ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 87 งานเต้นรำสวมหน้ากาก
เดิมทีเซียวหมิงเยวี่ยต้องการไปยังทางเข้าเมืองใต้ดินที่ใกล้ที่สุด แต่เธอเปลี่ยนใจใช้ทางอ้อมและเลี้ยวไปทางแยกบนถนนเพื่อไปยัง ทางเข้าอื่น
สัญชาตญาณของเธอบอกให้อยู่ห่างจากคนพวกนี้ไว้
ที่ทางเข้าเมืองใต้ดิน เซียวหมิงเยวี่ยไปที่ชานชาลาชั้นใต้ดินเพื่อ ขึ้นรถดัดแปลงเหมือนครั้งที่แล้ว
หลังจากที่เข้าไปในรถดัดแปลง เธอค้นพบว่ารถดัดแปลงคันนี้ดู แตกต่างจากคันก่อน มันมีขนาดใหญ่กว่าและผนังก็หนาขึ้น
เธอเคยมาที่นี่เพียงครั้งเดียว บางทีรถดัดแปลงที่ทางเข้าแต่ละ แห่งอาจแตกต่างกัน
“ถึงแล้วครับ” คนขับบอกกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถและกล่าวคำขอบคุณ
หลังจากเธอเดินจากไป ใบหน้าของคนขับรถก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้น เขาพูดกับไมโครโฟนอินฟราเรดที่ปกเสื้อของเขาว่า
“มีผู้หญิงคนหนึ่งมาที่ทางเข้าหมายเลข 3 นำเธอไปที่ห้อง เต้นรำ”
ทางเข้าหมายเลข 3 มีเจ้าหน้าที่สองคนยืนอยู่ ทั้งสองคนต่างเป็น ชายร่างกำยำ ต่างจากคนเมื่อครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง
ดูเหมือนว่าการรักษาความปลอดภัยในเมืองใต้ดินจะแข็งแกร่ง ขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยคิดกับตัวเอง
หลังจากแสดงบัตรสมาชิกระดับทองแล้ว พนักงานต้อนรับสาว สวยสวมชุดกี่เพ้าก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว และแสดงรอยยิ้มที่เป็น มิตร
“คุณเซียวคะ คืนนี้มีงานเต้นรำสวมหน้ากากที่จัดขึ้นอย่าง ยิ่งใหญ่ในเมืองใต้ดิน โปรดตามฉันไปที่ห้องเต้นรำด้วยค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ทุกคนต้องเข้าร่วมงาน เต้นรำเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ งานเต้นรำครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก หากพลาดงานนี้ คุณจะต้อง เสียใจแน่นอนค่ะ” พนักงานต้อนรับสาวกล่าวอีกครั้ง
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เอาละ งั้นไปห้องเต้นรำกัน เถอะค่ะ”
เพราะไม่รู้ว่าคุณโจวยุ่งอยู่กับอะไรจึงไม่เคยตอบข้อความเลย เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้ว่าเขาหาเรือหรือรถบ้านมาได้หรือไม่ จึงต้องการ มาถามด้วยตัวเองสักหน่อย
จริง ๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ นั่นก็คือเธออยู่ที่บ้านนาน เกินไปและรู้สึกเบื่อ การไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลานานทำให้รู้สึก อึดอัดอยู่นิดหน่อย ออกมาผ่อนคลายข้างนอกบ้างก็ทำให้รู้สึกดี เช่นกัน
ตลอดทาง เธอเห็นผู้คนมากมายที่นำโดยพนักงานต้อนรับมุ่ง หน้าไปยังห้องเต้นรำ
เมื่อถึงที่หมาย เซียวหมิงเยวี่ยถูกนำตัวไปที่ห้องหนึ่ง ซึ่งเต็มไป ด้วยเสื้อผ้ามากมาย
“คุณเซียวคะ เชิญเลือกหน้ากากข้างในได้เลยค่ะ นอกจากนี้เรา ยังมีชุดราตรีให้เลือกด้วยนะคะ”
“ครบถ้วนขนาดนี้เลยเหรอ? มีแม้กระทั่งชุดราตรี” เซียวหมิง เยวี่ยยังค่อนข้างประหลาดใจ
“ใช่แล้วค่ะคุณเซียว แขกส่วนใหญ่จะนำชุดราตรีและแต่งหน้ามา เองแล้ว แต่ฉันเห็นว่าคุณแต่งตัวเรียบง่าย เลยพาคุณมาที่นี่ก่อน ที่นี่
มีชุดราตรีจากแบรนด์ดังระดับโลก ผ่านการซักแห้งมาแล้วนะคะ หวัง ว่าจะตรงใจคุณ และยังมีช่างแต่งหน้าชั้นนำด้วยนะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
เธอไม่อยากเปลี่ยนเสื้อผ้าในตอนแรก แต่ถ้าไปงานเต้นรำโดย สวมกางเกงยีน มันคงจะแปลกนิดหน่อย
