ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 85 ซ่อนเสบียงอาหาร
ลุงรองหน้าเต็มไปด้วยความประหม่า เขากลัวพี่ชายมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้โดนตีก็ไม่กล้าตอบโต้
“พี่ใหญ่ พี่ตีผมทำไม?”
ลุงใหญ่ตีเขาอีกทีหนึ่ง “แกบอกมาสิว่าทำไมฉันถึงตีแก ก็แกเป็น ไอ้ขี้แพ้ แม้แต่ข้าวปลาอาหารของครอบครัวยังปกป้องไม่ได้ แล้วแก จะปกป้องอะไรได้? โชคดีแล้วที่แกมีลูกชายคนเดียว ถ้ามีลูกสาว คง เคราะห์ร้ายไปตลอดชีวิตที่ต้องมาเกิดเป็นลูกแก”
ปากของลุงรองขยับไปมาอยู่นาน ก่อนพูดด้วยท่าทางซื่อ ๆ
“พี่ใหญ่ ผมเก็บเสบียงไว้ให้พวกพี่แล้ว ซ่อนพวกมันไว้อย่างดี ทั้งส่วนของพี่ พ่อแม่ บ้านน้องสี่ และน้องเล็ก ผมเก็บไว้หมดแล้ว อย่างมากก็ให้พวกมันเอาส่วนของพวกเราไปหมด แต่พวกพี่จะต้อง ได้กิน”
“พูดได้ดีนี่ แต่แกรู้ไหมว่าฉันใช้ชีวิตในเมืองยังไง ฉัน…” ใบหน้า ของลุงใหญ่ซับซ้อนและพูดไม่ออกครู่หนึ่ง
“ยังไงครับ? พี่ใหญ่ พี่ฆ่าคนในเมืองจริง ๆ เหรอ?” ลุงรองถาม
ลุงใหญ่ลดเสียงลง “แค่ขู่ให้พวกเขากลัว”
เจี่ยงย่วนถามอย่างมีความสุข
“คุณลุง จะกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านแล้วจริง ๆ เหรอครับ?”
ลุงใหญ่ส่งเสียงตอบรับ
ป้าสะใภ้รองเข้ามาจับมือป้าสะใภ้ใหญ่แล้วพูดว่า “เยี่ยมเลย ดี จริง ๆ บ้านคนเยอะคึกคักดี เดี๋ยวฉันจะไปทำความสะอาดบ้านและจัด ห้องหลักให้พวกพี่อยู่นะ แล้วลี่เจียวกับจ้วงจ้วงล่ะ?”
ลุงรองมีความสุขมากเช่นกัน เขาลืมไปแล้วว่าพี่ชายเพิ่งตีตัวเอง เมื่อครู่ รีบเข้าไปหาผ้าขี้ริ้วที่ลานบ้าน จากนั้นเข้าไปทำความสะอาด ห้องให้ครอบครัวพี่ใหญ่
ความกระตือรือร้นของครอบครัวลุงรองทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึก ละอายใจ เธอเคยได้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากบ้านลุงรอง ครั้งก่อนที่
กลับไปบ้านน้องสี่ เธอนำอาหารและน ้าไปมากกว่าครึ่ง แต่ครอบครัว ลุงรองก็ไม่เคยพูดอะไร
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องทำตัวดีกับคนอื่นมากขึ้นในอนาคต
หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไป ในที่สุดเธอก็เข้าใจความจริงว่าญาติ ก็คือญาติ และไม่มีใครแทนที่ได้ ถ้ามีเรื่องลำบากใจ ก็ไม่มีใครช่วย ได้นอกจากญาติ
ยิ่งไปกว่านั้นก็มีญาติบางคนกลับไม่เต็มใจที่จะช่วย แค่มองด้วย สายตาเย็นชา และบางครั้งก็พูดประชด ป้าสะใภ้ใหญ่พลันคิดถึง ครอบครัวของแม่ ดวงตาของเธอก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา
“เราไม่ได้จะอยู่ที่นี่หรอก เดี๋ยวไปอยู่ในบ้านเก่าของพ่อแม่” ลุง ใหญ่กล่าว
ลุงรองถูมือแล้วพูดว่า “จะไปอยู่ได้ยังไง บ้านเก่าไม่ได้ทำความ สะอาดมาหลายปีแล้ว พวกพี่มาอาศัยอยู่บ้านเราดีกว่า หรือไม่งั้นก็ให้ เราไปอาศัยอยู่บ้านเก่าแทน”
ลุงใหญ่ไม่พอใจและพูดว่า “ฉันบอกว่าจะอยู่บ้านเก่าก็อยู่บ้าน เก่าสิ แกจะพูดมากทำไม เสบียงที่เหลืออยู่ไหน พาฉันไปดูหน่อย”
ในเวลานี้เจี่ยงย่วนเอ่ยถามคำถามสำคัญขึ้น
“ว่าแต่คุณลุงคุณป้าครับ ตอนนี้พายุทรายพัดแรงขนาดนั้น แล้ว กลับมาบ้านได้ยังไง?”
