ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 69 พายุทรายกำลังมา
ช่วงนี้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่นจนเธอเกือบลืมไปแล้วว่าพายุ ทรายจะมาตอนไหน จำได้ว่าในชาติที่แล้วมันเป็นช่วงบ่ายของ เทศกาลไหว้พระจันทร์วันที่สอง
พายุทรายพัดถล่มปกคลุมทั่วโลก และกินเวลานานถึงสามเดือน นี่เป็นภัยพิบัติอันใหญ่หลวงสำหรับมนุษยชาติ
ทุกคนต่างหวังว่าฝนจะตกหนักหลังจากคลื่นความร้อน แม่น ้าทุก สายจะกลับมาไหลอีกครั้ง ดินจะได้รับความชุ่มชื้นจากน ้าฝน พืชผล สามารถเติบโตได้ตามปกติ และโลกจะกลับสู่สภาวะปกติ
ในช่วงภัยพิบัติคลื่นความร้อนที่ยาวนานนี้ ทุกคนต่างก็ทุกข์ ทรมานกันมาก คาดหวังให้มันผ่านไปโดยเร็วที่สุด
แต่การมาถึงของพายุทรายครั้งนี้ได้ทำลายความหวังสุดท้ายของ พวกเขาโดยสิ้นเชิง ผืนดินแปรเปลี่ยนกลายเป็นทะเลทราย พืชผลใน ไร่นาไม่สามารถเติบโตได้ พืชผลในประเทศถูกพายุทรายทำลายล้าง จนหมดสิ้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฝนตกหนักที่น่ากลัวหลังจากพายุทราย แผ่นดิน บนโลกร้อยละ 50 ถูกน ้าท่วมหนัก ประเทศที่มีระดับน ้าทะเลต ่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลาย ๆ ประเทศจมหายไปตลอดกาลในสาย ธารแห่งประวัติศาสตร์
ดาวเคราะห์สีน ้าเงินนี้ดูเหมือนจะเปิดฉากแผนการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ และนรกบนดินที่แท้จริงก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็น ทางการ…
“พ่อคะ เพิ่งเริ่มงานใหม่ ทำไมไม่พักอยู่ที่นั่นสักพักล่ะ เพื่อทำ ความคุ้นเคยกับงานด้วย นอกจากนี้พนักงานส่วนใหญ่ของกรม เกษตรกรรมก็พักอยู่ที่นั่นเหมือนกัน”
สำนักงานกรมเกษตรกรรมตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองและค่อนข้าง ห่างไกล สภาพของหอพักนั้นดีมาก มีเครื่องปรับอากาศและของใช้ ครบครัน ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกอาศัยอยู่ที่หอพัก เพราะสภาพ ดีกว่าที่บ้านมาก
พ่อเซียวลังเลอยู่บ้าง “ฝ่ายบุคคลก็บอกพ่อเหมือนกัน ที่นั่นมีทั้ง โรงอาหารและหอพัก แต่พ่อไม่สบายใจที่จะทิ้งพวกลูกไว้ที่บ้านตาม ลำพัง”
“ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย พวกเราสบายดี มีหมิงเยวี่ยอยู่ด้วยทั้งคน จะกลัวอะไรอีก งานในกรมเกษตรกรรมต้องดีมากแน่ ๆ คุณไม่ต้อง ห่วงทางนี้และตั้งใจทำงานเถอะ” แม่เซียวพูด
พ่อเซียวพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นก็ได้”
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนและพูดอย่างจริงจัง “พ่อคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้
หนูขับรถไปส่งเอง แต่วันนี้เราต้องทำสิ่งหนึ่งให้เสร็จก่อน”
“อะไรเหรอ?”
“หนูเคยบอกทุกคนไปแล้วไงคะ เว่ยจวินบอกว่าพายุทรายกำลัง จะมาเร็ว ๆ นี้ งั้นเราเตรียมป้องกันก่อนที่พ่อจะไปทำงานที่กรม เกษตรกรรมดีกว่า เราสองคนต้องรื้อแผงโซลาร์เซลล์ออก ถ้าพายุ ทรายมาจริง ๆ แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาจะต้องถูกพัดปลิวอย่าง แน่นอน”
“ตั้งแต่เกิดคลื่นความร้อนก็ไม่เคยมีลมเลย จะมีพายุทรายจริง ๆ เหรอลูก?” พ่อเซียวแสดงความสงสัย
“ระวังไว้ก่อนดีกว่าค่ะ ช่วยกันรื้อเลยดีกว่า บันไดของที่บ้านอยู่ ตรงไหนคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบก็เดินไปหาบันได
“รื้อตอนนี้เลยเหรอ? พ่อรู้ว่าบันไดอยู่ตรงไหน เดี๋ยวไปเอามาให้” แม้พ่อเซียวจะยังไม่แน่ใจ แต่เขาก็เชื่อฟังลูกสาว
แม่เซียวไม่นิ่งเฉยเช่นกัน “ถ้างั้นแม่ไปช่วยอีกแรง”
…
หลังจากส่งพ่อเซียวไปทำงาน เซียวหมิงเยวี่ยรีบกลับบ้านทันที โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แม่เซียวจึงไม่ต้องไปทำงาน มิฉะนั้นเธอคงกังวลว่าจะหาวิธีหลอกแม่เซียวให้กลับบ้านได้อย่างไร
ตอนเที่ยงวัน กลุ่มแชตของชุมชนก็ออกประกาศฉุกเฉิน กะทันหัน
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : @ทุกคน ลูกบ้าน ทุกคนครับ ทางเราได้รับการแจ้งเตือนฉุกเฉินจากหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง พายุทรายขนาดใหญ่จะพัดถล่มเวลาประมาณ 16.00 น. กรุณาปิดประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อย และห้ามออกไปข้างนอก เด็ดขาด!!!
