ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 79 พี่สาวอยากกินขนมไหว้พระจันทร์ไหม
“จริงด้วย จริงด้วย คุณเป็นลูกสาวของพี่เจี่ยง พี่เจี่ยงเป็น พนักงานของฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ ผมคิดว่าฝ่ายจัดการ อสังหาริมทรัพย์ มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยของ ลูกบ้านทุกคน”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา
“คุณอยากให้ฉันเป็นผู้คุ้มกันและเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคุณเหรอ ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ?”
แม่เซียวโกรธมากเช่นกัน “เมื่อกี้ฉันบอกให้พวกคุณรวมพลังกัน แต่พวกคุณกลับขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าพูดอะไร ตอนนี้กลับเอาเรื่อง ศีลธรรมมาอ้างเนี่ยนะ
เป็นพนักงานฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์แล้วยังไง? ฉันติดหนี้
คุณเหรอ? มันเป็นแค่งาน แต่คุณกลับหวังให้ทั้งครอบครัวฉันเสียสละ โดยไม่มีเงื่อนไขอย่างนั้นเหรอ? ถ้าทำได้ คุณก็ทำเองสิ”
“หมิงเยวี่ย ไม่ต้องไปพูดกับคนพวกนี้แล้ว รีบกลับบ้านกันเถอะ” แม่เซียวพูดอีกครั้ง
ชายคนนั้นหน้าซีดลงเหมือนกระดาษ และไม่กล้าพูดอะไรอีก
บางคนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว “พี่เจี่ยงกับลูกสาวของเธอพูดถูก ถ้าเราไม่กล้ายืนหยัดเพื่อตัวเอง ทำไมถึงกล้าเรียกร้องให้คนอื่นมา ปกป้องเรา? ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกเราจะทำยังไง?”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนตาย เลยหวาดกลัวไปหน่อย ถ้ามีครั้ง ต่อไป ผมจะออกมาข้างหน้าแน่นอน”
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนขึ้น ชื่อของเขาคือสวีซานข่าย เซียวหมิง เยวี่ยคุ้นเคยกับเขาดี
“ใช่แล้ว! เพื่อนบ้านทั้งหลาย เราจำเป็นต้องสามัคคีกัน ถ้าเกิด เหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ก็อย่าเรียกเราว่าลูกผู้ชาย! เราเทียบกับ ผู้หญิงไม่ได้ด้วยซ ้า แล้วจะปกป้องพ่อแม่และครอบครัวของเราได้ ยังไง?”
“ดังนั้น เราจำเป็นต้องหาวิธี เธอพูดถูกแล้ว เราต้องสู้เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น…”
เมื่อเห็นผู้คนเข้ามารวมตัวกัน เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการพูดอะไร อีก ขณะที่กำลังจะขึ้นรถ เธอพลันเหลือบไปเห็นร่างสองร่างแอบซ่อน อยู่ท่ามกลางฝูงชน
“พวกเธอสองคนลงมาจากชั้นบนได้แล้วเหรอ?”
