ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 60 พ่อเซียวสัมภาษณ์งาน และเข้าร่วมกรมเกษตรกรรม ได้สำเร็จ
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 60 พ่อเซียวสัมภาษณ์งาน และเข้าร่วมกรมเกษตรกรรม ได้สำเร็จ
พ่อเซียวหัวเราะเล็กน้อย “คุณนี่พูดเก่งมากจริง ๆ เหมาะจะเป็น เซลล์ขายของนะ”
สวีต้าหลงเกาหัว “บอกตามตรง ผมเคยเป็นเซลล์ขายบ้านมา ก่อน แต่ผมเรียนเกษตรมา ก็เลยลองมาสมัครดู”
พ่อเซียวกำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นคนกลุ่ม หนึ่ง พวกเขาเดินผ่านแถวของผู้สมัครตรงเข้าไปยังบริเวณรับสมัคร งานของฝ่ายบุคคล แต่ดูแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เป็นพนักงาน
“คนพวกนั้นเข้าไปทำอะไร?” พ่อเซียวชี้นิ้วไปที่ทิศทางของกลุ่ม คนดังกล่าว
“พวกนั้นน่ะเหรอ คนพวกนั้นมาสมัครงานเหมือนกัน แต่ไม่ต้อง สัมภาษณ์ แค่มาทักทายครู่เดียวก็เข้าทำงานได้เลย พวกเราเทียบคน เหล่านั้นไม่ได้หรอก พวกเขามีเส้นสาย”
“พี่ต้าหลงรู้มากถึงขนาดนี้ได้ยังไง?”
“เพิ่งแอบฟังมานิดหน่อย จริง ๆ ถ้าลองคิดดูก็รู้แล้วละ ข้าราชการคนไหนไม่มีญาติพี่น้องบ้าง การฝากฝังคนเข้าไปทำงาน เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะตอนนี้กรมเกษตรกรรมกำลังเป็นที่สนใจ ใคร ๆ ก็อยากมาทำงานที่นี่ เพราะนอกจากเงินเดือนดีแล้ว ยังเลี้ยงดู
ทั้งอาหารและที่พักอีกด้วย ถ้าผมมีเส้นสาย ผมก็คงฝากฝังเหมือนกัน แต่เสียดายที่ผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ได้รู้จักข้าราชการเลย!”
พ่อเซียวพยักหน้ารับ ใจรู้สึกเศร้าที่ในโลกนี้มีระบบเส้นสาย แต่ เขาก็มั่นใจว่าตัวเองทำได้ เพราะมีลูกสาวรอข่าวดีอยู่ที่บ้าน เขาไม่ อยากทำให้ลูกสาวที่รักต้องผิดหวัง
“คนต่อไป เซียวเฉียงเซิ่ง!”
“ครับ! พี่ต้าหลง ผมเข้าไปก่อนนะ”
เมื่อพ่อเซียวได้ยินชื่อของตัวเอง เขารีบส่งเสียงตอบรับและเดิน เข้าไปพร้อมกับกล่องที่กอดไว้ในอ้อมแขน
ผู้สัมภาษณ์หลักเป็นหญิงวัยกลางคน เธอมองไปที่พ่อเซียว และ เห็นได้ชัดว่าเธอดูใจร้อนเล็กน้อย
“เรซูเม่ของคุณอยู่ไหน? นำเรซูเม่มาสัมภาษณ์ด้วยหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็อย่าเสียเวลา คนต่อไป!”
“นี่คือเรซูเม่ของผมครับ”
พ่อเซียวเปิดกล่องแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนผลักมันไปด้านหน้า ของผู้สัมภาษณ์
กล่องกระดาษใบนั้นเต็มไปด้วยผักสดนานาชนิด เช่น ผักชี ผัก โขม คะน้า ผักกวางตุ้ง หัวมันฝรั่ง และฟักทอง รากผักยังคงหุ้มด้วย ดินที่ชื้น เห็นได้ชัดว่าเพิ่งเก็บมาสด ๆ ร้อน ๆ
ผักเหล่านี้ทั้งหมดปลูกโดยเซียวหมิงเยวี่ย ผักในสวนของเธอมี คุณภาพดี แม้จะไม่สามารถเทียบเท่ากับผักในพื้นที่มิติ แต่ก็มีรสชาติ ดีไม่แพ้กัน
ผู้สัมภาษณ์หลักที่เดิมทีมีใบหน้าเย็นชาจ้องมองกล่องตรงหน้า และถามคล้ายกับไม่เชื่อ
“นะ… นี่คุณปลูกเองทั้งหมดเลยเหรอ?”