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : นอกจากนี้ ยังมี การส่งรถบรรทุกน ้าและอาหารไว้ล่วงหน้าหลายคัน โปรดสละเวลามา ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อรับน ้าและอาหาร เนื่องจากพายุทรายครั้งนี้จะ รุนแรงมาก ทำให้สามารถจัดส่งอาหารและน ้าให้กับทุกคนสัปดาห์ละ ครั้ง โปรดรีบลงมาที่ชั้นล่าง! ย ้าอีกครั้ง รีบลงมาที่ชั้นล่าง!
กลุ่มแชตของชุมชนระเบิดทันที
[ท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วง] : พระเจ้า พายุทรายเหรอ???
[ผกาบานมั่งคั่ง] : รออะไรอยู่อีก รีบไปรับเร็วเข้า! ชักช้าเดี๋ยวก็ ถูกแย่งไปหมด!
[นักรบยามค ่าคืน] : น่าตื่นเต้นชะมัด เหมือนหนังวันสิ้นโลกเลย พายุทรายเนี่ยนะ! ฉันไม่เคยเห็นเลยว่าพายุทรายหน้าตาเป็นยังไง! ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : อันที่จริงผมก็เดาไว้แล้วละ คลื่นความร้อน ทำให้พืชพรรณตายไปมาก ต้นไม้มีน้อยเกินกว่าจะยึดเกาะหน้าดิน
เมื่อมีลมพัดก็ทำให้เกิดพายุทรายได้ง่าย มนุษย์ควรปกป้องพืชพรรณ และปลูกต้นไม้ให้มากขึ้นนะ
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : แล้วมาพูดตอนที่เรื่องมันเกิดไปแล้ว เนี่ยนะ?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : ก็แค่พูดไปแบบนั้นเฉย ๆ การคุ้มครอง สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณไม่เข้าใจเองต่างหาก
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ไม่เข้าใจเลยว่าแกกำลังพยายามเส แสร้งอะไรอีก
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : พี่ชาย ทำไมถึงชอบขัดขวางผมอยู่เรื่อย เลย?
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] ไม่ได้ตอบสิ่งใด แต่คิดว่าเขาคงแค่ไม่ ชอบอีกฝ่ายก็เท่านั้น ตอนนี้เขาคงกำลังถือถังน ้าวิ่งลงบันไดอย่าง รวดเร็วเพื่อต่อแถวรับน ้าและอาหาร
แม่เซียวถือโทรศัพท์ไว้ในมือพร้อมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“กำลังจะมีพายุทรายจริง ๆ ด้วย ดีนะที่ลูกสาวแม่รอบคอบ ไม่อย่างนั้นแม่กับยายคงต้องช่วยกันขนแผงโซลาร์เซลล์จำนวนมาก ที่ทั้งใหญ่และหนักพวกนั้นตามลำพัง”
“ใช่ ๆ ยายเกือบลืมที่เว่ยจวินบอกเรื่องพายุทรายไปแล้ว แต่หมิง เยวี่ยกลับจำมันได้แม่น เด็กรุ่นใหม่หัวดีกันจริง ๆ” คุณยายชมเชย หลานสาวไม่หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยกัดแอปเปิลก่อนพูดว่า
“ระวังไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”
“แต่ว่านะ ถ้าไม่มีแผงโซลาร์เซลล์แล้ว เราจะใช้ไฟฟ้ายังไงล่ะ?” แม่เซียวถามเกี่ยวกับสิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มมุมปาก “แม่ ลืมไปเหรอคะว่าหลังบ้านของเรา มีกังหันลมตั้ง 5 ตัวนะ! ตอนนั้นซื้อแผงโซลาร์เซลล์แล้วได้รับแถมมา ก่อนหน้านี้เองก็มีไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งพอใช้ ประมาณสองเดือน ที่บ้านเราไม่มีทางขาดแคลนไฟฟ้าหรอกค่ะ”
ความจริงแล้วเซียวหมิงเยวี่ยซื้อกังหันลมมาเอง เธอแค่โกหกแม่ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นมันจะดูเหมาะเจาะเกินไป นอกจากนี้ในพื้นที่มิติ ยังมีแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่สำรองอีกเป็นจำนวนมาก อย่าลืม ว่ามิติก็มีแสงแดดเช่นกัน ดังนั้นจึงมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอแน่นอน
แม่เซียวตบต้นขาและพูดว่า “จริงด้วย เรายังมีกังหันลมอยู่!”