สองคนนั้นก็คือ [บุปผาขาวดอกน้อย] และ [ลูกอมคิวคิวแสน ประณีต] ที่เคยถูกเซียวหมิงเยวี่ยสั่งสอน แต่ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนไป ใช้ชื่อว่า [พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่]
ตลอดหนึ่งสัปดาห์มานี้ พวกเขาอาศัยอยู่ในห้องชั้นบน โชคดีที่
หน้าต่างทนทานได้นาน เมื่อถึงช่วงพายุทรายสงบ พวกเขาก็รีบเก็บ ข้าวของลงมาโรงจอดรถใต้ดินทันที
เมื่อครู่ตอนที่เซียวหมิงเยวี่ยฆ่าคน พวกเขาต่างก็เห็นมันด้วยตา ตนเองพลันรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น และเสียใจมากที่พวกเขาเคย ต่อต้านเธอในแชตกลุ่ม แท้จริงแล้วเธอมีความกล้าพอที่จะฆ่าคนได้ และฆ่าโดยไม่ลังเล
ราวกับว่าการฆ่าคนไม่ต่างจากการบีบลูกไก่ในกำมือให้ตาย
ชายคนนั้นกอดตัวเองอยู่มุมห้อง มองหน้าเซียวหมิงเยวี่ยราวกับ เห็นผี เขาหัวเราะแห้ง ๆ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูแย่ยิ่งกว่าเสียง ร้องไห้เสียอีก
“ครับ พะ… พวกเราลงมาแล้ว ก่อนหน้า… ขอโทษด้วยนะครับ ผมผิดไปแล้ว ขอโทษด้วยจริง ๆ…”
ครั้งที่แล้วเขาถูกทำร้ายจนต้องรักษาตัวอยู่นาน ทุกครั้งที่นึกถึง เรื่องนี้ เขาจะรู้สึกโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ตอนนี้เขาก็ต้องเปลี่ยน ความคิด โชคดีแค่ไหนแล้วที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ฆ่าเขาตายคามือ
มีคนชี้ไปที่ [ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] แล้วพูดว่า “นั่นเขาไง เขา บอกว่าต้องการเข้าร่วมแก๊งกับฆาตกรคนนั้น”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่! ผมเปล่านะ ผมแค่… ผมแค่อยากแกล้งยอม แล้วจะ ลอบโจมตีตอนเขาเผลอ แต่ผมไม่ทันได้ทำ…” เขาอธิบายต่อไปโดย มองดูเซียวหมิงเยวี่ยอย่างระมัดระวัง
[บุปผาขาวดอกน้อย] พยายามยิ้มอย่างฝืน ๆ เธอยื่นขนมไหว้ พระจันทร์ดำให้ด้วยมือทั้งสองที่สั่นเทา
“พี่สาว พอดีเลย อยากกินขนมไหว้พระจันทร์ไหมคะ?”
ปรากฏรอยยิ้มในดวงตาเซียวหมิงเยวี่ย ดูเหมือนว่าแม้แต่คนหัว ดื้อที่ไร้เหตุผลก็ยังกลัวคนที่มีอำนาจเหนือกว่า
ตอนนี้คู่รักคู่นี้กลัวเธอมากจริง ๆ คาดว่าหลังจากนี้พวกเขาจะไม่ กล้าพูดเรื่องไร้สาระอะไรในแชตกลุ่มอีก
“เธอเก็บไว้กินเองเถอะ ดูแลตัวเองด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดอะไรอีก และขับรถออกจากโรงจอดรถใต้ ดิน เธอตั้งตารอดูว่าคนเหล่านี้จะคิดหาวิธีแก้ไขอะไรได้บ้างหลังจาก ประสบเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้
พวกเขาจะยังคงหวังพึ่งคนอื่น และอยากได้รับการปกป้องจาก คนอื่นอีกหรือไม่ หรือพวกเขาจะเข้าใจความจริงที่ว่า การพึ่งพาใคร ก็ไม่ดีเท่าการพึ่งพาตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้วเซียวหมิงเยวี่ยไม่ใช่ผู้กอบกู้โลก เธอไม่ใช่อุลตร้า แมน ไม่ใช่ขบวนการเจ้าตูบสี่ขา เธอไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อ สังคมสูงส่งขนาดนั้น เธอไม่สามารถปกป้องคนจำนวนมากได้
ลำพังแค่การปกป้องตัวเองและครอบครัวให้ดีนั้น ก็เป็นเรื่องที่
ยากมากแล้ว
…
“กลับมาแล้วเหรอ? พวกเธอกลับมาแล้วจริง ๆ เหรอ? โธ่ลูกรัก ของแม่ แม่เป็นห่วงแทบแย่…”
