ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 90 ชายหนุ่มตกลงมาจากฟ้า
ทันใดนั้น เสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังขึ้นพร้อมกับชายคนหนึ่ง ที่สวมสูทตกลงมาจากฟ้า
เซียวหมิงเยวี่ยยื่นมือออกไปโดยสัญชาตญาณ และชายคนนั้นก็ ตกลงไปในอ้อมแขนของเธอพอดิบพอดี
ในท่าอุ้มเจ้าหญิง คนทั้งสองมองหน้ากัน บรรยากาศน่าอึดอัด มาก
สมองของเซียวหมิงเยวี่ยหยุดทำงานไปชั่วขณะ คนอื่นเจอโชค หล่นทับ แต่เธอเจอผู้ชายหล่นทับแทนเหรอ?
ฟู่ไคหล่างวิ่งตามลงมาจากบันไดอย่างรวดเร็วทีละ 2 ขั้น เมื่อ เห็นภาพตรงหน้า เขาก็หัวเราะออกมาดังลั่นจนตัวโยน
ใบหน้าของจี้เหวินซีมืดหม่นถึงขีดสุด เขาพูดเน้นเสียงทีละคำ
“วาง ผม ลง ได้ แล้ว”
เมื่อเห็นชายคนนั้นทำท่าดุดัน เซียวหมิงเยวี่ยจึงยักไหล่และดึงมือ ออก จากนั้นหันหลังเดินจากไปทันที
จี้เหวินซีถูกโยนลงพื้น ขณะที่เขาตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกไป ชั่วขณะ
ฟู่ไคหล่างระเบิดหัวเราะออกมาอีกครั้ง หัวเราะจนเหมือนหมูที่ถูก เชือด เขานั่งอยู่บนบันได ตบมือกับกำแพง และขำกลิ้งจนหายใจไม่ ทัน
“บอกแล้วไงว่าอย่าข้ามราว คุณดัน… ฮ่า ๆ ๆ ดันดื้อรั้นกระโดด ลงมา ฮ่า ๆ ๆ… สวมรองเท้าหนังหัวแหลม มันจะติด ฮ่า ๆ ๆ วะฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
ใบหน้าของจี้เหวินซีถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำ ถ้ามีมีดอยู่ในมือ ตอนนี้ เขาคงใช้มันทำให้อีกฝ่ายหุบปาก
แต่ฟู่ไคหล่างไม่ใช่คนที่มีไหวพริบ เขาเลียนแบบท่าทางของ เซียวหมิงเยวี่ย
“ประธานจี้ผู้สง่างาม ภาพลักษณ์ของคุณหายไปหมดแล้ว คุณ ผู้หญิงคนสวยทำแบบนี้ แล้วคุณก็หล่นลงมา ตอนนี้ถูกทิ้งไว้บนพื้น… ฮ่า ๆ ๆ ๆ โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว หัวเราะมากเกินไปหายใจไม่ทัน แต่นั่นมัน โคตรน่าอายเลย…”
เขากำลังแสดงท่าทีประกอบพร้อมกับหัวเราะ กระทั่งจี้เหวินซี ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้และมองเขาด้วยสายตาอาฆาต เขาจึงหยุด หัวเราะกะทันหัน ยกมือขึ้นมาปิดปากแน่น
“นายมีความสุขมากใช่ไหม?”
ฟู่ไคหล่างกระแอมในลำคอ “ลูกพี่ ที่จริงผมคิดว่าผู้หญิงคนนั้น คงไม่รู้จักคุณหรอก ไม่งั้นเธอจะกล้าโยนคุณลงพื้นได้ยังไง จริงไหม ครับ?
ดังนั้นลูกพี่อย่าไปใส่ใจเรื่องเมื่อกี้เลยครับ มีผมคนเดียวที่เห็น และด้วยความสัมพันธ์ของเรา ผมไม่มีทางบอกใครอยู่แล้ว ชื่อเสียง ของลูกพี่จะยังอยู่ดีเหมือนเดิม ผมสาบานได้เลย”
จี้เหวินซีจ้องมองเขา “รีบไปได้แล้ว!”
ฟู่ไคหล่างรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาที เดียว
จี้เหวินซีขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขาเป็นหนึ่งในเหยื่อ ล่อของแผนนี้ เฟ่ยจื้อเหว่ยและพรรคพวกมักหาเหยื่อที่เป็นมหา เศรษฐี และมหาเศรษฐีในเมืองเผิงจิง นอกจากเขาแล้วจะเป็นใครได้ อีก?
