ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 72 เมืองใต้ดิน
[นักเลงคีย์บอร์ด] : เธอคนนั้นแนะนำเราให้ไปหลบภัยในโรงจอด รถใต้ดินด้วย ถ้าฉันจำไม่ผิด @จันทร์กระจ่างกลางใจ ดูเหมือนจะ อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว และไม่ได้อยู่ตึกสูงเหมือนพวกเรา เธอยังใจดี ช่วยให้คำแนะนำเรา ทำไมถึงต้องด่ากันด้วย
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : @พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่ คุณคือลูกอมคิวคิว แสนประณีตใช่ไหม? อย่าคิดว่าฉันจะจำคุณไม่ได้หลังจากที่เปลี่ยน ชื่อและรูปโปรไฟล์แล้ว อย่ามายุ่งกับฉันอีก คราวก่อนโดนฉันตียังไม่ พอใช่ไหม?
[พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่] : รู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นเขา?
คำพูดของเขาชัดเจนในตัวเอง เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากจะสนใจ คนงี่เง่านี้อีกต่อไป ครั้งก่อนที่ [บุปผาขาวดอกน้อย] วิ่งหนีไปและทิ้ง เขาไว้ตามลำพัง ทั้งสองคนไม่ได้เลิกกันอีกเหรอ? ช่างเหมาะสมกัน เหลือเกิน
[นักบิดสิ้นหวัง] : พระเจ้าช่วย! รถสามล้อไฟฟ้าพุ่งเข้ามาในบ้าน ผม! โชคดีจริง ๆ ที่ผมหลบทัน! @จันทร์กระจ่างกลางใจ ผมขอบคุณ ทั้งครอบครัวของคุณเลย! ผมจะไปที่โรงจอดรถใต้ดินเดี๋ยวนี้!
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ผมลงมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เพิ่งปูผ้าห่ม เสร็จ ที่โรงจอดรถใต้ดินเย็นสบายกว่าข้างบนมากเลย! เชิญทุกคน ลงมาได้นะครับ ผมเอาไพ่มาด้วยสองสำรับ
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ประตูบ้านฉันเปิดไม่ได้ ดันยังไงก็ไม่เปิด! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
[พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่] : เฮ้ย ประตูเปิดไม่ได้ทำยังไงดี!
[คนแก่ใกล้ตาย] : คุณไม่อยากลงไปชั้นใต้ดิน แล้วจะเปิดประตู ทำไม?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : คนข้างบนใจร้ายเกินไปหรือเปล่า? ทำไม ต้องพูดจาเหน็บแนมกันตอนนี้ด้วย?
[คนแก่ใกล้ตาย] : ประตูบ้านฉันเปิดได้นะ
หลายคนปฏิบัติตามคำแนะนำของเซียวหมิงเยวี่ย เก็บข้าวของ ไปที่โรงจอดรถใต้ดิน แต่เนื่องจากอาคารในชุมชนฮว๋าฮั่นมีรูปแบบที่
แตกต่างกัน ประตูบางแบบไม่ได้รับผลกระทบจากลมแรง แต่บางแบบ ก็ไม่เหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับห้องที่ทางเดินติดกัน เมื่อได้รับ ผลกระทบจากลมหมุนเวียน จะทำให้ประตูเปิดไม่ได้
ในเวลานี้ ผู้จัดการซูเข้ามาพูดในกลุ่ม
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ผมเพิ่งได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่าพายุครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ @จันทร์ กระจ่างกลางใจ พูดถูก ทุกคนควรทำตามวิธีของเธอ โปรดเก็บข้าว ของอย่างรวดเร็ว แล้วไปที่โรงจอดรถใต้ดินเพื่ออพยพฉุกเฉิน!
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : @ทุกคน โปรด ดูแลความปลอดภัยส่วนบุคคลของคุณในโรงจอดรถใต้ดิน พวกเรา ทุกคนเป็นลูกบ้านในชุมชนเดียวกัน เราต้องสามัคคีกันเพื่อเอาชนะ ความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน!! หากพบเห็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์ คุณ สามารถแจ้งความได้ทันที และจะถูกใส่ชื่อเข้าบัญชีดำ นอกจากนี้ การป้องกันตัวเองไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นทุกคนต้องปกป้องตัวเอง ใคร ก็ตามที่กล้าทำเรื่องชั่วร้ายจะต้องตาย!
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ทุกคนอย่ากลัวไป เลยนะครับ ควบคุมอารมณ์ให้ดี พายุทราบครั้งนี้จะคงอยู่ไม่นาน อีก หนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงแรงลมต ่าสุด ทุกคนสามารถออกไป ข้างนอกได้ รถส่งเสบียงจะมาส่งเช่นกัน อดทนกับสัปดาห์นี้นะครับ เราทำได้!
[ผกาบานมั่งคั่ง] : ยกนิ้วให้ผู้จัดการซูค่ะ
[บุปผาขาวดอกน้อย] : แล้วเราจะทำยังไงดีคะ ประตูเปิดไม่ได้ เลย? บันไดอยู่ด้านนอกประตูระเบียง ยังไงก็ข้ามไปไม่ได้!
