ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 73 ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูหมิ่น
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 73 ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูหมิ่น
ตามคำพูดของกู้หลงซี ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้หลายสิ่งหลาย อย่างเกี่ยวกับเมืองใต้ดิน
หลังจากเกิดคลื่นความร้อน รถไฟใต้ดินก็กลายเป็นสถานที่รก ร้าง เมืองใต้ดินจึงถูกสร้างขึ้นโดยใช้สถานีรถไฟใต้ดินที่รกร้าง และ ขยายออกไปอีกมาก มีโรงยิม ถนนขายอาหาร โรงแรม และคาสิโน เป็นต้น
เมืองใต้ดินเป็นระบบสมาชิก มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่มีคุณสมบัติ ในการเข้า
บัตรสมาชิกเงินราคา 300,000 หยวน บัตรสมาชิกทองราคา 800,000 หยวน และบัตรสมาชิกดำราคา 1.2 ล้านหยวน และนี่เป็น เพียงบัตรเข้าชมเมืองใต้ดินเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า คุณต้องใช้เงิน หลายสิบล้านเพื่อซื้อตั๋วเพียงใบเดียว
ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่แห่งความสนุกสนานของผู้มีอันจะกิน
คำพูดของกู้หลงซีทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็น เธอ จึงตกลงกับเขาว่าจะพบเขาในช่วงที่ความรุนแรงของพายุทรายอยู่ใน จุดต ่าสุดในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า
เวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เซียวหมิง เยวี่ยมาถึงทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินร้างที่นัดหมายกับกู้หลงซี บันได เลื่อนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
เธอเดินลงบันไดเลื่อนผ่านทางเข้าสถานีแล้วลงไปหนึ่งชั้น ซึ่ง แน่นอนว่าเธอเห็นคนที่มารอรับ
“คุณเซียวใช่ไหมครับ คุณกู้ส่งผมให้มารับ เชิญขึ้นรถได้เลย ครับ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เมื่อเห็นรถดัดแปลงที่สามารถรองรับผู้โดยสารอย่างน้อย 4 คน เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเมืองใต้ดินมากขึ้น รถดัดแปลงนั้นคล้ายกับรถไฟใต้ดินและวิ่งบนราง
การตกแต่งภายในของรถดัดแปลงนั้นดูหรูหรามาก เบาะนั่งเป็น หนังทั้งหมด และยังมีน ้าดื่มบรรจุขวดฟรีอยู่ข้างในอีกด้วย
ด้วยเส้นทางรถไฟใต้ดินที่กว้างขวาง เมืองใต้ดินจึงสามารถ รองรับผู้มาเยือนจากสถานที่ต่าง ๆ ได้ ขอเพียงมีสถานีรถไฟใต้ดิน ใกล้บ้านก็พอแล้ว นี่เป็นการวางแผนที่ดีมาก เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคน คิดขึ้นมา
หลังลงจากรถแล้ว คนขับก็กล่าวคำอำลาเธออย่างสุภาพ
เซียวหมิงเยวี่ยเดินตรงไปที่ทางเข้าของเมืองใต้ดิน ประตูตกแต่ง อย่างเรียบง่าย แต่ก็ไม่สูญเสียความหรูหรา และมีเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะเข้าไปข้างใน แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยหยุดไว้ก่อน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเย็น ชา แล้วพูดว่า
“นี่ไม่ใช่ทางเข้าสำหรับพนักงาน มาผิดประตูแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร เธอไม่เคยคิดมาก่อน เลยว่าตัวเองจะถูกมองว่าเป็นพนักงาน
เธอก้มหน้ามองเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีน และ รองเท้าผ้าใบ การแต่งตัวธรรมดา ๆ บวกกับหน้าสดไร้การแต่งเติม และมัดผมหางม้าง่าย ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยมักจะแต่งตัวเน้นความสบายเป็นหลัก ขณะผู้หญิง ที่นี่ส่วนใหญ่มักแต่งหน้าอย่างสวยงาม สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม และ ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ความแตกต่างนั้นค่อนข้างมาก
ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคิดว่าเธอเป็น พนักงาน
“ฉันไม่ใช่พนักงานที่นี่ ฉันมาหาใครบางคน” เซียวหมิงเยวี่ยพูด เบา ๆ
“มาหาใคร?”