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อดู พนักงานต้อนรับ พูดถูก ชุดที่นี่ล้วนเป็นของแบรนด์ระดับโลกจริง ๆ แม้แต่ชุดเดรส สำหรับเดินแบบก็มีให้แขกสวมฟรี เมืองใต้ดินใจกว้างจริง ๆ
พนักงานต้อนรับคล้ายกับคาดเดาความคิดของเซียวหมิงเยวี่ย ได้ “เฉพาะสมาชิกบัตรทองหรือสูงกว่าเท่านั้นจึงจะสามารถ เพลิดเพลินกับการบริการแบบนี้ได้ค่ะ”
จู่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยก็เริ่มสนใจการเต้นรำนี้
“ขอฉันเลือกหน้ากากก่อนนะคะ”
ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยหน้ากาก ซึ่งทั้งหมดล้วนทำขึ้นอย่าง ประณีต
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเลือกหน้ากาก ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคน เข้ามาในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นกลุ่มหญิงสาวกำลังหัวเราะอย่างเริงร่า
เซียวหมิงเยวี่ยเพียงเหลือบมอง ซึ่งพวกเธอล้วนเป็นคนรู้จัก แต่ ตนไม่มีความตั้งใจที่จะกล่าวทักทาย
“เอ๋ นี่เซียวหมิงเยวี่ยไม่ใช่เหรอ? เพื่อนร่วมชั้น ทำไมไม่เห็นทัก กันเลยล่ะ?” ผู้หญิงคนหนึ่งยกยิ้มกล่าว
คนที่พูดก็คือสวีเสี่ยวขุย ซึ่งเป็นคนที่ลู่หนานซานนอกใจไปหา เป็นเพราะสวีเสี่ยวขุยในตอนนั้น ลู่หนานซานจับปลาสองมือ และทิ้ง เธอไปในท้ายที่สุด
ผู้หญิงอีกสี่คนรวมตัวกันรอบ ๆ “ดูคุ้น ๆ นะเนี่ย เสี่ยวขุย นี่ใคร เหรอ?”
ดวงตาสวีเสี่ยวขุยเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ลืมจริง ๆ หรือแกล้งลืมกัน แน่ ตอนที่ฉันคุยกับลู่หนานซาน หล่อนคือมือที่สามไง”
ในที่สุดผู้หญิงหลายคนก็จำได้ และเริ่มพูดล้อเลียน
“ที่แท้ก็เป็นมือที่สามคนนั้นนี่เอง”
“นี่ ยัยมือที่สาม แล้วลู่หนานซานล่ะ เขามากับเธอด้วยหรือเปล่า? เรียกเขาออกมาสิ เขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำกับฉัน!”
สวีเสี่ยวขุยจ้องมองไปที่เซียวหมิงเยวี่ยอย่างหาเรื่อง โดยอาศัย จำนวนคนที่มีมากกว่าและล้อมอีกฝ่ายไว้
เซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“เธอบอกว่าใครเป็นมือที่สามนะ?”
นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาในปีนี้เลย
สวีเสี่ยวขุยกัดฟันกรอด “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร! เธอมันก็ เป็นได้แค่ชู้ของชาวบ้าน ตอนที่ฉันอยู่กับหนานซาน เธอก็มารบกวน เขาอย่างไร้ยางอาย ที่เขาบอกเลิกฉันก็เพราะเธอคนเดียว!”
“ในโลกนี้มีผู้ชายตั้งเยอะ ทำไมต้องมาจ้องจะแย่งผู้ชายของคน อื่นด้วย เป็นชู้ชาวบ้านน่ารังเกียจที่สุด”
เซียวหมิงเยวี่ยสุ่มเลือกหน้ากากรูปกระต่ายซึ่งปกปิดเพียง ครึ่งบนของใบหน้าเธอ เพราะคิดว่ามันน่ารักมาก
“นั่นคือสิ่งที่ลู่หนานซานบอกเธอสินะ หูเบาน่ะไม่เป็นไร แต่ที่น่า กลัวคือโง่ ดันไปหลงเชื่อคำโกหกของผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนั้น อีกอย่าง ระหว่างเราสองคน เธอต่างหากที่เป็นมือที่สาม เขาคบกับฉันก่อน แล้วจึงมาตามจีบเธอ เธอถูกเขาหลอกแล้วละ”
“สุดท้าย อย่าพูดถึงชื่อลู่หนานซานให้ได้ยินอีก ฉันรู้สึก ขยะแขยง”
สวีเสี่ยวขุยไล่ตามและกำลังจะตบเซียวหมิงเยวี่ย
“ปากดีนักนะ เขาบอกว่าลืมเธอไม่ได้ ถึงต้องเลิกกับฉัน เธอนี่ทำ ตัวต ่าช้าจริง ๆ…”
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าข้อมือของเธอไว้และพูดอย่างเย็นชา
“ตอนแรกคิดว่าแค่โง่ แต่กลับกลายเป็นว่าไร้สมอง เขาแค่หาข้อ แก้ตัวไปแบบนั้น เพราะเขากำลังเดตกับผู้หญิงคนใหม่ยังไงล่ะ”
สวีเสี่ยวขุยพยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่ก็สลัดไม่หลุด ดวงตา ของเธอราวกับจะพ่นไฟออกมา
“นางสารเลว นางมือที่สาม อย่ามาพูดเหลวไหลนะ!”
