ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 61 เจ้าขยะเซียวอวี่ แกจะฆ่าฉันได้ยังไง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 61 เจ้าขยะเซียวอวี่ แกจะฆ่าฉันได้ยังไง
เซียวหมิงเยวี่ยก้าวออกไปด้านหน้าและเลิกคิ้วพูด
“บังเอิญจังเลยนะเซียวอวี่ที่มาเจอนายที่นี่ แล้วทำไมถึงไปนอน อยู่บนพื้นล่ะ พื้นเย็นหรือเปล่า?”
ดวงอาทิตย์ที่แผดเผาส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า ทั่วทั้งโลกเหมือน แผ่นเหล็กหลอม ในไม่ช้าเซียวอวี่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและพยายาม ลุกขึ้นยืน
ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง
“โลกนี้มันกลมเสียจริง คุณย่าพูดถูก แกและครอบครัวของแก ล้วนเป็นคนโหดเหี้ยม แกเป็นคนทำลายพวกเราจนย่อยยับ ตอนนี้
พอใจแล้วหรือยัง?”
ใบหน้าพ่อเซียวพลันเคร่งขรึม “เซียวอวี่ ฉันเป็นอารองที่เฝ้าดูแก เติบโตมาตั้งแต่เด็ก แกควรระวังปากไว้บ้างก็ดี”
เซียวอวี่ถอนหายใจ “ระวัง? พวกแกทำเรื่องสกปรกมามากมาย ขนาดนี้ สุดท้ายยังมาว่าฉันหยาบคายอีกเหรอ?”
“ฉันทำเรื่องสกปรกอะไร? เซียวอวี่ แกลองถามตัวเองดูสิว่าค่า เล่าเรียนและค่าครองชีพที่ผ่านมาเอามาจากไหน แกยังมาขอเงินจาก ฉันตอนออกเดตด้วยซ ้า แล้วค่าสินสอดแต่งงาน แกเป็นคนจ่ายเอง เหรอ? ตอนนี้แกกลับทำตัวเหมือนไม่รู้จักฉัน ฉันไม่เรียกร้องขอเงิน
พวกนั้นคืนแม้แต่หยวนเดียว!” สีหน้าของพ่อเซียวเปลี่ยนเป็นขุ่น เคือง
เซียวอวี่หัวเราะเยาะ “อารอง จริง ๆ แล้วผมเกลียดท่าทางทำเป็น เคร่งขรึมของคุณที่สุด ราวกับว่าคนอื่นทำผิดต่อคุณ ราวกับคนอื่น เป็นหนี้คุณ แค่ให้ความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องให้คนจำไป ตลอดชีวิตเหรอ? อย่ามาบีบบังคับผมด้วยศีลธรรม ผมไม่มีทาง ยอมรับเรื่องพวกนี้จากคุณ”
“แก!”
พ่อเซียวโกรธจนมือสั่น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หลานชายที่ตนเองเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจะกลายเป็นหมาป่าตาขาว แบบนี้
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซียวหมิงเยวี่ย
“ความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ? งั้นนายก็ชดใช้คืนมาสิ นายยังมี แรงเหลือพูดพล่ามอยู่แบบนี้ ดูเหมือนว่าจะยังสุขสบายดีสินะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองลูกพี่ลูกน้องชายตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอแทบไม่ สามารถบอกสีเดิมของเสื้อผ้าเขาได้ ผมบนศีรษะถูกโกนออก เนื้อตัว สกปรกมอมแมม ร่างกายดูซูบผอมไปมาก เวลานี้เขาแทบไม่ต่างจาก ผู้ลี้ภัย เธอเกือบจะจำเขาไม่ได้ในครั้งแรกที่เห็น
เซียวอวี่กำหมัดแน่น “แกจงใจเยาะเย้ยฉันงั้นเหรอ? ดูตัวแกสิ แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ดูสุขภาพร่างกายแข็งแรง แถมยังขับรถมาที่นี่ น่าอิจฉาเสียจริง! แต่นี่คือชีวิตที่ควรเป็นของครอบครัวเรา!!!”
เมื่อเห็นชุดที่เซียวหมิงเยวี่ยและพ่อเซียวสวมใส่ รวมถึงใบหน้าที่
อมชมพูดูสุขภาพดี เซียวอวี่ก็รู้สึกโกรธแค้นมากจนอยากกระโจน ออกไปฆ่าคนพวกนี้ทันที
สิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นของเขา แม้แต่รถคันนั้นก็ควรจะเป็นของเขา ด้วย!
“แต่พวกแกเองก็รู้ดีว่าชีวิตที่สุขสบายพวกนั้นมาจากไหน ถ้า ไม่ใช่เพราะเงินซื้อบ้าน 3.2 ล้านของฉัน พวกแกจะใช้ชีวิตเหมือน อย่างตอนนี้ได้เหรอ? ฉันขอบอกแกเลยนะเซียวหมิงเยวี่ย วันนี้แก ต้องคืนเงิน 3.2 ล้านให้ฉันครบถ้วน ไม่อย่างนั้นแกเจอดีแน่!”
