ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 89 ตัวประกันแสดงท่าทีว่า ไอ้กระจอกคนไหนกล้าจับฉัน เป็นตัวประกัน
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 89 ตัวประกันแสดงท่าทีว่า ไอ้กระจอกคนไหนกล้าจับฉัน เป็นตัวประกัน
ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของเธอถูกต้อง ขบวนรถที่พบบนถนน ไม่ใช่คนดีจริง ๆ แต่เป็นกลุ่มอาชญากร และเป้าหมายของพวกเขา คือเมืองใต้ดิน
ตำรวจใช้เมืองใต้ดินเพื่อวางกับดัก หวังจะจับพวกอาชญากรให้ ได้ ส่วนงานเต้นรำสวมหน้ากากเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปกป้องลูกค้า
ถ้าเธอทายถูก ประตูห้องเต้นรำคงจะปิดไว้อย่างแน่นหนา
ด้วยวิธีนี้จะไม่เป็นการตีหญ้าให้งูตื่น นอกจากจะสามารถปกป้อง ลูกค้าได้ และยังบรรลุวัตถุประสงค์ในการจับกุมอาชญากรโดยไม่ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและทำลายธุรกิจของเมืองใต้ดิน
ส่วนสาเหตุที่ไม่ปิดร้านต่าง ๆ นั้นก็เพราะกลัวว่าพวกอาชญากร จะไหวตัวทัน เมืองใต้ดินต้องมีลูกค้าจริง ๆ เท่านั้นถึงจะดำเนินตาม แผนการได้
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงพนักงานต้อนรับที่พาเธอไปร้านอาหาร ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่พนักงานต้อนรับตัวจริง ส่วนใครเป็นคนส่งมา นั่นค่อนข้างชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่เธอเพิ่งทำให้ขุ่นเคืองก่อนหน้านี้
แขกที่มีอยู่ไม่กี่โต๊ะในร้านอาหารล้วนไม่ใช่แขกเลย แต่เป็น ตำรวจนอกเครื่องแบบที่มาปฏิบัติการ และมันอาจมีมากกว่าที่เห็น บางทีแขกในเมืองใต้ดินอาจถูกแทนที่โดยตำรวจส่วนใหญ่
สวีเสี่ยวขุยจะต้องรู้เรื่องการปิดห้องเต้นรำอย่างแน่นอน เธอจึงใช้ คนมาล่อเซียวหมิงเยวี่ยออกไป เพราะอย่างไรมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่
คนโง่เหล่านั้นจะรู้เกี่ยวกับปฏิบัติการลับของตำรวจ
ความจริงอาจเป็นแค่สวีเสี่ยวขุยไม่ต้องการให้เธอเข้าร่วมงาน เต้นรำ จึงจงใจปลอมตัวและสร้างอุปสรรคเหล่านี้
สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ล้วนเป็นอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิง
ดวงตาเมล็ดซิ่งของเซียวหมิงเยวี่ยมืดหม่น เธอไม่คาดคิดว่า จะต้องเข้ามาพัวพันกับการจับกุมอาชญากรโดยไม่ได้ตั้งใจ
โชคร้ายอะไรอย่างนี้ แทนที่จะได้พักผ่อนอย่างสงบสุข
เซียวหมิงเยวี่ยโยนหน้ากากกระต่ายทิ้งไป เธอสังเกตเห็นว่ามือ อีกข้างของเขาหัก ดังนั้นเธอจึงอดทนรอหาโอกาสที่จะสู้กลับ
“โอกาส? โอกาสบ้าบออะไร ฉันฆ่าคนไปตั้งมากมาย คิดว่าฉัน โง่พอที่จะเชื่อว่าพวกแกจะปล่อยฉันไปเหรอ! ถ้าอยากให้เธอมีชีวิต อยู่ ก็ถอยออกไปซะ!”
พี่เฟ่ยจับเซียวหมิงเยวี่ยเป็นตัวประกันและถอยออกไปทีละก้าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังค่อย ๆ เดินเข้าไปหาและพูดว่า
“ปล่อยตัวประกันไปซะ อย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ การต่อต้านจะ นำไปสู่ความตาย แต่ถ้ายอมจำนนนายก็ยังมีหนทางรอด”
เฟ่ยจื้อเหว่ยแทบหายใจไม่ออก เขาจ้องมองเจ้าหน้าที่ตำรวจหวัง ด้วยตาแดงก ่า และพูดเสียงเข้ม
“ห้ามเข้ามานะเว้ย ไม่งั้นฉันยิงแน่!”
