ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 62 เตียวหรงหรงก่อปัญหา ที่อยู่ถูกเปิดเผย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 62 เตียวหรงหรงก่อปัญหา ที่อยู่ถูกเปิดเผย
ลุงใหญ่ทำตัวเหมือนเคย วางท่าเป็นพี่ชายคนโต และคอยออก คำสั่งกับพ่อเซียว เขามักใช้ข้ออ้างการเป็นพี่คนโตเพื่อสั่งสอน น้องชายให้เชื่อฟังในทุก ๆ เรื่อง แต่ตอนนี้พ่อเซียวไม่ใช่น้องชายที่
อ่อนแอคนนั้นอีกต่อไปแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ “ลุงคะ คุณมาเพื่อเล่นตลกหรือยังไง? ฉันไม่มีเวลามานั่งเล่นกับพวกคุณหรอกนะ พ่อคะ พวกเรากลับบ้าน กันเถอะ”
พ่อเซียวพยักหน้ารับ เขามองหน้าลุงใหญ่ด้วยสายตาไม่แยแส ก่อนหันหลังเดินจากไป
ลุงใหญ่ไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาไป และพยายามไล่ตามเพื่อทุบ ตี “แกกล้าดียังไงถึงหนีไปแบบนี้? ชดใช้เงินของฉันมาเดี๋ยวนี้!”
พ่อเซียวผลักเขาลงกับพื้นอย่างไม่เกรงกลัว “อย่ามายุ่งกับผม อีกเลย พี่ต่างหากที่เป็นหนี้ผม ไม่ใช่ผมเป็นหนี้พี่ พี่มักจะเรียกร้องให้ ผมจ่ายโดยใช้ความเป็นพี่ชายเป็นข้ออ้าง แต่พี่มีคุณสมบัติเป็น พี่ชายบ้างหรือเปล่า? ถ้ายังมาพูดจาไม่เข้าหูอีก ก็อย่ามาโทษที่ผม ต้องทำตัวหยาบคาย!”
พ่อเซียวพูดขู่เสียงเข้ม เขาจ้องมองเซียวอวี่ที่อยู่ด้านข้าง ก่อน หันหลังเดินจากไป
เซียวอวี่หดคอลงและไม่กล้าพูดสิ่งใดสักคำ
เมื่อเห็นพ่อเซียวแบบนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกโล่งใจมาก เดิมทีเธอ กลัวว่าพ่อเซียวจะใจอ่อน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นเช่นนั้น ตอนนี้
พ่อของเธอเปลี่ยนไปมากแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถพาพ่อเซียวออกไป ทิ้งลุงใหญ่และลูกชายที่
กัดฟันด้วยความขมขื่นไว้ข้างหลัง
“โชคร้ายชะมัด ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
พ่อเซียวยังคงหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย เขาเปิดขวดน ้าแร่แล้วดื่มรวด เดียว ซึ่งทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก
“วันนี้อากาศร้อนมาก ตอนรอสัมภาษณ์พ่อกระหายน ้าแทบ ตาย”
ในรถมีเครื่องปรับอากาศ เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่รู้สึกร้อนเท่าไหร่ แต่เธอจะกลับไปอาบน ้าเมื่อถึงบ้าน เนื่องจากเหงื่อออกเต็มตัว
“ดูจากสารรูปแล้ว พวกเขาคงจะมาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์ที่กรม เกษตรกรรมมั้งคะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับเสียงเรียบ
พ่อเซียวแสดงสีหน้าเหยียดหยาม “พวกเขากล้ามาเพื่อ สัมภาษณ์งานได้ยังไง? คนหนึ่งยังไม่จบชั้นประถม ส่วนอีกคนจบ วิทยาลัยระดับต ่า พวกเขารู้วิธีปลูกพืชพรรณหรือเปล่าเถอะ? คนขี้
เกียจสันหลังยาวแบบนั้น แม้แต่งานบ้านยังไม่อยากทำด้วยซ ้า!”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “พ่อ ตอนนี้พ่อเกลียดครอบครัวลุง ใหญ่แล้วเหรอคะ?”
พ่อเซียวโพล่งออกมา “แน่นอนอยู่แล้ว! พ่อไม่เพียงเกลียด ครอบครัวของเขาเท่านั้น รวมถึงย่าที่ต้องการทำร้ายลูกสาวของพ่อ ด้วย แล้วจะไม่ให้พ่อเกลียดพวกเขาได้ยังไง? เมื่อก่อนพ่อโง่มาก ถ้า เรียกตามคำของวัยรุ่น พ่อเหมือนเพิ่งจุติใหม่ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกใน อนาคต พ่อได้ตาสว่างในเรื่องนี้แล้ว! กลับไปถึงบ้านคงต้องบอกแม่ เรื่องนี้ น่าหงุดหงิดจริง ๆ!”
พ่อเซียวอดไม่ได้ที่จะเอาเรื่องนี้ไปบ่นกับแม่เซียว
…
ในสถานที่เกิดเหตุก่อนหน้า ลุงใหญ่ชี้ไปทางที่ทั้งสองจากไป ด้วยความอิจฉาริษยา
“พะ… พวกมันยังมีรถขับอยู่เหรอ?”
