ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 88 ถูกจับเป็นตัวประกัน
หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว พนักงานต้อนรับก็เข้า มาที่ห้องแต่งตัวและพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“คุณเซียวคะ ทางเรามีบริการแต่งหน้าด้วยนะคะ ช่างแต่งหน้า ของเราล้วนเป็นมืออาชีพทุกคน”
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองเธอ “พนักงานต้อนรับคนเมื่อกี้ล่ะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่านามสกุลของฉันคือเซียว?”
พนักงานต้อนรับคนนั้นยืนนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นจึงรีบอธิบายว่า
“เพื่อให้บริการสมาชิกได้อย่างดีที่สุด พวกเรามีการ ติดต่อสื่อสารกันอยู่เสมอค่ะ อวิ้นหานไปต้อนรับแขกท่านอื่นแล้ว ดังนั้นฉันจึงจะมานำทางคุณไปยังห้องเต้นรำค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดว่า
“ไม่ต้องแต่งหน้าก็ได้ ไปกันเถอะ”
ยังไงก็ต้องใส่หน้ากากปิดหน้าอยู่แล้ว
“ได้ค่ะ เชิญคุณเซียวตามดิฉันมาทางนี้”
พนักงานต้อนรับถอนหายใจอย่างโล่งอกเบา ๆ โดยไม่คาดคิดว่า ผู้หญิงคนนี้จะระมัดระวังตัวขนาดนี้ ยังดีนะที่ตอบสนองได้ทันเวลา
เซียวหมิงเยวี่ยเดินตามไป ถึงแม้ว่าครั้งก่อนกู้หลงซีจะส่งแผนที่
ของเมืองใต้ดินให้เธอแล้ว แต่สถาปัตยกรรมของเมืองใต้ดินนั้น
ซับซ้อนมาก หากเธอเดินหาด้วยตัวเองคงต้องใช้เวลานาน สู้ให้ พนักงานต้อนรับนำทางไปดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่เดินหลง
“คุณเซียว เชิญไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารรองท้องก่อนนะ คะ” พูดจบพนักงานคนนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่าพนักงานต้อนรับคนนี้ดู แปลก ๆ ทั้งที่ตกลงว่าจะพาเธอไปห้องเต้นรำ แล้วทำไมถึงพาเธอมาที่
ห้องอาหารล่ะ?
แปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้
เซียวหมิงเยวี่ยลูบท้องที่รู้สึกหิวโหย เธอไม่ได้กินอะไรมากนักที่
บ้านของลุงรอง เธอจึงรู้สึกหิวไม่น้อย ได้กินอะไรสักหน่อยก็ดี เหมือนกัน
การไปห้องเต้นรำหรือห้องอาหารสำหรับเธอนั้นไม่ต่างกัน ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็แค่อยากออกมาผ่อนคลายที่ไหนก็ได้
กินเสร็จแล้วค่อยไปร่วมสนุกก็ไม่สายเกินไป
ณ ห้องลับใกล้ห้องเต้นรำ
สวีเสี่ยวขุยรีบถามขึ้น “เป็นยังไงบ้าง เธอพานางมือที่สามไปที่
ไหน?”
“ฉันพาหล่อนไปที่ห้องอาหาร ไม่ต้องห่วง หล่อนไปไม่ทันงาน เต้นรำแน่นอน” พนักงานต้อนรับคนนั้นตอบกลับ
ตอนนี้สวีเสี่ยวขุยมีความสุขมาก “สมน ้าหน้า! คิดจะมาเข้า ร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากากงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ พวกเธอคิดว่านาง นั่นจะร้องไห้ตอนที่รู้ว่าตัวเองเข้างานไม่ได้ไหม?”