“ได้ ฉันไม่ไปแล้ว ฉันไม่เข้าไปแล้ว”
แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้น แต่เท้าของเขายังคงเคลื่อนไปข้างหน้า ช้า ๆ
เฟ่ยจื้อเหว่ยชี้ปืนไปที่เขาแล้วพูดด้วยความโกรธ “ก็บอกว่าห้าม เข้ามาไงวะ!”
ทันทีที่พี่เฟ่ยเลื่อนปากกระบอกปืนออกจากศีรษะของเซียวหมิง เยวี่ย แสงเย็นเยือกพลันวาดผ่านดวงตาของเธอ
เธอฉวยโอกาสจากสถานการณ์ใช้มีดฟันที่แขนของอีกฝ่าย ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เฟ่ยจื้อเหว่ยทิ้งปืนพกลงพื้น เซียวหมิง เยวี่ยเตะปืนไปทางตำรวจ ก่อนจะเหวี่ยงเฟ่ยจื้อเหว่ยข้ามไหล่และ กระแทกลงพื้น
ด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง ข้อต่อแขนขาของเขาหลุด จนไม่ สามารถลุกขึ้นเพื่อหลบหนีไปได้
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ พี่เฟ่ยที่ดุร้าย เหมือนพยัคฆ์เมื่อครู่กลับไปนอนหมอบอยู่บนพื้นร่างกายบิดงอ ร้อง ครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ตำรวจนอกเครื่องแบบต่างก็ตกตะลึงไปหลายวินาที
เมื่อเห็นมีดทหารอยู่ในรองเท้าบูตของเฟ่ยจื้อเหว่ย เธอจึงดึงมัน ออกมา และแทงกลับไปที่มือของเขาซึ่งเป็นข้างที่ใช้เล็งปืนมาที่เธอ
ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว เพราะมือทั้งสองได้พิการอย่างสมบูรณ์
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาอย่างเหยียดหยาม “คุณจับตัวประกันผิด คนแล้วละ”
พี่เฟ่ยร้องคร ่าครวญ ร่างกายของเขากระตุกด้วยความเจ็บปวด ขณะมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความแค้นเคือง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่หวังเดินเข้ามาและพูดด้วยสีหน้าซับซ้อน
“คุณเจ้าหน้าที่สังกัดกองทัพไหนเหรอครับ?”
เขาคิดว่าผู้หญิงที่มีทักษะพิเศษตรงหน้าถูกส่งมาโดยกองกำลัง พิเศษ ไม่เช่นนั้นเธอจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้ง ยังสามารถเอาชนะศัตรูได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
“ก็แค่คนธรรมดาค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบตามความจริง
เธอแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย การโจมตีรวดเร็วขึ้น และจิตใจของเธอ ก็มั่นคงขึ้นด้วยเช่นกัน หากต้องเผชิญกับข้อได้เปรียบด้านพลังกำลัง แล้ว ทักษะการต่อสู้ทั้งหมดของเธอด้อยกว่าผู้ชายเพียงเล็กน้อย เท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวัง “…”
สีหน้าของเขาคล้ายกับจะพูดว่า คิดว่าผมจะเชื่อคุณเหรอ
เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายเข้ามาล้อมเฟ่ยจื้อเหว่ย ใส่กุญแจ มือและมัดเขาด้วยเชือกพิเศษ จากนั้นเอาผ้าสีดำมาคลุมศีรษะไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี
เมื่อมองดูอาชญากรที่ถูกจับกุม เซียวหมิงเยวี่ยยังคงมีความ กังวลอยู่บ้าง แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเขาเป็นอาชญากรระดับไหน แต่ถ้า เขาหลบหนีและหาทางแก้แค้นเธอล่ะ?