จากนั้นลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่รอ อยู่ด้านนอก
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถตรงไปในลานบ้าน “ทุกคนยังจำคนขับคนนี้
ได้ไหมคะ?”
ลุงรองตบต้นขาเสียงดัง “หมิงเยวี่ย! หมิงเยวี่ยหลานลุงก็มาด้วย เหรอ ดีเลย ๆ ไปฆ่าไก่กันเถอะ ไอ้เจ้าไก่ตัวสุดท้ายของที่บ้านน่ะ”
ทุกคนมีความสุขมากเมื่อเห็นเซียวหมิงเยวี่ย
ลุงใหญ่เหลือบมองเขาแล้วพูดอย่างเงียบ ๆ
“เมื่อกี้ตอนที่ฉันเข้ามา แกไม่เห็นพูดว่าจะฆ่าไก่บ้างเลย? แบ่งแยกเหรอ?”
ลุงรองลูบหัวแล้วหัวเราะอย่างเขินอาย โดยไม่พูดอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถ “ขนสัมภาระลงจากรถก่อนเถอะค่ะ มี เสบียงอาหารอยู่ท้ายรถ เมื่อวานแม่กับยายเตรียมไว้ให้ และบอกให้ เอามาบ้านลุงรองด้วย”
เจี่ยงย่วนมีมือและเท้าที่ไวกว่าทุกคน เมื่อเปิดหลังรถ เขาอด ไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจและพึมพำ
“ข้าวสี่กระสอบ บะหมี่สองถุง ทำไมถึงมีฟักทองเยอะขนาดนี้ แล้ว ยังมีไข่ด้วย!”
ท้ายรถคันนั้นเต็มไปด้วยความรักที่คุณยายและแม่เซียวมีต่อ ครอบครัว
ลุงรองทั้งดีใจและกังวล “เมื่อวานตอนโทรคุย น้องสาวบอกว่า เดือนนี้รับข้าวมา 5 กระสอบ แล้วนี่เอามาให้ถึง 4 กระสอบ แล้วบ้าน ของเธอจะเอาอะไรกินล่ะ? จะมีอาหารพอกินไหม?”
แต่ลุงรองก็นึกขึ้นได้ทันที “เหมือนเมื่อวานน้องสี่จะบอกว่า น้องเขยได้ทำงานในกรมเกษตรกรรม ที่นั่นไม่จ่ายค่าจ้างเป็นเงิน แต่ จ่ายด้วยข้าว ซึ่งน่าจะมากกว่าที่น้องสี่ได้รับ
นี่ นี่ นี่ พวกพี่เอาเสบียงพวกนี้ไปเถอะ เรากินไม่หมดหรอก หมิง เยวี่ยหลานรัก พวกเธอต้องเก็บไว้กินเองก่อนนะ อย่าเอามาให้เรา หมดแบบนี้ เรายังมีมันฝรั่งอีกเยอะ ไม่อดตายหรอก”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ บ้านเรามีอาหารเพียงพอ”
ในเวลานี้ ประโยชน์ของการมีงานทำที่ดีปรากฏให้เห็นชัด งาน ของพ่อเซียวนั้นดีมากอย่างไม่ต้องสงสัย กรมเกษตรกรรมแจกจ่าย อาหารให้พนักงานไม่น้อย ทั้งข้าวสาร ผักผลไม้ ไข่ไก่ และยังมี เนื้อสัตว์อีกด้วย แม้แต่น ้าดื่มบรรจุขวดก็ให้เป็นถัง
ตอนเช้าที่ไปรับพ่อเซียวกลับบ้าน แม้แต่เซียวหมิงเยวี่ยยังตกใจ พ่อเซียวบอกว่าเพราะผู้บริหารโปรดปรานเขาเป็นพิเศษ จึงได้รับ อาหารมากกว่าคนอื่น ๆ
ปัจจุบันพายุทรายกำลังโหมกระหน ่า รัฐบาลขาดแคลนแรงงาน เป็นพิเศษ ดังนั้นพนักงานฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จึงได้รับการให้ ความสำคัญมากขึ้น เงินเดือนของแม่เซียวเพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน โดยแทนที่ด้วยอาหาร
อีกไม่นานปีที่สองของวันสิ้นโลกจะมาถึง แม่เซียวได้รับการบรรจุ แล้ว งานฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ชุมชนในปีหน้าจะเป็นงานที่
ต้องการตัวมาก คนที่ไม่ได้มีเส้นสายจะเข้ามาทำได้ยาก และเมื่อถึง เวลานั้น เงินเดือนจะสูงขึ้นไปอีก
เหตุผลหลักที่ต้องมีเส้นสาย นั่นเพราะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหา ได้มากมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ชุมชนมีอำนาจ มาก ญาติพี่น้องต่างก็ได้รับสิทธิพิเศษกันถ้วนหน้า