หลายคนพากันหัวเราะ
“แน่นอนอยู่แล้ว ผู้หญิงประเภทนี้ ถ้าไม่เกาะติดผู้ชายรวยก็คง รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ตอนนี้หล่อนต้องโกรธจนคลั่งไปแล้วแน่ ๆ”
“อยากเห็นสีหน้าตอนที่มันตกใจจริง ๆ คงจะสะใจน่าดู” สวีเสี่ยว ขุยพูดต่อ
“แต่คงไม่ได้เห็นหรอก ฉันจะต้องไปแต่งหน้าใหม่แล้ว เผื่อว่าจะ ได้เจอกับคุณจี้ ถ้าดึงดูดสายตาของเขาและได้เต้นรำด้วยกันสักเพลง แค่นี้ก็ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว!”
“ฉันไปด้วย ฉันไปด้วย”
แต่คนที่คิดว่าจะต้องร้องไห้กำลังนั่งกินอาหารตะวันตกที่
ห้องอาหารอย่างสบายใจ เธอสั่งสเต๊กริบอาย ซุปครีมผัก และน ้า ผลไม้รวมหนึ่งแก้ว
สมแล้วที่เป็นเชฟระดับห้าดาว รสชาติดีมาก แต่ราคาก็แพงไม่ เบา
ผักเหล่านี้มีรสชาติที่คุ้นเคย เธอรู้ว่าเป็นผักจากพื้นที่มิติ เมืองใต้ ดินมีความต้องการผักผลไม้สูงมาก ช่วงนี้คุณโจวจึงสั่งแทบทุกวัน
ไม่ใช่แค่คุณโจวเท่านั้น ยังมีออร์เดอร์จากลูกค้าใหม่มากมาย เธอคาดเดาว่าคุณโจวคงแนะนำคนเหล่านี้ และพวกเขาก็สั่งซื้อไป จำนวนไม่น้อยเลย
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังทานอาหาร จู่ ๆ ก็มีชายสามคนเดิน เข้ามาในห้องอาหาร หลังจากที่พวกเขาเข้ามา ก็มีลูกค้าเข้ามาอีก 2-3 กลุ่ม
ลูกค้าใหม่หลายคนที่เข้ามาห้องอาหารต่างก็ประหลาดใจเมื่อ เห็นเซียวหมิงเยวี่ย แต่พวกเขารีบซ่อนความประหลาดใจนี้ไว้อย่าง รวดเร็ว
“นำเมนูมา!” ลิ่วจื่อตะโกนขึ้น
ผู้ชายที่อยู่ด้านข้างป้องปากกระซิบ “พี่ลิ่ว ดูผู้หญิงคนนั้นสิ พี่
คิดว่าเธอดูเหมือนกับผู้หญิงที่เราพบบนถนนระหว่างทางมาที่นี่หรือป ล่า?”
ลิ่วจื่อยืดคอไปดู จากนั้นดวงตาของเขาก็สดใสขึ้นมาทันที
“สาวน้อยคนนั้นเปลี่ยนชุดแล้ว สวยยิ่งกว่าเดิมอีกนะเนี่ย สงสัย จะเปลี่ยนมาเพื่อฉันโดยเฉพาะหรือเปล่านะ?”