เซียวอวี่พูดอย่างเย็นชา “พ่อเพิ่งสังเกตเห็นหรือไง? จากการ แต่งตัวของอารองและเซียวหมิงเยวี่ย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ ขาดแคลนอาหารและน ้าเลย แล้วยังมีรถยนต์ขับอีกด้วย ครอบครัว พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ครอบครัวเรากลับต้องทนทุกข์ ทรมาน โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!”
“พวกมันเอาเงินมาจากไหน? จะต้องเป็นค่าบ้านหลังนั้นแน่ ๆ! โธ่ เว้ย ฉันนี่มีน้องชายที่แสนประเสริฐจริง ๆ หลงคิดว่ามันเป็นคนดี แต่ที่
แท้ก็หน้าซื่อใจคด! ฉันต้องสั่งสอนบทเรียนให้กับมันเสียบ้าง จะได้รู้ ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง!”
ลุงใหญ่เดือดดาลหนัก การได้เห็นครอบครัวพ่อเซียวมีชีวิตสุข สบายนั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าการฆ่าเขาทั้งเป็น
“โทรหาคนที่บ้านของเราให้หมด เร็วเข้า โทรหาพวกเขาเดี๋ยวนี้ ทั้งแม่แก ย่า แล้วก็น้องสาวแกที่กำลังเดินทางมาด้วย ให้ทุกคนมาที่นี่
เพื่อชำระแค้นกับไอ้สารเลวเซียวเฉียงเซิ่ง! ต้องเอาคุณย่าไปทิ้งไว้ หน้าบ้านของมัน ดูสิว่ามันจะกล้าเป็นลูกเนรคุณและไม่เลี้ยงดูแม่เฒ่า ของตัวเองหรือเปล่า?”
เซียวอวี่เพิ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเรื่อง สำคัญได้ จึงถามออกมาว่า
“แต่พ่อครับ เราไม่รู้ว่าอารองอาศัยอยู่ที่ไหน แล้วจะตามหาเขา ได้ยังไง?”
เสียงก่นด่าของลุงใหญ่หยุดชะงัก เขาหันมาตอบกลับ “ทำไมพ่อ ถึงลืมเรื่องนี้ไปได้ เมื่อกี้เราควรรีบตามพวกมันไป!”
“แต่พวกเขาขับรถ ส่วนเราต้องเดินเท้า แล้วจะตามทันได้ยังไง?” เซียวอวี่กล่าว
ลุงใหญ่ถอนหายใจอย่างหนัก “แล้วจะให้ปล่อยพวกคนชั่ว ลอยนวลอย่างนั้นเหรอ? ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเราต้องไปแจ้งตำรวจให้ ช่วยตามหา”
เซียวอวี่ไม่เห็นด้วย “ตำรวจไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอก”
ขณะที่พ่อลูกกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีแก้แค้นครอบครัวเซียวห มิงเยวี่ย ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พวกคุณเป็นคนรู้จักของสองคนนั้นเหรอคะ?”
พวกเขาทั้งสองหันไปทางต้นเสียงและเห็นหญิงวัยกลางคน หน้าตาสะสวย แต่งตัวค่อนข้างดูดีมีระดับ
“คุณเป็นใคร?” ลุงใหญ่ถามด้วยความสงสัย
เตียวหรงหรงยกยิ้มมุมปากและพูดว่า “ฉันบังเอิญเดินผ่านมา และได้ยินสิ่งที่พวกคุณกำลังพูด คุณมาเยี่ยมญาติที่อยู่เมืองทางใต้นี่
เหรอคะ? พ่อลูกตระกูลเซียวเมื่อครู่ ฉันรู้จักพวกเขาค่ะ ฉันกับภรรยา ของเขาเป็นเพื่อนร่วมงานกัน!”
ดวงตาของลุงเป็นประกาย เขาแทบจะถามทันที
“เขาอาศัยอยู่ที่ไหน?”
“อาศัยอยู่ในชุมชนฮว๋าฮั่นค่ะ ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจี่ยงชิง หว่าน ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่วิลลา และมีชีวิตที่สุขสบาย มาก! ว่าแต่คุณเกี่ยวข้องกับพวกเขายังไงเหรอคะ?”
เตียวหรงหรงยิ้มกว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ เจี่ยงชิง หว่านเอ๋ยเจี่ยงชิงหว่าน มีญาติยากจนที่เอาแต่ใจแบบนี้ คงจะลำบาก เธอน่าดูเลยสิ!
เซียวอวี่ตอบอย่างสุภาพ “ขอบคุณครับพี่สาว คนคนนั้นคืออา รองของผมเอง เป็นน้องชายทางสายเลือดของพ่อผม”
เตียวหรงหรงอุทานและแสร้งทำเป็นแปลกใจ
“เป็นญาติสนิทเลยนี่นา? แล้วทำไมพวกเขาไม่บอกที่อยู่ของ บ้านให้พวกคุณล่ะ ฉันคงต้องไปพูดกับพี่เจี่ยงชิงหว่านทีหลัง บ้าน ตัวเองเจริญรุ่งเรือง แต่กลับเพิกเฉยต่อความเป็นอยู่ของญาติตัวเอง แบบนี้ ใช้ไม่ได้จริง ๆ!”
