ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 66 ท่านผู้นำมาตรวจสอบด้วยตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขู่พวกเขาว่า “บ้านฉันมีกับดักอยู่เต็มไปหมด พวกคุณแค่เหยียบโดนกับดักตัวเดียวเท่านั้น ตรงนั้นยังมีกับดักสัตว์ อีกเป็นโหล ตรงนู้นก็มีกับดักอีกเพียบ ต่อไปอย่ามาเดินเล่นไปรอบ ๆ บ้านฉันอีก คราวหน้าอาจโชคร้ายกว่านี้ก็ได้”
“กะ… แกโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว นี่คิดจะฆ่าแกงกันเลยหรือไง” ป้า สะใภ้พูดด้วยความกลัวที่ยังคงอยู่
“ป้าสะใภ้คะ คุณช่วยใช้สมองคิดหน่อยได้ไหม ตอนนี้สังคมมัน เป็นแบบนี้กันหมดแล้ว ถ้าฉันไม่ฆ่าคน คนอื่นก็จะฆ่าฉัน พวกคุณ เองก็มาเพื่อทำเรื่องแย่ ๆ ไม่ใช่เหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดตามความจริง “บอกตามตรงเลยละกัน เคยมี คนพยายามปีนข้ามกำแพงเพื่อปล้นบ้านของฉันมาก่อน แต่บังเอิญ ตกลงไปในหลุม ลองเดาสิ ตับไตไส้พุงของเขาไหลทะลักออกมา แล้ว ก็ยังมี…”
“กรี๊ด! หยุดพูดนะ!”
เซียวฮ่วนฮ่วนยกมือปิดหูและกรีดร้อง
เมื่อเห็นท่าทางที่หวาดกลัวของครอบครัวนี้ ดวงตาเซียวหมิง เยวี่ยปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย
พ่อเซียวพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ แม่ ผมไม่อยาก เห็นหน้าพวกคุณอีก ผมไม่มีครอบครัวแบบพวกคุณ ถ้าผมเจอพวก คุณคนใดคนหนึ่งอีก ก็อย่ามาโทษผมที่ทำตัวหยาบคาย รีบไสหัวไป ซะ!”
ในเวลานี้ แม่เซียวและคุณยายที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ ตรงหัวมุมก็ เดินออกมา เมื่อพ่อเซียวเห็นทั้งสองคนเดินมา จึงรีบเดินไปยืน ข้างหน้าเพื่อปกป้อง เพราะเกรงว่าครอบครัวพี่ใหญ่จะคลุ้มคลั่งขึ้นมา ทำร้ายภรรยาและแม่ยายของเขา
เมื่อเห็นคุณยายปรากฏตัว สีหน้าของคุณย่าก็แข็งทื่อทันที ดวงตาของเธอแทบถลนออกมา
ในช่วงเวลาที่คุณยายอาศัยอยู่ที่บ้านของเซียวหมิงเยวี่ย เธอ ได้รับการดูแลอย่างดี ใบหน้าของเธอดูสดใสเป็นสีชมพู และยังมีน ้ามี นวลขึ้นเล็กน้อย ดูอิ่มเอิบและมีชีวิตชีวา แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเธอ เป็นหญิงชราจากชนบท
ในทางกลับกัน คุณย่าร่างกายซูบผอม ใบหน้าเหนื่อยล้าและ เฉื่อยชา เสื้อผ้าทั้งตัวสกปรกขาดรุ่งริ่ง เนื่องจากการปีนบันไดบ่อย ๆ เธอจึงมีปัญหากับขาและเดินกะเผลกเหมือนคนเร่ร่อน
เมื่อก่อนคุณย่ารูปร่างดีกว่าคุณยายมาก แต่ตอนนี้มันกลับมี สภาพตรงกันข้าม และคุณยายก็ชนะอย่างขาดลอย
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?” คุณย่าถามเสียงแหบแห้ง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รังเกียจที่จะแทงเธออีกสักครั้งตรงหัวใจ
“คุณย่าคะ ถ้าคุณปฏิบัติต่อลูกชายทั้งสองคนอย่างเท่าเทียมกัน คนที่อาศัยอยู่ในวิลลาหลังนี้คงจะมีคุณอีกคน แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ ปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนมนุษย์ คนอื่น ๆ ก็คงไม่มองว่าคุณเป็นมนุษย์ เช่นกัน พ่อแม่ไร้ศีลธรรม ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้คือคุณเอง”
ราวกับว่าคุณย่าจะถูกรัดคอด้วยมือที่มองไม่เห็น และดูแก่ลงนับ สิบปีในพริบตา เธออ้าปากแข็งค้าง แต่ไม่สามารถพูดคำใดออกมา ได้สักประโยค
เซียวหมิงเยวี่ยปิดปากหาวและพูดอย่างเบื่อหน่าย
“ในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตา มันคงเสียมารยาทถ้า ฉันไม่ให้ของขวัญแก่พวกคุณ”
เมื่ออีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึง อะไร เซียวหมิงเยวี่ยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาพวกเขาทีละก้าว
ป้าสะใภ้ก้าวถอยหลังราวกับเห็นผี
“กะ… แกจะทำอะไร?”
เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยเย็นเยือกไปถึงกระดูก “ให้ของขวัญไง คะ”
ทันทีที่พูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยก็กระทืบข้อเท้าของลุงใหญ่จน กระดูกแตกละเอียด ลุงใหญ่ชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บปวดพร้อมคร ่า ครวญอย่างควบคุมไม่ได้
ป้าสะใภ้และคนอื่น ๆ ต่างหวาดกลัว พวกเขากรีดร้องเสียงดังราว กับไก่รอเชือด
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปกระทืบเท้าของเซียวอวี่ เสียงคำรามร้อง อย่างรุนแรงและเสียงร้องไห้คร ่าครวญดังขึ้นอีกครั้ง
“อ๊าก! ข้อเท้าฉัน!”
ตอนนี้ผู้ชายสองคนในบ้านได้รับบาดเจ็บ ไม่มีคนที่จะทำงาน หนักได้ ชีวิตของพวกเขาจะยากลำบากยิ่งกว่าเดิม
ความทุกข์ยากเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
“เอาละ พวกคุณออกไปได้แล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยท่าทีพึง พอใจ
ป้าสะใภ้ตกใจมากจนหน้าซีดเผือด เธออ้าปากจะพูดอะไร บางอย่าง แต่เซียวหมิงเยวี่ยหันไปจ้องเธอด้วยท่าทีที่เหนือกว่า
“ทำไม พวกคุณก็อยากกลายเป็นคนพิการด้วยเหมือนกันใช่ ไหม?”
เซียวฮ่วนฮ่วนส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมร้องไห้โฮ “ไม่อยาก ฉันไม่อยาก! ฉะ… ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ตอนนี้ในสายตาของพวกเขา เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต่างจากฆาตกร โรคจิตที่เห็นในข่าว พวกเขาหวาดกลัวมาก และเสียใจที่เข้ามายุ่งกับ เธอ
เซียวฮ่วนฮ่วนและคนอื่น ๆ พากันประคองชายทั้งสองหนีไปอย่าง รวดเร็ว คุณย่าพยุงลูกชายไว้อย่างยากลำบาก และหันกลับมามอง บ้านของเซียวหมิงเยวี่ยเป็นครั้งคราว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความ กลัวและความซับซ้อนที่ไม่อาจบรรยายได้
เมื่อเห็นทุกคนไปแล้ว แม่เซียวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก และ มองลูกสาวของเธอด้วยสายตาชื่นชม
เธอยังกังวลว่าครอบครัวนั้นจะไม่ปล่อยพวกเขาไป แต่คาดไม่ถึง เลยว่าลูกสาวคนเก่งจะลงมืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แน่นอนว่า พวกเขาจะต้องกลัวจนไม่กล้ากลับมาอีกแน่
แม่เซียวเห็นครอบครัวพี่สามีตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถึงจะรู้สึก สงสารอยู่บ้าง แต่ก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าคนชั่ว ยังไงก็คือคนชั่ววันยังค ่า พวกเขามาที่นี่เพื่อทำเรื่องเลวร้าย ดังนั้น การสงสารคนชั่วก็เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเอง มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่
จะคิดไม่ได้
เธอตั้งใจว่าอนาคตจะเรียนรู้ความเด็ดขาดจากลูกสาว ไม่อ่อน ข้อต่อคนชั่ว เธอไม่อยากให้ลูกสาวมีแม่ที่ใจดีเกินไป และไม่อยาก เป็นภาระของลูก
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูพวกเขากระทั่งหายลับไปในยามค ่าคืน เธอ คิดว่าคงไม่ได้พบพวกเขาอีกจนกว่าจะเกิดน ้าท่วมในปีที่สองของวัน สิ้นโลก เนื่องจากพายุทรายกำลังจะมาถึง รถยนต์ทุกคันใช้งานไม่ได้ การคมนาคมจะลำบากมาก แม้ว่าพวกเขาจะต้องการลากร่างกายที่