[ผู้จัดการซูแห่งเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ลูกบ้านที่อาศัยอยู่ ในอาคารมีระเบียงไม่ควรออกไปข้างนอกนะครับ ต่อให้คุณเปิดประตู ได้ ก็คาดว่าจะไม่สามารถเปิดประตูบันไดได้ มันอันตรายเกินไป ผม ขอแนะนำให้คุณอยู่ในบ้าน ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ปิดกั้น หน้าต่าง และเข้าไปหลบอยู่ในห้องนอน เพื่อผ่านความยากลำบากใน ครั้งนี้
[พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่] : ให้ซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนเนี่ยนะ? พูดง่ายจังวะ เมื่อกี้มีคนเสียชีวิตในห้องนอนและทั้งครอบครัวก็ถูกลมพัดปลิวไปนะ เว้ย! คุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จะไม่สนใจช่วยชีวิตของเราเลยหรือไง?
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ช่วยเราด้วย!
…
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ดูข้อความในกลุ่มอีกต่อไป ตอนที่ปรับปรุงบ้าน เธอทำให้บ้านแข็งแรงเหมือนปราการเหล็กเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันนี้
ตอนนี้พายุทรายกำลังโหมกระหน ่าอยู่ข้างนอก แต่ภายในบ้าน นั้นปลอดภัยมาก เธอสามารถรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว ของเธอได้ตามปกติ และดูโทรทัศน์ได้ด้วย ซึ่งแค่นี้ก็พอใจมากแล้ว
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยกลับไปห้อง ของเธอ
นับตั้งแต่ที่มูนฟาร์มของเธอเปิดตัว เธอก็ได้รับคำสั่งซื้อเรื่อย ๆ นอกจากชุดตัวเลขที่ซื้อเป็นจำนวนมากก่อนหน้านี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ สั่งซื้อจำนวนสูงสุดเพียงไม่กี่กล่อง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รีบร้อน เธอคิดว่าค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ชื่อเสียงต้องค่อย ๆ สะสมทีละน้อย
อย่างไรก็ตามตอนนี้พายุทรายมาถึงแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยกังวลว่า เธอจะไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ หากพัสดุถูกลมพัดปลิวไป จะทำอย่างไร?
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เธอก็ได้รับคำสั่งซื้อใหม่
[นายท่าน มีคำสั่งซื้อมาใหม่ [พาฮัสกี้ท่องอวกาศ] สั่งซื้อกวางตุ้ง หนึ่งกล่อง กะหล ่าปลีหนึ่งกล่อง พริกเขียวหนึ่งกล่อง ไข่จากไก่เลี้ยง ตามธรรมชาติหนึ่งแพ็ก และลูกพีชหนึ่งกล่อง]
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มเข้าสู่โหมดการบรรจุสินค้า หลังจากบรรจุ เสร็จแล้ว เธอก็คลิกเพื่อจัดส่ง เมื่อเห็นกล่องพัสดุหายไปทีละกล่อง ก็ อดไม่ได้ที่จะชื่นชมพลังอันน่าเกรงขามของพื้นที่มิติ ภายนอกพายุ ทรายพัดอย่างรุนแรง แต่ก็ยังส่งสินค้าได้งั้นหรือ?
มันน่าทึ่งมาก สุดท้ายมิติก็เป็นพื้นที่พิศวงที่ไม่สามารถคาดเดา สิ่งใดได้
นี่อาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการพัฒนามูนฟาร์มในระยะยาว ตราบใด ที่มีการบอกปากต่อปาก ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกค้าประจำ
เซียวหมิงเยวี่ยได้ปรับจำนวนสินค้าคงคลังตามสต็อกผักผลไม้ ในมิติ และเปลี่ยนจำนวนสินค้าคงคลังของไข่ไก่จาก 3 เป็น 5 เนื่องจากการผลิตไข่ไก่ในปัจจุบันค่อนข้างสูง
ไม่รู้ว่าแม่ไก่ได้รับแรงกระตุ้นอะไร
นอกจากนี้ยังมีปลาอยู่ในลำธารของพื้นที่มิติ ก่อนหน้านี้เซียวห มิงเยวี่ยไม่เคยดูแลพวกมันเลย เนื่องจากมีปลาจำนวนไม่มาก แต่ช่วง นี้ปลาคาร์ปในลำธารผสมพันธุ์อย่างอิสระ ทำให้จำนวนปลาคาร์ปใน ลำธารเพิ่มขึ้นหลายเท่าแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งอยู่ที่ริมลำธารและโยนอาหารปลาลงไปในน ้า เป็นครั้งคราว ปลาคาร์ปตัวใหญ่พลิกตัวไปมาเพื่อแย่งกันกินอาหาร อย่างต่อเนื่อง
เธอพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เพิ่มปลาคาร์ปลงในรายการ ขายด้วยก็ได้นี่นา”
เธอคลิกเพิ่มสินค้าและป้อนรายการปลาคาร์ปสดขนาดใหญ่ ตั้ง ราคาไว้ที่ตัวละ 10,000 หยวน ราคาถือว่าไม่แพง ตอนนี้อุณหภูมิสูง มาก แม้แต่แม่น ้าเหลืองก็แห้งเหือด ไม่มีปลาขายที่ไหนอีกแล้ว
ราคาปลาแห้งเกือบจะเข้าใกล้ราคาสินค้าฟุ่มเฟือยแล้ว แต่สิ่งที่
เธอขายคือปลาสด ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ราคาหนึ่งหมื่นถือว่าไม่แพงเลย
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บกวาดสวนผักและสวนผลไม้ตามปกติ จากนั้น เตรียมอาหารให้ฟู่กุ้ย เธอมองดูเจ้าเสือขนปุยกินอย่างเอร็ดอร่อย พลางอดสงสัยไม่ได้ว่าฟู่กุ้ยเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่?