ลุงใหญ่และลูกชายหันมองหน้ากันด้วยความดีใจ
“ขอบคุณพี่สาวมากครับที่มีน ้าใจกับเรา อารองเพิกเฉยต่อคุณ ย่าตั้งแต่ที่ครอบครัวเขาร ่ารวยขึ้น น่าสงสารคุณย่าที่เป็นคนแก่คน หนึ่ง แม้แต่การกินข้าวก็ยังเป็นปัญหา เธอต้องขึ้นลงบันไดทุกวันเพื่อ ไปซื้อข้าวและน ้า เราน่ะไม่เป็นไร แต่คนแก่ไม่ควรต้องทนทุกข์ ทรมานแบบนั้น!” เซียวอวี่เริ่มแสดงท่าทีเศร้าหมอง
เมื่อเตียวหรงหรงได้ยินสิ่งนี้ เธอก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น
“จริงเหรอเนี่ย น่าสงสารมากเลย ยังไงก็ควรต้องช่วยเหลือคนแก่ เฒ่า คนพวกนั้นโหดร้ายจริง ๆ”
ลุงใหญ่ถอนหายใจ “ใครจะคาดคิดว่าน้องชายของผมจะเป็น หมาป่าตาขาวแบบนั้น ผมได้ยินว่าคุณกับน้องสะใภ้เป็นเพื่อน ร่วมงานกัน ถ้างั้นเธอทำงานที่ไหนเหรอครับ?”
“ที่สำนักงานการจัดการอสังหาริมทรัพย์ของชุมชนฮว๋าฮั่น จำไว้ นะ ชุมชนฮว๋าฮั่น ครอบครัวเธออาศัยอยู่ในวิลลา แต่ฉันไม่รู้ว่าอยู่ หลังไหน คุณต้องไปหาเอง” เตียวหรงหรงกลัวว่าพวกเขาจะฟังผิด จึง พูดซ ้าหลายครั้ง
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจริง ๆ คุณเป็นคนดีมากเลย!”
ลุงใหญ่และลูกชายขอบคุณเธออย่างล้นหลาม
เตียวหรงหรงยิ้มรับอย่างสดใส “ด้วยความยินดีค่ะ ญาติของเจี่ย งชิงหว่านก็เหมือนญาติของฉัน ดังนั้นจึงควรช่วยเหลือกัน”
“แม่! มัวคุยกับใครอยู่ กลับบ้านกันเถอะ!”
ถัดจากรถบีเอ็มดับเบิลยู ชายหนุ่มคนหนึ่งเร่งเร้า
เตียวหรงหรงตอบกลับ “มาแล้วจ้า มาแล้ว”
หลังจากกล่าวคำอำลาทั้งสองคนแล้ว เตียวหรงหรงก็เดินกลับไป ที่รถ วันนี้เธอมากรมเกษตรกรรมเพื่อส่งลูกชายสัมภาษณ์ แม้จะ เรียกว่าสัมภาษณ์ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น เพราะทุก อย่างได้จัดเตรียมไว้แล้ว
เธอไม่คาดคิดว่าจะพบเรื่องน่าประหลาดใจเช่นนี้ ไม่เสียเที่ยวจริง ๆ
“แม่ ทำไมต้องไปคุยกับคนจนสกปรกพวกนั้น ไม่กลัวหมัด กระโดดใส่หรือไง แค่ผมเห็นพวกเขาก็คันหัวแล้ว” ลูกชายของเธอดู รังเกียจมาก
เตียวหรงหรงเอนหลังบนเก้าอี้และพูดว่า “แค่ทักทายกันนิด หน่อยน่ะ เสี่ยวหวัง ขับรถกลับกันเถอะ”
…
“วิลลา? ในบ้านของพวกมันคงจะซ่อนสมบัติไว้ไม่น้อยเลย สินะ?!” เซียวอวี่กัดฟันพูด
ลุงใหญ่เห็นด้วย “จริงด้วย วิลลานั่นควรจะเป็นของเราแท้ ๆ โทร หาคนอื่นเร็ว บอกพวกเขาให้ตามเราไปที่ชุมชนฮว๋าฮั่นทันที”
“แล้วการสัมภาษณ์ล่ะครับ?”
“สัมภาษณ์บ้าบออะไร! แกไม่ได้ฟังที่นางผู้หญิงอ้วนคนนั้นพูด หรือไง? ครอบครัวอารองของแกมีชีวิตสุขสบาย ถ้าเราไปขอให้พวก มันชดใช้ ครอบครัวเราคงจะสบายไปเป็นชาติ แล้วทำไมต้องมา ทำงานที่น่าสมเพชนี้ด้วย?”
ดวงตาของลุงใหญ่เต็มไปด้วยความโกรธ เขาหันไปจ้องมอง ทิศทางที่เซียวหมิงเยวี่ยจากไป