เจ็บป่วยมาหาเรื่อง ก็เกรงว่าพวกเขาคงทำไม่ได้
เมื่อกลับเข้าบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยเปิดโทรศัพท์ดูและเห็นว่ามีคน ในกลุ่มบ่นถึงเสียงร้องไห้คร ่าครวญกลางดึก จากนั้นเธอก็ปิด โทรศัพท์แล้วเข้านอน
…
วันรุ่งขึ้น คุณพ่อเซียวได้รับโทรศัพท์จากแผนกทรัพยากรบุคคล พวกเขาบอกว่าผู้อำนวยการเห็นผักที่เขาปลูกแล้วให้ความสำคัญ อย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการมาเยี่ยมชมด้วยตัวเองเพื่อดูว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่
พ่อเซียวเรียกสมาชิกในครอบครัวทุกคนมารวมตัวกัน พวกเขา เริ่มทำความสะอาดบ้าน และปรึกษากันว่าจะทำอาหารอะไรเพื่อ ต้อนรับการมาเยือนของผู้อำนวยการ
เซียวหมิงเยวี่ยทำงานคนเดียวในห้องเก็บของเป็นเวลานาน พ่อ เซียวไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
ในตอนเที่ยงวัน รถออดี้สีดำ 3 คันขับมาจอดที่หน้าประตูบ้าน ตระกูลเซียว พ่อเซียวและครอบครัวให้การต้อนรับพวกเขาอย่าง อบอุ่น
พี่หนิวเป็นคนแรกที่ลงจากรถ เธอมีสีหน้าภาคภูมิใจเล็กน้อย เนื่องจากมันเป็นผลงานของเธอที่คัดเลือกพนักงานปลูกพืชคนนี้เข้า ทำงาน ดังนั้นเธอจึงดูภูมิใจเป็นพิเศษ
“นี่คือผู้อำนวยการโต้วแห่งแผนกวิจัยและพัฒนา A ท่านนี้คือ รองผู้อำนวยการจาง ท่านนี้คือรองผู้อำนวยการอวี๋ นี่คือ ผู้อำนวยการฮวาแผนกทรัพยากรบุคคล และนี่คือหัวหน้าเฉาซึ่ง ทำงานในแผนกวิจัยและพัฒนา A แล้วยังเป็นผู้รับผิดชอบในการ ปลูกพืช ผู้นำทุกท่านต่างชื่นชมทักษะการปลูกพืชของคุณมาก จึง ตั้งใจมาชมผักที่คุณปลูกด้วยตัวเอง”
พ่อเซียวจับมือทักทายผู้นำแต่ละคน “สวัสดีครับท่านผู้นำ อากาศข้างนอกร้อนเกินไป เชิญเข้ามาด้านในก่อนนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยแสดงท่าทีที่มั่นใจเช่นกัน เธอยินดีต้อนรับผู้นำทุก คนมาเยี่ยมชมสวนผักของเธอ คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนมีตำแหน่งและ สถานะสูง ทั้งยังทำงานอยู่ในกรมเกษตรกรรม
ผู้นำระดับสูงเห็นผักมาเยอะแล้ว และพวกเขาก็ไม่ได้ขาดแคลน อาหารเหมือนกับคนทั่วไป ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกอิจฉาอะไร
มันคงตลกไม่น้อยหากจะปล้นใครบางคนเพียงเพื่อแย่งชิงผัก เพียงเล็กน้อยแค่นี้ ทั้งยังดูน่าอับอายอีกด้วย
ผู้อำนวยการเดินนำหน้า ฝูงชนเดินตามเข้าไป พวกเขายังรู้สึก สงสัยอยู่บ้าง ด้วยอากาศร้อนขนาดนี้ ใครที่ไหนจะสามารถปลูกผักที่
บ้านได้?
แต่พอเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ และเห็นผักเต็มสวน มุมกำแพงยังมีเถาแตงโมและฟักทองเกี่ยวพันอยู่ มากมาย พวกเขารู้สึกประหลาดใจมาก และเชื่ออย่างหมดเปลือกว่า พ่อเซียวทำได้จริง ๆ
ผู้นำทุกคนเข้าไปในสวนแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะเดินตามเข้า ไป แต่ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นร่างเงาหนึ่งห่างออกไปไม่ไกลกำลัง แอบมองประตูบ้านตระกูลเซียว
“แม่ ผู้หญิงคนนั้นคือใครคะ?”
แม่เซียวหันมองตามสายตาของลูกสาว ก่อนจะขมวดคิ้วพูดด้วย ความสงสัย
“เตียวหรงหรง เธอมาทำอะไรที่นี่?”