ทันทีที่คุณยายเห็นแม่เซียวและเซียวหมิงเยวี่ย เธอก็รีบวิ่งไปหา ทั้งสองทั้งน ้าตา
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว”
แม่เซียวคอยพูดปลอบคุณยายตลอดเวลา และไม่ต้องการให้เธอ กังวลเกินไป
เมื่อรู้ว่าคนร้ายถูกหลานสาวคนเก่งฆ่าตาย คุณยายก็ปรบมือ อย่างตื่นเต้นและเอาแต่พูดว่า สมควรแล้ว คนเลวแบบนั้นสมควรตาย
เนื่องจากการพัดกระหน ่าของพายุทราย แม่เซียวจึงไม่ จำเป็นต้องไปทำงานที่สำนักงาน และเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านแทน แม้ จะบอกว่าทำงานที่บ้าน แต่แท้จริงเธอก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนัก
แม่เซียวอยากไปช่วยแจกอาหารในโรงจอดรถใต้ดินในช่วงพายุ ลดกำลังลง แต่ไม่คาดคิดว่าเธอจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ตั้งแต่ใน ครั้งแรก
พายุอ่อนกำลังลงรอบนี้ พ่อเซียวไม่ได้กลับมาที่บ้าน เนื่องจาก กรมเกษตรกรรมงานยุ่งมาก และไม่สามารถลางานได้ คุณยายกลัว ว่าเขาจะเป็นกังวลจนทำงานไม่ได้ จึงโทรหาเซียวหมิงเยวี่ยแทน
แม่เซียวคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกพ่อเซียวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าเขา เห็นในแชตชุมชนแล้วค่อยบอก แต่ถ้าไม่เห็นก็ไม่ต้องบอก จะได้ไม่ ต้องทำให้เขากังวลเกินไป
ไม่นานนัก พายุทรายก็เริ่มพัดแรงขึ้น ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วย ฝุ่นทรายและค่อย ๆ มืดลง
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังมองดูพายุที่โหมกระหน ่าอยู่นอกหน้าต่าง อย่างเงียบงัน ความร้อนระอุได้ดำเนินมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว อีก ประมาณสามเดือนก็จะสิ้นสุดลง หลังจากนั้นจะมีภัยพิบัติและ อุบัติเหตุอีกมากมายรอเธออยู่
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับ ครอบครัวเธอขึ้นมา หญิงสาวแทบไม่อยากแม้แต่จะจินตนาการถึงมัน ต่อไปนี้เธอจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยบอกกับแม่เซียวว่า อย่าไปช่วยแจกอาหารในที่
จอดรถใต้ดินอีกเลย เพราะพนักงานของฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์
ก็ไม่ค่อยมีใครไป แม้แม่เซียวจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตอบตกลงใน ที่สุด
เธอเองก็ไม่กล้าไปอีกแล้ว พนักงานของฝ่ายจัดการ อสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ลูกบ้าน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่
อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ ดังนั้นแม่เซียวจึงไม่อยากปฏิเสธคำขอของ หัวหน้า
ตอนนี้ชีวิตได้ตกอยู่ในอันตราย แล้วจะไปสนใจคำพูดของ หัวหน้าอยู่อีกทำไม
เนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้ครอบครัวเซียวไม่ได้ไป รับน ้าตามที่ควรจะได้รับ ขณะทำอาหารในครัว คุณยายเอาแต่ก่นด่า สาปแช่งเจิ้งเผิงให้ถูกยมบาลลงโทษจนไม่ต้องไปผุดไปเกิดอีก
จู่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยก็ได้รับข้อความจากเว่ยจวิน โดยบอกว่าเขา เพิ่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแชตกลุ่ม และถามว่าเธอเป็นอะไรมากไหม
