดพลางยื่นข้าวปั้นมาให้
ความระแวดระวังในดวงตาพ่อเซียวลดน้อยลง “ไม่เป็นไรครับ ผม ไม่หิว ตอนนี้ข้าวหายากมาก คุณเก็บไว้กินเองเถอะ”
สวีต้าหลงไม่คะยั้นคะยออีกต่อไป เขากินข้าวปั้นทั้งสองก้อนแล้ว เรอออกมา อาจเป็นเพราะความเบื่อหน่าย เขาเริ่มคุยกับพ่อเซียวเรื่อง บ้านเมือง
“ผมมาจากเมืองทางเหนือ มันไกลมากเลยนะ! ค่าตั๋วรถก็เสียเงิน ไปหลายร้อยแล้ว คุณว่าทำไมกรมเกษตรกรรมถึงต้องสร้างในเมือง ทางใต้ล่ะ? เมืองทางใต้ห่างไกลจะตายไป แล้วเป็นพื้นที่รกร้างอีก
แถมยังมีภูเขาด้วย ใครเขาจะมาพัฒนาที่นี่กัน? ได้ยินว่าใกล้ ๆ นี้ยังสร้างหมู่บ้านอยู่หลายแห่งเลยนะ คนโง่เท่านั้นแหละถึงจะมาซื้อ บ้านที่นี่! ว่าแต่พี่ชาย บ้านคุณอยู่ที่ไหนล่ะ?”
พ่อเซียวตอบกลับเสียงเรียบ “ผมก็อยู่หมู่บ้านใกล้ ๆ นี่แหละ”
แล้วก็เป็นคนโง่ที่คุณพูดออกมาเมื่อกี้ พ่อเซียวคิดในใจ
“โอ๊ยตายแล้ว ขอโทษด้วยนะพี่ชาย ผมก็พูดไปเรื่อยแหละ เมือง ทางใต้ดีเลยนะ! คุณดูสิ ไม่งั้นกรมเกษตรกรรมคงไม่มาสร้างฐานอยู่ ที่นี่ นี่มันโครงการใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ อนาคตเมืองทางใต้ คงจะพัฒนาอย่างมากแน่นอน ทำไมพี่ชายตาถึงขนาดนี้ล่ะ?”