ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 68 เทศกาลไหว้พระจันทร์ ขนมไหว้พระจันทร์ยุงเปิดตัว
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 68 เทศกาลไหว้พระจันทร์ ขนมไหว้พระจันทร์ยุงเปิดตัว
ในที่สุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง สถานที่จัด งานในชุมชนฮว๋าฮั่นได้เตรียมการไว้แล้ว แผนกการจัดการ อสังหาริมทรัพย์และเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตร่วมมือกันจัดงาน และ เชิญลูกบ้านทุกคนมาเข้าร่วม
ถัดจากทะเลสาบเทียมมีลานกว้างขนาดใหญ่ มีโต๊ะมากกว่า 20 โต๊ะ แต่ละโต๊ะมีถาดขนาดใหญ่วางขนมไหว้พระจันทร์ที่ถูกคลุมด้วย ผ้าขาว โดยมีป้ายขนาดเล็กระบุรสชาติของแต่ละถาด เพื่อให้ลูกบ้าน สามารถเลือกรสตามที่ต้องการ
แม่เซียวไปช่วยงานที่ลานกว้างตั้งแต่เช้า พ่อเซียวยังไม่ได้รับแจ้ง วันที่ต้องไปรายงานตัว เขาจึงอยากไปลานกว้างเพื่อร่วมสนุก ขณะ กระตุ้นให้เซียวหมิงเยวี่ยออกไปข้างนอกด้วยกันเร็ว ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ค่อยสนใจงานนี้เท่าไหร่ ขนมไหว้พระจันทร์ยุง ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่เธอต้านทานความกระตือรือร้นของพ่อกับยาย ไม่ไหว ส่วนคุณตาชอบดูโทรทัศน์ที่บ้าน ทุกคนจึงปล่อยให้เขาเฝ้า บ้านคนเดียว
ลูกบ้านทุกคนต่างตื่นเต้นกันมาก กิจกรรมยังไม่ทันเริ่ม ลาน กว้างก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว
ทุกคนต่างดีใจกันมาก ในงานเทศกาลไหว้พระจันทร์มีขนมไหว้ พระจันทร์ แถมฟรีอีกต่างหาก ใครบ้างจะไม่ดีใจ? การที่สามารถกิน อาหารได้ฟรีในยุคสมัยนี้ ถือเป็นความสุขที่หาได้ยากยิ่ง
“คนเยอะจัง”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาถึงลานกว้าง และเห็นผู้คนจำนวนมาก เธอ แทบไม่อยากก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ตอนนี้แหล่งน ้าขาดแคลนและผู้คน ไม่มีน ้าให้อาบ พวกเขารวมตัวกันบนลานกว้างจำนวนมากขนาดนี้ กลิ่นนั้นคงจะเหม็นมากจนทำให้เวียนหัว
“แม่ของหลานอยู่ตรงนั้น ไป เราไปหาเธอกันเถอะ”
ในที่สุดคุณยายก็พบแผงลอยของแม่เซียว ขนมไหว้พระจันทร์ที่
วางในแผงลอยของแม่เซียวมีรสเกลือและพริกไทย โดยเขียนป้ายระบุ ว่าแต่ละคนสามารถรับได้เพียง 2 ชิ้นเท่านั้น
“หมิงเยวี่ย แม่ มากันแล้วเหรอ ดูสิ ชุมชนของเรามีชีวิตชีวามาก เราจะเริ่มแจกขนมไหว้พระจันทร์ตอน 6 โมงเย็น ยังเหลืออีกตั้ง 10 นาทีก่อนถึงเวลา แต่ทุกคนต่อแถวกันยาวแล้ว” แม่เซียวพูดด้วย รอยยิ้ม
เพราะกลัวว่าอากาศจะร้อนเกินไปในช่วงเที่ยงวัน จึงกำหนดให้ กิจกรรมเริ่มในเวลา 6 โมงเย็นแทน
คุณยายรู้สึกอยากรู้อยากเห็นจึงเปิดผ้าขาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อดูว่า ขนมไหว้พระจันทร์หน้าตาเป็นอย่างไร ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนจาก คนที่ยืนต่อแถวอยู่
“ยายเฒ่าข้างหน้านั่น มายืนข้างหน้าทำไม ถ้าอยากจะกินขนม ไหว้พระจันทร์ก็ไปต่อแถวด้านหลังสิ!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว พวกเราทุกคนกำลังต่อแถว ทำไมถึงวิ่งไปหยิบ ก่อนแบบนั้น อาศัยว่าอายุมากแล้ว หน้าด้านจริง ๆ”
แม่เซียวทำหน้าเคร่งขรึมทันที “แม่ของฉันไม่ได้มารับขนมไหว้ พระจันทร์ เธอกลัวว่าฉันจะยุ่งเกินไป จึงมาที่นี่เพื่อช่วยแจกขนม ต่างหาก! ทั้งที่ไม่รู้ความจริงเลยสักนิด ทำไมกล้ามาพูดเรื่องไร้สาระ แบบนี้?”