เธอแน่ใจมากว่าเซียวหมิงเยวี่ยคือมือที่สามที่แย่งลู่หนานซานไป จากตนเอง
สวีเสี่ยวขุยเดือดดาลหนัก เธอง้างมืออีกข้างขึ้นมา และตั้งใจจะ ตบหน้าเซียวหมิงเยวี่ยให้เข็ดหลาบ
เซียวหมิงเยวี่ยหมดความอดทน เธอไม่อยากพูดอะไรกับอีกฝ่าย อีก เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่รับฟังใครเลย ดูเหมือนว่าจะถูกผู้ชายเลวล้าง สมองจนว่างเปล่า เหมือนกับน้าสาวของเธอ ทั้งคู่กลายเป็นพวกบูชา ความรัก หมดหวังจะช่วยแล้ว
เธอตบหน้าสวีเสี่ยวขุยแล้วพูดว่า “หลบไปซะ”
สวีเสี่ยวขุยเบิกตากว้างพร้อมยกมือกุมใบหน้า
“กะ… แกกล้าตบฉันเหรอ? ทั้งที่แกเป็นมือที่สาม แต่ยังกล้ามา ตบฉันอีกเหรอ?”
“ตบเธอแล้วจะทำไม” เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมอง
สวีเสี่ยวขุยโกรธเคืองจนตัวสั่นสะท้าน ตั้งแต่เด็กจนโต เธอไม่ เคยประสบกับเหตุการณ์น่าอับอายขนาดนี้มาก่อน
“นี่ทุกคน ไปจัดการมันซะ!”
ผู้หญิงเหล่านั้นมองหน้ากัน จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่เซียวหมิงเยวี่ย พร้อมยกเล็บขึ้นหวังจะจิกหน้าอีกฝ่าย
2 นาทีต่อมา
เซียวหมิงเยวี่ยมองผู้หญิงเหล่านั้นที่กอดกันตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง เธอพูดด้วยน ้าเสียงไม่สบอารมณ์ว่า
“ยังไม่ไปอีก?”
พวกเธอรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยสวีเสี่ยวขุยวิ่งเร็วที่สุด
หลังจากพวกผู้หญิงที่ก่อกวนออกไปแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็ อารมณ์ดีขึ้นมาก เธอเลือกชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำตัวหนึ่ง เป็นแบบ เข้ารูป ยาวถึงเข่า และเลือกรองเท้าส้นแบนคริสตัลอีกคู่หนึ่ง เธอไม่ คุ้นเคยกับการใส่รองเท้าส้นสูงสักเท่าไหร่
หลังจากเลือกเสร็จแล้ว เธอก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
พวกสวีเสี่ยวขุยที่วิ่งหนีออกมาต่างก็สบถด่าทอกันสารพัด แต่ไม่ มีใครกล้าพูดว่าจะกลับไปแก้แค้นเธอ
“นางมือที่สามกลายเป็นคนร้ายกาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ผู้หญิงคนหนึ่งได้วางแผนขึ้นมาว่า “หล่อนมาเพื่อเข้าร่วมงาน เต้นรำสวมหน้ากาก ดังนั้นเรามาช่วยกันขัดขวางไม่ให้หล่อนเข้าร่วม ดีไหม พวกเธอคิดว่าไง?”
สวีเสี่ยวขุยรู้สึกสนใจขึ้นมา “ทำไมถึงต้องขัดขวางไม่ให้หล่อน เข้าร่วมล่ะ?”
“วันนี้มีคุณชายบ้านรวยหลายคนมาร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากาก นี้ รวมถึงผู้ชายหล่อ ๆ หลายคนด้วย ได้ยินมาว่าผู้บริหารกลุ่มบริษัท ตระกูลจี้จะมาร่วมงานด้วยเช่นกัน ฉันคิดว่าหล่อนมาร่วมงานก็เพื่อ เกาะผู้ชายรวย ฉันไม่อยากให้หล่อนทำสำเร็จ เราจะต้องพาหล่อน ออกไปจากที่นี่”
“แต่เราจะพาหล่อนออกไปได้ยังไง?”
“เสี่ยวหลิงยังไม่มา รีบโทรบอกให้เธอเปลี่ยนเป็นชุดกี่เพ้าของ พนักงาน แล้วก็…”
เมื่อได้ยินแผนการของเพื่อนสาว สวีเสี่ยวขุยก็ยกยิ้มมุมปาก อย่างเย็นชา นางเซียวหมิงเยวี่ยหน้าไม่อาย อยากเข้าร่วมงานเต้นรำ งั้นเหรอ? ตอนนี้ยังคิดจะมาเป็นเด็กเสี่ยอีก?
ฝันไปเถอะ!