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ เว่ยจวินฟัง ชายหนุ่มจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก และบอกว่าจะนำ ของขวัญมาให้เซียวหมิงเยวี่ยเมื่อเขากลับมา
เธอเดาไม่ผิด เว่ยจวินได้รับคัดเลือกจากรัฐบาล และกำลังเข้ารับ การฝึกอบรมในหน่วยงานของรัฐ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อยู่ที่ชุมชนฮว๋า ฮั่น
ตกค ่า
คุณยายทำอาหารเย็นมากมาย เซียวหมิงเยวี่ยกินข้าวเสร็จแล้ว จึงกลับไปที่ห้องของเธอ จากนั้นเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อส่งสินค้าให้ คุณโจว เธอเลือกแอปเปิลลูกใหญ่และสีแดงสดซึ่งเก็บเกี่ยวสดใหม่ จากนั้นก็แพ็กส่งให้คุณโจว
ในพื้นที่มิติไม่มีฤดูร้อนหรือฤดูหนาว ดินก็แปลกมาก ต้นไม้ผล ในมิติราวกับถูกร่ายเวทมนตร์ ผลไม้อีกฝั่งหนึ่งยังไม่ทันสุก ดอกเล็ก ๆ ก็บานสะพรั่งบนกิ่งก้านอีกฝั่งหนึ่ง ขณะผลัดกันออกดอกออกผล
เดิมทีเซียวหมิงเยวี่ยกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหมดช่วงติดผล แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าช่วงติดผลนี้จะคงอยู่ตลอดไป
หลังจากดูแลแปลงผักและสวนผลไม้ตามปกติแล้ว เธอก็ไปดูแล ส่วนของปศุสัตว์ แต่แน่นอนว่าต้องดูแลกระเพาะของนายท่านฟู่กุ้ ยก่อน เมื่อทำงานทั้งหมดเสร็จสิ้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ลากเก้าอี้ผ้าใบ ออกมาและผ่าแตงโมครึ่งลูก
เธอทิ้งตัวเบา ๆ บนเก้าอี้นอน ขณะใช้ช้อนตักแตงโมกิน
แตงโมในเมืองใต้ดินก็พอใช้ได้ แต่เมื่อเทียบกับแตงโมในพื้นที่
มิติแล้ว มันสู้ไม่ได้เลยสักนิด
ท้ายที่สุดแล้ว ผักและผลไม้ของกรมเกษตรกรรมล้วนปลูกใน โรงเรือนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง และเพื่อเพิ่มผลผลิต จึงต้องใช้ยา จำนวนมากสำหรับเร่งการเจริญเติบโต
ชนชั้นสูงและคนรวยในอดีตไม่กินแบบนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มี สิทธิ์ที่จะเลือก เพราะยังมีให้กินก็ถือว่าดีแล้ว
ส่วนผักและผลไม้ในพื้นที่มิตินั้นเติบโตตามธรรมชาติ ไม่เคยใช้ ยาฆ่าแมลงใด ๆ นอกจากนี้ดินและน ้าในมิติก็มหัศจรรย์มาก คุณภาพของผลิตผลจึงต้องดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ในช่วง 10 วันต่อมา เซียวหมิงเยวี่ยอยู่บ้านตลอดและกำลัง เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย
คุณโจวจากเมืองใต้ดินติดต่อเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาบอก ว่าร้านออนไลน์ที่เธอแนะนำเป็นของจริง และคุณภาพของแอปเปิล นั้นดีมากด้วย ซึ่งทำให้เขาตื่นเต้นมาก
แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับสงบมาก เธอเตือนเขาว่าอย่าลืมข้อตกลง ระหว่างทั้งสอง คุณโจวตบหน้าอกและรับประกันว่าเขาจะหาเรือมาให้ ได้ แต่หากหาเรือมาไม่ได้ เขาก็จะหารถบ้านมาให้เธอ และขอให้เธอ สบายใจได้
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เพียงแนะนำมูนฟาร์มให้แก่คุณโจวคนเดียว เท่านั้น แต่เธอยังแนะนำให้ครอบครัวของเธอรู้จักอีกด้วย ชื่อเสียง ของมูนฟาร์มกำลังขยายเป็นวงกว้าง จึงสมควรแก่เวลาที่จะแนะนำให้ ครอบครัวของเธอได้รู้จักด้วยเช่นกัน