เซียวหมิงเยว่เล่นมีดในมือ เธออยากทำให้เขาตาบอด แต่เธอ กลัวว่าจะใช้แรงมากเกินไปจนทำให้อีกฝ่ายตายโดยไม่ได้ตั้งใจ หาก เป็นแบบนั้นตำรวจคงจะไม่ปล่อยเธอไปแน่นอน ท้ายที่สุดพวกเขา อยากจะจับกุมอาชญากรแบบมีชีวิตเพื่อนำไปสอบปากคำ
นอกจากนั้นยังมีอีกหลายคนที่เคยเห็นเธอมาก่อน เรื่องนี้คง จัดการยากหน่อย
“นำตัวเฟ่ยจื้อเหว่ยออกไปก่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังบอกกับ นายตำรวจด้านข้าง
ตำรวจหลายนายช่วยกันพาคนร้ายออกไป
เซียวหมิงเยวี่ยเดาะลิ้นด้วยความเสียดาย เธอควรจะลงมือทันที ตั้งแต่เมื่อกี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังคล้ายกับมองเห็นเจตนาของหญิงสาว จึง มองเธออย่างระมัดระวัง
“คุณผู้หญิงครับ กรุณาอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม และมอบมีดเล่มนั้น ให้ผมด้วย อย่างไรก็ตามขอความกรุณาให้ความร่วมมือในการ สอบสวนและทำบันทึกปากคำด้วยนะครับ ทำไมคุณถึงเข้ามาที่
ห้องอาหารล่ะครับ? และหนึ่งในอาชญากรดูเหมือนจะรู้จักคุณ เกิด อะไรขึ้นกันแน่ครับ?”
เซียวหมิงเยว่เม้มริมฝีปากและเล่าเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงการ เผชิญหน้ากับขบวนรถบนถนนเข้าเมือง การโต้เถียงกับสวีเสี่ยวขุย และพนักงานต้อนรับท่าทีประหลาด
เจ้าหน้าที่ตำรวจชายคนหนึ่งจดบันทึกปากคำของเธอทันที หลัง พูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกคอแห้งเล็กน้อย
“เอ่อ แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับอาชญากรพวกนั้นล่ะ ยิงเป้า เหรอ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังเหลือบมองเธอและกล่าวเสียงเบา “นั่นไม่ใช่ สิ่งที่คุณควรถามครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยกางมือออก “ฉันแค่กลัวการถูกแก้แค้น ถ้าเขา หลบหนีไปได้ ฉันอาจจะถูกฆ่าก็ได้นี่”
“จะหลบหนีไปได้ยังไง คุณคิดว่าพวกเราเป็นแค่ตำรวจรับจ้าง เหรอครับ?”
“ก็แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ เขาเพิ่งหนีออกจากห้องอาหาร ไม่ใช่หรือไงคะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างสบาย ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังแทบสำลักและพูดอย่างช่วยไม่ได้
“คุณนี่นะ เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กลับปากกล้าเหลือเกิน เคย ฝึกฝนอะไรมาก่อนหรือเปล่า? แรงเยอะดีนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “เคยฝึกฝนวิชาต่อสู้ระยะประชิดไว้ ป้องกันตัวค่ะ แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เอามาใช้วันนี้ ฉันกลัวแทบตาย ช่วงนี้เห็นคนถูกฆ่ามาหลายศพแล้ว เลยป้องกันตัวเองโดยไม่รู้ตัว พอนึกย้อนกลับไป ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่เลย มันเหมือนกับฝันเลยค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังดูบันทึกและพูดว่า “คุณทำถูกแล้วครับ ขั้น แรกต้องทำให้เขาไร้ความสามารถในการเคลื่อนไหว คุณผู้หญิง วางใจเถอะครับ เขาทำชั่วมามาก ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่อยากให้ เขาตาย
ยังมีอีกหลายคนที่อยากให้เขาตาย เขาจะไม่มีโอกาสกลับมาแก้ แค้นคุณได้แล้ว อีกอย่าง คนที่เขาอยากแก้แค้นก็มีค่อนข้างเยอะ คุณคงต้องไปต่อแถวเป็นคิวที่หนึ่งร้อย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังพูดติดตลกเล็กน้อย มุมปากเซียวหมิงเยวี่ย พลันกระตุก
“งั้นก็ดีค่ะ”
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลิวเดินเข้ามาและพูดว่า “เจ้าหน้าที่
หวัง ผมได้ตรวจสอบแล้วและพบว่าเป็นความจริงครับ การที่เธออยู่ใน ห้องอาหารเป็นแค่เรื่องบังเอิญครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังพยักหน้ารับและพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยว่า
“คุณไม่ต้องกังวลอะไรแล้วครับ”
ตำรวจหลายคนออกจากสถานที่และนำมีดออกไปด้วย เซียวห มิงเยวี่ยยืดไหล่เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าและเตรียมพร้อมที่จะจาก ไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นบนชั้นสองของสถานที่จัดงาน
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางชั้นสองอย่างระมัดระวัง “ใครอยู่ตรง นั้น?”