ลิ่วจื่อผิวปาก “คนสวยครับ!”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้สนใจเขา ตอนที่ขับรถอยู่บนทางหลวง เขา ยื่นศีรษะออกมามองเธอ เธอยังจำเขาได้ดี พวกเขาเป็นคนที่อยู่ใน
ขบวนรถออฟโรด สัญชาตญาณของเธอเตือนว่าชายพวกนี้ไม่ ธรรมดา หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง
ลิ่วจื่อเดินมานั่งตรงข้ามกับเซียวหมิงเยวี่ยและพูดด้วยรอยยิ้ม ซุกซน
“คนสวย ฟ้าลิขิตให้เรามาพบกันจริง ๆ ทำไมถึงเมินกันแบบนี้
ล่ะ? อย่าเขินอายไปเลยน่า ฉันเป็นคนคุยง่ายนะ”
ในขณะที่พูด เขายื่นมือออกไปหวังจับมือของเซียวหมิงเยวี่ย
เธอตอบสนองด้วยการปามีดบนโต๊ะไปทางมือเขา “บริกร เก็บ เงินค่ะ”
ลิ่วจื่อชักมือกลับพร้อมแสดงแววตาโกรธ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูด อะไร จู่ ๆ เสียงเย็นชาของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“ลิ่วจื่อ กลับมา อย่าสร้างปัญหาให้ฉัน” พี่เฟ่ยพูดด้วยน ้าเสียง ราบเรียบขณะจิบไวน์
ในเวลานี้บริกรเอาบิลมาให้ อาหารทั้งหมดสนนราคา 164,000 หยวน เซียวหมิงเยวี่ยใช้บัตรทองในการรูดชำระ
หลังจากชำระบิลแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนและเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะมองชายคนนั้นที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม
ลิ่วจื่อรู้สึกเหมือนถูกเพิกเฉยโดยสิ้นเชิง เขามองดูแผ่นหลังของ เซียวหมิงเยวี่ยที่เดินจากไปด้วยความไม่พอใจและถ่มน ้าลายออกมา
“นางแพศยานี่ ทำตัวหยิ่งไปเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้มีภารกิจ สำคัญ คงต้องจับมาสั่งสอนให้รู้พลังของฉันเสียบ้าง”
หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยจากไป ลูกค้าโต๊ะอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากัน จากนั้นคู่รักโต๊ะหนึ่งเริ่มทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มผลักกัน ไปมา
“ทำไมพวกคุณถึงมาทะเลาะกันในที่สาธารณะล่ะ?” ลูกค้าคน หนึ่งถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ฝ่ายชายหันมาสาปแช่ง “ฉันจะทะเลาะที่ไหนก็ได้ แล้วมันหนัก หัวใคร?”
“ถ้านายกล้านอกใจ ฉันจะขอเลิกจริง ๆ ด้วย!” หญิงสาวตะโกน
ชายคนนั้นผลักเธอแรง ๆ แล้วพูดว่า “ก็เลิกสิ เธอกล้าพูดไหม ล่ะ? หรือคิดว่าฉันไม่กล้าลงไม้ลงมือกับเธอ?”
“นี่คุณจะตีผู้หญิงได้ยังไง?”
“ทำเกินไปแล้ว ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
“หล่อนเป็นผู้หญิงของฉัน ฉันจะตีเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ ไม่ใช่ เรื่องของพวกแก! ถ้ายังสะเออะมายุ่งเรื่องคนอื่น ระวังจะโดนลูกหลง แล้วกัน!” ชายคนนั้นพูดด้วยความเหยียดหยาม
ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ที่เดิมพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“แกทำบ้าอะไรวะ? ฉันทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย แน่จริงก็ตีฉันแทน สิวะ!”
“ใช่ ๆ ทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ แกทำให้ผู้ชายอย่างเราโดนเหมา รวมไปด้วย”
“คุณผู้หญิงไม่ต้องกลัวนะครับ เราจะช่วยคุณเอง”
ลูกค้าโต๊ะอื่น ๆ ต่างก็ลุกขึ้นยืนและเข้ามาห้ามปราม ทำให้ สถานการณ์เริ่มวุ่นวายมากขึ้น พวกเขาผลักกันไปผลักกันมาจนเริ่ม เข้าใกล้โต๊ะของพี่เฟ่ยมากขึ้นเรื่อย ๆ
พี่เฟ่ยโยนแก้วไวน์ลงพื้น “บัดซบ เสียงดังหนวกหูจริง ออกไป ทะเลาะกันข้างนอกสิวะ!”
หลายคนหันมองหน้ากันและพูดว่า “ไป!”