พอแม่เซียวพูดจบ คนที่บ่นเมื่อครู่ก็เงียบกันลงทันที ท้ายที่สุดแม่ เซียวคือคนที่แจกขนมไหว้พระจันทร์ ถ้าทำให้เธอโกรธขึ้นมาและไม่ ยอมแจกขนมให้พวกเขาจะทำอย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร เธอรู้สึกดีใจที่แม่ เซียวเริ่มเข้มแข็งขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
เมื่อเห็นแผงลอยด้านข้างเปิดผ้าขาวออก แม่เซียวจึงเปิดผ้าขาว ในแผงลอยของเธอเช่นกัน และตะโกนว่า
“อีกไม่กี่นาทีก็จะแจกขนมไหว้พระจันทร์แล้วนะคะ ทุกคน กรุณา เข้าแถวให้เรียบร้อย แต่ละคนรับได้เพียง 2 ชิ้นเท่านั้น”
“ทำไมขนมไหว้พระจันทร์ถึงมีสีดำมอมแมมแบบนั้นล่ะ มันทำ จากแป้งผสมงาดำเหรอ?”
“จริงด้วย ลองดูขนมไหว้พระจันทร์ของแผงลอยอื่น ๆ สิ มันล้วน เป็นสีดำทั้งหมด ฉันไม่เคยกินขนมไหว้พระจันทร์สีดำเลย”
“มีให้กินก็ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแป้งผสมงาดำหรือผสมถั่วดำ ขอให้ ได้กินอิ่มท้องก็พอ ของฟรีแบบนี้ อย่าให้เสียเปล่าเลย!”
“คงจะดีไม่น้อยถ้าได้กินขนมไหว้พระจันทร์ฟรีทุกวัน”
“ทำไมถึงชักช้านักเล่า เริ่มแจกเร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอ รอจนกว่าจะ ถึง 6 โมงเย็น แป้งคงแข็งหมดแล้ว”
ผู้คนที่เข้าแถวพูดคุยกันเซ็งแซ่ บ้างก็ตั้งตารอ บ้างก็บ่นอุบ และ บ้างก็จับยุงด้วยความเบื่อหน่าย
เมื่อถึงเวลา ผู้จัดการซูออกคำสั่งและเริ่มแจกขนมไหว้พระจันทร์
ทุกคนเริ่มเบียดกันเข้าไปข้างหน้า มีบางคนยืนต่อแถวเรียงกัน มี บางคนแทรกแถว บางคนผลักคนข้างหน้าและแย่งชิงกัน กลายเป็น ภาพฉากที่วุ่นวายมาก
ผู้จัดการซูใช้โทรโข่งตะโกนว่า “ขอให้ลูกบ้านทุกคนปฏิบัติตาม กฎการต่อแถว และสามารถต่อแถวได้เพียงแถวเดียวเท่านั้น คนที่
แทรกแถวจะถูกตัดสิทธิ์ในการรับขนมไหว้พระจันทร์! รีบไปต่อแถว!