เซียวอวี่ตะโกนเสียงดังหายใจหอบ
“นายยืนกรานที่จะซื้อบ้านหลังนั้นเอง ในเมื่อซื้อขายกันเสร็จ เรียบร้อย ก็ถือว่าเป็นสัญญาโดยชอบธรรม ใครจะไปคิดว่าราคาบ้าน จะตกได้ขนาดนี้ ทำได้แค่บอกว่านายมันโชคร้ายเอง ตอนนี้
ครอบครัวของฉันจะใช้ชีวิตยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของนาย และไม่ว่าตอนนี้
ชีวิตนายจะเป็นยังไง นายก็สมควรได้รับมัน เข้าใจไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีอารมณ์มาเถียงกับเขาต่อ มันช่างเป็นการ โต้เถียงที่ไร้สาระสิ้นดี อากาศข้างนอกร้อนอบอ้าวเหลือเกิน ออกจาก รถมาแป๊บเดียว เหงื่อก็เต็มตัวแล้ว
“พ่อ ไปเถอะ กลับบ้านกันดีกว่า” เซียวหมิงเยวี่ยตั้งท่าจะเดินจาก ไป
ทันใดนั้นเซียวอวี่ก็รีบกระโจนเข้าไปหาเซียวหมิงเยวี่ยเพื่อหวัง ทำร้าย แต่เขาถูกพ่อเซียวที่มีสายตาเฉียบคมและมือไวกดร่างกาย เขาลงพื้น
“แกคิดจะทำอะไร!” พ่อเซียวตะคอก
เซียวอวี่ดิ้นรนอย่างดุเดือด แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้น ตอนนี้
ร่างกายของเขาผอมแห้งจนไม่สามารถฝืนกำลังของพ่อเซียวได้
“จะทำอะไรน่ะเหรอ? ฉันจะฆ่ามัน! ฉันจะบอกอะไรแกให้เซียวห มิงเยวี่ย ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แกอย่าบีบ บังคับให้ฉันจนมุม ไม่อย่างนั้นฉันจะทำทุกอย่างเพื่อฆ่าแกให้ได้!”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งยอง ๆ มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม
“นางสารเลว คืนเงินมาซะ!” เซียวอวี่แผดเสียงคำราม
เธอจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือออกไปบีบคอของ เขา
“ฆ่าฉันเหรอ? ฉันอยากจะรู้นักว่านายจะฆ่าฉันได้ยังไง เซียวอวี่ นายถูกกำหนดให้เป็นไอ้ขี้แพ้ตั้งแต่ต้นจนจบ คิดว่าฉันไม่กล้าทำงั้น เหรอ? ตราบใดที่ฉันออกแรงเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อย ชีวิตน้อย ๆ อันไร้ ค่าของนายก็ปลิดปลิวไปแล้ว มาสิ ฆ่าฉันเลยสิ!”
ในอดีตครอบครัวย่าและลุงใหญ่มักทำตัวเป็นปลิงดูดเลือด ครอบครัวเธอ ของส่วนใหญ่ที่พวกเขาปล้นไปล้วนนำมามอบให้ เซียวอวี่ ดังนั้นชายหนุ่มจึงถือว่าทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลเซียว เป็นของตนเอง
บางคนคิดว่าตัวเองมีทักษะมากกว่าคนอื่นแล้วจะถือว่ามีอำนาจ เหนือกว่า แต่แท้จริงแล้วก็คือขยะไร้ค่า ที่ทำได้แค่ระบายความโกรธ เกรี้ยวออกมา
เซียวอวี่หายใจไม่ออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของเขาแดงก ่า เส้นเลือดปูดโปน เขาใกล้จะขาดอากาศหายใจเต็มทีแล้ว แววตาที่
มองเซียวหมิงเยวี่ยเริ่มเปลี่ยนไป จากเกลียดชังกลายเป็นประหลาดใจ จากประหลาดใจกลายเป็นหวาดกลัว
แรงบีบที่คอแทบจะทำให้เขาหายใจไม่ออก บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พยายามข่มขู่เขา แต่เธอกล้าบีบคอเขาจน ตายจริง ๆ!
เธอกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เซียวหมิงเยวี่ยปล่อยมือออกจากคออีกฝ่าย เธอสามารถฆ่าเขา ได้ แต่เธอทำที่นี่ไม่ได้ นอกจากนี้มันง่ายเกินไปที่จะปล่อยให้เขาตาย ตอนนี้
เธอหวังว่าครอบครัวของลุงทุกคนจะมีชีวิตยืนยาวและทุกข์ ทรมานให้มากที่สุด เหมือนกับที่เธอเคยโดนกระทำในชีวิตก่อน
เซียวอวี่หอบหายใจหนัก ความรู้สึกที่กำลังจะตายช่างน่ากลัวจริง ๆ เขารู้สึกว่าสมองขาดอากาศไปชั่วขณะ จึงพยายามสูดหายใจเอา ออกซิเจนเข้าไปในปอด
“เซียวอวี่ ถ้าแกกล้าทำตัวหยาบคายและไม่ระวังปากอีกครั้ง ฉัน จะทุบตีแกจนพูดอะไรไม่ได้อีก ไม่เชื่อก็ลองดู นอกจากนี้ครอบครัว เราทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป คราวหน้าก็อย่าเรียกฉันว่า อารอง ฉันไม่เคยมีหลานชายที่สารเลวเหมือนแก”
สิ้นเสียง พ่อเซียวจึงปล่อยเขาไป ตอนนี้เขารู้สึกทั้งผิดหวังและ รังเกียจในตัวหลานชายเป็นอย่างมาก
พ่อเซียวหันมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาซับซ้อน แน่นอนว่า เขาเห็นสายตาของลูกสาวที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ดูเหมือนว่าเธอจะ เกลียดเซียวอวี่มากจริง ๆ
ในขณะเดียวกัน พ่อเซียวยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใน บุคลิกภาพของเซียวหมิงเยวี่ย เธอสูญเสียความร่าเริงของเด็กสาวจน หมด กลายเป็นคนสุขุม กล้าหาญ และทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเด็ดเดี่ยว
พ่อเซียวคิดว่า สิ่งนี้เกิดจากการที่ครอบครัวพี่ชายของเขาบีบ บังคับให้หมิงเยวี่ยบริจาคเลือดครั้งก่อน ทำให้บุคลิกของเธอ เปลี่ยนไปมาก เธอรู้จักดูแลตัวเอง แข็งแกร่งขึ้น และเรียนรู้ที่จะ ป้องกันตัวเอง
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พ่อเซียวก็รู้สึกผิดต่อลูกสาวตัวน้อย เขาตำหนิที่
ในอดีตตัวเองอ่อนแอเกินไป และล้มเหลวในการปกป้องหมิงเยวี่ย ซึ่ง ทำให้เธอเผชิญกับสิ่งเลวร้าย และทำได้เพียงสวมชุดเกราะเพื่อ ปกป้องตัวเธอเท่านั้น
พ่อเซียวลดเสียงลงและพูดว่า “หมิงเยวี่ย ต่อไปให้พ่อเป็นคนลง มือเองเถอะ อย่าทำให้มือลูกต้องสกปรกเลย ดูสิ เสื้อผ้าของเขา สกปรกขนาดไหน พอกลับถึงบ้านก็อย่าลืมล้างมือด้วยน ้ายาฆ่าเชื้อ ล่ะ”
“ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยปัดมือด้วยความรังเกียจ มันค่อนข้างสกปรกจริง ๆ
เมื่อได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสอง เซียวอวี่โกรธมากจนแทบ กระอักเลือดออกมา แต่ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดในใจ นี่เขาสกปรก มากอย่างนั้นเหรอ?
ในเวลานี้ เมื่อลุงใหญ่ไม่เห็นลูกชายตนกลับมาสักทีจึงออกตาม หา เขารีบยกมือชี้ไปที่พ่อเซียวและเซียวหมิงเยวี่ยพร้อมแผดเสียงดัง
“เป็นแกจริงด้วย! กะ.. แกกล้าดียังไงมาทำร้ายลูกชายฉัน? แกยัง เป็นคนอยู่หรือเปล่า? แกรออยู่ตรงนั้นแหละ ฉันจะไปแจ้งตำรวจให้ ขึ้นบัญชีดำพวกแก!”
ลุงใหญ่ไม่ใช่ชายวัยกลางคนที่อ้วนท้วนเหมือนเมื่อก่อนอีก ต่อไป พุงหนายุบลง ร่างกายผอมแห้ง แถมโกนศีรษะด้วย ทำให้ รูปลักษณ์แก่กว่าเดิมราว 20 ปี ดูเหมือนว่าเขาจะเผชิญกับความ ยากลำบากมาพอสมควร
สีหน้าพ่อเซียวหมองหม่นและปัดมือของลุงใหญ่ออกไป
“อย่ามาใช้นิ้วสกปรกชี้ลูกสาวฉัน”
ลุงใหญ่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองขณะมองพ่อเซียว นี่ยังเป็น น้องชายที่เชื่อฟังและมีเหตุผลคนเก่าหรือเปล่า? กล้าดียังไงถึงมาตี เขา?
“ในฐานะที่เป็นพี่ชายของแก ฉันขอสั่งให้แกขอโทษหลานชาย ตัวเองซะ!”