คุณยายไปหาถังน ้าและเดินกลับมา “เร็วเข้า ๆ ไปรับน ้ากันเถอะ ครอบครัวเรามีสี่คน และต้องใช้น ้าให้ได้เจ็ดวัน งั้นต้องเอาถังน ้าไป เพิ่ม!”
คุณยายออกไปรับน ้าตลอด และไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้น ้ามีค่ามาก เธอจึงไม่อยากพลาดโอกาสที่จะรับน ้า ตอนแรก เซียวหมิงเยวี่ยต้องการเกลี้ยกล่อมให้คุณยายออกไปรับน ้าน้อยลงใน ครั้งนี้ แต่หลังจากคิดอีกครั้ง เธอตัดสินใจที่จะไม่พูดออกไป เพราะ คุณยายต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน และยังพอมีเวลาก่อนที่พายุทรายจะ มา
วันนี้เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกันจน แน่น ด้านหน้ามีแถวยาวเหยียดมองไม่เห็นหางแถว ขณะที่ผู้คน พูดคุยกันอย่างไม่หยุดหย่อน แม้เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตจะจัด พนักงานทั้งหมดออกมาทำงาน แต่ก็ยังมีกำลังคนไม่เพียงพอ พวก เขาจึงยืมพนักงานจากฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์
เนื่องจากแม่เซียวอาศัยอยู่ในชุมชนนี้ หัวหน้างานจึงแจ้งข่าวกับ เธอ
เซียวหมิงเยวี่ยได้พาคุณยายไปต่อแถวแล้วตั้งแต่เช้า แม่เซียว ได้รับข้อความจากหัวหน้า เธอจึงรีบไปเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ เนื่องจากรีบเกินไป เธอจึงล็อกประตูเพียงบานเดียว แม้ว่าคนที่อยู่ นอกบ้านจะไม่สามารถเปิดได้ แต่คนที่อยู่ข้างในยังสามารถเปิดออก ได้
ประตูเหล็กของตระกูลเซียวค่อนข้างพิเศษ ระดับความปลอดภัย สูงขึ้นมาก การล็อกประตูซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน จำเป็นต้องล็อกสอง
ประตูเข้าด้วยกัน จึงจะสามารถล็อกประตูจากด้านนอกได้อย่าง สมบูรณ์
เซียวหมิงเยวี่ยขอให้คุณยายไปช่วยแม่เซียว หากมีคนช่วยเยอะ งานก็จะดำเนินการเร็วขึ้น ทำงานเสร็จเร็วก็กลับบ้านได้เร็วขึ้น หญิง สาวจึงยืนต่อแถวคนเดียว ถือถังน ้าข้างละสองใบ รวมทั้งหมดสี่ใบ
“ลมมาแล้ว!”
“ดูสิ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว!” ผู้คนรอบ ๆ เริ่มพูดคุย เสียงอื้ออึง
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้น ไม่รู้เลยว่าดวงอาทิตย์หายไปตั้งแต่ เมื่อไหร่ ทั่วท้องฟ้ากลายเป็นสีขุ่นมัว ซึ่งถูกย้อมด้วยลมและทราย ราวกับกระดาษเก่าที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
กิ่งไม้แห้งถูกลมพัดทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ อากาศเต็มไป ด้วยความรู้สึกอึดอัดของหายนะที่กำลังจะมาถึง ทำให้ผู้คนหายใจไม่ ออก
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยมืดหม่นลง เธอรู้สึกวิตกกังวลอย่าง บอกไม่ถูก บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้ถึงความน่ากลัวของภัยพิบัตินี้
ล่วงหน้า จึงยังรู้สึกกลัวและไม่สบายใจเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง
“ในที่สุดก็มีลมสักที ร้อนแทบตายอยู่แล้วเนี่ย เร็วเข้า พัดไปเลย รีบ ๆ พัดความร้อนให้หายไปสักที!” ชายคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น
“ใช่ พอลมพัดก็จะเย็นสบายขึ้น ต่อไปนี้เราจะไม่ต้องทนต่อความ ร้อนแล้ว”
“ลมเอ๋ย จงพัดพาพวกฝูงยุงที่น่ารำคาญออกไปด้วย!”
“…”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไรเมื่อได้ยินการพูดคุยของผู้คนรอบ ข้าง พวกเขาช่างไร้เดียงสาจริง ๆ ภายใต้อุณหภูมิสูง ลมที่พัดจะร้อน เช่นกัน หลังจากนี้อีกไม่กี่วันจะไม่มีใครพูดแบบนี้อีก
หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยรับน ้าแล้ว เธอก็ไปช่วยแม่เซียวทำงาน หนักหลายชั่วโมง และในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
ผู้จัดการซูแจ้งเตือนในกลุ่มแชตชุมชนอีกครั้ง เขาเตือนทุกคน ให้ปิดประตูหน้าต่างเมื่อกลับถึงบ้านและอย่าออกไปข้างนอก
“อ้าว! ทำไมประตูบ้านของเราถึงเปิดทิ้งไว้ล่ะ???”