ขอย ้าอีกครั้ง คนที่ไม่ต่อแถวจะถูกตัดสิทธิ์การรับขนมไหว้ พระจันทร์!”
จากนั้นสถานการณ์ก็สงบลง และผู้คนกลับมาต่อแถวอย่างเป็น ระเบียบเรียบร้อย
แม่เซียวทำคนเดียวไม่ไหว ดังนั้นพ่อเซียว คุณยาย และเซียวห มิงเยวี่ยต่างก็ช่วยแจกขนมไหว้พระจันทร์ ด้วยความร่วมมือของคน ทั้งสี่ ทำให้แผงลอยของแม่เซียวแจกเร็วที่สุด
คนที่ได้รับขนมไหว้พระจันทร์ต่างก็เริ่มกิน หลังกัดเข้าไปคำ ใหญ่ พวกเขาก็ต้องตกตะลึง
“รสชาติอะไรเนี่ย?”
ผู้คนค้นพบความแปลกประหลาดของขนมไหว้พระจันทร์มาก ขึ้น
“แป้งของขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้ทำจากแป้ง ไส้สีเขียวข้างในก็ แปลกประหลาดเหมือนฟองน ้า รสชาติไม่อร่อยเลยสักนิด”
“อี๋~ รสชาติแย่ชะมัด! นี่มันอะไรเนี่ย งานเทศกาลไหว้พระจันทร์ บ้าบออะไร ไหนบอกว่าจะมีขนมไหว้พระจันทร์แจกไง แต่ทำไมถึงเอา อย่างอื่นมาหลอกแจกเรา?”
“ทำไมข้างในถึงมีขายุงอยู่ด้วย?”
“…”
ผู้จัดการซูหยิบโทรโข่งขึ้นมาอย่างชำนาญอีกครั้ง
“ขอแจ้งข่าวดีให้ทุกคนทราบ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เหมย หม่านซูเปอร์มาร์เก็ตจะเริ่มจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ดำ หนึ่งแต้ม แลกได้สองชิ้น หรือซื้อด้วยเงินก็ได้ ในราคาชิ้นละหนึ่งหยวนเท่านั้น ราคาถูกแสนถูก!”
มีคนตะโกนขึ้นมาว่า “แต้มเอาไปใช้แลกข้าวกับน ้าได้ แล้วใคร จะอยากเอามาซื้อของหลอกลวงแบบนี้มากิน?”
หลังมีคนพูดเช่นนี้ อีกหลายคนก็เห็นด้วย
“เงียบหน่อยครับเงียบหน่อย! ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป แต้มไม่ สามารถแลกข้าวและน ้าได้อีกต่อไป” ผู้จัดการซูดูเหมือนจะรู้ว่ามีคน ต้องถามเรื่องนี้
“อะไรนะ?!”
คำพูดของผู้จัดการซูทำให้เกิดความโกลาหล ผู้คนในลานกว้าง ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ และไม่พอใจกับกฎข้อบังคับนี้อย่างมาก
“ทำไมถึงแลกเปลี่ยนไม่ได้แล้ว งั้นเราจะกินอะไรหลังจากนี้ล่ะ?”
“หรือว่าหลังจากนี้เราจะต้องกินเจ้าก้อนสีดำอันนี้? นี่เรียกว่า อะไรนะ ขนมไหว้พระจันทร์ดำ รสชาติเหมือนกินเศษขยะ แทบอ้วก! ของแบบนี้มันจะกินแทนข้าวได้ยังไง?”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่บอกว่าจะแจกขนมไหว้พระจันทร์ฟรี นั่นก็ เพื่อให้เราทำความคุ้นเคยกับเจ้าก้อนสีดำ จริง ๆ คงคิดแผนการนี้ไว้ แล้ว เราไม่กินขนมไหว้พระจันทร์ดำ เราต้องการกินข้าว!”
“คัดค้าน คัดค้าน!”
ผู้จัดการซูตบโต๊ะอย่างแรง “ฟังผมพูดให้จบก่อน!”