ดังนั้นเขาจึงร่วมมือกับตำรวจ ปล่อยข่าวออกไปว่าตัวเองก็อยู่ใน เมืองใต้ดินเช่นกัน
แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบเมื่อกี้ขึ้น ซึ่งน่าอับ อายอยู่ไม่น้อย
จี้เหวินซีเงยหน้าขึ้นมองหาตำแหน่งของกล้องวงจรปิด เขา ต้องการทำลายหลักฐานความน่าอับอายให้สิ้นซาก ส่วนฟู่ไคหล่าง นั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดปากเงียบ…
ขณะที่กำลังจะออกไป เขาเห็นหน้ากากกระต่ายตกอยู่บนพื้น ซึ่ง อาจเป็นของผู้หญิงคนเมื่อครู่ เขาจึงหยิบมันขึ้นมา
…
เซียวหมิงเยวี่ยออกมาจากสถานที่เกิดเหตุและถามทางกับ พนักงาน ในที่สุดเธอก็มาถึงห้องเต้นรำ
เธอยังไม่ได้คิดบัญชีกับสวีเสี่ยวขุย แล้วจะให้กลับบ้านได้ อย่างไร?
ส่วนผู้ชายสองคนที่เพิ่งเจอ เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้เก็บมาใส่ใจ และ ลืมพวกเขาไปแล้ว
ตอนนี้กลุ่มอาชญากรถูกจับกุมแล้ว ประตูห้องโถงเต้นรำที่เคย ปิดสนิทก็เปิดออก เมื่อเธอเข้าไปด้านใน เธอก็รู้ว่าทำไมตำรวจถึง รวบรวมแขกทั้งหมดไว้ในห้องเต้นรำ และทำไมพวกเขาถึงจัดงาน เต้นรำสวมหน้ากาก
เพราะตั้งแต่ประตูไปจนถึงกำแพงของโถงล้วนเป็นระดับป้องกัน การระเบิด และมีความปลอดภัยสูง ดูเหมือนผู้บริหารของเมืองใต้ดิน จะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
อย่างไรก็ตาม ต่อให้วิสัยทัศน์กว้างไกลแค่ไหนก็ไม่สามารถ คาดการณ์อนาคตได้ พวกเขาไม่รู้ว่าปีหน้าจะเกิดน ้าท่วมใหญ่ ช่าง น่าเสียดายสำหรับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองใต้ดินแห่งนี้
ตามความทรงจำในชาติก่อน ไม่นานหลังจากพายุทรายหายไป รัฐบาลก็ตรวจพบได้ว่าจะมีฝนตกหนักอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึง รีบเร่งดำเนินการแผนอพยพครั้งใหญ่
ผู้คนจากเมืองชายฝั่ง เช่น มณฑลไหหลำ ต่างอพยพเข้ามาใน แผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้เมืองที่มีภูมิประเทศต ่าทั้งหมดจะต้องเริ่มการ อพยพครั้งใหญ่ไปยังพื้นที่ที่มีระดับความสูงมากกว่า เช่น เขต ปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทิเบต และมณฑลชิงไห่ เป็นต้น
น่าเสียดายแม้แผนการนี้จะดีมาก แต่การนำไปปฏิบัตินั้นยุ่งยาก เกินไป หลายคนไม่เต็มใจที่จะย้ายบ้าน
ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังเชื่อการคาดการณ์ของรัฐบาล แต่ก็มี คนจำนวนไม่น้อยทนไม่ไหว และพูดตรง ๆ ว่าภัยธรรมชาติก็เป็นเรื่อง ของโชคชะตา หากถึงเวลาตายก็ต้องตาย ไม่อยากทำอะไรให้วุ่นวาย ชีวิตของพวกเขาเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังแล้ว
สำหรับคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการอพยพก็ลำบากไม่แพ้กัน การ เดินทางลำบากมาก จำเป็นต้องเดินเท้า ทั้งยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่
มีอุณหภูมิสูงและขาดน ้า
ตลอดทางมีคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเกือบครึ่ง อัตราการเสียชีวิต สูงมาก แต่คนที่รอดพ้นจากการเดินทางคือผู้รอดชีวิต ซึ่งดีกว่าการ ถูกทำลายล้างเป็นไหน ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งเข้ามา และกำลังกังวลว่าคนทั้งหมดในโถงจะ สวมหน้ากาก ซึ่งทำให้หาคนยาก แต่ทันใดนั้นสวีเสี่ยวขุยและคนอื่น ๆ ก็วิ่งเข้ามาเยาะเย้ยเธอ
“อ้าว ทำไมเธอถึงเพิ่งมาตอนนี้ล่ะ? น่าเสียดาย การเต้นรำผ่าน ไปได้ครึ่งทางแล้ว เธอคงไม่มีโอกาสจับผู้ชายรวยแล้วละ~” สวีเสี่ยว ขุยพูดเย้ยหยัน
ผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างก็คือพนักงานต้อนรับที่พาเซียวหมิงเยวี่ยไป ยังห้องอาหาร ในเวลานี้เธอถอดชุดพนักงานและเปลี่ยนไปใส่ชุด ราตรี
สวีเสี่ยวขุยแสร้งทำเป็นตำหนิ “เสี่ยวหลิง รีบพูดสิ เธอดันทำลาย ความสุขของคนอื่นเข้าแล้ว เธอไม่รู้อะไรเสียเลย สำหรับมือที่สาม กว่าจะเจอโอกาสดี ๆ ในการจับสามีร ่ารวยแบบนี้ รู้ไหมว่ามันยากแค่ ไหน?”