เซียวหมิงเยวี่ยคุกเข่าลงและแอบดูอย่างลับ ๆ ใบหน้าของเธอแดง ก ่าทันที ปรากฏว่ามันเป็นผู้ชาย
ไม่เหมาะสำหรับเด็ก!
หลังจากที่ทำงานได้สักพัก เธอก็เดินไปที่คอกหมูเพื่อตรวจดูท้อง ของแม่หมู ท้องของแม่หมูหลายตัวเริ่มใหญ่ขึ้น แม่หมูให้ผลผลิตที่
ค่อนข้างสูง และไม่รู้เลยว่าชุดนี้จะมีลูกหมูเกิดกี่ตัว
หลังออกจากมิติก็เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึก เบื่อหน่ายจนต้องเลื่อนดูกระดานวีแชต ทันใดนั้นเธอก็เห็นโพสต์ที่
แปลกประหลาด ซึ่งโพสต์โดยเพื่อนชายสมัยมัธยมปลายที่ไม่ได้ ติดต่อกันมานานแล้ว
ในโพสต์นั้นแนบวิดีโอที่ดูมีชีวิตชีวามาก โดยมีชายหญิงแต่งตัว ด้วยเสื้อผ้าสวยงามเต้นพลิ้วไหวไปตามจังหวะเสียงเพลง และบางคู่ก็ เต้นรำกันอย่างใกล้ชิด
[ข้อความแนบ : หลังจากดื่มไวน์ก็เริ่มเมา ได้จูบผู้หญิงนี่รู้สึกดี ชะมัด!]
เซียวหมิงเยวี่ยแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง [นี่ดองรูปไว้ นานแค่ไหนแล้วเนี่ย]
ไม่นานเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายก็ตอบกลับ [เพิ่งถ่ายเมื่อกี้เอง ไม่เลวใช่ไหม?]
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าเขาแค่ล้อเล่น ตอนนี้จะมีผับบาร์ที่ไหนยังคง เปิดให้บริการล่ะ?
กู้หลงซีส่งข้อความส่วนตัวถึงเซียวหมิงเยวี่ย
[เพื่อนเซียวคนสวย ไม่เจอกันนานเลย ตอนนี้อยู่ไหนเหรอ มา ทำงานที่บาร์ของฉันไหม?]
กู้หลงซีเป็นบุคคลที่โด่งดังในโรงเรียนมัธยม เขาทั้งหน้าตาดีและ นิสัยซุกซน เด็กสาววัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบผู้ชายเลว ดังนั้นเขาจึงได้รับ ความนิยมอย่างมาก
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญกว่าคือครอบครัวเขารวยมาก แม้ว่าเขาจะ เป็นเพลย์บอยและเปลี่ยนแฟนบ่อยพอ ๆ กับเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ยังมี หญิงสาวมากหน้าหลายตาคอยไล่ตามเขา
เซียวหมิงเยวี่ยตอบเพียงสามคำ [ไม่สนใจ]
กู้หลงซีส่งวิดีโออีกรายการหนึ่ง ซึ่งเป็นวิดีโอที่เขาโอบกอดหญิง สาวแต่งหน้าจัดจ้านไว้ในอ้อมแขน
[ไม่อยากมาจริงเหรอ? ตอนนี้หางานยากมากเลยนะ หลายคนไม่ มีเงินซื้ออาหารกินแล้ว มีคนมาสมัครทำงานที่นี่อย่างล้นหลาม แต่ เพราะเราสองคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย ฉันเลยจะช่วย จัดหาอาหารและที่พักให้เป็นพิเศษ! อย่าทิ้งโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปเลย น่า ทำไมต้องคิดมากอยู่อีก?]
หลังจากได้ยินสิ่งที่กู้หลงซีพูดในวิดีโอแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็เด้ง ตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงและโทรหาเขาโดยตรง
“นายอยู่ในบาร์จริง ๆ เหรอ? เป็นไปได้ยังไง”
“เพื่อนเซียวคนสวย เธอคงไม่มีแวดวงข่าวสารกว้างขวางสินะ ยินดีต้อนรับสู่เมืองใต้ดิน!”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “เมืองใต้ดินเหรอ?”