ผู้คนพลันปิดปากเงียบ
เขากระแอมเล็กน้อย และพูดต่อ
“ลูกบ้านทั้งหลายครับ ผมจะบอกความจริงกับพวกคุณก็ได้ ช่วง นี้ราคาข้าวค่อย ๆ สูงขึ้นมาก พวกคุณคงสังเกตเห็นแล้ว ไม่ใช่ว่า เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ขายข้าว แต่ที่จริงไม่มีข้าวขายแล้ว ต่างหาก”
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตจะจำหน่าย สิ่งของสองอย่าง อย่างแรกคือขนมไหว้พระจันทร์ดำ อีกอย่างหนึ่งคือ แผ่นกระบองเพชร ขอพูดเน้นย ้าว่าแผ่นกระบองเพชรนั้นไม่ต้องเสีย เงิน เราแจกฟรีหนึ่งแผ่นต่อคน ใครมาก่อนได้ก่อน!”
พูดจบผู้จัดการซูก็ปิดโทรโข่ง ขณะที่เกิดการโต้เถียงกันไม่หยุด ในหมู่ลูกบ้าน
การยอมรับความเป็นจริงนั้นต้องใช้เวลา แต่ถ้าไม่ยอมรับจะมีวิธี ไหนอีก หากไม่กินก็อดตายเท่านั้น
“โอ้โห โลกนี้มันอะไรกันเนี่ย หายนะมาเยือนแล้ว!”
“พระผู้เป็นเจ้า ช่วยส่งฝนมาเร็ว ๆ เข้าเถอะ ดูสิว่าโลกตอนนี้เป็น ยังไง เราจะไม่มีอาหารกินแล้ว”
“แผ่นกระบองเพชรกินได้ไหมนะ?”
บางคนก่นด่าสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น บางคนคุกเข่าลงและ อธิษฐานขอฝน ส่วนบางคนก็อยากรู้เกี่ยวกับแผ่นกระบองเพชร
หลังจากงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ครอบครัวเซียวทั้งสี่เดินกลับ บ้าน แม่เซียวถือถุงขนมไหว้พระจันทร์สิบชิ้นมาด้วย ซึ่งเป็น สวัสดิการของเธอ
“เห็นพูดกันว่ารสชาติแย่ ฉันสงสัยจริง ๆ ว่ามันจะแย่สักแค่ไหน กลับไปคงต้องลองชิมดูแล้ว ยังไงซะมันก็คืออาหาร ไม่ควรทิ้งให้สูญ เปล่า” แม่เซียวพูดขณะเดิน
หลังจากกลับถึงบ้าน แม่เซียวแบ่งขนมใส่เข้าปากชิ้นหนึ่ง ก่อน จะรีบบ้วนทิ้งทันที
“แหวะ ๆ ๆ! ความอยากรู้อยากเห็นของฉันก่อเรื่องเสียแล้ว ฉัน ควรทิ้งมันไปดีกว่า”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะโดยไม่พูดอะไร ความจริงเกี่ยวกับขนมไหว้ พระจันทร์จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในอีกหนึ่งเดือนต่อมา
เนื่องจากรัฐบาลกลัวว่าประชาชนจะยอมรับไม่ได้ จึงเก็บไว้เป็น ความลับ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถบอกใครได้
อย่างไรก็ตามขนมไหว้พระจันทร์ยุงไม่ได้มีพิษ แม่เซียวกินเข้าไป สักคำก็คงไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว
ในเวลานี้ พ่อเซียวได้รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลก สีหน้าของเขา เปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นตื่นเต้น จากตื่นเต้นเป็นมีความสุข หลังจากวางสาย พ่อเซียวก็รีบแบ่งปันข่าวดีแก่ทุกคน
“ฝ่ายบุคคลขอให้ผมจัดกระเป๋า และบอกว่าได้จัดสรรหอพักไว้ ให้แล้ว โดยขอให้ผมเดินทางไปในวันพรุ่งนี้เช้า”
“ไปพรุ่งนี้เช้า? รีบขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิด บางอย่างขึ้นได้พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยในใจดังขึ้น
แย่แล้ว!