ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 65 เซียวหมิงเยวี่ยผู้น่าเกรงขาม
“อ๊าก!!”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพื้นถึงพัง!”
“ลูกแม่!”
ทันใดนั้นโลกก็หมุนคว้าง และเนื่องจากเซียวอวี่กับลุงใหญ่ยืนอยู่ หน้าสุด พื้นบริเวณเท้าของพวกเขาพลันยุบตัว ทำให้ทั้งสองตกลงไป พร้อมกัน
พวกเขาเกือบจะตกลงไปในหลุม โชคดีที่คว้าขอบกับดักได้ทัน ขณะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ
ป้าสะใภ้ที่กำลังส่องไฟฉายแทบเป็นลมหมดสติ เนื่องจากใต้หลุม มีเหล็กแหลมเต็มไปหมด หากหล่นลงไปคงถูกแทงทะลุร่างตายคาที่
แน่ ๆ
“ห้ามปล่อยมือนะ ถ้าหล่นลงไปต้องตายแน่!” ป้าสะใภ้พูดด้วย ความกังวล
เซียวฮ่วนฮ่วนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจและก้าวถอยหลังซ ้า แล้วซ ้าเล่า โชคดีที่เมื่อครู่เธอเดินช้า ไม่เช่นนั้นเธออาจเป็นคนที่ตก ลงไปก็ได้
“อะ… อารองจะฆ่าคน อารองอยากฆ่าเรา!”
เมื่อลุงใหญ่และเซียวอวี่ได้ยินสิ่งที่ป้าสะใภ้พูด พวกเขาก็ไม่กล้า ปล่อยมือ ยิ่งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของครอบครัว ทั้งสองก็พอจะคาดเดา ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นความหวาดกลัวพลันแล่นเข้ามาในใจ อย่างท่วมท้น
“แม่ ดึงผมขึ้นไปเร็ว!”
“มัวยืนบื้อทำไม รีบดึงพวกเราขึ้นไปสิ!”
คุณย่าทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความกลัวชั่วครู่หนึ่ง แต่เธอป็นคน แรกที่ตอบสนองและรีบไปช่วยลุงใหญ่
แรงของผู้หญิงสามคนไม่เพียงพอที่จะดึงชายสองคนขึ้นมา พร้อมกันได้อย่างแน่นอน และคำถามที่สำคัญที่สุดคือ ใครควรได้รับ การช่วยเหลือก่อน?
ป้าสะใภ้รีบตรงไปหาเซียวอวี่ก่อน ขณะที่คุณย่าต้องการช่วยลุง ใหญ่ ส่วนเซียวฮ่วนฮ่วนยังคงลังเลและต้องการดึงทั้งสองคน
“ช่วยผมด้วย แม่ ผมทนไม่ไหวอีกแล้ว ช่วยผมด้วย!!”
บางทีความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดนั้นแข็งแกร่งเกินไป เซียวอวี่
ระเบิดพลังออกมาพร้อมเตะเท้าอย่างแรงเพื่อดิ้นรนที่จะปีนขึ้นไป
ในที่สุดลุงใหญ่ก็ตระหนักถึงความหวาดกลัวที่แท้จริง เขาเริ่ม เสียใจและตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องยืนกรานมาที่นี่
“ดึงขึ้นไปเร็ว ฉันยังไม่อยากตาย!”
ผู้หญิงสามคนมือไม้สับสนวุ่นวาย เดี๋ยวก็ดึงคนนั้น เดี๋ยวก็ดึงคน นี้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครช่วยขึ้นมาได้ และเหนื่อยล้าไปทั้งตัว
“เราจะทำยังไงดี!” ป้าสะใภ้ทรุดตัวลงคร ่าครวญ
ขณะที่พวกเขาหมดหวังและทำอะไรไม่ถูก พ่อเซียวและเซียวหมิง เยวี่ยก็เดินช้า ๆ ออกมาจากตัวบ้าน หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกแล้ว ถามว่า
“ต้องการให้ช่วยไหม?”
ป้าสะใภ้ตวาดด้วยดวงตาแดงก ่า “พวกแกมันเลวทราม ใจไม้ไส้ ระกำ ในสังคมภายใต้กฎหมาย พวกแกยังกล้าฆ่าคน!”
คุณย่ากระทืบเท้าอย่างขุ่นเคือง “เจ้าพวกชั่ว ทำไมถึงไม่รีบมา ช่วยอีก”
เธอไม่แสดงหรือแสร้งทำเป็นว่าน่าสงสารอีกต่อไป เพียงแสดง ตัวตนที่แท้จริงออกมา ในสายตาของคุณย่า พ่อเซียวยังคงเป็นคนชั่ว ช้า และเธอก็ยังไม่ชอบเขาเหมือนเมื่อก่อน
“เซียวหมิงเยวี่ย!”