“ฉันมาหากู้หลงซี”
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดแบบนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เยาะเย้ยและพูดด้วยน ้าเสียงดูหมิ่น
“มาหาพี่หลง? ทำไมถึงไม่บอกว่ามาหาโอบามาเลยล่ะ? ฉันเจอ คนแบบนี้มาเยอะ เรียกได้ว่ามีมากกว่าโหลต่อเดือนเลยแหละ”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกงุนงงกับทัศนคติของ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยกมือกอดอกและเยาะเย้ยต่อไป
“ก็แค่อยากมาหลอกลวงคนรวย เพราะตัวเองหน้าตาดีหน่อย แต่ ความจริงก็เป็นได้แค่ของเล่นคนรวยเท่านั้น ไม่ได้สนใจว่าตัวเองจะมี ค่าหรือเปล่า และไม่สำเหนียกตัวเอง”
ยิ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครุ่นคิดในใจ เขาก็ยิ่งนึกไปถึง แฟนเก่าที่ขอสินสอด 100,000 หยวน ไม่อย่างนั้นจะไม่แต่งงาน หล่อนเป็นคนเห็นแก่เงิน สมควรถูกคนนับพันนับหมื่นข่มเหง หล่อน สมควรตาย!
เซียวหมิงเยวี่ยไม่โกรธเคืองเพราะคนแบบนี้ และจะไม่เถียงกับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพราะคนที่ตกต ่าจะเป็นตัวเธอเอง
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและต่อสายหากู้หลงซีโดยตรง
“กู้หลงซี ฉันอยู่ที่ประตู 9 นายช่วยมารับฉันหน่อยได้ไหม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้ามฉันไม่ให้เข้าไป”
หลังจากวางสาย เซียวหมิงเยวี่ยก็เพิกเฉยต่อเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยและยืนรออยู่ด้านข้างเงียบ ๆ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเม้มปาก แล้วยังคงเยาะเย้ยเบา ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง อาจเป็นเพราะเขาเห็นเธอไม่ชอบมาพากล หรืออาจ เป็นเพราะเขากำลังระบายความโกรธแค้นในใจออกมา
“กำลังเสแสร้งแกล้งทำอะไรอยู่ ยังคิดจะเล่นละครอีกเหรอ ไม่รู้ หรอกนะว่าเธอลงมาได้ยังไง แต่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่ รีบไสหัวไปซะ”
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่
รักษาความปลอดภัยตกใจ และรีบปิดปากทันทีพร้อมพึมพำอยู่ในใจ
คิดจะขู่ให้กลัวด้วยการทำหน้าดุร้ายแบบนั้นเหรอ? น่ากลัวจริง ๆ นางแม่มดร้าย
ในเวลานี้มีชายคนหนึ่งพร้อมหญิงสาวสามคนเดินเข้ามา ผู้หญิง ทั้งสามสวมชุดกระโปรงยืนรายล้อมชายร่างอ้วนวัยกลางคนที่ถูก เรียกกันว่าพี่หลี่ว์
ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างหื่นกระหาย สวมนาฬิกาทองคำขนาด ใหญ่ที่ข้อมือ และมือทั้งสองข้างของเขาไม่หยุดลูบไล้ไปตามตัวของ หญิงสาวสามคน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบทักทายเขาและโค้งคำนับ
“คุณหลี่ว์ ยินดีต้อนรับครับ สวัสดีครับพี่สะใภ้ เชิญคุณหลี่ว์เลย ครับ”
“ไป ๆ ๆ อย่ามาขวางทาง” คุณหลี่ว์ไล่เขา
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงยิ้ม “ได้ครับ ๆ เชิญคุณหลี่ว์ ครับ”
หลังจากที่ทั้งสี่คนจากไปแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เบา ๆ และพูดว่า
“ที่แท้ก็เป็นหมาเฝ้าบ้านที่ชอบรังแกคนอ่อนแอและกลัวผู้ แข็งแกร่ง”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตอบกลับทันที “นางสารเลว แก กล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง!”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ “คุณคิดว่าเพียงเพราะตัวเองทำงานใน สถานที่ระดับนี้ แล้วตัวเองจะกลายเป็นคนสูงส่งไปด้วยเหรอ? ประจบประแจงคนรวย แต่ดูถูกคนทำงานด้วยกันเอง ใครกันแน่ที่ไม่ รู้จักสำเหนียกตัวเอง?”
ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะถูกแทงใจดำ “นาง ผู้หญิงต ่าต้อย แก…”
“เพื่อนร่วมชั้นคนสวย! ไม่ได้เจอกันนานเลย ทำไมเธอถึงสวยขึ้น เรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะ?”