ประเทศจีนเป็นสังคมที่เน้นความสัมพันธ์ ไม่ว่าไปไหนก็ต้องใช้ เส้นสาย
เนื่องจากรัฐบาลออกกฎระเบียบใหม่ แม่เซียวจึงต้องทำหน้าที่
ของเธอและช่วยเหลือผู้จัดการซู เธอพกปืนไปด้วย และยังมีพ่อเซียว คอยปกป้องอยู่ เซียวหมิงเยวี่ยจึงรู้สึกสบายใจอยู่บ้าง
ป้าสะใภ้รองอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “น้องสี่กับสามีของเธอเก่งมาก จริง ๆ พวกเขามีงานทำที่ดี ทั้งครอบครัวก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านยังไม่ได้รับของพวกนี้ แต่เรากลับได้รับ”
ดวงตาลุงใหญ่เปล่งประกาย “ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับกรม เกษตรกรรมมาบ้างเหมือนกัน ได้ยินว่าขั้นตอนการรับสมัครเข้มงวด มาก คนอื่นบอกว่าการสัมภาษณ์ที่นั่นยากกว่าการสอบเข้าอีก แถม ยังต้องสอบข้อเขียนด้วย
คนในชุมชนของเรามีนักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งที่ไม่ได้รับ เลือก แต่น้องเขยสามารถผ่านการสัมภาษณ์ได้ เขาเก่งมากเลย นะเนี่ย ครอบครัวเรามีคนเก่งระดับนี้อยู่ เขาเป็นหน้าเป็นตาให้ ครอบครัวเราจริง ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยแค่ยิ้ม พ่อเซียวไม่ได้สอบข้อเขียน เพียงแค่เอา กล่องผักไปยื่นก็ผ่านแล้ว
ตอนที่ครอบครัวลุงรองกำลังขนสัมภาระลงมา ลุงใหญ่และป้า สะใภ้ใหญ่มองดูกระสอบข้าวสารที่เจี่ยงย่วนถือด้วยความโลภ แม้ว่า พวกเขาจะมีหน้าหนาแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถเปิดปากขอได้
หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยเห็นดังนั้น เธอก็พูดอย่างใจเย็น
“คุณลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ ของพวกคุณก็มีเหมือนกัน คุณยาย บอกว่าอยากให้พวกลุงกับป้าใช้ชีวิตสุขสบายที่บ้านนอก”
ครอบครัวลุงใหญ่ตื่นเต้นกันมาก “ยังมีของพวกเราด้วยเหรอ?”
ป้าสะใภ้ใหญ่ยิ่งรู้สึกเขินอายมากขึ้น “ระ… เรากินขนมไหว้ พระจันทร์ดำก็พอแล้ว แม่ใจดีกับเราจริง ๆ แต่นี่มากเกินไป ฉันเคย ทำ…”
ในเวลานี้ ป้าสะใภ้รองก็พูดขึ้นว่า “เราทุกคนเป็นครอบครัว เดียวกัน ของของฉันก็เป็นของพี่เหมือนกัน เราแบ่งกันกินเถอะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่น ้าตาคลอเบ้า “น้องสะใภ้…”
พวกผู้ใหญ่ต่างพากันไปทำอาหารในครัว เซียวหมิงเยวี่ยไม่ให้ พวกเขาตุ๋นไก่ เพราะเนื้อไก่มีกลิ่นหอมมาก อาจจะดึงดูดความสนใจ จากชาวบ้านโดยไม่จำเป็น และให้กินอย่างอื่นแทน
ระหว่างการสนทนา เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งรู้ว่าลุงรองซ่อนอาหารไว้ที่
ไหน ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะบอกว่าปลอดภัยมาก แท้จริงแล้วเขาเก็บ ไว้หลังห้องน ้า ห้องน ้ามีกลิ่นเหม็นและคงไม่มีใครไปค้นหาอาหารที่
นั่น
แล้วยังแยกใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว มีของบ้านพวกเขา ของพี่ใหญ่ ของน้องสาวสี่ และของน้องสาวคนเล็ก
ไม่เพียงเซียวหมิงเยวี่ยที่พูดไม่ออก แม้แต่ลุงใหญ่ก็พูดไม่ออก เช่นกัน ตอนที่นั่งกินมันฝรั่ง พวกเขาต่างก็รู้สึกว่ามันเหม็นตุ ๆ
ส่วนไก่ตัวนั้น พวกเขาซ่อนมันไว้ใต้เตียงและนอนกับไก่ทุกวัน โดยไม่รังเกียจกลิ่นเหม็น