เซียวฮ่วนฮ่วนแผดเสียงตะโกน เธอรีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายโดย หวังจะทุบตี ทันทีที่เห็นเซียวหมิงเยวี่ย เธอก็นึกถึงลูกที่เสียชีวิตหลัง คลอด และยังเป็นเด็กผู้ชายที่ทั้งครอบครัวเฝ้ารอ
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นแล้วตบเซียวฮ่วนฮ่วนจนล้มลงกับพื้น แก้มของเธอบวมเป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพร้อมมีเลือดกบปาก พยายามดิ้นรนเพื่อลุกขึ้นอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้
เซียวหมิงเยวี่ยออกแรงตบค่อนข้างมาก เธออยากตบหน้าเซียวฮ่ วนฮ่วนมานานแล้ว ในชีวิตก่อนเธอถูกบังคับให้บริจาคเลือดแก่ ผู้หญิงคนนี้ แล้วยังแย่งเกมจิ๊กซอว์ที่ควรจะเป็นของเธอไปด้วย ผู้ริเริ่ม ความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่เซียวหมิงเยวี่ยประสบก็คือเซียวฮ่วนฮ่วน
ลุงใหญ่และเซียวอวี่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ป้าสะใภ้และย่า อยากช่วยพวกเขาแต่มือไม้สับสนวุ่นวายไปหมด ส่วนเซียวฮ่วนฮ่วน นอนราบกับพื้นและร้องไห้
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูความลำบากของครอบครัวนี้ เธอรู้สึกดีใจ อย่างบอกไม่ถูก เมื่อครู่ที่เธอตั้งใจกดกลไกเร็วขึ้นเล็กน้อย เพียงเพื่อ ไม่ให้ลุงใหญ่และเซียวอวี่ตกลงไปอย่างสมบูรณ์
ไม่ใช่เพราะเธอเกิดเมตตาพวกเขาขึ้นมา แต่จะปล่อยให้ตายง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน?
แขวนอยู่บนขอบกับดัก ด้านล่างมีหนามแหลมคม แต่ก็ยังปีนขึ้น ไปไม่ได้ ยิ่งนานไปก็จะค่อย ๆ หมดแรง ความเจ็บปวดและการดิ้นรน อย่างสุดขั้วแบบนี้ ความรู้สึกไร้พลังในภาวะสิ้นหวัง มีสิ่งใดที่ทรมาน มากกว่านี้อีกเหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้ลุงใหญ่และครอบครัว ของเขาตาย โลกหลังหายนะปีแรกเป็นเพียงอาหารเรียกน ้าย่อย ปีที่
สองคือนรกบนดินที่แท้จริง มันจะง่ายเกินไปที่จะฆ่าพวกเขาในตอนนี้
ต้องให้พวกเขาผ่านความทุกข์ทรมานทั้งปวง แล้วค่อย ๆ ตาย อย่างสิ้นหวัง แค่คิดก็รู้สึกสะใจแล้ว
ริมฝีปากของเซียวหมิงเยวี่ยยกขึ้นเล็กน้อย เธอหัวเราะออกมา เบา ๆ ราวกับปีศาจซาตานที่คลานออกมาจากนรก การแก้แค้นคือ ภารกิจหลัก ส่วนการทรมานผู้คนคือความสุขของเธอ
“ยังอยากให้ฉันช่วยอีกไหม ถ้าจะขอความช่วยเหลือ ก็ควรมี ท่าทีอ้อนวอนขอความเมตตาสิ อย่าเห่าเหมือนหมา ฉันฟังแล้ว รำคาญ”
ป้าสะใภ้และคุณย่าหันมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความตกใจ ราวกับ พวกเธอเห็นผี
“กะ… แกคือเซียวหมิงเยวี่ยจริงเหรอ แกกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่ เมื่อไหร่ ทำไมถึงกล้าทำร้ายคนอื่น? แกถึงขนาดวางกับดักอันตราย แบบนี้ ฆาตกร แกมันฆาตกร” คุณย่าโพล่งขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ หลังจากกลับมาเกิดใหม่ เธอก็ไม่ใช่ คนเดิมอีกต่อไป
พ่อเซียวพูดอย่างเย็นชาว่า “แม่ไม่รู้หรือไงว่า ตอนนี้โลก เปลี่ยนไปแล้ว การป้องกันตัวไม่ผิดกฎหมาย ผมมีสิทธิ์ฆ่าใครก็
ตามที่บุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลของผม ที่นี่มีกล้องวงจรปิดถ่ายไว้ ชัดเจน จะแจ้งตำรวจก็ได้ เผื่อว่าตำรวจจะได้ช่วยเราจัดการกับศพ”
ได้ฟังเช่นนั้น ป้าสะใภ้และคนอื่น ๆ ต่างตกใจมากจนแข้งขาสั่น เทา เขาพูดจริง เขาวางกับดักฆาตกรรม และเขากล้าฆ่าคนจริง ๆ!