สิบนาทีต่อมา โต๊ะเก้าอี้ในห้องอาหารก็พังยับเยิน
ทันทีที่พี่เฟ่ยถูกกดลงพื้น เขาตระหนักได้ว่าตนเองได้ตก หลุมพรางและโดนเล่นงานเข้าให้แล้ว โดยที่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะชัก ปืนออกมาด้วยซ ้า
คู่รักที่เพิ่งทะเลาะกันเมื่อครู่พลันหยิบกุญแจมือและกุญแจเท้า แบบพิเศษออกมา ก่อนที่ฝ่ายชายจะตบหน้าของพี่เฟ่ย
“เฟ่ยจื้อเหว่ย แกก่อเหตุระเบิดหลายครั้ง คิดจริง ๆ เหรอว่า ตำรวจจะตามจับแกไม่ได้? ยอมแพ้ซะ ตอนนี้ลูกน้องและวัตถุระเบิดที่
แกนำมาถูกยึดไว้ทั้งหมดแล้ว”
ดวงตาพี่เฟ่ยเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “ทุกคนที่เราพบระหว่าง ทางคือเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดงั้นเหรอ? คนพวกนั้นล่ะ ไม่ใช่ลูกค้า เหมือนกันเหรอ? แล้วแกพาพวกมันไปไว้ที่ไหน? เจ้าจี้เหวินซีและไอ้ พวกคนรวยไปอยู่ที่ไหน!”
ตำรวจอาวุโสคนหนึ่งเข้ามาและพูดว่า “เสี่ยวหลิว มัวไปเสียเวลา พูดกับมันทำไม รีบพาตัวมันออกไปเร็ว แล้วผู้หญิงชุดกระโปรงสีดำ เมื่อกี้ใครกัน?”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับเจ้าหน้าที่หวัง คิดว่าคงจะเป็นแขก”
“แขก? ทำไมถึงยังมีแขกตกค้างอยู่อีก โชคดีที่ไม่มีอะไรเลวร้าย เกิดขึ้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังกล่าว
พี่เฟ่ยหลับตาลงและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ตนเพิ่งถูกจับ สวมกุญแจมือ และกำลังจะถูกสวมกุญแจเท้า ทันใดนั้นเขาก็รวบรวม กำลังกระชากกุญแจมือจนขาดออกจากกัน
เขาเคยเป็นทหารรับจ้างและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดเป็น พิเศษ
เสี่ยวหลิวอยู่ใกล้มากที่สุด เขาล้มลงกับพื้นจนเลือดกบปากส่ง เสียงครวญคราง
ปัง! ปัง!
พี่เฟ่ยยิงปืนสองครั้งเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย จากนั้นใช้โต๊ะเป็นที่กำบัง และหลบหนีออกไปจากห้องอาหาร ตำรวจได้ยิงปืนใส่เขาหลายนัด แต่ทั้งหมดถูกโต๊ะและประตูขวางไว้
“ตามไป รีบไล่ตามไป! ถ้ามันบุกเข้าไปในห้องเต้นรำได้ ผลที่
ตามมาจะต้องกลายเป็นหายนะ!”
…
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปยังทิศทางของห้องเต้นรำตามแผนที่ อาคารส่วนใหญ่ที่นี่มีสไตล์คล้ายคลึงกัน เธอเดินวนไปวนมาจนหลง ทาง และเข้าไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งกระโดดออกมาจากความมืดและเล็งปืน ไปที่หัวของเธอ
“อย่าขยับ!”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้ขยับ ที่แท้ก็เป็นเขา คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ชายชื่อลิ่วจื่อ
“ฉันไม่ขยับหรอก คุณใจเย็นลงก่อนนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยายามเกลี้ยกล่อมอารมณ์โกรธของเขาให้สงบ ลงพลางหาโอกาสตอบโต้
ทันใดนั้นกลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบก็บุกเข้ามา “เฟ่ยจื้อเหว่ย ปล่อยตัวประกันไปซะ แกยังมีโอกาสอยู่!”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเห็นหน้าตาของตำรวจนอกเครื่องแบบเหล่านี้ เธอก็ตระหนักและเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น