เสียงชายหนุ่มที่ไพเราะดังขึ้น ขัดจังหวะเสียงด่าทอของเจ้าหน้าที่
รักษาความปลอดภัย
กู้หลงซีอ้าแขนรับเซียวหมิงเยวี่ยอย่างกระตือรือร้นพร้อมกลิ่น น ้าหอมผู้หญิงโชยออกมา เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นเพื่อผลักเขาออก
“ขอโทษที่รบกวน แต่จำเป็นต้องให้นายออกมารับฉันด้วยตัวเอง จริง ๆ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถอยกลับ ใบหน้าของเขาดู ซับซ้อนยิ่งกว่ากระดานสี เขารู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ในใจคิดว่า พวกเขารู้จักกันจริง ๆ งั้นเราจะทำยังไงดี?
“ไม่เป็นไร เข้าไปกันเถอะ” รอยยิ้มของกู้หลงซีค่อนข้างหื่น กระหาย
“อื้อ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินตามกู้หลงซีเข้าไปด้านใน
ในขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังถอนหายใจด้วย ความโล่งอก เซียวหมิงเยวี่ยก็หยุดฝีเท้าและมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ เป็นมิตร
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลืนน ้าลายลงคอ และกำลังจะ เปิดปากพูด แต่กลับถูกเซียวหมิงเยวี่ยตบหน้าจนล้มลงกับพื้น จากนั้นเธอก็เหยียบไหล่ของเขาอย่างแรง
“แค่หมาเฝ้าบ้านที่คอยประจบประแจงคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็น หมาป่างั้นเหรอ ฉันชอบใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายและสะดวกสบายเป็นหลัก คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่ง?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นมาดูถูก หากถูกใครด่า ทอต่อหน้า เธอก็ไม่มีทางยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
“โอ๊ย! ผมผิดไปแล้ว!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแผดเสียง ร้องด้วยความเจ็บปวด
ดวงตากู้หลงซีเบิกกว้าง ราวกับเขาไม่รู้จักเซียวหมิงเยวี่ยที่อยู่ ตรงหน้าอีกต่อไป เขาเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นและพูดกับเลขา ด้านข้างว่า
“ไล่เขาออก”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอดทนต่อความเจ็บปวดสาหัสและ ขอร้อง “ไม่นะครับพี่หลง ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะ หากไม่มีงานนี้ ผมคงไม่รอดแน่!”
ตอนนี้หางานทำเพื่อประทังชีวิตได้ยากยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์ ยิ่ง ไปกว่านั้นทำงานที่นี่มีหอพักและอาหารให้ด้วย ใต้ดินมี เครื่องปรับอากาศ อากาศเย็นสบาย อาหารพนักงานก็มีทั้งข้าวและ กับข้าว
และเขายังอวดเพื่อนอยู่ทุกวันว่าการทำงานที่นี่วิเศษแค่ไหน หาก สูญเสียงานนี้ไป มันเหมือนกับถูกฆ่าตายเลยทีเดียว
“ผมจะไม่พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว ขอร้องละครับพี่หลง โปรดให้ โอกาสผมอีกครั้งเถอะ”
กู้หลงซีไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ ้า ก่อนจะพาเซียวหมิงเยวี่ยเข้า ไปในเมืองใต้ดิน และปล่อยให้เลขาของตนจัดการกับเรื่องนี้
“เธอเก่งศิลปะการต่อสู้เหมือนกันนะเนี่ย ไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิง เงียบ ๆ ในโรงเรียนมัธยมตอนนั้นจะสามารถโจมตีชายร่างใหญ่แบบ นั้นได้” กู้หลงซีพูดติดตลก
“เคยฝึกทักษะการป้องกันตัวมาบ้างน่ะ”
กู้หลงซีดูชุดที่เรียบง่ายของเธอแล้วเดาะลิ้น
“ยามคนนั้นตาบอดหรือไงกัน เขาคงเคยชินการเห็นผู้หญิง แต่งตัวหรูและอวดดี แต่ฉันว่าเธอสะดุดตามากกว่าอีก ไม่ได้เจอกัน ตั้งนาน ฉันคิดว่าเธอมีบุคลิกนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ดีนะ แตกต่างไม่ เหมือนใคร”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ “หยุดพูดคำเลี่ยน ๆ ของนายได้แล้ว”