“เจ้าลูกเนรคุณ แกกล้าฆ่าแม่ผู้ให้กำเนิดได้ลงคอเลยหรือไง!” คุณย่าพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณย่า ตัวเองไม่ได้ตกลงไปติดกับดักสักหน่อย แต่เป็นลุงใหญ่ กับเซียวอวี่ ทำไมถึงต้องเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนั้น?”
ด้วยความกลัวอย่างสุดหัวใจ ลุงใหญ่และเซียวอวี่ไม่กล้าด่าทอ ออกไป พวกเขาเริ่มร้องไห้เพื่อขอความช่วยเหลือ
“อารอง ช่วยผมด้วยเถอะ ผมเป็นหลานชายของอานะ!”
“น้องรัก น้องของพี่! เราค่อย ๆ คุยกันดีกว่านะ ช่วยดึงพี่ขึ้นไป ก่อน พี่ยังไม่อยากตาย!”
ลุงใหญ่ลืมคำพูดก่อนหน้าของตัวเองไปหมดแล้ว ทั้งที่บอกว่าจะ สอนบทเรียนให้ครอบครัวพ่อเซียว และยังบอกว่าจะฆ่าพ่อเซียว แต่ ตอนนี้คนที่จะตายคือตัวเขาเอง
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่ด้านข้างกับดักและเผยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษ ภัย
“เซียวอวี่เอ๋ยเซียวอวี่ ดูเหมือนว่าถ้าไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน ้าตา อุตส่าห์ไว้ชีวิตนายเมื่อตอนกลางวัน แต่กลับไม่รู้วิธีซ่อนหางและทะนุ ถนอมชีวิตอันต ่าต้อยของตัวเอง นายคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันไม่กล้าฆ่า นาย?”
“ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้ว น้องสาวของพี่ ช่วยฉันด้วยเถอะนะ ขอร้องละ ฉันยังไม่อยากตาย! ฉันสาบานเลยว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก!”
ดวงตาเซียวอวี่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาฉี่รดกางเกงด้วย ความกลัว มือที่เกาะขอบกับดักเริ่มมีเลือดไหลซึม ทว่าเขายังไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นเขากำลังจะหมดแรง เซียวหมิงเยวี่ยก็จับไหล่เขาและยก เขาขึ้นมาด้วยมือเดียว เธอได้กลิ่นปัสสาวะโชยมา จึงโยนเซียวอวี่ทิ้ง ลงบนพื้นอย่างรังเกียจ ชายหนุ่มตกใจกลัวมากจนนอนราบทำตัว กลมกลืนกับกองโคลน
“จำสิ่งที่นายพูดในวันนี้ไว้ให้ดี ถ้าครั้งต่อไปยังกล้ามาให้เห็น หน้า ฉันจะสับนายเป็นสิบแปดชิ้นแล้วโยนให้หมากิน”
“จำแล้ว กลัวแล้ว! ฉันไม่กล้าทำอีกแล้ว!” เซียวอวี่ทรุดตัวลงพื้น พร้อมคร ่าครวญ
เมื่อเห็นว่าเซียวหมิงเยวี่ยมีพลังมาก เซียวอวี่และคนอื่น ๆ ก็ยิ่ง หวาดกลัวมากขึ้น พวกเขาเสียใจที่ยั่วยุเธอในวันนี้ หญิงสาวตรงหน้า ไม่ต่างจากปีศาจซาตาน เธอโหดเหี้ยมจนกล้าลงมือฆ่าคนจริง ๆ!
ลุงใหญ่และเซียวอวี่ล้วนเป็นแค่คนขี้ขลาด พวกเขาจะแสดงท่าที ก้าวร้าวต่อคนที่อ่อนแอกว่า แต่พอเจอคนที่แข็งแกร่งกว่า ก็จะ กลายเป็นนกกระทา วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ลุงใหญ่จ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาอ้อนวอน ราวกับสุนัข ที่กำลังจะตาย เนื่องจากออกแรงมากเกินไปก่อนหน้านี้ เขาจึงสั่นไป ทั้งตัว และแขนทั้งสองกำลังจะหมดแรง
“หลานรัก หลานคนดีของลุง ช่วยลุงด้วย ลุงจะทนไม่ไหวแล้ว ลุง กำลังจะหล่นลงไปแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยทำตามขั้นตอนเดิม โยนลุงทิ้งลงบนพื้นเช่นกัน ก่อนปัดมืออย่างรังเกียจ
เมื่อมองลงไป เธอก็เห็นว่าสายตาของครอบครัวลุงใหญ่ล้วนเต็ม ไปด้วยความกลัวและความหวาดระแวง แม้แต่คุณย่าที่เป็นคนชอบ โวยวายก็ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว ดูเหมือนว่าในยุคนี้ หมัดคือคำตอบ สุดท้ายจริง ๆ