“ขออภัยด้วยนะคะคุณเซียว”
ผู้หญิงที่ชื่อเสี่ยวหลิงขอโทษ แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความ สะใจ
“นี่คือผลกรรมของการเป็นมือที่สาม กล้าดียังไงมารังแกน้องสาว ฉัน สมควรแล้วละ” ผู้หญิงคนอื่นพูดเสริม
ผู้คนรอบ ๆ ได้ยินเสียงวุ่นวายจึงพากันหันมามอง ผู้คนที่ร่วมงาน ส่วนใหญ่ล้วนมีฐานะดีหรือตำแหน่งใหญ่ แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่แอบ เข้ามาในงาน ไม่ว่าจะติดตามเพื่อนฝูง หรือตามผู้ชายเข้ามา
และเป็นความจริงที่บางคนเข้ามาหาความสัมพันธ์แบบชั่วครั้ง ชั่วคราว
เซียวหมิงเยวี่ยเดินช้า ๆ ไปหาเสี่ยวหลิง กล่าวด้วยรอยยิ้มบาง
“ขอบคุณนะที่พาไปห้องอาหาร ฉันหิวอยู่พอดี อาหารที่นั่นก็ อร่อยมากทีเดียว”
ใบหน้าของเสี่ยวหลิงเหยเกเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ไม่โกรธเลย เหรอ? แล้วยังขอบคุณเธออีก?
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางกลุ่มหญิงสาวอีกครั้ง เท่าที่เธอรู้ นอกเหนือจากครอบครัวของสวีเสี่ยวขุยที่ไม่เลวร้าย คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ ร ่ารวยสักเท่าไหร่
อย่างมากที่สุดก็แค่มีเงินเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นที่จะทุ่มเงินมากมาย มาใช้จ่ายในเมืองใต้ดินได้
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปที่ผู้หญิงหนึ่งในนั้น “เธอ กระโปรงผ่าจนเกือบ ถึงสะดือแล้ว นี่ออกไปข้างนอกโดยไม่ใส่อะไรเลยเหรอ ไม่ใส่ แม้กระทั่งชุดชั้นใน? คิดจะมาอ่อยใครเหรอ?”
“เธอ ผ้าผืนเดียวที่เอามาคลุมตัวแทบจะปิดอะไรไม่ได้ด้วยซ ้า ทำไมไม่ใส่บิกินี่ไปเลยล่ะ เดี๋ยวนี้งานเต้นรำสวมหน้ากากกลายเป็น งานปาร์ตี้ริมหาดไปแล้วเหรอ? ฉันไม่เห็นจะรู้มาก่อน”
“ส่วนเธอ จุ๊ ๆ หน้าอกหน้าใจใหญ่เบิ้มกำลังจะโผล่ออกมาแล้ว เธอรู้ไหมเนี่ยว่ามันโป๊มาก ฉันแทบจะเห็นหมดทุกอย่างแล้ว น่าอาย แทนพ่อแม่ของเธอชะมัด”
“ดูก็รู้ว่าพยายามมาจับผู้ชาย คิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือยังไง? ด้วย รอยหยักในสมองอันน้อยนิดของเธอ ไม่แปลกใจเลยที่พบเห็นผู้หญิง คนอื่นแล้วจะกล่าวหาว่าพวกเขาต้องการหาเสี่ยเลี้ยง”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจาถากถางกลุ่มหญิงสาวจนพวกเธอนิ่งอึ้ง ใบหน้าของคนเหล่านั้นดูบิดเบี้ยวน่าเกลียด เพราะอีกฝ่ายพูดถูกทุก อย่าง
มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากรอบตัว และมองหญิงสาวเหล่านั้น ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
สวีเสี่ยวขุยกัดฟันแน่น กำลังจะพูดโต้กลับ ทันใดนั้นเซียวหมิง เยวี่ยก็กระชากผมของเธอและข่มขู่ว่า
“ส่วนแก คนโง่ที่ถูกผู้ชายเลวหลอกใช้ ถ้าแกยังกล้ามายุ่งกับฉัน อีก ฉันจะตบแกจนพ่อแม่จำหน้าแกไม่ได้ ได้ยินชัดไหม!”
“กรี๊ด!!”
สวีเสี่ยวขุยกรีดร้องเสียงดัง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงบนหนัง ศีรษะทำให้เธอหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากสนใจสวีเสี่ยวขุยที่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง อีก เธอปัดมือเบา ๆ แล้วหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เป็นเหตุให้เธอชนเข้ากับชายสองคนที่ทางเข้า
“คุณนั่นเอง?”