พ่อเซียวตอบด้วยรอยยิ้ม “ใช่ครับ ผมปลูกเองที่บ้านครับ บ้าน ของผมมีสวน ปกติผมชอบปลูกผักและเลี้ยงไก่ อีกอย่างผมจบ ปริญญาตรีคณะเกษตรศาสตร์ คุณคิดว่าผมมีคุณสมบัติพอที่จะ ทำงานเป็นคนงานปลูกพืชได้ไหมครับ?”
ผู้สัมภาษณ์หลักหยิบผักขึ้นมาดูซ้ายและขวา ก่อนพูดอย่างยินดี ว่า
“ฉันไม่ได้เห็นใบผักสดแบบนี้มานานแล้ว เห็นแล้วชื่นใจจริง ๆ”
“จริงด้วยค่ะ แค่มองก็ทำให้น ้าลายสอแล้ว” ผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้าง รู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน
ผู้สัมภาษณ์ใส่ผักกลับเข้าไปในกล่องอย่างไม่เต็มใจและลูบ ฟักทองเบา ๆ ก่อนพูดว่า
“คุณปลูกผักออกมาได้ดีขนาดนี้ แสดงว่าคุณมีฝีมือแน่นอน เมื่อสองสามวันก่อน ลูกชายฉันร้องไห้อยากกินพายฟักทองอยู่เลย แต่ฉันเกือบจะลืมไปแล้วว่าฟักทองหน้าตาเป็นยังไง”
พ่อเซียวเข้าใจคำใบ้เหล่านั้น “ถ้าชอบก็เอากลับไปให้ลูกเถอะ ครับ ลูกสาวของผมก็ชอบพายฟักทองเหมือนกัน”
ผู้สัมภาษณ์หลักยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ แต่ยังคงปฏิเสธที่จะ รับไว้
“ฉันคงไม่สบายใจที่จะรับไว้”
พ่อเซียวพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่บ้านผมยังมีอีกเหลือเฟือ ผักแค่นี้เอง ถือซะว่าเป็นของขวัญอวยพรให้ลูกชาย รับไว้เถอะครับ ต่อไปถ้าเขา อยากกินอีก ผมจะเลือกฟักทองที่หวานที่สุดให้เอง”
ผู้สัมภาษณ์หลักเปลี่ยนจากท่าทางสูงส่งเป็นยิ้มตาหยี จากนั้น เธอก็ทำเครื่องหมายถูกบนกระดาษ
“ทักษะการปลูกของคุณดีมาก ดีกว่าในประวัติย่อของคุณเสียอีก กล่องผักนี้ฉันจะนำไปให้ผู้บริหารดู และคงไม่สามารถคืนให้คุณได้
จากนี้ไปพวกเราจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพราะฉะนั้นไม่ ต้องเกรงใจกันนะ ฉันเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคล เรียกฉันว่าพี่หนิวก็ได้ ยินดีต้อนรับสู่กรมเกษตรกรรมนะคะ”
พี่หนิวขยิบตาให้ผู้ช่วยข้าง ๆ และขอให้เธอยกกล่องลง แน่นอน ว่าเธอจะไม่เก็บมันไว้เองทั้งหมด เพราะเธอยังต้องแสดงมันให้เจ้านาย ข้างบนดู แต่ถ้าแอบเอาไปบางส่วนก็คงไม่เป็นไร
“ขอบคุณครับพี่หนิว”
ก้อนหินใหญ่ในใจพ่อเซียวถูกยกออก ดูเหมือนว่าในยุคนี้จะไม่ สามารถหลีกเลี่ยงการติดสินบนได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านการสัมภาษณ์ ในทันที ตอนแรกเขาคิดว่าจะต้องกลับบ้านไปรอคำตอบด้วยซ ้า
เมื่อออกจากห้องสัมภาษณ์แล้ว พ่อเซียวแทบไม่อยากเชื่อตัวเอง จนไม่อาจซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้า
เขารีบโทรหาเซียวหมิงเยวี่ยเพื่อแจ้งข่าวดีให้เธอทราบ และ ขอให้ลูกสาวขับรถมารับเขา
“ลูกชาย คิดว่าเราจะผ่านการสัมภาษณ์ไหม?”
คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่น นอกจากลุงใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันนาน
“ใครจะรู้ล่ะ ต้องลองเสี่ยงโชคดูเท่านั้น ที่นี่สวัสดิการดีมาก ถ้า เราสองพ่อลูกผ่านการสัมภาษณ์ ต่อให้เป็นแค่คนงาน เราก็จะมี หอพักให้อยู่ มีอาหารให้กินสามมื้อต่อวัน ต่อไปก็ไม่ต้องเหนื่อยปีน บันไดอีกแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือเราจะได้กินอิ่มท้อง” เซียวอวี่ตอบ
“ไม่มีใครคาดคิดว่ากรมเกษตรกรรมจะมาสร้างฐานที่มั่นในทาง ตอนใต้ของเมือง ถ้าสร้างอยู่ทางบ้านเราคงจะดีกว่านี้นะ อ้อ แล้วอา
ของแกก็อยู่ทางใต้เมืองเหมือนกัน ถ้าพ่อเห็นหน้ามัน พ่อจะฆ่ามันให้ ตาย!” ลุงใหญ่พูดด้วยน ้าเสียงโกรธแค้น
เมื่อนึกถึงสุนัขไร้หัวใจพวกนั้น ลุงใหญ่ก็อยากจะกินเลือดเนื้อ ของพวกเขา แต่ต่อให้ทำแบบนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะหายแค้นหรือไม่
เซียวอวี่ขมวดคิ้วและพูดด้วยท่าทีรังเกียจ
“แล้วจะพูดถึงมันทำไม พอพูดถึงอา ผมก็นึกถึงนางสุนัขตัวเมีย เซียวหมิงเยวี่ย หล่อนฉ้อโกงทรัพย์สินของครอบครัวเราทั้งหมดด้วย บ้านไร้ค่าหลังนั้น ทำให้ครอบครัวเราเสียหายจนแทบล้มละลาย ถ้า ไม่ได้ล้างแค้น ชีวิตนี้ผมคงนอนตายตาไม่หลับ!”
ลุงใหญ่กัดฟันแน่น ขณะที่กำลังจะอ้าปากกล่าวคำ เขาก็ได้เห็น ร่างที่ดูคุ้นตา
“ดูสิ! ผู้ชายคนนั้นเหมือนอารองของลูกเลยไม่ใช่หรือไง!”
ดวงตาของลุงใหญ่เบิกกว้างพร้อมชี้นิ้วที่สั่นเทาไปทิศทางนั้น
เซียวอวี่มองตามนิ้วมือของเขา “มันไกลเกินไป และเขาสวม หน้ากากกันยุง ผมดูไม่ออกว่าใคร”
เขาวางเรซูเม่ของเขาไว้ในมือของลุงใหญ่ “พ่อ เข้าแถวอยู่ตรงนี้
ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปดูให้! ถ้าเขาคืออารองจริง ๆ เราจะปล่อยศัตรูตัว ฉกาจไปไม่ได้! ต้องให้เขาคืนเงินเรามา!”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังขับรถและคุยกับพ่อเซียวทางโทรศัพท์
“พ่อคะ หนูใกล้จะถึงแล้ว ไปรอหนูที่หน้าประตูนะ แล้วการ สัมภาษณ์เป็นยังไงบ้าง เขาจะส่งหนังสือแจ้งผลอีกกี่วัน?”
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถไปส่งพ่อที่กรมเกษตรกรรม แต่เธอไม่อยาก จอดรถรอพ่อนานเกินไป เพราะกลัวจะดึงดูดความสนใจจากคนอื่น จึงขับรถกลับไปรอที่บ้าน เธอคิดว่าการสัมภาษณ์คงใช้เวลานาน และ มันไม่ไกลจากบ้านมาก ดังนั้นค่อยกลับมารับทีหลังก็ได้
“ไม่ต้องรอ พ่อผ่านสัมภาษณ์แล้วนะ พ่อของลูกเก่งไหม? ทั้งหมดเป็นเพราะกล่องผักนั่นแหละ ลูกรักของพ่อฉลาดมาก พวก กรรมการเห็นผักของเราถึงกับตาโตเลย บอกว่าลูกชายเขาชอบกิน ฟักทอง พ่อก็เลยบอกเธอว่าถ้าชอบก็เอาไปให้ลูกชายก็ได้!”
นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อเซียวนำของฝากไปติดสินบน แล้วยังประสบ ความสำเร็จอีกด้วย เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้มเมื่อได้ยินพ่อของเธอโม้
“หยุดนะ!”
พ่อเซียวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาหันไปคว้ามือของชาย คนหนึ่งที่กำลังเข้าประชิดตัว แล้วโยนชายคนนั้นข้ามไหล่ไป
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาถึง เธอเห็นร่างชายคนหนึ่งนอนแทบเท้า ของพ่อเซียว ชายคนนั้นกำลังกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมก่น ด่าสาปแช่งไม่หยุด
เธอลงจากรถและเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก่อนจะพูดด้วยความ ประหลาดใจ
“เซียวอวี่?”